นิ้วเรียวกดััแป้นพิมพ์จนเกิดเสียงเป็จังหวะสลับกับเม้าส์ที่คอยถูกบังจับให้วิ่งทั่วหน้าจอคอมผมเพ่งสายตาไล่อ่านตัวหนังสือที่ถูกนำใส่ในตารางอย่างพินิจพลางจัดการข้อมูลตรงหน้าอย่างช้าเพื่อป้องกันการผิดพลาด
“อ่าวคลื่น ยังไม่กลับอีกหรอ นี่มันจะทุ่มนึงแล้วนะ”
“เดี๋ยวก็กลับแล้วครับพี่ ผมขอทำงานตรงนี้ให้เสร็จก่อน”
ผมหันไปบอกกับพี่ภาคก่อนจะกลับมาทำงานตัวเองที่ค้างไว้ต่อเสียงขลุกขลิกด้านข้างพี่ภาคเท้าแขนลงบนฉากกั้นพลางชะเง้อหน้ามาดูจอ
“เดี๋ยวนะ นี่มันงานเราหรอคลื่น ไม่คุ้นเลย”
“อ๋อ ของพี่ฟากอ่ะครับ เขาฝากผมทำต่อเห็นว่าต้องไปทำธุระด่วน”
“ใจดีอีกแล้วนะคลื่นแทนที่เราจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนกลับต้องมานั่งทำงานแทนคนอื่นเนี่ย”
“แต่มันได้โอทีนะพี่”
“แต่เอ็งเหนื่อยไง แค่งานตัวเองก็ล้นแล้วยังต้องมานั่งทำงานให้คนอื่นอีก”
“เอาน่าพี่ แค่นี้เองมันไม่ได้หนักหนาสาหัสเท่าไหร่หรอก”
“เฮ้อ เอ็งนี่น้า พี่ไม่รู้จะพูดยังไงเลย”
พี่ภาคถอนหายใจพลางยกมือกุมขมับส่วนผมก็ได้แต่ส่งยิ้มกลับก็นะผมไม่ได้ชอบหรอกไอ้การรับฝากงานจากคนอื่นแต่คงเป็เพราะผมพึ่งพาทำงานที่นี่หรือเรียกง่ายๆก็เด็กใหม่จะไปปีกกล้าขาแข็งใส่คนที่อยู่ก่อนมันก็กะไรอยู่ถูกมั้ยแล้วอีกอย่างที่ฝากงานผมมันก็เป็หัวหน้าผมอีกทีด้วยเลยต้องเลยตามเลยไป
“งั้นพี่กลับก่อนนะ เจอกันวันจันทร์”
“หวัดดีครับพี่”
“เออๆ”
พี่ภาคกลับไปแล้วเหลือแต่ผมที่ยังคงทำงานต่อไฟในออฟฟิศเริ่มปิดมืดทีละดวงเหลือเพียงแค่โซนที่ผมนั่งที่ยังคงเปิดไฟเอาไว้เหลือบมองนาฬิกาข้างมุมของจอด้านล่างขวาขึ้นบอกเวลาว่าตอนนี้ทุ่มกว่าแล้วเอาล่ะพอแค่นี้แล้วกลับบ้านดีกว่าเดี๋ยวมันจะดึกไปกว่านี้
ผมจัดการปิดคอมเก็บของให้เรียบร้อยปิดไฟออฟฟิศที่เหลือก่อนจะลงลิฟต์ออกจากตึกตรงไปที่จอดรถขึ้นค่อมมอเตอร์ไซค์คันโปรดเวฟร้อยห้าสิบถูกถอยอย่างค่อยๆสตาร์ทให้ติดขับมาถึงหน้าถนนใหญ่มีใครบางคนเข้ามาอยู่ในกรอบสายตาผมเหลือบมองไปที่ถนนฝั่งตรงข้ามเด็กคนหนึ่งที่คุ้นตาในชุดนักศึกษากำลังมองซ้ายมองขวาเหมือนมองหาอะไรสักอย่างไม่รู้นึกอะไรจู่ ๆสมองก็บังคับให้ผมขี่รถวนไปอีกฝั่งทั้งที่บ้านของผมมันอยู่คนละทางด้วยซ้ำ
