เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 52 เด็กสาวผู้หมองหม่น

            ท่ามกลางความมืดของห่วงรัตติกาล ตรงชายป่าแห่งหนึ่งมีสาวน้อยรูปร่างดีหน้าตางดงาม..จะเรียกว่างดงามก็มิถูกเรียกว่าหน้าน่ารักน่าเอ็นดูอยู่นางหนึ่ง และบุรุษหนุ่มหน้าตาดีคิ้วหนาหน้าคมแต่นิสัยกะล่อน กำลังนั่งผิงไฟอยู่ ถัดไปไม่ไกลมีหงส์ตัวสีดำกำลังหลับใหลโดยเอาปีกทั้งสองข้างของมันห่อหัวที่ซุกอยู่ตรงอกของมัน

     

    “เจ้าจะบอกข้าว่า, เจ้าเป็นองค์หญิงของอาณาจักรบริวาร..ของอาณาจักรแห่งนี้?”ชายหนุ่มขมวดคิ้วมือก่ายหน้าผากขณะกล่าวถามออกไป

     

    หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับคำพูดของชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดคิ้วขมวดชนกันเป็นปม ปากยกขึ้นเล็กน้อย

     

    เด็กสาวนางนี้นั้นมีนามว่าเชียเล็ซ [1] นางเป็นองค์หญิงลำดับที่12 แห่งองค์ราชา ควอลี่ [2] แห่งอาณาจักรซเลฝ[3]

     

    “แล้วเจ้ายังบอกอีกว่า, เจ้าถูกบิดาของเจ้า..ส่งมาเป็นบรรณาการแด่องค์รัชทายาท ?”ชายหนุ่มถามพร้อมมองไปบนฟ้าจ้องไปที่ดวงดาราเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่

     

    หญิงสาวแค่เพียงพยักหน้าเช่นเดิมดวงตาจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่พอใจ

     

    “น่าเสียดายวัยสาวของเจ้านัก, น่าเห็นใจ..น่าเห็นใจ..” ชายหนุ่มหรุบตาลงพร้อมกับส่ายหน้ามันรู้สึกเห็นใจต่อเด็กสาวนางนี้ยิ่งนักทั้งที่วัยของนางควรที่จะได้วิ่งเล่นตามภาษาเด็กทั่วไป คิดแล้วน่าเห็นใจยิ่งนัก

    ยังมิทันได้เติบใหญ่ให้ร่างกายและหน้าตาของตนเองขับความงามออกมาของเธอเองออกมาเท่าที่ควรกลับถูกบิดาบังเกิดเกล้าส่งมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองของอาณาจักรของตนยิ่งคิดก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหดหู่ยิ่งนัก

    หญิงสาวยังคงจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าเช่นเดิมก่อนที่นางจะทนมิไหว เอ่ยบางสิ่งถามต่อมัน

     

    “เอ่อ..ท่านผู้มีพระคุณ..”

    “หืม..ว่าอย่างไรรึ?” ชายหนุ่มลืมตาขึ้นก่อนจะจ้องมองไปที่หญิงสาว

     

    “ท่านจะนอนบนตักของข้าไปจนถึงเมื่อไหร่...”นางจ้องไปที่ชายหนุ่มกำมือเล็กน้อยอยากที่จะทุบเอาใส่ผู้ที่บังอาจถือวิสาสะล่วงเกินนางยิ่งนัก



    “อ่าว!!ข้าขออภัย , พอดีขึ้นคิดอะไรเพลิน ๆ จนไม่ทันได้ดู , นี่ข้ามานอนหนุนตักเจ้าตั้งแต่มีใดนี่.. , แล้วเจ้าใยไม่บอกข้าให้ไวกว่านี้..”ก่อนที่มันจะรีบลุกยันตัวเองขึ้นมานั่งขัดตะหมาด พร้อมปั้นสีหน้ามึนงงออกมา

     

    เด็กสาวถึงกับพูดไม่ออกกับกริยาปลิ้นปล้อนหน้าไม่อายของชายหนุ่มหากรู้แบบนี้ตัวนางเองน่าจะทุบใส่หน้ามันไปให้รู้แล้วรู้รอดกันไป

