ทัศนคติที่ไม่น่าพึงพอใจของเซียวเจิ้งทำให้เฉินม่านจวินชะงัก ใบหน้าสวยมีเสน่ห์แสดงความประหลาดใจออกมา ริมฝีปากแดงพลันเหยียดตรง
แต่เพียงไม่นาน เฉินม่านจวินที่ดูละครฉากใหญ่มาจนชินก็สงบสติอารมณ์ลง เธอกล่าวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “งั้นให้ฉันสั่งน้ำเปล่าเย็น ๆ ให้นายเอาไหม?”
“ขอบลูเมาท์เทน ขอบคุณ” เซียวเจิ้งกล่าวกับพนักงานเสิร์ฟสาวสวยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ค่ะ” พนักงานเสิร์ฟพยักหน้ารับ
เฉินม่านจวินยังคงคลี่ยิ้มอย่างมีเสน่ห์ เธอจ้องมองเซียวเจิ้งพลางพิจารณาอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะหัวเราะ และพูดขึ้นมาว่า “ปกติคุณเซียวเป็นคนมีอารมณ์ขันแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”
“มันเป็นนิสัยของฉันอยู่แล้ว”
เซียวเจิ้งเอนหลังเล็กน้อย เขากวาดตามองเฉินม่านจวิน ในที่สุดก็หยุดสายตาลงที่ดวงตาดอกท้อที่แสนเย้ายวนของหญิงสาว มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย “ผู้จัดการเฉิน ที่เธอเชิญฉันมาดื่มกาแฟราคาแพงขนาดนี้ คงไม่คิดที่จะชวนฉันขึ้นเตียงหรอกใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันเกรงว่าฉันคงจะทำให้เธอผิดหวังซะแล้ว”
“โอ้? งั้นเหรอ?” เฉินม่านจวินไม่กล่าวปฏิเสธ เธอยังคงคลี่ยิ้มออกมา “ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”
“เพราะว่าฉันแต่งงานแล้ว” เซียวเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ในสังคมสมัยนี้ มีผู้ชายฐานะดีคนไหนบ้างที่ไม่มีคนรู้ใจอยู่ข้างกาย?” เฉินม่านจวินยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ถึงเธอจะเป็นคนสวย แต่ถ้าเป็นเรื่องของคนรู้ใจ...........” เซียวเจิ้งยืดตัวขึ้นอย่างช้า ๆ และกล่าวออกมาทีละคำ “ด้วยความสัตย์จริง นับตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอเมื่อเช้านี้ ฉันไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียว แถมฉันยังเกลียดท่าทีสูงส่ง คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้องตลอดเวลาของเธอด้วย”
แม้จะเผชิญหน้ากับการใส่ความที่ค่อนข้างรุนแรงของเซียวเจิ้ง เฉินม่านจวินก็ไม่โกรธ กลับคลี่ยิ้มที่คล้ายไม่ยิ้มและพูดออกมาว่า “นั่นเป็นเพราะว่านายยังไม่รู้จักฉันดีพอน่ะสิ”
“ฉันไม่สนใจหรอก” เซียวเจิ้งหยิบกาแฟที่มีราคาแพงยิ่งกว่าทองคำมาจิบและพูดว่า “มันก็เหมือนกับกาแฟแก้วนี้ ไม่ว่าภายนอกจะดูดีขนาดไหน ไม่ว่ารังสรรค์ออกมาอย่างประณีตยังไง ก็ยังยากที่จะทำให้ฉันสนใจได้”
“ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมักจะชอบลองสิ่งใหม่ ๆ เสมอ ในแง่หนึ่งมันคือการท้าทายตัวเอง แต่ในอีกแง่หนึ่ง..........”
“หาความตื่นเต้นสินะ?” รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นบนมุมปากของเซียวเจิ้ง
“ถูกต้อง”
เฉินม่านจวินกล่าวยั่วยวน “มีสถิติที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายชาวจีนมากกว่า 60% เคยมีพฤติกรรมนอกใจ และผู้ชายมากกว่า 15% คบชู้ในระยะยาว”
“ถ้าเธอรู้ประสบการณ์ชีวิตของฉัน เธอคงไม่คิดว่าฉันจะชอบหาความตื่นเต้นอีก” เซียวเจิ้งคลี่ยิ้ม
“งั้นเหรอ?”
เฉินม่านจวินคนกาแฟ ในขณะที่พูดออกมาอย่างช้า ๆ “เซียวเจิ้ง อายุ 25 ปี เป็นเด็กกำพร้า เรียนหนังสือเก่งมาตั้งแต่เด็ก พอขึ้นชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ก็ลาออกจากโรงเรียนอย่างไม่มีใครคาดคิด และมาเข้าร่วมในกองทัพ รับราชการอยู่ในเขตทหารเยียนจิงจนได้รับการยกย่องจากผู้นำ แต่ก็ถูกไล่ออกจากกองทัพเพราะเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ตั้งแต่นั้นมาก็ไปพเนจรอยู่ในต่างประเทศ จนกระทั่งกลับมายังประเทศจีนอีกครั้งเมื่อครึ่งปีก่อน ฉันพูดถูกไหม?”
สัญญาณเตือนภัยปรากฏขึ้นในใจของเซียวเจิ้ง เขาเม้มริมฝีปาก พูดออกมาว่า “เธอสืบประวัติของฉันเหรอ?”
“สำหรับคนบางคน การหาข้อมูลของนายมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับฉัน แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว ก็ได้ข้อมูลทั้งหมดของนายมาแล้ว แทนที่จะพูดว่าสืบประวัติ ให้เปลี่ยนมาใช้คำที่สละสลวยกว่านั้นดีกว่า อย่างเช่นทำความเข้าใจ” เฉินม่านจวินกล่าวอย่างช้า ๆ “พูดถึงประวัติชีวิตของนาย นายก็มีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งล่อใจพวกนี้จริง ๆ แต่ว่าฉันเชื่อมั่นในประโยคนี้มาเสมอ คนที่ไม่ถูกล่อลวง มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นคือสิ่งล่อใจยังไม่มากพอ”
“ถ้าพูดมาขนาดนี้ งั้นเธอก็แสดงสิ่งล่อใจมาให้ฉันเห็นเลยสิ” เซียวเจิ้งกล่าวออกมา
“ในสายตาของผู้ชายที่มีสุขภาพทางร่างกายและจิตใจอยู่ในเกณฑ์ดี มักจะมองว่าผู้หญิงอย่างฉันมีเสน่ห์มากกว่าผู้หญิงอย่างหลินฮั่วอิน” เฉินม่านจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณเซียวคิดว่ายังไงบ้าง?”
ในที่สุดเซียวเจิ้งก็ขมวดคิ้วมุ่น ความสงสัยเปล่งประกายอยู่ในแววตาก่อนที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ ทำท่าราวกับกำลังลิ้มรสชาติของกาแฟบลูเมาท์เทนคุณภาพดี ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังวิเคราะห์จุดประสงค์ของเฉินม่านจวินอยู่
เธอมีความแค้นกับหลินฮั่วอินเหรอ?
คิดที่จะเข้าใกล้หลินฮั่วอินผ่านทางเขาใช่ไหม?
ความเป็นไปได้หลายอย่างปรากฏในความคิดของเซียวเจิ้ง เขาตั้งสมาธิด้วยสีหน้าจริงจัง “เธอรู้ไหมว่าท่าทีของเธอจะทำให้ฉันมองเธอเป็นศัตรู?”
“เอาแค่ในเมืองหมิงจู มีผู้ชายอยู่ไม่กี่คนหรอกที่เป็นศัตรูกับฉัน แต่ขอแค่ให้มีโอกาส พวกเขาก็ยินดีที่จะคลานมาขึ้นเตียงของฉันทั้งนั้น หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ขัดแย้งกันอีกเลย” เฉินม่านจวินกล่าวด้วยความมั่นใจ
“แล้วยังไง?” เซียวเจิ้งวกกลับมายังหัวข้อเดิม “เธอกำลังอ่อยฉันอยู่เหรอ?”
“ถ้านายอยากใช้คำคำนี้มาอธิบายการกระทำของฉัน.........”