จอดเทียบที่ฟุตบาทเอ่ยเรียกอีกคนเด็กคนนั้นหันหน้ามาด้วยสีหน้าที่เหรอหรา
“ไงเรา ยังไม่กลับบ้านอีกหรอครับ”
“พ-พี่”
ผมขยับรถเข้าไปใกล้อีกคนแสงไฟจากถนนสาดส่องลงมาจนสามารถเห็นแก้มแดงๆที่ค่อยฟาดๆขึ้นเรื่อยอย่างชัดเจนมือเล็กนั่นผมแอบเห็นว่ากำสายกระเป๋าแน่นราวกับตื่นเต้นใที่เห็นผม
ฮ่ะฮ่าๆเด็กคนนี้แอบน่ารักนะเนี่ย
“คือ คือ ผม ก-กำลังจะกลับครับ”
“ทำไมพึ่งกลับล่ะ”
“พ-พอดีทำงานอยู่ครับ เลยกลับดึก”
“อ๋อ”
ผมเท้าคางลงที่หน้าปัดมอไซค์พลางยิ้มให้อีกคนอย่างเป็มิตร
“งั้นให้พี่ไปส่งบ้านนะครับ”
“อะ…เฮือก!”
“หืม?”
ผมเลิกมองอีกคนที่กำลังทำหน้าตาเหมือนช็อคอะไรสักอย่างแก้มขาวเนียนมีสีแดงฟาดขึ้นเรื่อยๆจนน่าอยากจะหยิกให้หายหมั่นเขี้ยวไม่รู้ว่าเด็กเขินหรือเพราะอากาศตอนนี้คืนกันแน่
แต่คงอากาศแหละ
“ผม ผมเกรงใจอ่ะครับ”
“ไม่ต้องเกรงใจ อีกอย่างนี่ก็ดึกแล้วกลับคนเดียวมันอันตราย”
“แต่…”
ผมไม่รอให้อีกคนตอบจัดการยื่นหมวกกันน็อกให้อีกคนสวมผมไม่ได้บังคับน้องนะแค่เป็ห่วงน้องไม่อยากให้กลับคนเดียว
“ก็ได้ครับ”
ผมมองคนตัวเล็กที่กำลังใส่หมวกอย่างเงอะงะผมขยับลงจากรถลงไปช่วยอีกคนใส่พอมายืนขนาบข้างผมได้รู้ว่าอีกคนตัวเล็กมากถ้าเดาจากความสูงก็คงประมาณร้อยเจ็ดสิบต้นๆได้
“เสร็จล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ขึ้นค่อมรถสตาร์ทให้มันติดรอจนอีกคนขึ้นมาเรียบร้อย
“เกาะเอวพี่ไว้นะเดี๋ยวตก”
“เดี๋ยวผมเกาะที่จับเอาก็ได้ครับ”
“ส่งมือมา”
“เอ๊ะ…”
ผมถือวิสาสะจับมือของอีกคนเอามาเกาะไว้ที่เอวผมหันซ้ายหันขวาดูรถก่อนจะค่อยๆขับออกไปแสงสีส้มสองข้างทางสาดลงถนนในเวลานี้ดีหน่อยที่ไม่ค่อยมีรถมากจริงสามารถขับขี่ได้อย่างสบาย
“เอ่อ พี่ครับเลี้ยวซ้ายข้างหน้าครับ คอนโดอยู่ฝั่งขวาชื่อชิลลี่คอนโดครับ”
“โอเคๆ”
ผมะโตอบกลับไปจัดการหักเลี้ยวซ้ายตามที่อีกคนบอกผมเริ่มเห็นคอนโดสูงอยู่ไม่ไกลค่อยๆจอดเทียบอย่างช้าๆจนสนิท
“คอนโดนี้ใช่มั้ย”
“ใช่ครับ” คนด้านหลังลงจากรถถอดหมวกกันน็อกยื่นคืนให้ผม
“ขอบคุณครับที่มาส่ง”