    “แล้วเจ้าจะทำเช่นใดต่อไป?” ซีว่างมองหน้าหญิงสาวพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง

     

    สาวน้อยได้แต่ส่ายหน้าของนางพร้อมกับหน้าตาที่หมองหม่น นางเป็นเพียงเด็กหญิงอายุ 14 ย่าง 15 ได้แต่คิดว่าต้องหนีออกมามิได้คิดให้รอบคอบว่าจะทำเช่นไรต่อไป หากหนีออกมาได้

     

    “ข้ามิทราบ..บ้านก็กลับไม่ได้, หากหนีก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต , ข้าอับจนหนทางยิ่งนัก.., หากตายไปน่าจะทำให้ข้าเป็นอิสระอย่างแท้จริง”

     

    ซีว่างจ้องนางด้วยสายตาที่เห็นใจยื่นมือออกไปลูบศีรษะนางอย่างแผ่วเบา “นี่ล่ะน้าเด็ก , คิดว่าตายไปจะเป็นอิสระได้ ,ชีวิตคนเรามันไม่มีอิสระอย่างแท้จริงหรอก... , ขนาดตายไปแล้วยังต้อง...” พอพูดถึงตรงนี้ทำให้ซีว่างนึกถึงภาพอดีตคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของมันคืนที่อาจารย์ของมันตาย..

     

    สาวน้อยจ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มสังเกตความผิดปกติของมัน หน้าตาของชายหนุ่มตอนนี้แสดงออกมาอย่างเด่นชัดว่ามันกำลังรู้สึกขมขื่นและเหม่อลอยมือที่ลูบหัวนางอยู่พลันหยุดค้างวันที่ศีรษะของนาง

     

    พอเห็นอย่างนั้นสาวน้อยจึงยื่นมือของนางลูบหลังชายหนุ่มน้อย ๆ “คงจะจริงของท่าน , ชีวิตเรามันไม่มีอิจสระที่จริงแท้”

     

    ชายหนุ่มพลันหันหน้ามองสาวน้อยเล็กน้อยก่อนที่นางจะมองตอบมันสื่อความหมายว่านางเข้าใจความรู้สึกของมัน

    “เจ้าช่างเป็นสตรีที่ฉลาดนัก..”ชายหนุ่มยิ้มมองนางพร้อมกับลูบหัวนางต่อไป

     

    “เอ่อ..ผู้มีพระคุณ..”หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างตกใจ

     

    “หืม..มีอะไรรึ?” ชายหนุ่มตอบกลับไปพร้อมแสดงสีหน้าสงสัย

     

    “มะมือท่าน.. มันลูบต่ำไปแล้ว!!!” ก่อนที่สาวน้อยจะผลักตัวออกให้ห่างจากชายหนุ่ม

     

    “อุ่ย!!ขอโทษเจ้าด้วย..พอดีข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย ห้า..ห่า..หา” ซีว่างหัวเราะแห้ง ๆออกมา เพราะตอนนี้สาวน้อยได้แต่มองตาขวางมาที่มันชัดเจนว่านางมิเชื่อในสิ่งที่มันกล่าวสักนิด

     

    นางลุกขึ้นเดินเสียงดังไปทางที่เจ้าหงส์น้อยนอนหลับอยู่นั่งลงอิงแอบข้างมันนางหันมองค้อนมาที่ตัวชายหนุ่มก่อนจะเมินหน้าหนีแล้วซุกลงข้างกายเจ้าหงส์น้อยทิ้งตัวแล้วหลับลงไป

    เจ้าหงส์น้อยขยับปีกของมันเองลงมาโอบบนตัวนางเพื่อกันลมหนาว ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยทั้งนายทั้งสัตว์อสูรต่างหลับใหลไปพร้อมกัน

    ซีว่างเห็นเช่นนั้นมันก็รับรู้ได้ถึงความผูกพันระหว่างเจ้านายกับสัตว์อสูร ‘หากเป็นเจ้าเสี่ยวฮุ๋ย..มันคงจะหัวเราะเยาะซ้ำเติมข้าเป็นแน่, นิสัยชอบกวนอารมณ์ผู้อื่น..มันเอามาจากผู้ใดกันข้าอยากรู้นัก’

     

    คิดได้เช่นนั้นซีว่างจึงรู้สึกอิจฉาแม่หนูน้อยขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะทิ้งตัวลงนอนและหลับฝัน

    .

