เถ้าแก่เนี้ยยังคงไม่ยอมรับ
จากนั้นหลี่เฉิงเฟิงก็หันไปมองเหล่าหนิวแล้วเอ่ยว่า “เจ้าแน่ใจใช่ไหมว่าพี่สาวข้าถูกขายมาที่นี่จริง ๆ ?”
เหล่าหนิวโน้มตัวเข้ามากระซิบข้างหูหลี่เฉิงเฟิงว่า “จริงแท้แน่นอน เมื่อคืนนี้ข้าน้อยได้ยินพี่หู่บอกมากับหู!”
“ดี! เช่นนั้นตอนนี้พวกเจ้าเชื่อฟังคำสั่งข้าหรือไม่?”
“ฟัง ฟังแน่นอน ท่านคือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง พวกเราจะเชื่อฟังเพียงท่าน!”
เหล่าหนิวกับเป้าจื่อตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
หลี่เฉิงเฟิงพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ดี ถ้าอย่างนั้นก็มาเริ่มกันเลย! พัง…”
“ขอรับ องค์ชายแปด!”
โดยที่หลี่เฉิงเฟิงไม่ต้องพูดซ้ำสอง พวกเขาเข้าไปทุบทำลายโต๊ะท่ามกลางฝูงชนทันที
เหล่าหนิวกับเป้าจื่อว่องไวเฉียบขาด ทั้งสองเริ่มพังร้านตามคำสั่งของหลี่เฉิงเฟิงโดยตรง
“โครม…”
“อ๊าก…”
ฝูงชนพลันตกอยู่ในความโกลาหล ร้องตะโกนโวยวาย
หลี่เฉิงเฟิงย่นคิ้ว ตะคอกว่า “ต้าถังเรามีคนเสื่อมทรามเช่นพวกเจ้า คนในต้าถังเราอับอายขายหน้าแล้ว! พังร้านให้ข้าเสีย!”
“ขอรับ นายท่าน!”
“ตึงตึงตึง…”
หลี่เฉิงเฟิงยิ่งพังยิ่งตื่นเต้น เหล่าหนิวกับเป้าจื่อสะใจมากที่ได้พังข้าวของ
หลี่เฉิงเฟิงครอบครอบพลังผู้พิชิต จึงไม่จำเป็นต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของเขา
เขายกโต๊ะด้วยมือเดียว ก่อนจะขว้างมันออกไปไกลเจ็ดแปดหมี่
เหล่าหนิวกับเป้าจื่อที่อยู่ด้านข้างต่างตกตะลึง องค์ชายแปดผู้นี้ สมแล้วที่เกิดมาพร้อมพลังเซียน
อันที่จริงเรื่องราวขององค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถังนั้น ถูกแพร่กระจายไปในหมู่ประชาชนแล้ว
มีข่าวลือว่าองค์ชายแปดทรงพระปรีชาสามารถ เป็นเด็กอัจฉริยะหนึ่งในใต้หล้า อีกทั้งเสนอโครงการสำคัญเช่นโครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้แก่ราษฎร
บัดนี้เมื่อเหล่าหนิวกับเป้าจื่อเห็นว่าองค์ชายแปดสนับสนุนตน ทั้งสองจึงกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก
ในเมื่อองค์ชายแปดบอกให้พวกเขาพังร้าน พวกเขาก็จะพังอย่างรุนแรง ยิ่งพวกเขาพังหนักมากเท่าไหร่ องค์ชายแปดอาจไว้ชีวิตพวกเขาก็เป็นได้!
“พังเลย พังให้หนัก!”
“ปัง…โครม…”
คนกลุ่มหนึ่งตกใจที่จู่ ๆ หลี่เฉิงเฟิงก็ทุบทำลายโรงเตี๊ยม
แม่เล้าเซียวฮวาตะโกนด้วยความตื่นกลัว “อย่าทุบ พวกเจ้าหยุดทุบได้แล้ว! พวกเจ้าพังหอบุปผาของพวกข้าทำไม? พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนหนุนหลังหอบุปผาของพวกข้า?”
“อะไรกัน? พวกเจ้ามีคนหนุนหลังด้วยเหรอ? ใครกัน? บอกมาสิ…บิดาอยากฟัง!”
หลี่เฉิงเฟิงมีความสุข ที่แท้ก็มีคนหนุนหลังนี่เอง?
เขาอยากจะฟังนัก ท้ายที่สุดผู้หนุนหลังสารเลวคนนี้ บังอาจจับตัวองค์หญิงฉางเล่อแห่งราชวงศ์ถัง? ช่างเป็นชีวิตที่ยืนยาวนัก
แม้ว่าสตรีผู้นั้นจะไม่ใช่องค์หญิงฉางเล่อก็ไม่สำคัญ
หลี่เฉิงเฟิงเป็นใคร? องค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถังไงเล่า!
ถ้าเขาคิดจะพังร้าน ก็ถามคนบนโลกได้ว่าใครจะกล้าหยุดเขาบ้าง?
ถึงร้านที่หลี่เฉิงเฟิงพังจะเป็นร้านขายสุราเช่นหอบุปผา และถึงแม้คนหนุนหลังจะรู้ว่าเขาเป็นคนพัง อีกฝ่ายก็ไม่กล้าโกรธเคือง และไม่กล้าร้องทุกข์ต่อหน้าหลี่ซื่อหมิน!
“เหล่าหนิว เป้าจื่อ พังเลย! ถ้าวันนี้ร้านไม่พัง พรุ่งนี้ข้าจะฆ่าพวกเจ้า!”
“ขอรับ พวกเราจะพังให้หนักเลย!”
ด้วยคำสั่งของหลี่เฉิงเฟิง เหล่าหนิวกับเป้าจื่อก็พังร้านอย่างมีความสุขยิ่งขึ้น
เดิมทีพวกเขาสองคนเคยเป็นชาวยุทธภพ มีความแข็งแกร่งและคล่องแคล่ว จึงทุบทำลายข้าวของได้อย่างไม่ลังเล
“ใครก็ได้ ใครก็ได้! มาหยุดโจรพวกนี้ที!”
แม่เล้าเซียวฮวากรีดร้อง ทันใดนั้นในท้องโถงของหอบุปผาก็มีชายร่างใหญ่ถือกระบองจำนวนหลายสิบคนปรากฏตัวขึ้น
พวกเขายกกระบองขึ้นโจมตีไปที่หลี่เฉิงเฟิง
“เยี่ยม กล้าสู้กับข้าเหรอ? ตาสุนัขของพวกเจ้าคงมืดบอดแล้วสินะ เหล่าหนิว เป้าจื่อ พวกเจ้าคุ้มกันด้วย ข้าจะไปหาคน!”
“ได้เลยองค์ชายแปด ท่านระวังตัวด้วย!”
หลังจากหลี่เฉิงเฟิงพูดจบ เขาก็บุกฝ่าคนกลุ่มใหญ่ แล้ววิ่งไปทางสวนด้านหลังเพื่อตามหาคน
ที่ห้องโถงด้านหลัง ต่อสู้กันเสียงดังกึกก้อง ทว่าหลี่เฉิงเฟิงไม่สนใจ เขาบุกเข้าไปในสวนหลังหอบุปผา
มีชายร่างใหญ่หลายคนต้องการจะหยุดหลี่เฉิงเฟิง เขาจึงใช้พลังผู้พิชิตพุ่งชนอีกฝ่ายจนล้มลงกับพื้นทั้งหมด
จากนั้นหลี่เฉิงเฟิงก็มาที่สวนด้านหลังและได้พบกับเด็กสาวผู้น่าสงสารที่มีใบหน้าซีดเซียว สวมชุดสีเหลืองอมชมพูกำลังถูกขังอยู่ในกรงไม้
เมื่อเด็กสาวเห็นหลี่เฉิงเฟิงกำลังเข้ามาใกล้ นางไม่มีทีท่าหวาดกลัว แต่กลับมีสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทน อยากพูดแต่ก็พูดไม่ออก
หลี่เฉิงเฟิงมองไปยังเด็กสาวแล้วรีบถามว่า “ท่านคือองค์หญิงฉางเล่อใช่ไหม?”
“เจ้า เจ้ารู้ตัวตนของข้าได้อย่างไร? เจ้าเป็นใคร?”
นัยน์ตาของเด็กสาวสว่างขึ้นทันใด ขณะมองดูหลี่เฉิงเฟิงใกล้ ๆ
นางรู้สึกสงสัยมาก หลี่เฉิงเฟิงเป็นเด็กที่อายุน้อยกว่านาง อีกทั้งเขารู้ได้อย่างไรว่านางถูกลักพาตัวมาที่นี่?
หลี่เฉิงเฟิงถอนหายใจแล้วรีบพูดว่า “โชคดีที่ข้ามาทันเวลา ไม่อย่างนั้นต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่!”
“เจ้าเป็นใคร? เจ้ามาที่นี่เพื่อช่วยข้าหรือ?”
“ถูกต้อง ข้ามาหาเพื่อช่วยท่าน!”
“ทำไมเจ้าถึงอยากช่วยข้า?”
“โง่เง่านัก ข้าคือน้องชายของท่าน หลี่เฉิงเฟิง! ข้าคือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง เจ้าคือองค์หญิงฉางเล่อแห่งราชวงศ์ถัง ส่วนพ่อของเราก็คือหลี่ซื่อหมิน ท่านคิดว่าข้าจะทนมองพี่สาวตัวเองถูกโจรจับตัวมาขายในที่แบบนี้ได้เหรอ?”
“อะไรนะ? เจ้า เจ้าคือองค์ชายแปดจริงเหรอ?”
หลังจากที่หลี่เฉิงเฟิงพูดจบ ดวงตาขององค์หญิงฉางเล่อเปล่งประกายขึ้นทันที
นางคิดว่าจ่างซุนอู๋โก้วเสด็จแม่ของนางจะส่งคนมาช่วยเหลือนาง
นางยังเคยคิดด้วยว่า เสด็จพ่อของนางอาจโกรธจัด นำหูกว๋อกงฉินฉงกับคนอื่น ๆ บุกมาที่หอบุปผาเพื่อช่วยนาง หลังจากเห็นนางถูกขังอยู่ในกรงไม้ จึงโกรธเกรี้ยงดั่งฟ้าคำรามและทุบทลายหอบุปผา
แต่พวกเขาก็ไม่มา
เมื่อองค์หญิงฉางเล่อรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด องค์ชายแปดหลี่เฉิงเฟิงกลับปรากฏตัวออกมา
ตอนที่นางอยู่ในวัง นางเคยได้ยินชื่อเสียงขององค์ชายแปดหลี่เฉิงเฟิง
ว่ากันว่าเขาซุกซนมาก ดึงเคราหลี่ซื่อหมินตั้งแต่แรกเจอ แล้วยังกลั่นแกล้งขุนนางใหญ่ทุกวิถีทางอีกด้วย
เมื่อครั้นฟังหารือครั้งแรก เขาได้เสนอโครงการสำคัญอย่างโครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’
ในการประลองปัญหาเชาว์ครั้งแรกกับไหลกว๋อกง เขาได้รับชัยชนะทั้งสามรอบ นอกจากนี้ยังคลี่คลายปัญหาชั่วกาลที่ก่อกวนชาวโลกอีกด้วย
องค์ชายแปดผู้นี้เรียกได้ว่าเป็นการดำรงอยู่ของอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ถัง
เดิมทีองค์หญิงฉางเล่อหลี่ลี่จื้อต้องการนำของขวัญไปเยี่ยมน้องชายตัวแสบของนาง
แต่ใครจะคิดว่าเมื่อนางเดินทางลงใต้สู่ถนนฉางอันกับจ่างซุนอู๋โก้ว นางจะถูกพวกอันธพาลลักพาตัวไปเสียได้
หากหลี่เฉิงเฟิงมาไม่ทัน หลี่ลี่จื้อไม่อยากคาดเดาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนางในอนาคต!
“เจ้าคือน้องชายของข้าหลี่เฉิงเฟิงจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
หลี่ลี่จื้อเงยหน้าขึ้นมองหลี่เฉิงเฟิงด้วยแววตาที่อ่อนโยน
หลี่เฉิงเฟิงพยักหน้า ก่อนจะหยิบจี้หยกขององค์ชายออกมาจากอกเสื้อ แล้วกล่าวว่า “จริงสิ เสด็จพี่ นี่คือจี้หยกประจำตัวข้า!”
“เป็นคำว่า ‘หลี่’ จริง ๆ ด้วย เจ้าก็คือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง น้องชายข้าหลี่เฉิงเฟิง!”
หลี่ลี่จื้อร้องไห้ด้วยความดีใจ คิดไม่ถึงว่าในสถานการณ์คับขับเช่นนี้ คนที่มาช่วยนางจะเป็นน้องชายของนางเอง
“เฟิงเอ๋อร์ เสด็จพ่อกับเสด็จแม่มาด้วยหรือไม่?” หลี่ลี่จื้อถาม