ดวงตาคู่สวยของเฉินม่านจวินแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังยั่วยวน “ฉันก็ไม่ปฏิเสธ”
เซียวเจิ้งกระดกกาแฟดื่มเข้าไปในอึกเดียว จากนั้นเหยียดริมฝีปาก กล่าวออกมาว่า “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอกับหลินฮั่วอินมีบุญคุณความแค้นอะไรต่อกัน หรือคิดที่จะหลอกใช้ฉันเพื่อจุดประสงค์อะไร แต่ฉันอยากแนะนำเธอจากใจจริงว่า เลิกฝันกลางวันได้แล้ว”
“เธอคิดว่าตัวเองเข้าใจผู้ชาย? เข้าใจฉันดีมากนักเหรอ?” เซียวเจิ้งค่อย ๆ กล่าวทีละคำ “ถึงความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับหลินฮั่วอินจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เธอคิด แต่สุดท้ายนี้ฉันขอแนะนำจากใจจริงอีกครั้งว่า อย่าคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้อง และโลกต้องหมุนรอบตัวเธอเสมอไป”
“ในที่สุดฉันก็เริ่มรู้แล้วว่าทำไมนายถึงอยู่กับหลินฮั่วอินได้” เฉินม่านจวินไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย เธอกลับกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มแทน
“ทำไมล่ะ?” เซียวเจิ้งเอ่ยถาม
“เพราะว่านายเป็นคนประเภทเดียวกับเธอยังไงล่ะ” เฉินม่านจวินกล่าวตอบ
“อย่ามาพูดจาวกวนกับฉัน” เซียวเจิ้งโบกมืออย่างคนใจร้อน “ฉันต้องเข้างานกะกลางคืน ไม่อยู่เสียเวลาชีวิตกับเธอที่นี่หรอก”
หลังจากที่พูดจบ เขาก็กำลังจะเดินหนีไป
“เซียวเจิ้ง”
เฉินม่านจวินเดินตามมา และกล่าวด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง “ฉันเชื่อว่าสักวัน นายจะต้องเต็มใจอยู่กับฉันมากกว่าหลินฮั่วอิน”
เซียงเจิ้งหยุดชะงัก และคิดที่จะเดินกลับไปเถียงอีกรอบ แต่ในฐานะผู้ชาย เมื่อเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่ขอความรักไม่สำเร็จ เขาก็ควรที่จะรักษาน้ำใจเธอเอาไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นจะดูใจร้ายและไม่แยแสจนเกินไป
เขาจึงคลี่ยิ้มด้วยสีหน้าเฉยชา ก่อนที่จะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
ระหว่างทางลงไปชั้นล่าง เซียวเจิ้งก็พบกับฉินจงที่สวมชุดเครื่องแบบอีกครั้ง หลังจากที่พยักหน้าทักทายกันก็แยกย้ายกันไป
แม้สีหน้าของฉินจงจะเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก แต่ตอนนี้เขากังวลใจมาก เขาเดินเข้าไปในร้านกาแฟ และเดินตรงไปหาเฉินม่านจวินที่กำลังนั่งริมหน้าต่าง
“คุณหนู ผมได้รับข้อมูลมาครับ”
ฉินจงขยับเข้าไปใกล้โต๊ะกาแฟ แต่ไม่ได้นั่งลง เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยและรายงานสถานการณ์ต่อเฉินม่านจวิน
“ว่ามา”
เฉินม่านจวินคนกาแฟช้า ๆ ในขณะที่พูดออกมา
“เซียวเจิ้งกับเย่ซื่อกวนเคยมีมิตรภาพที่ลึกซึ้งต่อกันครับ เที่ยงวันนี้ เย่ซื่อกวนเพิ่งจะเชิญเขาไปเป็นแขกที่บ้าน” ฉินจงกล่าวด้วยความกังวลใจ
“งั้นเหรอ?”
เฉินม่านจวินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย และเอ่ยถาม
ฉินจงยังคงมีสีหน้าตกใจ และพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ยังระบุอีกว่า สาเหตุที่เย่ซื่อกวนได้รับความชื่นชมจากคุณหลงในอดีต ก็เป็นเพราะชื่อเสียงจากการต่อสู้ของเซียวเจิ้ง ไม่อย่างนั้น เขาก็คงจะเข้าถึงตัวคุณหลงได้ไม่เร็วขนาดนี้”
“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เซียวเจิ้งกลับมาที่เมืองหมิงจูแล้ว อย่างน้อยเย่ซื่อกวนก็ควรที่จะแบ่งปันชัยชนะร่วมกับเซียวเจิ้งไม่ใช่เหรอ?” เฉินม่านจวินเอ่ยถามขึ้นมา
“ใครก็ทำให้เย่ซื่อกวนยอมแบ่งผลประโยชน์ด้วยความเต็มใจไม่ได้หรอกครับ” ฉินจงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “แม้แต่พี่น้องก็ไม่เว้น”
“งั้นเซียวเจิ้งจะกลายเป็นเสี้ยนหนามของเย่ซื่อกวนหรือเปล่า? มีความคิดที่จะกำจัดเร็ว ๆ นี้ไหม?” เฉินม่านจวินเอ่ยถามอีกครั้ง
“เว้นแต่ว่าเซียวเจิ้งจะไม่ต้องการอะไรเลย และยินดีที่จะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวเล็ก ๆ ไปตลอดชีวิต ไม่อย่างนั้น.........” ฉินจงพูดด้วยความลังเล “แม้แต่คุณหลงที่เป็นผู้ฉุดดึงเขาให้เจริญก้าวหน้า เย่ซื่อกวนก็ยังไม่คิดเมตตา ผมไม่เชื่อหรอกว่าเซียวเจิ้งจะเป็นข้อยกเว้น”
“นายกำลังกลัวว่าที่เขาเข้ามาใกล้ฉันเพราะมีจุดประสงค์อื่น หรือไม่ก็ทำงานให้กับเย่ซื่อกวนสินะ?” เฉินม่านจวินกล่าวออกมา
“นี่ก็เป็นจุดแข็งอีกอย่างหนึ่งของเย่ซื่อกวนครับ” ฉินจงกล่าวด้วยความรอบคอบ “เขาจะไม่ยอมสูญเสียคนที่ควรค่าแก่การใช้งานไป แม้ว่าเขาจะเกลียดชังคนคนนั้นมากก็ตาม”
“น่าเสียดาย ถึงฉันจะเสนอตัวขึ้นเตียงกับเขา เขาก็ดูไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว” เฉินม่านจวินจุดบุหรี่มาสูบด้วยอารมณ์ขุ่นมัว และพ่นควันออกมาด้วยท่วงท่าสง่างาม พลางกล่าวออกมาพร้อมกับคิ้วที่ขมวดมุ่น “ดูเหมือนว่าฉันจะยังรู้จักเขาไม่ดีพอ”
“คุณหนู คุณจะ.........กับเขาจริง ๆ เหรอครับ?”
“ฉินจง ฉันต้องรายงานเรื่องของฉันให้นายรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เฉินม่านจวินพูดขัดจังหวะการเอ่ยถามของฉินจงอย่างไม่แยแส
“ขออภัยครับคุณหนู”
ฉินจงก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“พอพูดถึงเรื่องนี้ ฉันก็ยิ่งรู้สึกสนใจเขามากขึ้นเรื่อย ๆ”
เฉินม่านจวินไม่สนใจว่าฉินจงจะคิดยังไง เธอกล่าวพึมพำกับตัวเองว่า “เป็นผู้ชายที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
ฉินจงแอบเบ้ปาก และคิดต่อว่าอยู่ในใจ ไม่ใช่ว่าอยากจะแย่งคนรักมาจากหลินฮั่วอินเฉย ๆ เหรอ? คุณซื่อก็เคยออกปากพูดเอาไว้แล้ว ยังจะหาข้ออ้างตั้งมากมายอีกทำไม? ผู้หญิงนี่เสแสร้งเก่งจริง ๆ!
ในขณะที่คิดในใจ จู่ ๆ ฉินจงก็รู้สึกถึงสายตาอันเร่าร้อนที่แผดเผาไปทั่วทั้งร่าง ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวด้วยความหวาดกลัว “คุณหนู ผมไปทำงานก่อนนะครับ”
“ห้ามแอบด่าฉันในใจอีก ถึงฉันจะลาวงการไปแล้ว แต่ความสามารถก็ยังมีอยู่ ถ้านายสนใจจะลองดูก็ได้นะ”
เฉินม่านจวินกล่าวอย่างไม่แยแส แต่ภายใต้ชุดสูทกลับปลดปล่อยจิตสังหารออกมาโดยไม่ตั้งใจ
ฉินจงเหงื่อตกทันที ความตื่นตระหนก หวาดกลัวที่ไม่ได้เห็นมานานปรากฏขึ้นในแววตา สีหน้าพลันซีดเผือด
“ผมไม่กล้าแล้วครับ”
“ไปทำงานได้แล้ว”
จิตสังหารที่โหมกระหน่ำออกมาจางหายไปอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามราวกับนางจิ้งจอกของเฉินม่านจวิน เธอพูดขึ้นมาว่า
“ถือโอกาสนี้ช่วยฉันเตรียมของขวัญด้วย อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดของตาเฒ่านั่นแล้ว ฉันไม่อยากหูชา”