    .

    .

    ‘ซีว่าง..’

    ‘เจ้าอยู่ที่ใดกัน..’

    ‘ตอนนี้พวกข้ากำลังเดือดร้อน..’

    ‘เร่งกลับมาเถิด..’

    ‘กลับมา..’

     

    “หยางน่า..หย่าง...น่า....!!”ซีว่างผวาตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อที่ออกตามเนื้อตามตัวมองซ้ายขวาเหมือนกำลังมองหาผู้ใดสักคน

     

    “ท่านฝันร้ายรึ?” แม่หนูน้อยกล่าวถามนางส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมองมาที่ซีว่าง

     

    ก่อนที่ซีว่างจะถอนหายใจออกมาก่อนเอ่ยปากต่อนาง “แค่ฝัน..เจ้าอย่าได้ใส่ใจ”ก่อนที่มันจะมองไปที่เชียเล็ซที่ในมือกำแปลงอันใหญ่สางขนให้เจ้าแบล็คกี้อยู่เอ่ยปากถามต่อนาง “เจ้ารู้จักทางไปเมืองแกรี่หรือไม่ ?”

     

    นางแค่เพียงส่ายหน้ามิได้กล่าวอะไรออกมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเองต่อไป สีหน้าของนางแสดงออกถึงความหมองหม่นอย่างชัดเจน



    ตั้งแต่พบกับนางมาซีว่างยังไม่เคยเห็นนางยิ้มสักครั้งหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะชะตาชีวิตของนางเองที่เล่นตลกกับตัวนาง

     

    ชาวบ้านทั่วไปต่างพรรณนาว่าตนอยากเกิดมาบนกองเงินกองทองเช่นนางแต่นางผู้นี่มิใช่ ต่อให้เกิดมาในตระกูลราชวงศ์ที่ร่ำรวย กลับต้องโดยบิดาของตนเองส่งนางมาเป็นของกำนัลแก่พวกเลวทราม ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก

    “แล้วเจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือยัง..ว่าจะทำอย่างไรต่อไป”ซีว่างกล่าวถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

    นางส่ายอีกเช่นเดิมก่อนจะปรากฏคิ้วที่ขมวดเป็นปมบนใบหน้าที่เศร้าหมอง

    “เช่นนั้นเจ้าร่วมเดินทางไปกับข้าดีหรือไม่?”

     

    “ไม่!!”นางพูดเสียงดังในทันทีที่ซีว่างยื่นข้อเสนอพร้อมกับมองมาที่ชายหนุ่มดั่งกับเชื้อโรคที่ไม่ควรเข้าใกล้

     

    “เฮ้!!..แม่หนูน้อย , ถึงข้าจะมิใช่คนดีสักเท่าไร..ถ้าข้าคิดจะข่มเหงเจ้า..เจ้าคงไม่ได้มายืนจ้องหน้าข้าเช่นนี้หรอก..”ซีว่างกล่าวออกมาในทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืนมือเท้าเอว ก่อนจะจ้องด้วยสีหน้าเคือง ๆไปที่เชียเล็ซ

    นางรีบหลบสายตาของชายหนุ่มในทันทีก่อนจะกล่าวขอโทษออกมา “ข้าขอโทษ... , เพียงแต่ข้าหงุดหงิดว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี..ก็เท่านั้น, ข้าคิดเพียงแต่หนีออกมา..แต่มิได้คิดอะไรไปไกลกว่านั้น”

    “เช่นนั้นเจ้ายิ่งต้องไปกับข้า”ซีว่างกล่าวด้วยท่าทีหนักแน่น ก่อนจะเดินเข้าไปหาสาวน้อย“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน..ว่าชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าเป็นเช่นไร , แต่เจ้าสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองแกรี่ได้ , อีกอย่าง..เจ้าถูกตามตามตัวโดยตรงจากราชวัง..ใครจะยอมช่วยเจ้านอกจากข้า?”

