เปี่ยมรัก เหมือนได้ยินเสียงเคาะประตูหลายรอบจึงตื่นขึ้นมาแต่รู้สึกหนักๆ ตรงเอว จึงเอามือไปดึง และพบว่าเป็มือของใครก็ไม่รู้ด้วยความที่ตอนนี้ข้างนอกมืดแล้วจึงทำให้เธอใว่าใครมาอยู่ในห้องเธอเปี่ยมรักจึงร้องกรี๊ดด้วยความดัง ทำให้คนที่นอนข้างๆเธอเด้งตัวลุกขึ้นพร้อมถามด้วยความใ
“นี่คุณ จะร้องเสียงดังทำไมเนี้ย”
“คุณเป็ใคร มาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง ออกไปนะ”
“นี่คุณๆ ผมเอง อัคราฟไง เปิดไฟก่อนสิ”
เปี่ยมรักจึงลุกไปเปิดไฟ และก็เห็นว่าเป็อัคราฟจริงๆ
“นี่คุณ ถึงแม้ที่นี่จะเป็บ้านคุณ แต่นี่มันห้องฉันคุณเข้ามาได้ยังไงคะ”
“คือผมตั้งใจจะมาคุยเื่งานกับคุณ แต่เห็นว่าคุณหลับแล้วผมก็กำลังจะกลับ แต่ว่าผมก็เดินทางมาพร้อมกับคุณ ผมเหนื่อยและง่วงนอนมากเพราะบนเครื่องก็ไม่ได้นอน เอาแต่ทำงาน ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าทำไมถึงไปนอนบนเตียงคุณ”
เพราะกลัวจะโดนเธอจับได้ อัคราฟเลยตีเนียนโกหกไป
“เชื่อตายเลย ฉันขอบอกคุณไว้เลยนะต่อไปห้ามเข้าห้องฉันโดยไม่ขออนุญาตอีกนะคะ นี่คุณไม่ได้ทำอะไรฉันใช่มั้ยคะ”
"อะไรคุณ ก่อนจะถามน่ะ ก้มดูตัวเองก่อนเสื้อผ้าเต็มยศซะขนาดนี้"
"ค่อยยังชั่ว ไม่งั้นคุณโดนแน่"
“ได้ๆ งั้นเราลงไปกินข้าวเถอะ แม่บ้านขึ้นมาตามแล้วนี่”
“น่าจะใช่ค่ะ เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงเคาะประตู”
“โอเค งั้นลงไปกัน”
เมื่อทั้งคู่ลงมาถึงข้างล่าง แม่บ้านก็จัดโต๊ะเรียบร้อยแล้วระหว่างนั่งทานข้าว อัคราฟก็ถามเปี่ยมรัก
“พรุ่งนี้ คุณเริ่มงานวันแรกนะ ผมมีเลขาหลักอยู่แล้วแต่เขาจะแค่อยู่ออฟฟิศและเคลียร์เื่เอกสารเท่านั้นส่วนคุณจะต้องตามประกบผมไปทุกที่ เป็เลขาข้างกาย คุณจะทำงานแค่จันทร์-ศุกร์ส่วนเสาร์-อาทิตย์ก็พักผ่อนอิสระ ส่วนเื่รายละเอียดงาน คุณไปถามเออโตได้เลยนะเพราะเขาทำงานกับผมมานาน เขาจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง”
“เอ่อ ฉันขอสลับตำแหน่งกับเลขาที่คุณมีอยู่แล้วได้มั้ยคะพอดีฉันเพิ่งทำงานนี้ กลัวว่าจะทำให้คุณเสียงานค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวหรอก เออโตเก่งจะตาย เดี๋ยวผมให้เขาสอนงานคุณเอง”
“จะรบกวนคุณเออโตหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอก ตกลงเอาตามนี้นะ จบ” อัคราฟกลัวเธอเื่เยอะอีกจึงรีบตัดบท
เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้เปี่ยมรักจึงต้องจำยอมทำตามที่อัคราฟ้า
“ค่ะ ฉันอิ่มแล้ว ขอขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะ"เปี่ยมรักเอ่ยกับอัคราฟก่อนจะหันไปบอกแม่บ้าน
“อาหารอร่อยมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ทั้งแม่บ้านและบรรดาคนใช้ต่างยิ้มกับความน่ารักของเปี่ยมรัก
เมื่อคล้อยหลังเปี่ยมรัก อัคราฟก็เอ่ยขึ้นกับทุกคนว่า
“เขาคือนายหญิงของพวกเธอในอนาคตนะ ดูแลเขาให้ดีๆ ด้วยล่ะเหมือนที่ดูแลฉัน”
เหล่าคนใช้ได้ยินต่างก็อึ้งตามๆ กันไปและได้แต่พยักหน้ารับคำสั่ง
“ฉันอิ่มแล้ว เก็บโต๊ะได้เลย อ้อ แล้วพรุ่งนี้เช้าเปลี่ยนเมนูอาหารจากปกติเป็อาหารไทยนะ”
“ได้ค่ะคุณอัคราฟ” แม่บ้านรับคำก่อนที่อัคราฟจะเดินขึ้นห้องไป
เช้าวันถัดมา เมื่อเปี่ยมรักลงมาทานมื้อเช้าก็เห็นอัคราฟนั่งรอที่โต๊ะอยู่แล้วเมื่อนั่งลงเธอก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมแม่บ้านที่นี่ทำอาหารไทยเป็ด้วยเธอนึกว่ามาที่นี่จะได้กินแต่อาหารอิตาลีซะแล้ว
“หืม อาหารอร่อยมากเลยค่ะฉันนึกว่าจะต้องกินแต่อาหารอิตาลีซะแล้ว ไม่นึกว่าจะมีอาหารไทยด้วยค่ะขอบคุณนะคะสำหรับอาหารอร่อยๆ ”
“เอ่อ ไม่ต้องขอบคุณพวกเราหรอกค่ะคนที่คุณควรขอบคุณคือคุณอัคราฟค่ะ ท่านเป็คนสั่งให้ทำค่ะ”
“ขอบคุณนะคะท่านประธาน สำหรับอาหาร”
“ไม่เป็ไรหรอก เื่เล็กน้อยผมแค่กลัวคุณจะไม่ถูกปากอาหารอิตาลี แล้วจะไม่มีกะจิตกะใจทำงานให้ผม”
“ยังไงก็เถอะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”
เปี่ยมรักนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย จนอัคราฟที่เงยหน้ามองต้องลอบยิ้มอย่างมีความสุขตามเธอ
เมื่ออิ่มแล้วทั้งคู่ก็นั่งรถมาบริษัทด้วยกัน เปี่ยมรักเหมือนได้เปิดหูเปิดตากับคำว่าอลังการก็ตอนนี้แหละร้านหนังสือสาขาที่ไทย เธอก็ว่าใหญ่แล้วนะ แต่พอมาเห็นออฟฟิศทำงานของเขามันใหญ่ยิ่งกว่าใหญ่ ถ้ามาคนเดียวเธอต้องหลงทางแน่ๆ
เธอเดินตามอัคราฟมาเรื่อยๆ จนถึงห้องทำงานขนาดใหญ่ห้องหนึ่งเธอเห็นโต๊ะใหญ่หลังห้อง คิดว่าต้องเป็โต๊ะทำงานของอัคราฟแน่ๆแต่โต๊ะอีกตัวที่อยู่ด้านหน้าคือโต๊ะของใคร อ๋อ! ต้องเป็ของเออโตแน่เลยแล้วโต๊ะเธออยู่ไหนล่ะเนี้ย จังหวะที่กำลังคิด ก็ได้ยินเสียงอัคราฟ
“นั่นโต๊ะคุณ” อัคราฟบอกพร้อมกับชี้ไปที่โต๊ะที่เธอคิดว่าเป็ของเออโต
“อ้าว ไม่ใช่ของคุณเออโตหรอคะ”
“ไม่ใช่ เออโตจะมีห้องส่วนตัว อยู่ข้างๆ ห้องนี้”
“อ๋อค่ะ ว่าแต่ฉันขอไปนั่งหน้าห้องไม่ได้หรอคะ”
“ทำไม กลัวว่าอยู่ในนี้แล้ว จะไม่มีสมาธิทำงานงั้นหรอ”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันกลัวจะเกะกะสายตาคุณน่ะค่ะ”
“โอ๊ยคุณ ผมงานเยอะจะตาย ไม่มีเวลามานั่งมองคุณหรอกไม่ต้องกังวลไป อีกอย่างคุณเป็เลขาส่วนตัวของผม ก็ต้องอยู่ข้างๆ ผมสิจะได้ใช้งานง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเรียกนาน”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เปี่ยมรักก็เบ้ปากที่แท้ก็กลัวเธอทำงานให้ไม่เต็มที่
“’ งั้นก็ได้ค่ะ ว่าแต่คุณเออโตอยู่ไหนคะแล้วจะมาสอนงานฉันเมื่อไหร่คะ”