“ไม่เป็ไรพี่ยินดีครับ งั้นพี่ไปก่อนนะ”
“ครับ”
ผมสตาร์ทรถเพื่อจะตรงกลับบ้านสายตาเห็นอีกคนยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
“ไม่เข้าหรอ”
“คือ คือ พี่…กลับดีๆนะครับ แล้วก็…”
ผมเลิกคิ้วมองอีกคนคนตัวเล็กยืนกุมสายสะพายกระเป๋าแน่นเม้มปากสนิทแก้มแดงอมชมพู
“พักผ่อนเยอะๆนะครับ”
ผมยกยิ้มเล็กน้อยเอื้อมมือยีหัวอีกคนเบาๆ
“ขอบคุณครับ”
บิดรถออกมาจากคอนโดตรงกลับบ้านมุมปากยังคงยกยิ้มอยู่ไม่หายสงสัยวันนี้คงจะฝันดีแน่ ๆเลยแฮะ
[ฮา-]
“กรี๊ดดดดดดดดดด มึงๆๆๆๆๆๆ]
[โอ๊ย!! อีเหี้ยกรี๊ดหาพ_มึงเรอะ อีห่าหูกูจะแตก]
“มึงงงงงงง ฮือออออออ กูไม่ไหวววว”
[ทำไม เจอพี่คลื่นไง]
“มึงรู้ได้ไงอ่ะ”
[สภาพแบบนี้มีแค่เื่เดียวแหละ]
รู้ดีเพื่อนคนนี้มันรู้ดีเหมือนอยู่ในเหตุการณ์มือไม้ผมอยู่ไม่สุขะโโลดเต้นพลางล้มตัวกลิ้งกับพื้นห้องเหมือนคนบ้าอยากจะป่าวประกาศให้โลกรู้ว่า กูมีความสุขโว้ยยยยยยยย
[แล้วที่โทรมานี่แค่มากรี๊ดใส่หูกูแน่นี้น่ะหรอ]
“ไม่ใช่ๆ กูจะเล่าให้ฟัง”
[เออๆ]
“คือตอนที่มึงกลับไปแล้วอ่ะกูอยู่รอรถเมล์แล้วที่มันเป็จังหวะที่พี่คลื่นออกมาจากบริษัทพอดีแล้วเขาก็วนกลับรถมาหากูแล้วจอดรถทักอ่ะ”
[โหหหหห ตัวอย่างกับมดเขาเห็นมึงด้วย]
“เอ๊ะมึงนี่” ผมเหวใส่อีกคน
[อ่ะๆ แล้วไงต่อ]
“แล้วที่นี้เขาก็ถามกูว่ายังไม่กลับหรอตอนนั้นคือกูตื่นเต้นมากพูดแทบไม่ออกเลยแต่ทีนี้ที่พีคกว่าก็คือเขาบอกว่าจะไปส่งกูด้วย ฮืออออออออตอนนั้นคือกูไม่ไหวอ่ะมึง”
ผมเล่าพลางหยิบหมอนพี่คลื่นเอามากอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่รู้ว่ามันจะขาดรึยังแต่นั่นแหละขอฟัดก่อนอาการผมตอนนี้ไม่ไหวจริงๆ
[อ่าฮะ]
“แล้วทีนี้นะกูก็ปฏิเสธตามสไตล์นางเอกเว้ยแต่พี่คลื่นเขาไม่ฟังเขายื่นหมวกกันน็อกมาให้กูเลยเหมือนบังคับให้กูกลับกับเขาอ่ะ มึ๊งงงงงงงงง โคตรพระเอกเลย”
ว่าแล้วผมก็ลงไปดิ้นกับพื้นอีกทียิ่งเล่ายิ่งเขินโอ๊ยยยยย แก้มผมอุณหภูมิขึ้นไปหมดแล้ววววว
[แล้วมึงก็รับมาใส่สินะ]
“โถ่มึงงงง ก็เขาบังคับอ่ะ กูก็ต้องใส่ป่ะ อร้ายยย”
[ตอแหล]
เมลพพูดเหมือนเสียงกระซิบแต่โทษนะเพื่อนกูได้ยินเว้ย!
“กูได้ยินนะ”
[อ่าวหรอ]
“กวนตีนมึงอ่ะ”
[เหอๆ หมดยัง]
“ยังไม่หมด มึงต้องอยู่ฟังกูเล่าก่อน”
ผมบังคับการที่ผมจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เื่เล่นนะขนาดเมื่อก่อนผมพยายามแทบได้ยังได้แค่มองเลย แต่นี่นี่พี่คลื่นตัวเป็ๆที่มาส่งผมกลับบ้านเลยนะเว้ยเื่แบบนี้ผมจะเก็บไว้คนเดียวได้ไงล่ะต้องแชร์โดยเฉพาะเมลผู้สนับสนุนหลักผมยิ่งปล่อยมันไปนอนไม่ได้
[โห่ หูแตกแน่กู งั้นกูถอดหูฟังแปป]
“นี่ๆๆแล้วทีนี้นะตอนที่กูขึ้นซ้อนแล้วกูก็จับตรงที่จับข้างหลังอ่ะแต่พี่คลื่นเขาให้กูจับเอวเค้า ตอนแรกกูเล่นตัวแบบไม่เป็ไรครับเดี๋ยวผมจับที่จับเอา แล้วพี่คลื่นเขาหันมาดึงมือกูไปจับเอวเขาเลยฮือออออมึงงงงงง ช็อตนี้กูตายฮืออออออ”
[โห ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยพี่คลื่นมึงอ่ะ]
“ใช่มะๆ แล้วพอตอนที่มาถึงข้างหน้าคอนโดแล้วอ่ะกูก็เลยวิสาสะบอกเขาให้กลับบ้านดีๆแล้วก็บอกให้เขาพักผ่อนเยอะๆแล้วทีนี้เขายิ้มแล้วก็ยีหัวกูอ่ะอ้ากกกกกกใจกูฮือออออ”
พูดไปก็ดิ้นไปพลางผมไม่ไหวอ่ะพอนึกถึงช็อตเมื่อกี้ใจผมนี่แทบจะออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว ฮืออออออ
[ถามจริง ตอนขึ้นห้องมามีแอบกรี๊ดบ้างมะ]
“มีดิ มึงมันไม่ไหวจริงๆนะ ใจอกูก็มีอยู่แค่นี้อ่ะพี่คลื่นทำดาเมจกูแรงมากอ่ะ”
[แรงแบบเอ็กพีหมดเลยป่ะ]
“อ่ะอีนี่อันนี้มึงแช่งกูล่ะ”
ผมเบ้ปากใส่อีกคนเอาจริงมันไม่เห็นหรอกงี้แหละคนไม่เคยมีความรักอ่ะเนาะเล่าไปก็ไม่เข้าใจหรอก
“กูว่านะ เป็เพราะจี้พี่คลื่นนั่นแน่เลยพี่คลื่นเลยเข้ามาหากูอ่ะ”
[เพื่อน เขาแค่สงสารมึงแค่เห็นว่ามันดึกแล้วเลยอาสาไปส่งแค่นั้นเอง]
“มึง แต่เขาถึงขั้นลูบหัวกูเลยนะ ให้กูกอดเขาด้วยไม่ได้ล่ะสงสัยกูต้องทำจี้เพิ่ม”
เผลอๆผมว่าต้องทำอันใหญ่กว่าด้วยเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์
[เอิ่ม แล้วแต่มึงเลยอ่ะ]
“งั้นกูไปล่ะ โทรมาเล่าให้ฟังเท่านี้ก่อน ไปนะคนโสดตลอดกาล”
[fuck]
ผมกดวางสายปล่อยให้คนโสดได้ไปนอนหันกลับไปมองตุ๊กตาพี่คลื่นหอมมันไปทีนึงก่อนจะจับกลิ้งกับพื้นฟัดมันจนยับ
ยิ่งคิดยิ่งเขินก็ฟัดมันอีกละกัน
พอฟัดได้สมใจผมยันตัวขึ้นหยิบจี้ที่วางบนโต๊ะหน้าทีวีมาดู
“แหม่ สงสัยต้องเพิ่มขนาดสักหน่อยแล้วล่ะ”