ตอนที่หกสิบแปด ถอดบทเรียนจากอดีต
หากคำนวณอย่างคร่าวๆตั๋งโต๊ะเข้าเมืองหลวงมีทหารราวสามพันกว่าหรือไม่เกินหมื่น
แต่พอตอนที่สิบแปดหัวเมืองมาโจมตีนั้นมีกำลังพลราวๆยี่สิบหมื่น
ภายในเวลาไม่ถึงสามปีเรียกได้ว่ามีกำลังพลเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า
เท่านั้นยังไม่พอกำลังที่หลงเหลือหากไม่แตกแยกกันระหว่างลิฉุยกุยกีก็คงสามารถสร้างความปั่นป่วนหรือยังครองอำนาจราชวงศ์ฮั่นได้อยู่
หมายความว่าหากมองในแง่ยุทธศาสตร์การเอาตัวรอดของผมแล้ว
ปัจจัยไม่น่าจะเกี่ยวกับความสามารถในการรบของตั๋งโต๊ะและพวกพ้องแต่เป็นเรื่องราวทางการเมืองมากกว่าทั้งภายนอกและภายในที่ทำให้พวกเขาแตกพ่ายไป
หากถามตั๋งฮวง
เรื่องตลกที่สุดของตั๋งโต๊ะคือใจดีต่อคนที่พยายามฆ่าตนเองในภายหลัง
แม้จะฆ่าคนไปมากมายแต่กลับคนที่มีความสามารถในการฆ่าตนเองจริงๆกลับปล่อยไป
ที่เรารู้จักกันดีก็คือโจโฉอ้องอุ้นแต่ที่รู้จักน้อยลงมาหน่อยคือบุตรของฮองฮูสง
ที่เรียกว่ามีวาทศิลป์ที่ดีเสียจนตั๋งโต๊ะประทับใจจนกุมมือเอาไว้และปล่อยตัวไป
แต่ภายหลังทหารของกลุ่มฮองฮูสงเองนั่นล่ะที่เข้ามาสังหารตั๋งโต๊ะทั้งครอบครัว
หากโลกนี้คือนิทานอีสปบทเรียนที่ถอดได้ของตั๋งโต๊ะในยามที่ตายไปแล้วอาจจะเป็นว่า
ข้าไม่ควรใจอ่อนเกินไป
แทนที่จะเป็น
ไม่ควรจะกระทำบาปหยาบช้า
นั่นคือคนเราถอดบทเรียนออกมาไม่เหมือนกันแม้จะพบเจอเรื่องราวแบบเดียวกันก็ตาม
นั่นคือสาเหตุที่เขาเริ่มต้นจากการ
“ทะลายคุก”
“ผู้ได้รับโทษเกินกึ่งหนึ่งแล้วทำงานภายนอกหนึ่งชั่วยามลดโทษหนึ่งวันผู้ที่ทำผิดโดยมิรู้หนังสือหากทำคุณไถ่โทษแล้วไม่ถือว่าเป็นอาชญากรที่มีประวัติเสียหายอีกต่อไปผู้ที่ยังรับผิดไม่ครบกึ่งหนึ่งสามารถลงชื่อไว้ก่อนได้หากต้องการที่จะออกจากคุกเร็วกว่ากำหนด”
เสียงของทหารเสเหลียงมือถือดาบประกาศกร้าวต่อหน้าผู้คุมคุกที่ตัวสั่นงันงกคุกเข่าอยู่ต่อหน้าคำสั่งของผม
โจวป๋อหนึ่งในขุนพลร่วมตั้งราชวงศ์ฮั่นเคยกล่าวไว้ทำนองว่า
ข้าเคยคุมทัพร้อยหมื่นไม่เคยคิดเลยว่าผู้คุมคุกจะร้ายกาจถึงเพียงนี้
ว่าในคุกทั้งในอดีตและปัจจุบันมีคนที่มีอำนาจวาสนามากมายไปอยู่ในนั้น
พวกเขาต้องทนทุกข์กับสภาพในคุกที่เอนจอนาถ
พอเราได้สัมภาษณ์พวกเขาตอนอยู่ในคุกพวกเขาจะตอบว่า
ตอนมีอำนาจไม่คิดจะแก้ไขตอนมาอยู่ในคุกก็แก้ไขอะไรไม่ได้เสียแล้ว
ตั๋งฮวงไม่คิดว่าตนเองจะเก่งกาจกว่ายอดคนในประวัติศาสตร์แต่คิดว่าอย่างน้อยตนเองไม่โง่เขลากว่าพวกอธิบดีและข้าราชการผู้ใหญ่ที่อยู่ในคุกอย่างแน่นอน
ผู้คุมเมื่ออยู่กับคนในคุกนั้นไม่ต่างกับเทพยดาที่กำหนดเป็นตายได้
แต่หากออกมาข้างนอกพวกเขาก็เป็นแค่เจ้าหน้าที่ของรัฐขุนนางแก่ๆคนหนึ่งธรรมดาเท่านั้น
แต่ขุนนางแก่ๆธรรมดาเหล่านี้คือคนที่สามารถกำหนดความเป็นความตายของคนระดับโจวป๋อขุนพลร่วมตั้งราชวงศ์หรือเซียวเหออัครเสนาบดีของช่วงก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นได้
ตั๋งฮวงนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ในขณะที่กาเซี่ยงตรวจสอบรายชื่อขงอผ็คนที่อยู่ในคุก
นี่คือแผนการของผม
เดินหมากในตาที่คนทั่วไปไม่เดิน
เดินหมากในส่วนที่ไม่มีใครเล่นด้วยเราก็จะไม่เจอคู่แข่ง
ราวกับเป็นเรื่องต้องห้ามทางจิตใจ
คนมีอำนาจไม่มีใครคิดจะปรับปรุงคุกเลยมองราวกับว่าสิ่งของพวกนี้เป็นเครื่องประดับ
ทั้งที่มันมีอำนาจมหาศาลที่ทรมานจนกระทั่งอัครเสนาบดีอย่างหลี่ซื่อนั้นฉลาดแค่ไหนทรงปัญยาแค่ไหนก็ต้องยอมสารภาพความผิดของตนเอง
ท่ามกลางความเงียบต่อหน้าผู้คุมคุกที่คุกเข่าอยู่
“ท่านไชหยงและบรรดาขุนนางบัณฑิตต่างๆได้กล่าวว่าได้รับการดูแลจากพวกท่านมิน้อย”
ขณะที่ผมกล่าวเช่นนั้น
มีผู้คุมคุกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หลายคนถึงกับปัสสาวะอุจจาระราดหมดสติลงไป
เอาเข้าไปยังไม่ทันได้คิดจะทำอะไรเลย
แต่อย่างที่ตัวอย่างในประวัติศาสตร์ได้บันทึกเอาไว้
คนที่ชอบทรมานคนอื่นนั้นคือคนที่เกรงกลัวการถูกทรมานมากที่สุด