     

    เชียเล็ซเงยหน้ามองไปที่ซีว่างนางพยายามจับสังเกตมันว่ามีท่าทีไม่ไว้ใจหรือไม่ ก่อนจะขบฟันเล็กน้อย กล่าวตอบ“ก็ได้..ข้าจะไปกับท่าน , แต่ท่านต้องอยู่ห่างจากข้า10 เมตร!!” นางก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นกัน

     

    “เฮ้!!สาวน้อย , ถึงเจ้าจะหน้าตาดี..แต่เจ้า..”ก่อนที่ซีว่างจะก้มต่ำลงมาที่หน้าอกของนาง มันทำเสียง “หึ” เอาเบา ๆพร้อมส่ายหัวด้วยหน้าตาที่ผิดหวัง ก่อนจะหันหลังแล้วกล่าวต่อนาง“เห้อ..น่าเสียดายจริง ๆ , สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งเจ้ายิ่งนัก..เห้อ”

     

    จากใบหน้าปกติของนางที่ชอบแสดงความหมองหม่นออกมาตอนนี่กลับแดดขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาเบิกโพลงจมูกบานออกกล่าวสั่งต่อหงส์น้อยด้วยเสียงที่ดังฟังชัด “แบล็คกี้..ไล่จิกหนอนน้อยของมัน!!” นางสั่งพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ตัวชายหนุ่ม

     

    “แว็คคคคคตคค”หงส์ดำขานรับต่อนายของมัน ก่อนจะเร่งกระพือปีกของตน เหินร่างของตัวมันเองโฉบเข้าหาซีว่างอย่างว่องไว

     

    “เฮ!!จำผู้มีพระคุณไม่ได้แล้วหรือ!! , แล้วของข้าก็ไม่น้อยด้วย!! ,ว่าง ๆ ข้าจะเปิดให้เจ้าได้ชม!!”ซีว่างกล่าวพร้อมออกตัววิ่งอย่างว่องไว

    .

    .

    .

    “ข้าชักสับสน..ว่าข้าคิดถูกไหมที่เลือกที่ตามท่านมา”เสียงของหนุ่มน้อยรูปงามเอ่ยปากแล้วมองไปที่ซีว่าง

     

    “ข้าเองก็หนักใจเหมือนกัน, แต่หากจะกลับไปยังเมืองแกรี่..เราต้องซื้อแผนที่หรือถามทางคนภายในเมืองนี้”ซีว่างตอบกลับขณะมองไปยังเมืองข้างหน้า

     

    เมืองที่อยู่ข้างหน้านั้นเป็นเมืองที่ใหญ่กว่าเมืองแกรี่อย่างมากแค่ประตูเมืองก็มองออกแล้วว่าเมืองนี้มั่งคั่งเท่าใด มันทั้งใหญ่และดูแข็งแรงข้างล่างขุดบ่อน้ำล้อมรอบเมืองของมัน ข้างบนเขียน Capital of Enzell [4]

     

    “เจ้าพยายามอย่าทำตัวให้หน้าสงสัยหรือมีพิรุธเป็นพอ, ตอนนี้เจ้าชื่อปีเตอร์ไม่ได้เชื่อเชียเล็ซ..จำไว้”ซีว่างหันไปมองเด็กหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ มัน เด็กหนุ่มพยักหน้าแบบกล้า ๆ กลัว ๆออกมา

     

    ตอนนี้เชียเล็ซสวมหน้ากากแปลงโฉมของซีว่างอยู่เนื่องจากตอนนี้นางถูกตามล่าเป็นนักโทษจากราชวังโดยตรง ทำให้ค่าหัวของนาง (จับเป็นเท่านั้น ) สูงอย่างมาก เพื่อเป็นการป้องกัน ซีว่างจึงทำเช่นนี้

     

    ซีว่างและเชียเล็ซเดินมุ่งหน้าเข้าประตูเมืองในทันทีข้างหน้าทางเข้ามีทหารยามอยู่สองนาย คอยตรวจผู้ที่จะเข้าไปภายในเมือง



