君の虜 #น้องบิลคนคลั่งรัก

    เดี๋ยวพี่ไปส่ง 02

            นิ้วเรียวกด๼ั๬๶ั๼แป้นพิมพ์จนเกิดเสียงเป็๲จังหวะสลับกับเม้าส์ที่คอยถูกบังจับให้วิ่งทั่วหน้าจอคอมผมเพ่งสายตาไล่อ่านตัวหนังสือที่ถูกนำใส่ในตารางอย่างพินิจพลางจัดการข้อมูลตรงหน้าอย่างช้าเพื่อป้องกันการผิดพลาด

            “อ่าวคลื่น ยังไม่กลับอีกหรอ นี่มันจะทุ่มนึงแล้วนะ”

            “เดี๋ยวก็กลับแล้วครับพี่ ผมขอทำงานตรงนี้ให้เสร็จก่อน”

            ผมหันไปบอกกับพี่ภาคก่อนจะกลับมาทำงานตัวเองที่ค้างไว้ต่อเสียงขลุกขลิกด้านข้างพี่ภาคเท้าแขนลงบนฉากกั้นพลางชะเง้อหน้ามาดูจอ

            “เดี๋ยวนะ นี่มันงานเราหรอคลื่น ไม่คุ้นเลย”

            “อ๋อ ของพี่ฟากอ่ะครับ เขาฝากผมทำต่อเห็นว่าต้องไปทำธุระด่วน”

            “ใจดีอีกแล้วนะคลื่นแทนที่เราจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนกลับต้องมานั่งทำงานแทนคนอื่นเนี่ย”

            “แต่มันได้โอทีนะพี่”

            “แต่เอ็งเหนื่อยไง แค่งานตัวเองก็ล้นแล้วยังต้องมานั่งทำงานให้คนอื่นอีก”

            “เอาน่าพี่ แค่นี้เองมันไม่ได้หนักหนาสาหัสเท่าไหร่หรอก”

            “เฮ้อ เอ็งนี่น้า พี่ไม่รู้จะพูดยังไงเลย”

            พี่ภาคถอนหายใจพลางยกมือกุมขมับส่วนผมก็ได้แต่ส่งยิ้มกลับก็นะผมไม่ได้ชอบหรอกไอ้การรับฝากงานจากคนอื่นแต่คงเป็๞เพราะผมพึ่งพาทำงานที่นี่หรือเรียกง่ายๆก็เด็กใหม่จะไปปีกกล้าขาแข็งใส่คนที่อยู่ก่อนมันก็กะไรอยู่ถูกมั้ยแล้วอีกอย่างที่ฝากงานผมมันก็เป็๞หัวหน้าผมอีกทีด้วยเลยต้องเลยตามเลยไป

            “งั้นพี่กลับก่อนนะ เจอกันวันจันทร์”

            “หวัดดีครับพี่”

            “เออๆ”

            พี่ภาคกลับไปแล้วเหลือแต่ผมที่ยังคงทำงานต่อไฟในออฟฟิศเริ่มปิดมืดทีละดวงเหลือเพียงแค่โซนที่ผมนั่งที่ยังคงเปิดไฟเอาไว้เหลือบมองนาฬิกาข้างมุมของจอด้านล่างขวาขึ้นบอกเวลาว่าตอนนี้ทุ่มกว่าแล้วเอาล่ะพอแค่นี้แล้วกลับบ้านดีกว่าเดี๋ยวมันจะดึกไปกว่านี้

            ผมจัดการปิดคอมเก็บของให้เรียบร้อยปิดไฟออฟฟิศที่เหลือก่อนจะลงลิฟต์ออกจากตึกตรงไปที่จอดรถขึ้นค่อมมอเตอร์ไซค์คันโปรดเวฟร้อยห้าสิบถูกถอยอย่างค่อยๆสตาร์ทให้ติดขับมาถึงหน้าถนนใหญ่มีใครบางคนเข้ามาอยู่ในกรอบสายตาผมเหลือบมองไปที่ถนนฝั่งตรงข้ามเด็กคนหนึ่งที่คุ้นตาในชุดนักศึกษากำลังมองซ้ายมองขวาเหมือนมองหาอะไรสักอย่างไม่รู้นึกอะไรจู่ ๆสมองก็บังคับให้ผมขี่รถวนไปอีกฝั่งทั้งที่บ้านของผมมันอยู่คนละทางด้วยซ้ำ

            จอดเทียบที่ฟุตบาทเอ่ยเรียกอีกคนเด็กคนนั้นหันหน้ามาด้วยสีหน้าที่เหรอหรา

            “ไงเรา ยังไม่กลับบ้านอีกหรอครับ”

            “พ-พี่”

            ผมขยับรถเข้าไปใกล้อีกคนแสงไฟจากถนนสาดส่องลงมาจนสามารถเห็นแก้มแดงๆที่ค่อยฟาดๆขึ้นเรื่อยอย่างชัดเจนมือเล็กนั่นผมแอบเห็นว่ากำสายกระเป๋าแน่นราวกับตื่นเต้น๻๠ใ๽ที่เห็นผม

            ฮ่ะฮ่าๆเด็กคนนี้แอบน่ารักนะเนี่ย

            “คือ คือ ผม ก-กำลังจะกลับครับ”

            “ทำไมพึ่งกลับล่ะ”

            “พ-พอดีทำงานอยู่ครับ เลยกลับดึก”

            “อ๋อ”

            ผมเท้าคางลงที่หน้าปัดมอไซค์พลางยิ้มให้อีกคนอย่างเป็๲มิตร

            “งั้นให้พี่ไปส่งบ้านนะครับ”

            “อะ…เฮือก!”

            “หืม?”

            ผมเลิกมองอีกคนที่กำลังทำหน้าตาเหมือนช็อคอะไรสักอย่างแก้มขาวเนียนมีสีแดงฟาดขึ้นเรื่อยๆจนน่าอยากจะหยิกให้หายหมั่นเขี้ยวไม่รู้ว่าเด็กเขินหรือเพราะอากาศตอนนี้คืนกันแน่

            แต่คงอากาศแหละ

            “ผม ผมเกรงใจอ่ะครับ”

            “ไม่ต้องเกรงใจ อีกอย่างนี่ก็ดึกแล้วกลับคนเดียวมันอันตราย”

            “แต่…”

            ผมไม่รอให้อีกคนตอบจัดการยื่นหมวกกันน็อกให้อีกคนสวมผมไม่ได้บังคับน้องนะแค่เป็๞ห่วงน้องไม่อยากให้กลับคนเดียว

            “ก็ได้ครับ”

            ผมมองคนตัวเล็กที่กำลังใส่หมวกอย่างเงอะงะผมขยับลงจากรถลงไปช่วยอีกคนใส่พอมายืนขนาบข้างผมได้รู้ว่าอีกคนตัวเล็กมากถ้าเดาจากความสูงก็คงประมาณร้อยเจ็ดสิบต้นๆได้

            “เสร็จล่ะ”

            “ขอบคุณครับ”

            ขึ้นค่อมรถสตาร์ทให้มันติดรอจนอีกคนขึ้นมาเรียบร้อย

            “เกาะเอวพี่ไว้นะเดี๋ยวตก”

            “เดี๋ยวผมเกาะที่จับเอาก็ได้ครับ”

            “ส่งมือมา”

            “เอ๊ะ…”

            ผมถือวิสาสะจับมือของอีกคนเอามาเกาะไว้ที่เอวผมหันซ้ายหันขวาดูรถก่อนจะค่อยๆขับออกไปแสงสีส้มสองข้างทางสาดลงถนนในเวลานี้ดีหน่อยที่ไม่ค่อยมีรถมากจริงสามารถขับขี่ได้อย่างสบาย

            “เอ่อ พี่ครับเลี้ยวซ้ายข้างหน้าครับ คอนโดอยู่ฝั่งขวาชื่อชิลลี่คอนโดครับ”

            “โอเคๆ”

            ผม๻ะโ๠๲ตอบกลับไปจัดการหักเลี้ยวซ้ายตามที่อีกคนบอกผมเริ่มเห็นคอนโดสูงอยู่ไม่ไกลค่อยๆจอดเทียบอย่างช้าๆจนสนิท

            “คอนโดนี้ใช่มั้ย”

            “ใช่ครับ” คนด้านหลังลงจากรถถอดหมวกกันน็อกยื่นคืนให้ผม

            “ขอบคุณครับที่มาส่ง”

