ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่176 ลางร้ายกำลังมาเยือน กลียุคกำลังคืบคลานเข้ามา


    ตอนนี้อี้เฉินที่ขึ้นไปด้านบนชั้นที่4ได้ เขาบาดเจ็บอย่างหนักโซซัดโซเซ จวนจะหมดสติอยู่ในไม่ช้า เขาพยายามข่มตาตัวเองไว้ไม่ให้หลับใหล แต่ก็ไม่อาจทนต่ออาการหลับใหลได้อีกต่อไป เขาล้มลงกับพื้นหลังจากก้าวเดินต่อไปไม่นาน



    ...แต่ทันที เมี่ยนจือก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อนางมองเห็นแสงสีทองพร่างพราว ที่สาดส่องลงมาใส่ร่างของอี้เฉิน นางไม่รู้แสงสีทองนี้ มีเจตนาดีหรือร้าย แต่มันทำปฏิกิริยากับกายาอี้เฉินเท่านั้นเหมือนแสงเทพที่สาดส่องลงมา


    ก่อนแสงสีทองจะทำปฏิกิริยากับแผนที่ ที่อยู่ในหัวสมองของอี้เฉินแผนที่สีทองมันขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยอักขระรอยร่อง สร้างเส้นทางนำพาร่างอี้เฉินขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอคอยปัญจธาตุ

    เมี่ยนจือที่เห็นร่างของอี้เฉินถูกแสงสีทองกำลังจะนำพาร่างอี้เฉินขึ้นไปด้านบน ตัวนางเริ่มหวาดกลัวพยายามขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง นางไม่มั่นใจชั้นบนสุดของหอคอยปัญจธาตุจะมีอะไรอยู่กันแน่แต่คงไม่เป็นผลดีแน่ หากมีสิ่งที่อันตรายอยู่ ตอนนี้อี้เฉินหลับใหลไม่มีท่าทีจะฟื้นตื่น ตัวนางไม่อยากเสี่ยง หากอี้เฉินตายตัวนางจะตายตกไปด้วย


    เมี่ยนจือคิดจะเข้าไปควบคุมร่างกายอี้เฉิน อีกครั้งหมายมั่นเป็นอิสระ แต่นางก็ไม่สามารถควบคุมอี้เฉินได้ เหมือนปราณจิตของนางถูกตัดขาดกับอี้เฉินตั้งแต่ที่แสงสีทองส่องแสงลงมา จนตัวนางเริ่มมองไม่เห็นอะไรรอบๆ เต็มไปด้วยความมืดมิด

    "แสงสีทองนั้นคืออะไรกันแน่" นางคำรามออกมาด้วยความแค้นเคือง


    เมี่ยนจือตัวนางไม่เคยหวาดกลัวแบบนี้มานานหลายร้อยปี นางกลัวว่าปราณจิตของนางจะถูกชำระล้าง จนสูญสลายหายไป รอบตัวนางเต็มไปด้วยความมืดมิดไม่เหมือนดั่งเคย เหมือนสัมผัสทั้ง5ของนางถูกตัดขาด
    เมี่ยนจือนาง พยายามเรียกหา อี้เฉินอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากอี้เฉิน แม้แต่เสียงของนางก็ไม่สามารถส่งไปภายนอกได้ นางรู้สึกหวั่นใจแบบไม่เคยเป็นมาก่อน


    นางใช้เวลาอยู่ถึงหนึ่งก้านธูปใหญ่ กว่าตัวนางจะกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง ตัวนางเริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก เป็นไปได้ที่แสงสีทองนี้จะปิดกั้นตัวนางกับอี้เฉินไว้เสียมากกว่า ปราณจิตของนางยังไม่ถูกทำลายอย่างแน่นอน แต่ตัวนางก็เริ่มหวั่นใจ หากอี้เฉินไม่ฟื้นตื่นตัวนางไม่ติดอยู่ในที่แห่งนี้ไปตลอดชีวิตเลยงั้นหรือ


    เมี่ยนจือตัวนาง พอจะคาดเดาได้ เหมือนตอนนี้ตัวนางกับอี้เฉินขึ้นมาชั้นที่ 5ชั้นที่แยกตัวออกมาจากชั้นอื่นๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้คนมาพบเห็น ทำให้ตัวนางเบาใจไปได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยพวกเขาสองคนก็ยังปลอดภัยขอเพียงอี้เฉินฟื้นตื่นขึ้นเท่านั้น



    ...เวลาไหลผ่านไปยาวนานนับเดือนเมี่ยนจือที่รออี้เฉินฟื้นตื่น ตัวนางเริ่มคิดเพ้อเจ้อ หรือว่าจริงๆ แล้วตัวนางนั้นตายไปแล้วจริงๆ ยิ่งคิดนางยิ่งเริ่มบ้าคลั่ง แต่ก็มีความหวังเล็กๆ หวังว่าอี้เฉินจะแค่หลับใหลอีกไม่นานก็คงฟื้นตื่นขึ้นมา



    ...จนเวลาไหลผ่านไปอีก5เดือน เมี่ยนจือตัวนางเดือดดาลบ้าคลั่งอย่างสมบูรณ์ ดวงตาแดงก่ำราวเลือด แค้นเคืองอี้เฉินเป็นอย่างมาก เหมือนตัวอี้เฉินพานางมาติดกับดักอย่างไรอย่างนั้น หรือว่าตัวนางจะตายแล้วจริงๆ งั้นหรือ
    นางสบถ ด่าอย่างแค้นเคือง "นี่มันก็ผ่านไปจะ5เดือนแล้วนะ คนห่าอะไรจะหลับใหลได้นานถึงเพียงนี้"







    ...........
    ภายนอกดินแดนร้อยแคว้น ทางเหนือของสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล เริ่มมีรอยแตกร้าว จนเห็นได้ชัดว่ามันใกล้จะพังทลาย เขตแดนทั้ง 2 ที่ถูกขวางกั้นเริ่มจะพังทลาย ดวงจันทร์สีดำเองก็เคลื่อนเข้าใกล้ดินแดนร้อยแคว้นเข้าไปทุกที


    เหล่าผู้อาวุโสชราเก่าแก่ หลายๆ คนเริ่มสัมผัสได้อีกไม่ช้าเขตแดนจะพังทลาย กลียุค จะย่างกายเข้ามาเยือนยังดินแดนร้อยแคว้นเป็นแน่ พวกเขาต่างรู้ดี ในบันทึกโบราณมีอีกดินแดนที่ถูกปิดกั้น หลายคนรู้สึกหวั่นใจดินแดนลึกลับนั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่

    ไม่มีใครคาดคิดเขตแดนทั้งสองที่ถูกขวางกั้นมาเป็นหมื่นๆ ปี จะมาพังทลายในยุคสมัยของพวกเขา บันทึกที่มีส่วนใหญ่ก็ถูกทำลาย ไม่มีใครรู้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของดินแดนร้อยแคว้นถือกำเนิดมาอย่างไร เป็นเพียงคำบอกเล่าที่ส่งต่อมายังปากต่อปากจากชนรุ่นก่อน


    ตอนนี้เมืองทางเหนือสุดเริ่มมองเห็นดวงจันทร์สีดำเด่นชัด จนกลายเป็นที่พูดคุยไปทั่ว บ้างก็ว่าเป็นลางร้ายหายนะ จะมาเยือนดินแดนร้อยแคว้นในไม่ช้า บ้างก็บอกว่าเพ้อเจ้อมันเป็นเพียงดวงจันทร์สีดำเท่านั้น


    แต่ประชาชนหลายล้านคนเริ่มหวั่นใจ กลับกลายเป็นตอนนี้ยามค่ำคืนของดินแดนร้อยแคว้น มีดวงจันทร์ถึงสองดวงรอยเด่นขึ้นมายามค่ำคืน ช่างเป็นอะไรที่ผิดแปลกพิสดาร เหมือนลางร้ายไม่มีผิดเพี้ยน
    .........






    ...ภายในหอคอยปัญจธาตุ ร่างของอี้เฉินตอนนี้ถูกแสงสีทองภายในหอคอยชั้นที่5สาดแสงสีทองลงมาพร่างพราว กายาของเขาขับเคลื่อนด้วยตัวเองปลดปล่อยอักขระเต๋าออกมาโอบล้อมกายาไว้แน่นขนัด คล้ายกับดักแด้ที่ถูกใยไหมพันไว้ เหมือนกับตัวเขากำลังจะเกิดใหม่อย่างไรอย่างนั้น

    เวลาไหลผ่านไปหนึ่งปีเต็ม อี้เฉินยังไม่มีวี่แววว่าจะลืมตาตื่นแม้แต่น้อย


    เมี่ยนจือตัวนางที่อยู่ในความมืดมิด ตัวนางเริ่มบ้าคลั่งเหมือนตัวนางถูกตัดขาดจากอี้เฉินอย่างสมบูรณ์ นางตะโกนเรียกชื่ออี้เฉินภายในทะเลความรู้อันมืดมิดทุกวี่วันก็ไร้การตอบรับจากอี้เฉิน ยิ่งตัวนางอยู่ในความมืดมิดนานเท่าใด ตัวนางยิ่งเริ่มเหมือนคนเสียสติเข้าไปทุกที ผมเผ้าของนางกระเซอะกระเซิง ความงดงามของนางเริ่มหดหายไป กลายเป็นสาวงามเสียสติเข้าไปทุกที


    นางไม่คิดอี้เฉินจะหลับใหลยาวนานถึงเพียงนี้ บางทีนางเองก็คิดหรืออี้เฉินจะตายไปแล้วจริงๆ แต่หากอี้เฉินตายตกปราณจิตของนางต้องสูญสลายไปแล้วตัวนางจึงไม่เชื่ออี้เฉินจะตายตกลงไปง่ายๆ เช่นนี้ แต่นางเองก็ อดคิดไม่ได้นี่ก็ผ่านไปถึงหนึ่งปีเต็มแล้วอี้เฉินก็ไม่มีท่าทีจะฟื้นตื่นขึ้นมาเสียที




    ......
    ภายนอกดินแดนร้อยแคว้น เริ่มมีลางร้ายมากขึ้นมาเรื่อยๆ ดวงจันทร์สีดำกลืนกินพื้นที่ทางเหนือของดินแดนร้อยแคว้น ไปเกือบครึ่งของดินแดนทางเหนือ จอมยุทธ์หลายๆ คนเริ่มหวั่นใจมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป หลายๆ แคว้นเริ่มไม่นิ่งนอนใจอีกต่อไปเริ่มจัดทัพฝึกกองกำลัง เตรียมพร้อมรับมือกลียุคที่กำลังจะมาถึง


    เหล่าผู้มีอำนาจในดินแดนร้อยแคว้น รวมถึงเจ้าผู้ครองแคว้นต่างๆ ถึงกับจัดงานประชุมใหญ่หาลือกันพวกเขาต่างรู้ดีอีกฟากหนึ่งมีดินแดนลึกลับอยู่หากเขตแดนทั้งสองผสานกันเมื่อใด กันมีโอกาสที่จะกลายเป็นสงครามใหญ่ พวกเขาจึงคิดหาทางรับมือ สั่งการเริ่มสร้างกำแพงเมืองป้องกันทุกหัวเมืองใหญ่หมายปกป้องประชาชนภายในดินแดน



    ดินแดนทางเหนือเองก็เต็มไปด้วยเหล่าทหารแคว้นต่างๆ ส่งไปประจำการ เฝ้าระวังดินแดนทางเหนืออย่างเข้มงวด

    ประชาชนเองก็เริ่มรับรู้ได้อีกไม่นาน กลียุคจะต้องมาถึงในอีกไม่ช้าเป็นแน่ เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นเองก็ไม่ได้แพร่งพรายข่าวออกไปว่าอีกไม่นานเขตแดนขวางกั้นของสองดินแดนจะถูกทำลาย แต่ประชาชนต่างพากันคาดเดา จนกลายเป็นข่าวลือพูดคุยออกไปไกล ว่าดินแดนร้อยแคว้นกำลังจะประสบหายนะ

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน