เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    แก่นแท้ลมปราณ


    ตอนที่ 74


    แก่นแท้ลมปราณ


     


                    "แก่นแท้ลมปราณ"แม้เฟยเซียงจะรู้จักวัตถุดิบเพียงชนิดเดียวเสวี่ยหมิงก็อยากจะรู้ว่ามันคือสิ่งใด และเขาจะสามารถหามันได้ที่ไหน "เจ้าพอจะหาแก่นแท้ลมปราณให้ข้าได้ไหม"


     


                    เฟยเซียงยิ้มอ่อน "ของสิ่งนี้สำหรับเมืองอื่นอาจจะหายากยิ่ง แต่กับเมืองหยกม่วงที่มีเหมืองหินลมปราณอยู่หลายแห่ง แก่นแท้ลมปราณจึงยังพอมีให้พบเห็นในการประมูลหอไม้ดำ"


     


                    "เช่นนั้นการประมูลหอไม้ดำครั้งหน้าข้าก็มีโอกาสได้รับมัน"


     


                    ครานี้เฟยเซียงส่ายศีรษะปฏิเสธ


     


                    "เอะ...เจ้านี่ยังไงบอกว่ามี แต่ปฏิเสธว่าประมูลไม่ได้"


     


                    "เรียนท่านผู้อาวุโสอี้ตามตรง ในบันทึกการประมูลของหอไม้ดำเคยมีการประมูลแก่นแท้ลมปราณ แต่นั่นเป็นเมื่อหลายปีก่อน เพราะแก่นแท้ลมปราณเป็นเสมือนหัวใจของเหมืองแร่หินลมปราณ ซึ่งหากสกัดเอาออกมาย่อมเท่ากับเป็นการทำลายเหมืองหินลมปราณนั้นทิ้งเสีย การที่มีปรากฏออกมาก็แปลว่าเหมืองนั้นได้ขุดเอาหินลมปราณออกมาจนเกือบจะหมดสิ้นแล้ว จึงได้สกัดแก่นแท้ลมปราณออกมาก่อนที่จะปิดเหมือง"


     


                    "หา งั้นหากข้าอยากได้ใยมิต้องรอจนกระทั่งมีเหมืองที่ขุดจนหมดสิ้น"


     


                    "ข้าก็..."


     


                    "ไม่เป็นไร ถ้าเช่นนั้นเจ้าพอจะบอกข้าได้ไหมว่าจะหาเหมืองหินลมปราณได้ที่ไหน"


     


                    เฟยเซียงถลึงตาดุใส่ เพราะนางพอจะรู้ว่าเซียนโอสถผู้นี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่ "ทำไมท่านไม่ลองถามนายน้อยจื่อฮุยดูละ" หล่อนไม่บอกออกไปตรง ๆ แต่กลับเอ่ยชื่อจื่อฮุยออกมาเพราะเฟยเซียงพอจะจำได้ว่าเมื่อครั้งที่เซียนโอสถอี้เฟยปลอมตัวเป็นคหบดีจินซาน ทั้งสองเคยร่วมมือกันรีดไถเงินทองจากสนามประลองเป็นตายมาก่อน


     


                    "เด็กน้อยจื่อฮุย อืม...ตกลง"เสวี่ยหมิงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเพื่อแสดงบทบาทของผู้อาวุโสอี้ แต่ในใจกลับยินดียิ่งที่เรื่องราวดูเหมือนจะง่ายดายกว่าเดิม "แล้ววัตถุดิบที่เหลืออีกสี่ชนิดเล่า"


     


                    "วัตถุดิบทั้งสี่ชนิดที่ผู้อาวุโสอี้ต้องการนั้น ข้าคงไม่อาจช่วยท่านได้เพราะดูจากรายชื่อที่ท่านผู้อาวุโสให้มา ข้าเองเคยเห็นเพียงแค่รูปวาดของวัตถุดิบดังกล่าวเท่านั้นแต่ไม่เคยพบวัตถุดิบของจริง หากท่านผู้อาวุโสอี้อยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้เห็นทีข้าคงต้องนำรายชื่อไปสอบถามท่านพ่อว่าพอจะมีวิธีการเสาะหาวัตถุดิบทั้งสี่ให้ท่านผู้อาวุโสได้ไหม"


     