“อ๋อ พอดีวันนี้เออโตไม่ว่างน่ะ ผมก็เลยจำใจจะสอนงานให้คุณแทน”ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาหวงเปี่ยมรักต่างหากไม่อยากให้อยู่ใกล้ผู้ชายไม่ว่าใครก็ตาม แม้แต่คนสนิทอย่างเออโตเขาก็เลยสั่งให้เออโตไปทำงานข้างนอก เพื่อตัวเองจะได้มีข้ออ้างสอนงานเปี่ยมรัก
“คุณว่างหรอคะ ถ้าไม่งั้นฉันลองศึกษางานดูก่อนระหว่างรอคุณเออโตก็ได้ค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก ยังไงมันก็ไม่ได้มาสอนคุณหรอก” เผลอหลุดปากไปอีกแล้วด้วยความหงุดหงิดที่หญิงสาวเหมือนไม่อยากเรียนรู้งานกับเขา
“อะไรนะคะ”
“ผมบอกว่าเวลาของผมเป็เงินเป็ทอง ผมอุตส่าห์เจียดมาเพื่อสอนงานคุณอย่ามาลีลาเพื่อจะอู้งานหน่อยเลย”
“ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่เกรงใจคุณ”
“ไม่ต้องหรอก” ผมยิ่งกว่าเต็มใจอันนี้เขาพูดในใจ
“’ งั้นก็ได้ค่ะ”
จากนั้นทั้งคู่ก็ตั้งใจสอนงานและเรียนรู้งานกันอย่างจริงจังจนอัคราฟยกนาฬิกาขึ้นดู และพบว่าเที่ยงแล้ว จึงหยุดสอน
“เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวกัน”
“เชิญคุณเถอะค่ะ ฉันทานในโรงอาหารก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้ เผื่อผมมีงานด่วนตอนที่กำลังทานอาหารล่ะผมก็ต้องเสียเวลามารอคุณอีก”
“แต่ว่า”
“นี่คุณจะคิดเยอะไปทำไมเนี้ย แค่ไปกินข้าวกับผมเองถือซะว่าไปทำงานข้างนอกก็ได้”
“งั้นก็ได้ค่ะ แต่ว่าคุณรอฉันแปบนึงนะคะ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”
“อืม”
จังหวะที่เปี่ยมรักเปิดประตูออก ดันชนเข้ากับผู้หญิงสวยรูปร่างเซ็กซี่ จนเธออดชื่นชมไม่ได้ แต่ความชื่นชมก็ต้องหายไปเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
“นี่หล่อน เดินยังไงมาชนฉันเนี้ย เปิดประตูน่ะ หัดแหกตาดูบ้างแล้วทำไมถึงอยู่ในห้องของราฟได้”
“อ๋อ พอดีฉันเป็เลขาของคุณอัคราฟน่ะค่ะต้องขอโทษด้วยนะคะที่เดินชน”
“คราวหลังก็ดูให้มันดีๆ หน่อยนะ อย่ามาเซ่อซ่าแถวนี้ น่าอาย”
ด้วยความที่กลัวว่าอัคราฟจะรอนาน เปี่ยมรักจึงรีบตัดบท
“ต้องขอโทษอีกครั้งค่ะ พอดีรีบจึงไม่ทันได้ดูดีๆ งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ย่ะ”
เปี่ยมรักจึงรีบเดินไปพร้อมกับคิดว่าหน้าตาก็สวย นิสัยไม่น่าคบว่าแต่เธอขึ้นมาถึงห้องท่านประธานได้ แสดงว่าต้องสนิทกับเขาแน่ๆก็คงจะเป็หนึ่งในบรรดาผู้หญิงของเขาแน่ๆ
..............................................................................................................................................
นั่นไง อีราฟงานเข้าแล้วจ้า น้องยิ่งไม่ชอบขี้หน้าอยู่ยังมีผู้หญิงเข้ามาหาถึงห้อง เอ๊ะ! ถ้างั้นอีราฟจะได้ไปกินข้าวกับน้องมั้ยนะ