ตอนที่10:พลังที่น่าสระพึง
หลายเดือนต่อมา
“ฉันชนะอีกแล้วฮ่าฮ่า ทีนี้นายติดเลี้ยงเหล้าฉัน473ขวดแล้วนะ จะต่ออีกสักรอบไหมหล่ะ… ว่าไง”
“โถ่เอ้ย…. ทำไมฉันถึงแพ้ตลอดเลยนะ”
“หึหึ… ฉันอาจจะไม่เก่งเื่ทั่วๆไปแต่เื่เกมหนะฉันมั่นใจในตัวเองสุดๆเลยนะรู้ไหม”
“เห้อ… วันนี้พอแค่นี้ก่อนไว้ฉันมีงานที่ต้องไปทำ”
“งั้นหรอ? ก็ได้ไว้มาแข่งกันใหม่ก็แล้วกัน”
“ครั้งหน้าฉันจะล้างหนี้ค่าเหล้าให้หมดเลยคอยดู!!!”
“เมื่อไหร่ก็มา ฉันจัดให้ได้เสมอ”
หลังจากอยู่ที่นี้มาหลายเดือนฉันก็สนิทกับโอแกนที่เป็ทหารเฝ้ายามประจำอยู่ที่นี่พวกเรามักจะนั่งแข่งเกมกระดานเพื่อฆ่าเวลาเป็ประจำ
“เห้อ… เริ่มเบื่อสะแล้วสิยังไม่ถึงปีแท้ๆ เพราะโลกที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตจะทำอะไรก็ช้าไปสะหมดจริงๆ”
“เริ่มจะถอดใจสะแล้วหรอไอวาจาปีศาจ”
อีริน่าพูดแทรกขึ้นมาหลังจากไคน์นั้งพึมพัมอยู่กับตัวเอง
“ใครว่าหล่ะฉันแค่ไม่มีอะไรจะทำเลยรู้สึกเบื่อขึ้นมาเอง”
“งั้นก็ดีไป… เพราะถ้านายถอดใจขึ้นมาจริงๆ พวกท่านไอรีนคงลำบากขึ้นจริงๆ”
“ว่าแต่เธอว่างทีไรก็จะมายืนสอดแนมฉันตลอดแบบนี้ไม่เบื่อหรือไงยัยวิปริต”
“ฉันก็แค่คอยดูนายเผื่อนายคิดจะผิดคำพูดเมื่อไหร่ฉันก็จะได้เป็ฆ่านายเองด้วยมือของฉันเองยังไงหละ”
อีริน่าพูดพร้อมแสยะยิ้มออกมาด้วยสีหน้ามีความสุข
“ดูคุณเธอทำตัวสิ…. ยัยวิปริตเอ๊ย”
“ครั้งก่อนคงจะโดนน้อยไปใช่ไหมแกหนะ”
“ขอโทษครับ….”
“หึ……”
“พวกเธอเนี่ยเอะอะก็จะทุบตีอย่างเดียวเลยหรือไง?”
“ไม่ใช่อย่างนั่นสักหน่อย”
อีริน่าพูดด้วยสีหน้าใจเย็นพร้อมกับมองหน้าไคน์อย่างเงียบๆ
“ขี้โม้ชะมัด….”
“ฉันพูดความจริงเถอะ”
ไคน์หันหน้าหนีและแสดงท่าทีไม่พอใจ
ก็เห็นๆกันอยู่ว่าฉันเป็กระสอบทรายให้พวกเธออยู่เนี่ย ถึงจะพูดออกมาด้วยสีหน้าแบบนั้นความจริงก็ไม่เปลี่ยนนี่หว่า…. ยอมรับความจริงเถอะยัยวิปริต
ซวืบ!!!! เสียงมีดพุ่งผ่านหน้าไคน์อย่างเร็ว
“………..”
“……….”
ไคน์และอีริน่าหันมาจ้องมองหน้ากันอย่างเงียบๆ
“มะ….มีอะไรหรอครับคุณอีริน่า”
“หืม… เมื่อกี้แกกำลังคิดอะไรอยู่งั้นหรอคะ?”
“ปะ… เปล่าหนิครับ”
อีริน่ายิ้มด้วยท่าทางน่ากลัวพร้อมกับจับไหล่ไคน์อย่างแน่นก่อนจะค่อยๆย่อตัวลงมองหน้าไคน์อย่างกดดัน
“ขะ… ขอโทษครับ…”
ดูสิเห็นไหมแค่คิดเฉยๆก็กะจะตบตีกันแล้ว คุณเธอจะหน้ากลัวไปไหนครับเนี่ย!!!
อีริน่าปล่อยไคน์และเดินห่างออกไปยืนพิงกำแพงอยู่ห่างๆก่อนที่เธอจะใช้เวทย์มนต์ดึงมีดกลับมา
“ทะ…..เท่ชะมัด!!!”
ไคน์ตาลุกวาวเมื่อเห็นเวทย์มนต์นั่นของอีริน่า
“?!!!!”
อีริน่าที่ได้ยินไคน์พูดอย่างนั้นก็ใตาโตเล็กน้อย
“เธอใช้เวทย์มนต์ได้ด้วยหรอเนี่ย”
“เอ๊ะ… ก็ไม่เห็นแปลกอะไรหนิ?”
“จริงดิ…. ทีฉันใช้ไม่เห็นจะได้…”
“อุ๊ฟ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อีริน่าหัวเราะลั่นพร้อมกับปาดน้ำตาหลังจากที่ได้ยินไคน์พูดอย่างนั้น
“จะหัวเราะเพื่อไร?”
“โทษทีๆ มะนน่าขำนิดหน่อยหนะ ฮ่าฮ่า”
“ไม่นิดละมั้งแบบนี้”
“ถึงฉันจะบอกว่ามันเป็เื่ปกติแต่ใช่ว่าทุกคนจะใช้เวทย์มนต์ได้สักหน่อยหนิ?”
“งะ… งั้นหรอกหรอ”
“เวทย์มักจะติดตัวผู้ใช้มาั้แ่เกิดอย่างไม่มีสาเหตุแน่ชัดหนะ หลายๆคนเลยคิดว่ามันเป็พร์ที่เทพเ้ามอบให้กับคนๆนั้น”
“งะ… งั้นหมายความว่าฉันไม่สามารถใช้มันได้งั้นหรอเนี่ย ยัยเปี๊ยกนั่นหรอกฉันหรอกเร๊อะ หน่อย…..”
ไคน์บ่นออกมาอย่างหงุดหงิดโดยกล่าวถึงไอรีน
“หืม… หมายความว่าไง?”
“ก็ไอรีนบอกว่าฉะนสามารถใช้เวทย์มนต์ได้แต่พอฉันลองใช้ก็เจ็บไปทั่วร่างจนสลบเหือดไปเลยนะสิ”
“เอ๊ะ… ถ้างั้นนายก็ยังสามารถใช้ได้ไม่ใช่หรอ?”
“หมายความว่าไง?”
“สำหรับคนที่ไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้จะปฎิกิริยาอะไรเลยนะ”
“แต่ฉันเจ็บแทบตายเลยนะ?”
“เื่นั้นฉะนก็ไม่รู้เหมือนกัน…”
“อะไรเนี่ยฉันก็อุส่าจะได้ใช้เวทย์มนต์เท่ๆกับเขามั่งอะ…”
อีริน่ายืนครุนคิดอยู่กับตัวเองอยู่ครู่นึกก่อนจะเดินเขามาััไคน์อย่างนุ่มนวล
“จะทำอะไรหนะ?”
“เงียบก่อน…”
อีริน่าหลับตาค่อยๆสำผัสการไหลเวียนของหลังเวทย์ในตัวไคน์อย่างเงียบๆ
“อาจจะเป็เพราะร้างกายของนายผิดแปลกจากร้างกายปกติทั่วไปก็ได้นะ”
“เอ๊ะ?…”
“ฉันััการไหลเวียนพลังเวทย์ในตัวของนายไม่ได้เลยสักนิดแต่กลับกันร้างกายของนายกลับมีพลังเวทย์ปกคลุมไปทั้วเลย”
การไหลเวียนพลังเวทย์เป็แบบเดียวกับการไหลเวียนของเม็ดเืในร่างกายที่ไหลไปทั่วเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย แต่ในกรณีของไคน์ร่างกายของเขาที่ไม่มีชีพจรก็เหมือนกับไม่มีการไหลเวียนของพลังเวทย์ แต่กลับกันร่างกายที่ไม่มีพลังเวทย์หมุนเวียนแต่มีร่างกายที่พลังเวทย์ปกคลุมไปทั่วร่าง
“นายลองใช้เวทย์มนต์ดูสักหน่อยสิ”
“ห๋า… ไม่เอาอะเจ็บจะตาย”
“เอาเถอะน่าฉันจะลองตรวจสอบพลังเวทย์ของนายให้”
“ก็ได้…..”
ไคน์หลับตาพร้มนึกถึงตอนวิธีใช้พลังเวทย์ที่ไอรีนแนะนำไว้เมื่อครั้งก่อน ครั้งร่างกายของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยปลายนิ้วและเส้นผมของเขาค่อยเปลี่ยนเป็แสงสีทองส่องสว่างออกมา
อีริน่าหลับตาััพลังเวทย์ของไคน์อย่างเคร่งเครียด ก่อนจะเห็นสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นในตัวเขา
นั่นมันอะไรหนะพลังเวทย์รอบๆมันค่อยๆรวมตัวกันในร่างกายของเขารวมถึง… พลังเวทย์ของฉันก็ด้วย?!!! นี่มันหมายความว่ายังไง…
“อะ… อั๊ก… อ๊าก!!!”
ไคน์กรีดร้องออกมาลั่นด้วยความทรมานก่อนที่จะหยุดใช้เวทย์มนต์อย่างกระทันหัน
“จะ… เจ็บๆ โอ๊ย…. แต่ครั้งนี้ไม่สลบแห๊ะ?”
“……..”
อีริน่าเขาทรุดลงกับพื้นก่อนที่จะแสดงสีหน้าใและหวาดกลัวไคน์ออกมาจากใจจริง เธอตัวสั่นไม่หยุดและหายใจติดขัดอย่างชัดเจน
“ปะ… เป็อะไรหรือเปล่า?”
“……..”
“อีริน่า!!!!”
ไคน์เขย่าตัวอีริน่าอย่างแรงพร้อมกับเรียกดึงสติเธอคืนมา
“เกิดอะไรขึ้น?!!!”
ไคน์ถามอีริน่าด้วยความตืนตระหนกก่อนจะคอยๆคุกเขาลงตรงหน้าเธอ
“ทะ… โทษทีฉันไม่เป็อะไร…”
“สรุปเธอเป็อะไรของเธอเนี่ย?”
“ฉันแค่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยนะ”
คงเป็ผลกระทบของการที่ถูกเขาดึงพลังเวทย์ไปจากฉันแน่ๆ พลังเวทย์เป็เหมือนกับชีวิตถ้าสูญเสียหรือใช้ในปริมาณมากๆมันก็ส่งผลกับร่างกายโดยตรง ร่างกายฉันไม่มีเรี่ยวแรงเลย…
“เกิดอะไรขึ้น ไคน์!!! อีริน่า!!!”
เสียงไอรีนะโเรียกอย่างตื่นตระหนกเข้ามา
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันอยู่ๆอีริน่าก็ล้มลงไปเฉยเลย”
“อีริน่าเกิดอะไรขึ้น?!!!”
“ท่านไอรีน…”
อีริน่าเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ให้ไอรีนฟัง หลังจากที่ร่างกายเธอค่อยๆพักฟื้นจากการแบ่งพลังเวทย์ของไอรีน
“ครั้งก่อนยังไม่เห็นจะเป็แบบนี้เลยนี่นา?”
ไอรีนถามไคน์ด้วยความสงสัยกับการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของเขา
“เื่นั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ”
“เดิมทีร่ายของเขาก็ผิดปกติอยู่แล้วหละองค์หญิง”
“เื่นั้นฉันก็เข้าใจแต่ไม่คิดว่าจะมีเื่แบบนี้เกิดขึ้น”
“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ?”
“ก็ใช่นะสิ นายที่สามารถแย่งพลังเวทย์ได้ก็สามารถฆ่าคนที่มีพลังเวทย์ได้โดยแค่ชิงพลังเวทย์ทั้งหมดมาได้ง่ายๆเลยนะ”
“เอาจริงดิ… แล้วฉันต้องทำยังไงดีหละ?”
“มีแค่สองทางเลือกอย่างแรกนายต้องควบคุมมันให้ได้”
“แล้ววิธีหล่ะ?”
“เื่นั้นฉันเองก็ไม่รู้”
“ห๋า!!!!!”
“เพราะนายเป็คนแรกที่ฉันเคยเจอไม่สิน่าจะคนแรกในโลกนี้เลยก็ได้”
“ละ…แล้วอีกข้อหล่ะ?”
“อีกข้อคือนายห้ามใช้พลังเวทย์อีกเด็ดขาด”
“?!!!!”
ไคน์เงียบไปอย่างกะทันหันไคน์มักจะคิดว่าอยากที่จะสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ มันเป็ดั่งฝันที่ไม่อาจจะเป็จริง
“อุส่าที่จะสามารถใข้เวทย์มนต์ได้แล้วแท้ๆ”
ใช่… ฉันมักจะคิดว่าตัวเองจะใช้เวทย์มนต์เท่ๆได้เหมือนในอนิเมะแต่ในใจฉันก็รู้ดีว่ามันเป็เื่เพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็จริงแต่ในตอนนี้ทั้งๆที่มันเป็จริงขึ้นมาแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะใช้ได้ แต่ถ้าจะให้แลกกับชีวิตคนอื่นฉันเองก็ไม่เอาเหมือนกัน…
“ก็ได้ฉันจะไม่ใช้มันอีก….”
“ขอโทษนะไคน์ฉันช่วยอะไรนายไม่ได้เลย”
“อะไรกันเื่แค่นี้เอง”
“ดะ… เดี๋ยวกันฉันจะช่วยนายเอง…”
อีริน่ากล่าวขึ้นมาเธอหวังจะช่วยไคน์ควบคุมพลังเวทย์ให้ได้จากใจจริงของเธอ
“เอ๊ะ… ทำไมหละ”
“พลังแบบนั้นนะป็นอาวุธที่อันตรายยังไงหละ”
อีริน่ายิ้มของมาเห็นถึงทางออกเล็กๆที่จะให้เขาสามารถเป็โล่ปกป้องอณาจักรได้
“แต่ฉันมีข้อแม้…”
“คะ…. คืออะไร?”
“ง่ายๆ… นายต้องเข้ามาเป็อัศวินถวายตนเพื่อปกป้องอณาจักรหลังจากนี้และตลอดไป”
“……ห้ะ?”
อัศวินปกป้องอณาจักรเลยนะ… ฉันไม่ได้มีความสามารถอะไรขนาดนั้นสักหน่อยนะแค่อยากจะใช้เวทย์มนต์ก็แค่นั้นเองอะ ข้อแลกเปลี่ยนมันดูไม่เท่าเทียมเลยนะ
“ฉันแค่อยากจะใช้เวทย์มนต์นิดหน่อยเองไม่ได้คิดที่จะเอาตัวเองไปลำบากอะไรสักหน่อยนะ?”
“ไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอก… ถ้าความแตกถึงพลังจองนายนายก็จะถูกมองว่าเป็ภัยพิบัติจนต้องถูกหลายๆอณาจักรตามล่าอยู่แล้ว”
มันน่าห่วงกว่าเดิมอีกไม่ใช่เร๊อะ!!! ฉันก็แค่อยากจะใช้วทย์มนต์เท่ๆและเที่ยวเล่นไปวันๆไหงมันถึงกลายมาเป็แบบนี้ไปได้ฟร๊ะเนี่ย….
“แล้วถ้าฉันเกิดทรยศอณาจักรขึ้นมาหล่ะ? เธอไม่กลัวเื่นั้นหรอ”
“………”
เอาตรงๆฉันก็ไม่มั่นใจเื่นั้นตัวเขาในตอนนี้มีแค่ปริศนาเต็มไปหมด ฉันก็ไม่สามารถที่จะเดาทางความคิดเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ความรู้สึกฉันมันฟ้องว่าเขาจะไม่ทำแบยนั้นแน่
“ในเมื่อไม่ช้าก็เร็วนายก็อาจจะเป็ภัยพิบัติของอณาจักรอยู่แล้วสู้ให้นายอยู่ภายใต้อณาจักรเราเลยก็ดีกว่า อีกอย่างฉันก็รู้สึกได้ว่านายจะไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ”
“……….”
ไคน์นั้งมองอีริน่าอยู่เงียบๆด้วยสีหน้าตึงเครียด
อีริน่าที่เห็นท่าทีของไคน์ก็รู้สึกกลัวนิดๆ
“แต่กลับกันถ้าฉันปกปิดเื่พลังและไม่ใช้มันอีกเลยก็ไม่มีใครนอกจากพวกเธอหนิจริงไหม”
“มันก็จริงของนาย”
แย่แล้วสิจะเสียเขาไปไม่ได้ด้วยสิต้องทำยังไงเขาถึงจะยอมเป็อัศวินของอณาจักรกันนะ
อีริน่านั้งคิดอย่างเคร่งเครียดก่อนที่หันไม่มองที่ไอรีนที่นั้งอยู่ใกล้ๆ
องค์หญิงข่วยหาวิธีให้หน่อยสิพวกเราจำเป็ต้องมีเขาไว้นะคะ
ไอรีนที่สบตากับอีริน่าก็พยักหนาตอบรับอย่างกับได้ยินสิ่งที่อีริน่าคิด
“ถ้านายไม่ใช่เวทย์หมดก็ต้องเป็แค่คนธรรดาที่ต้องหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ถึงนายจะพอใจแต่นายต้องคิดที่จะอยากใช้เวทย์มนต์ตลอดไปแน่ๆ พอหลังจากนายพยายามฝืนใช้เวทน์มนต์นายก็จะถูกตามล่าหลังจากนั้นอยู่ดี นายก็จะไม่สามารถตอบโต้ได้เพราะนายไม่สามารถควบคุมพลังได้ พอนายถูกจับตัวไปนายก็จะถูกบังคับให้กวาดล้างผู้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่แล้วนายก็ต้องคิดว่าใช้ไม่น่าตัดสินใจแบบนี้เลย ทั้งพลังเวทก็ใช้ไม่ได้แล้วไหนจะถูกบังคับให้ไปฆ่าคนด้วยมือตัวเอง แต่ถ้านายยอมรับเงื่อนไขที่จะให้เราช่วยไม่แม้แต่จะมีที่อยู่มั่นคงไม่ต้องหาเช้ากินค่ำแล้วไหนจะสามารถใช้พลังเวทย์ที่นาย้าโดยไม่ถูกใครตามล่าตัวทั้งยศทั้งอำนาจนายก็มีมันทั้งหมด”
ไอรีนพูดออกมาไม่หยุดด้วยสีหน้าจริงจัง
ท่านไอรีน… สุดยอดเกินไปแล้ว สมกับเป็องค์หญิงจริงๆ
อีริน่าถึงกับตกตะลึงกับคำพูดทั้งหมดที่ไอรีนพูดออกมา
“……….”
ไคน์ก็ยังคิดไม่ตกว่าเขาควรจะตัดสินใจเลือกแบบไหนดี
“แน่นอนอีริน่าจะไม่สามารถทุบตีทำร้ายนายได้อีกไม่ว่านายจะพูดอะไรกะบเธอก็ตาม”
ทะ…. ท่านไอรีน มันก็เป็ความจริงถ้าเขายอมเป็อัศวินตัวฉันก็ไม่สามารถทำอะไรเจาได้แต่ข้อเสนอแบบนี้มันไม่สิ้นคิดไปหน่อยหรอคะ?
“โอเครดิลตกลงฉันเอาด้วย ว่ามาเลยฉันต้องทำไง?”
ไคน์ตอบรับอย่างทันควัน
ข้อเสนอสุดยอดไปเลยนี่อีริน่าจะไม่สามารถทำร้ายฉันได้งั้นหรอ หึหึ เื่แบบนั้นหน่ะตกนรกฉันก็ยอม
“เอ๋?!!!!!”
อีริน่าใกับคำตอบของไคน์เธอไม่คิดว่าข้อเสนอแบบนั้นจะสามารถดึงไคน์ให้อยู่ในกำมือได้
“อย่างแรกพวกเราจะค่อยๆหาวิธีโดยให้นายฝึกใช้เวทย์มนต์ไปเรื่อยจนกว่านายจะสามารถควบคุมมันได้”
“แต่แบบนั้นมันไม่อันตรายเกินไปหน่อยหรอ?”
“แน่นอนเราจะให้สัญญาณเมื่อเราถึงขีดจำกัด แต่กว่าจะถึงตอนนั้นพวกเราไม่สามารถระบุเวบาแน่ชัดที่จะให้นายดูดพลังเวทย์ได้”
“ถึงจะรุนแรงไปหน่อยถ้าถึงตอนนั้นแล้วนายไม่สามารถควบคุมได้ฉันจะเป็หยุดนายให้เอง”
“ยังไงหละ?”
อีริน่ายิ้มออกมาด้วยท่าทางชอบใจ
“ก็ทำให้สลบไง”
“………..”
คือก่อนที่ฉันจะสามารถควบคุมยัยวิปริตนี่ได้ฉันก็ต้องทนทุกทรมานก่อนสินะ…. เอาเถอะเพื่อเวทย์มนต์ฉันยอมได้ถุงจริงๆจะสนใจอย่างอื่นก็เถอะแต่ทนๆไปเดี๋ยวก็จะหลุดพ้นจากวิปริตนี่สักที