                    "ตกลงข้าจะรอบิดาของเจ้าอยู่ที่นี่" เสวี่ยหมิงเอ่ยตอบเฟยเซียงก็ทำท่าจะเดินจากไป "เดี๋ยวก่อน..."จู่ ๆ เสวี่ยหมิงก็เอ่ยขึ้นมา ทำให้เฟยเซียงจำต้องชะงักเท้าแต่ไม่ทันที่จะหันหน้ากลับมา "วันนี้ชุดของเจ้าสวยดีนะ" แรกเริ่มนั้นเสวี่ยหมิงมัวแต่สนใจการตามหาวัตถุดิบทั้ง 5 เพราะในใจต้องการรีบเร่งฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขั้นที่ 2 จนลืมเลือนสังเกตความแตกต่างของอาภรณ์ในวันนี้ของเฟยเซียงกับคราก่อน ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้หญิงสาวจงใส่ชุดงดงามเพื่อมาพบปะกับเขาโดยเฉพาะ ทำให้เสวี่ยหมิงที่เพิ่งจะละสายตาจากรายชื่อวัตถุดิบทั้ง 5 เสวี่ยหมิงจึงได้เอ่ยชมเชยขึ้น


     


                    "ขอบคุณผู้อาวุโสที่เอ่ยชม" เฟยเซียงรับคำด้วยเสียงที่นิ่งเรียบ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเขินอาย ซึ่งเหตุผลที่นางไม่กล้าหันหน้ากลับไปคำนับขอบคุณ เพราะว่าตอนนี้สองแก้มของนางนั้นแดงซ่านราวลูกตำลึงด้วยความขวยเขิน ทำให้เมื่อเฟยเซียงเอ่ยตอบหญิงสาวจึงได้แต่เร่งฝีเท้าจ้ำพรวดออกจากห้องไปโดยไวกว่าเก่า


     


                    ...เสวี่ยหมิงเอ่ย เสวี่ยหมิง เจ้าพูดอันใดผิดไปอีกแล้ว ดูสินางรีบจ้ำหนีไปเสียแล้ว เฮ้อ...อิสตรีนี่เข้าใจยากยิ่งกว่าวิถีแห่งการฝึกตนเสียอีก


                    เสวี่ยหมิงคิดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่


    .


    .


                    เฟยอี้หยินสีหน้ายิ้มแย้มเดินควงคู่มาพร้อมเฟยเซียงที่ดูเหมือนกำลังงุดหน้าลงต่ำเพราะไม่กล้าสบตากับเสวี่ยหมิง


                    "ท่านเซียนโอสถ" เฟยอี้หยินเอ่ยทักทายพร้อมคำนับตามมารยาท "ข้าได้เห็นรายชื่อวัตถุดิบที่ท่านต้องการแล้ว แต่ข้าเกรงว่าครานี้สมาคมพ่อค้าคงไม่สามารถช่วยท่านได้"


     


                    "..."เสวี่ยหมิงไม่ตอบคำได้แต่พยักหน้า พร้อมชำเลืองมองเฟยเซียงที่มีท่าทางแปลกไป แต่เมื่อการเจรจากลับสู่หัวข้อของวัตถุดิบที่ต้องการเสวี่ยหมิงจึงได้หันมาสนใจเฟยอี้หยินแทน


     


                    "วัตถุดิบที่ท่านเซียนโอสถต้องการล้วนเป็นวัตถุดิบธาตุขั้นสูงทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่ข้าเองที่ท่องไปทั่วดินแดนภาคตะวันออก ส่วนใหญ่เพียงแค่ได้ยินและได้เห็นมาบ้างแต่มิเคยได้สัมผัสเป็นเจ้าของ เพราะวัตถุดิบที่ท่านเซียนโอสถตามหาไม่เพียงแต่มูลค่าของมันที่ไม่อาจซื้อหา แต่หากไม่มีความสามารถมากพอการครอบครองขนถ่ายกลับอันตรายยิ่งกว่า"


     


                    เฟยอี้หยินเอ่ยมาถึงตรงนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความคิดของเสวี่ยหมิงที่ว่าสมบัติที่สูงค่าเกินถือครองสำหรับผู้ฝึกตน หากหลุดแพร่งพรายให้ผู้อื่นรับรู้ล้วนนำมาซึ่งภัยพิบัติมากกว่าโชควาสนา "ข้อนั้น...ข้าเข้าใจ แต่หากไม่เป็นการรบกวนท่านผู้นำสมาคมพอจะทราบรายละเอียด หรือรูปร่างของวัตถุดิบทั้งหมดนี่ไหม"


     


                    "อา...ถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา เดี๋ยวข้าจะไปจัดเตรียมรูปภาพและรายละเอียดมาให้ท่านด้วยตัวเองเลย"


     


                    "ขอบคุณท่านมาก"เสวี่ยหมิงคำนับหนึ่งครา " เรื่องแรกในสำหรับวันนี้จบไปแล้ว ทำให้เสวี่ยหมิงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องการค้า ซึ่งเสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นกระปุกใส่โอสถให้กับเฟยอี้หยิน "นี่โอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบหนึ่งพันเม็ด"


     