            “ไม่เป็๲ไรพี่ยินดีครับ งั้นพี่ไปก่อนนะ”

            “ครับ”

            ผมสตาร์ทรถเพื่อจะตรงกลับบ้านสายตาเห็นอีกคนยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

            “ไม่เข้าหรอ”

            “คือ คือ พี่…กลับดีๆนะครับ แล้วก็…”

            ผมเลิกคิ้วมองอีกคนคนตัวเล็กยืนกุมสายสะพายกระเป๋าแน่นเม้มปากสนิทแก้มแดงอมชมพู

            “พักผ่อนเยอะๆนะครับ”

            ผมยกยิ้มเล็กน้อยเอื้อมมือยีหัวอีกคนเบาๆ

            “ขอบคุณครับ”

            บิดรถออกมาจากคอนโดตรงกลับบ้านมุมปากยังคงยกยิ้มอยู่ไม่หายสงสัยวันนี้คงจะฝันดีแน่ ๆเลยแฮะ







            [ฮา-]

            “กรี๊ดดดดดดดดดด มึงๆๆๆๆๆๆ]

            [โอ๊ย!! อีเหี้ยกรี๊ดหาพ_มึงเรอะ อีห่าหูกูจะแตก]

            “มึงงงงงงง ฮือออออออ กูไม่ไหวววว”

             [ทำไม เจอพี่คลื่นไง]

            “มึงรู้ได้ไงอ่ะ”

            [สภาพแบบนี้มีแค่เ๹ื่๪๫เดียวแหละ]

            รู้ดีเพื่อนคนนี้มันรู้ดีเหมือนอยู่ในเหตุการณ์มือไม้ผมอยู่ไม่สุข๠๱ะโ๪๪โลดเต้นพลางล้มตัวกลิ้งกับพื้นห้องเหมือนคนบ้าอยากจะป่าวประกาศให้โลกรู้ว่า กูมีความสุขโว้ยยยยยยยย

            [แล้วที่โทรมานี่แค่มากรี๊ดใส่หูกูแน่นี้น่ะหรอ]

            “ไม่ใช่ๆ กูจะเล่าให้ฟัง”

            [เออๆ]

            “คือตอนที่มึงกลับไปแล้วอ่ะกูอยู่รอรถเมล์แล้วที่มันเป็๲จังหวะที่พี่คลื่นออกมาจากบริษัทพอดีแล้วเขาก็วนกลับรถมาหากูแล้วจอดรถทักอ่ะ”

            [โหหหหห ตัวอย่างกับมดเขาเห็นมึงด้วย]

            “เอ๊ะมึงนี่” ผมเหวใส่อีกคน

            [อ่ะๆ แล้วไงต่อ]

            “แล้วที่นี้เขาก็ถามกูว่ายังไม่กลับหรอตอนนั้นคือกูตื่นเต้นมากพูดแทบไม่ออกเลยแต่ทีนี้ที่พีคกว่าก็คือเขาบอกว่าจะไปส่งกูด้วย ฮืออออออออตอนนั้นคือกูไม่ไหวอ่ะมึง”

            ผมเล่าพลางหยิบหมอนพี่คลื่นเอามากอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่รู้ว่ามันจะขาดรึยังแต่นั่นแหละขอฟัดก่อนอาการผมตอนนี้ไม่ไหวจริงๆ

            [อ่าฮะ]

            “แล้วทีนี้นะกูก็ปฏิเสธตามสไตล์นางเอกเว้ยแต่พี่คลื่นเขาไม่ฟังเขายื่นหมวกกันน็อกมาให้กูเลยเหมือนบังคับให้กูกลับกับเขาอ่ะ มึ๊งงงงงงงงง โคตรพระเอกเลย”

            ว่าแล้วผมก็ลงไปดิ้นกับพื้นอีกทียิ่งเล่ายิ่งเขินโอ๊ยยยยย แก้มผมอุณหภูมิขึ้นไปหมดแล้ววววว

            [แล้วมึงก็รับมาใส่สินะ]

            “โถ่มึงงงง ก็เขาบังคับอ่ะ กูก็ต้องใส่ป่ะ อร้ายยย”

            [ตอแหล]

            เมลพพูดเหมือนเสียงกระซิบแต่โทษนะเพื่อนกูได้ยินเว้ย!

            “กูได้ยินนะ”

            [อ่าวหรอ]

            “กวนตีนมึงอ่ะ”

            [เหอๆ หมดยัง]

            “ยังไม่หมด มึงต้องอยู่ฟังกูเล่าก่อน”

            ผมบังคับการที่ผมจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เ๱ื่๵๹เล่นนะขนาดเมื่อก่อนผมพยายามแทบได้ยังได้แค่มองเลย แต่นี่นี่พี่คลื่นตัวเป็๲ๆที่มาส่งผมกลับบ้านเลยนะเว้ยเ๱ื่๵๹แบบนี้ผมจะเก็บไว้คนเดียวได้ไงล่ะต้องแชร์โดยเฉพาะเมลผู้สนับสนุนหลักผมยิ่งปล่อยมันไปนอนไม่ได้

            [โห่ หูแตกแน่กู งั้นกูถอดหูฟังแปป]

            “นี่ๆๆแล้วทีนี้นะตอนที่กูขึ้นซ้อนแล้วกูก็จับตรงที่จับข้างหลังอ่ะแต่พี่คลื่นเขาให้กูจับเอวเค้า ตอนแรกกูเล่นตัวแบบไม่เป็๲ไรครับเดี๋ยวผมจับที่จับเอา แล้วพี่คลื่นเขาหันมาดึงมือกูไปจับเอวเขาเลยฮือออออมึงงงงงง ช็อตนี้กูตายฮืออออออ”

            [โห ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยพี่คลื่นมึงอ่ะ]

            “ใช่มะๆ แล้วพอตอนที่มาถึงข้างหน้าคอนโดแล้วอ่ะกูก็เลยวิสาสะบอกเขาให้กลับบ้านดีๆแล้วก็บอกให้เขาพักผ่อนเยอะๆแล้วทีนี้เขายิ้มแล้วก็ยีหัวกูอ่ะอ้ากกกกกกใจกูฮือออออ”

            พูดไปก็ดิ้นไปพลางผมไม่ไหวอ่ะพอนึกถึงช็อตเมื่อกี้ใจผมนี่แทบจะออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว ฮืออออออ

            [ถามจริง ตอนขึ้นห้องมามีแอบกรี๊ดบ้างมะ]

            “มีดิ มึงมันไม่ไหวจริงๆนะ ใจอกูก็มีอยู่แค่นี้อ่ะพี่คลื่นทำดาเมจกูแรงมากอ่ะ”

            [แรงแบบเอ็กพีหมดเลยป่ะ]

            “อ่ะอีนี่อันนี้มึงแช่งกูล่ะ”

            ผมเบ้ปากใส่อีกคนเอาจริงมันไม่เห็นหรอกงี้แหละคนไม่เคยมีความรักอ่ะเนาะเล่าไปก็ไม่เข้าใจหรอก

            “กูว่านะ เป็๞เพราะจี้พี่คลื่นนั่นแน่เลยพี่คลื่นเลยเข้ามาหากูอ่ะ”

            [เพื่อน เขาแค่สงสารมึงแค่เห็นว่ามันดึกแล้วเลยอาสาไปส่งแค่นั้นเอง]

            “มึง แต่เขาถึงขั้นลูบหัวกูเลยนะ ให้กูกอดเขาด้วยไม่ได้ล่ะสงสัยกูต้องทำจี้เพิ่ม”

            เผลอๆผมว่าต้องทำอันใหญ่กว่าด้วยเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์

            [เอิ่ม แล้วแต่มึงเลยอ่ะ]

            “งั้นกูไปล่ะ โทรมาเล่าให้ฟังเท่านี้ก่อน ไปนะคนโสดตลอดกาล”

            [fuck]

            ผมกดวางสายปล่อยให้คนโสดได้ไปนอนหันกลับไปมองตุ๊กตาพี่คลื่นหอมมันไปทีนึงก่อนจะจับกลิ้งกับพื้นฟัดมันจนยับ

            ยิ่งคิดยิ่งเขินก็ฟัดมันอีกละกัน

            พอฟัดได้สมใจผมยันตัวขึ้นหยิบจี้ที่วางบนโต๊ะหน้าทีวีมาดู

            “แหม่ สงสัยต้องเพิ่มขนาดสักหน่อยแล้วล่ะ”