    ซีว่างเดินเข้ามาถึงทหารยามก็สั่งให้มันหยุด พร้อมกลับเดินเข้าไปหามันในทันที

    “เจ้าน่ะ..”มันเดินอาด ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องเชียเล็ซเดินเข้าไปหลบข้างหลังของชายหนุ่มในทันที “เจ้าไม่ใช่คนของอาณาจักรนี้แน่ๆ ดูจากหน้าตาสีผมสีตาแล้ว”

    ก่อนที่มันจะแบมือออกไปแล้วกระซิบเข้าไปที่ข้างหูของซีว่าง“อยากเข้าไปง่าย ๆ จ่ายมา”

    ‘อาณาจักรนี้ป่วยแล้วจริงๆ , หากมีศัตรูเดินทางมา..พวกเจ้าคงปล่อยให้มันเข้าไปได้ง่ายๆ ’ มันคิดในใจก่อนจะล้วงมือเข้าไปในถุงมิติหยิบเหรียญทองออกมาสองเหรียญยื่นให้ทหารยามพร้อมกับปั้นหน้ายิ้มแป้น “สำหรับพี่ชายผู้ใจดี”

     

    ทหารยามรวบเหรียญในมือมาทั้งหมดก่อนจะทำท่าทางส่งสัญญาณไปให้สหายของมัน ให้หลีกทางให้พวกซีว่าง

     

    ซีว่างยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินจูงเชียเล็ซที่ตัวสั่นเทาเดินเข้าไปทหารยามมองท่าทางของพวกมันก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อยแต่ในเมื่อมันให้เหรียญทองแก่มันแล้ว มันจึงปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดาย

    ภายในเมืองนี้นั้นอิฐที่ปูพื้นทุกก้อนเรียงรายกันอย่างประณีตขนาดของมันเท่ากันทุกก้อนแถมยังขัดเงาอีก ตึกภายในเมืองมีขนาดหลากหลายแต่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างบอกไม่ถูก พ่อค้าแม่ขายของแต่ละร้านต่างแต่งตัวดูดีมีราคา พอซีว่างนึกย้อนกลับไปที่เมืองสมอลแลนด์แล้วมันช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

     

    หากมองตรงข้างกำแพงเมืองมันจะมีรูปเหมือนของเชียเล็ซแปะตามทางไปเรื่อย ๆ ค่าหัวของนาง ( จับเป็นเท่านั้น )อยู่ที่ 5 อัญมณีสุวรรณ( ศิลาธาตุทอง ) ถือว่าเยอะมากสำหรับหญิงตัวน้อยผู้นี้

    ซีว่างก้มลงไปข้างหูก่อนจะกระซิบถามต่อเด็กสาว“เจ้ารู้จักถนนหนทางภายในเมืองนี้หรือไม่..” เด็กหญิงเพียงส่ายหัวตอบมาเท่านั้น

     

    ซีว่างรู้เช่นนั้นจึงมองไปที่ร้านค้าภายในเมืองก่อนจะถอนใจออกมาเล็กน้อย“ทรัพย์สินเงินทองอาจไม่ใช่ทุกอย่าง..แต่มันทำได้เกือบทุกอย่างจริง ๆ..โดยเฉพาะเมืองแบบนี้” ซีว่างเดินตรงเข้าไปถามพวกพ่อค้าแม่ค้าเรื่องทางไปเมืองแกรี่ในทันที

     

    ได้ความประมานว่ามันต้องเดินไปทางทิศเหนือราว 10 วันจะพบกับภูเขาลูกหนึ่งพอเดินไปถึงตีนเขาจะมีทางแยกให้เดินทางไปทางขวาตรงไปทางนั้น 5 วันก็จะถึงเมืองแกรี่

    ซีว่างได้ความดังนั้นจึงโยนเหรียญให้ผู้ที่บอกแก่มันไป1 เหรียญก่อนจะเดินกลับออกมา

     

    ซีว่างและเชียเล็ซจึงจะรีบเดินไปที่ทางประตูทิศเหนือของเมืองแห่งนี้เพื่อจะได้ไปตามทางที่ถูกต้อง เชียเล็ซหยิบนกหวีดเล็ก ๆ ขึ้นมา นางหายใจลึกๆแล้วเป่าออกไปสุดแรง แต่เสียงกลับไม่ดังออกมาให้ใครได้ยินซีว่างมองดูด้วยความสงสัย

    แม่หนูน้อยมองเห็นสายตานั้นของชายหนุ่มนางจึงบอกต่อมันเล็กน้อย “นี่เข้าเรียกว่า ‘ภาษาวิหค’ เมื่อเป่าออกไปไม่ว่าท่านหรือผู้ใดก็ไม่มีทางได้ยินหรอกมีแต่เหล่าวิหคเท่านั้นที่สามารถได้ยินได้”



    ซีว่างพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินนำหน้าไปตามทางที่ตกลงไว้กับสาวน้อย แต่พอเดินไปได้สักระยะมันก็รู้สึกผิดสังเกต เด็กสาวไม่ได้เดินตามมันมา

     

    คิดได้เช่นนั้นมันจึงเหลียวหลังไปดูสาวน้อยตอนนี้มีอาการผิดปกติอย่างมาก ดวงตาของนางเบิกโพลง แข้งขาที่สั่นเทาย่างก้าวออกมาไม่ได้

     

    ซีว่างรีบพุ่งถลาเข้าไปหาเด็กสาวในทันที“เกิดอะไรขึ้น..”

     

    เด็กหญิงได้แต่ยกมือที่สั่นไปสั่นมาไปข้างหน้าพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก“ทะทะ เทออน [5] องค์รัชทายาทเทออนคะคะ คนที่พ่อข้าส่งข้ามาหามัน”

     

    ซีว่างหันมองไปตามมือที่นางชี้กวาดตาดูครั้งหนึ่ง ก็พบกลุ่มของทหารราว 20 30 คน มีระดับพลังที่ เหยียบนภาขั้นที่ 1 ทั้งหมด ผู้ที่อยู่ตรงกลางเป็นชายหนุ่มรูปงามแต่ใบหน้าหยิงผยองอายุราว ๆ 30-35ปี หน้าตาคล้าย ๆ เคทิฟ แต่หน้าตาดูมีความสุขุมกว่ามากระดับพลังมันเพียง ผสาญโลกาขั้นที่ 9 เท่านั้น

     

    “ ข้าไม่แปลกใจเลย..ว่าเหตุใดราชาของอาณาจักรนี้, ถึงได้เอ็นดูคนกิลด์วิญญาณนัก , เพราะเจ้านี้มันขยะดีๆ นี่เอง ” ซีว่างกล่าวพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา ก่อนที่มันจะหันหน้ากลับมาหาเด็กหญิงเอ่ยปากถามต่อนาง“ไอ้กระจอกนี้หรือ..ที่มันกักขังเจ้าเอาไว้..รอให้เจ้าเติบใหญ่เพื่อจะข่มเหงเจ้า ?”เชียเล็ซพยักหน้าเล็กน้อย

     

    “งั้นเจ้าคอยชม..”ซีว่างยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพร้อมกับพุ่งกายออกไป

     

    ----------------

    [1] เชียเล็ซหรือ Cheerless แปลว่า ไม่ร่าเริง , เศร้าใจ, ไม่เบิกบาน

    [2] ควอลี่หรือ Cowardly แปลว่า ขี้ขลาด , ใจเสาะ(ความจริงออกเสียงว่า เคา-เอิล-ลิ แต่เพื่อความสะดวกและการอ่านที่ลื่นไหลจึงใช้ว่าควอลี่)

    [3] สเลฝหรือ Slave แปลว่า ทาส , ขี้ข้า

    [4] Capital of Enzell อ่านว่า แคป-ปิ-ตอล-ออฟ-เอ็น-เซลล์ ไม่มีความหมายความหมาย

    [5] เทออนหรือ Teon แปลว่า ชั่วร้าย (Cr.คุณเสวียน ลวี่ จากเด็กดี)

    [แถม]ซีว่าง หรือ 希望 หรือ Xī-wàng แปลว่า ความหวัง (ความจริงออกเสียงว่าซี-ฮว่าง แต่เพื่อความสะดวกและการอ่านที่ลื่นไหลเลยใช้ ซีว่างแทนครับ )

    คล้ายกับเรื่องเงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight ) ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756