                    เฟยอี้หยินรับมาพร้อมฉีกยิ้มกว้าง "อา...ข้าเองก็ลืมไปเสียสนิท เรื่องสินค้าที่ท่านเซียนโอสถสั่งเอาไว้คราก่อน นั้นข้าได้จัดการเรียบร้อยแล้ว" เอ่ยถึงตรงนี้เฟยอี้หยินก็หันไปสั่งเรื่องราวกับเฟยเซียง


     


                    ทำให้เฟยเซียงจำต้องเดินออกจากห้องหายไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาพร้อมกับกล่องไม้สีดำเคลือบเงาหรูหราใบหนึ่ง เมื่อมาถึงเฟยเซียงก็ส่งมอบกล่องใบงามให้กับผู้เป็นบิดา


     


                    "ในกล่องไม้ดำใบนี้บรรจุด้วยโอสถชั้นสูงที่เสียหายตามคำสั่งของท่านเซียนโอสถ ซึ่งข้าหามาได้ทั้งสิ้นหกชนิด โดยการให้ผู้คนไปรวบรวมและประมูลมาจากสถานที่ต่าง ๆ ในหลาย ๆ เมืองโดยรอบ หวังว่าท่านเซียนโอสถอี้จะพอใจ"


     


                    เสวี่ยหมิงรับกล่องไม้ดำมาเปิดตรวจสอบดูก็พบว่ามีขวดโอสถสวยงามบรรจุไว้ 6 ใบตามที่เฟยอี้หยินบอกไม่ผิดเพี้ยน แม้เขาจะไม่รู้ว่าภายในบรรจุโอสถชนิดใดไว้บ้าง แต่เสวี่ยหมิงก็ไม่ได้สนใจจะเปิดออกดูเพราะเชื่อว่าสิ่งที่เฟยอี้หยินหามาคงมิใช่โอสถทั่วไป ทำให้เสวี่ยหมิงเก็บกล่องบรรจุโอสถใส่กลับเข้าไปในแหวนมิติของตนเอง


     


                    หลังจากนั้นเสวี่ยหมิงก็จำต้องนั่งคอยเฟยอี้หยินรวบรวมข้อมูลรายละเอียดของวัตถุดิบอีก 4 ชนิดที่เหลือซึ่งประกอบด้วย บัวหิมะพันปี (บัวบกที่ขึ้นบนยอดเขาสูงหนาวเย็น ยอดเขาซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังปราณธาตุธรรมชาติหยินบริสุทธิ์อันหนาวเย็น) ขนหางของหงส์อัคคีเต็มวัย (ขนส่วนหางของหงส์อัคคีเต็มวัย หาใช่ขนทั่วไปเพราะขนตรงส่วนหางของหงส์อัคคีถือเป็นจุดรวมเพลิงร้อนแรง หากจะเก็บเกี่ยวยามมีชีวิตโดยที่มันมิยินยอมล้วนทำได้ยากยิ่ง) ใบอ่อนของหญ้าปราณมังกร (หญ้าปราณมังกรถือเป็นวัตถุดิบลีกลับ เฟยอี้หยินเองเคยพบเห็นเพียงรูปวาดเท่านั้น รายละเอียดที่ได้มาจึงค่อนข้างไม่ชัดเจน) สุดท้ายคือโอสถทองคำ (โอสถทองคำถือเป็นโอสถที่ปรุงได้ยากยิ่ง ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญยังมีโอกาสล้มเหลวมากกว่ากึ่งหนึ่ง เพราะโอสถทองคำนั้นเป็นโอสถชั้นสูงที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทะลวงผ่านจากผู้ฝึกตนระดับเชื่อมฟ้าดินขั้นกลางไปสู่ขั้นปลาย)


     


                    หลังจากภารกิจที่สมาคมพ่อค้าของเสวี่ยหมิงเสร็จสิ้น เฟยเซียงและบิดาก็ออกมาส่งเสวี่ยหมิงที่ด้านหน้าด้วยตัวเอง แต่ครานี้เสวี่ยหมิงไม่ต้องการใช้รถม้าวิเศษของสมาคมอีกพ่อค้า เพราะตอนนี้เสวี่ยหมิงไม่ได้อยากจะกลับไปยังโรงเตี๊ยมชะตามงคลเช่นครั้งก่อน ทำให้ทั้งสองฝั่งแยกทางกันที่หน้าสมาคมพ่อค้า หลังจากนั้นเสวี่ยหมิงก็กลับไปยังเรือนพำนักของโจวอู่เว่ยเพื่อแปลงโฉมกลับคืน ก่อนจะแจ้งข่าวและเร่งเดินทางไปหารือกับจื่อฮุยเรื่องวัตถุดิบแก่นแท้ลมปราณ



    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน