บทที่ 15 แหวน แหวน และแหวน สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นปรากฏ
'อะ... อะไรนะ! เกิดอะไรขึ้น?! ทำไมเขาถึงไม่ไป? ยังจะอยู่ต่อเพื่ออะไร? หรือว่าจะเป็...'
เมื่อได้ยินเสียงของหลินม่อ เซียวเยี่ยนก็เงยหน้าขึ้นทันที
เขามองหลินม่อสลับกับมองแหวนในมือตนเอง ทันใดนั้นใบหน้าก็เต็มไปด้วยความลนลาน
เขา... เขาคงไม่ได้อยากได้มันหรอกนะ?
ใบหน้าของเซียวเยี่ยนซีดเผือดราวกับกระดาษในชั่วพริบตา ทั้งร่างตึงเครียดจนถึงขั้นกลั้นหายใจ
ส่วนซูฉี่อู่ที่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็ไม่พอใจทันที
"หลินม่อ! เ้าว่างมากนักหรือไง? ใช่ ในตระกูลซูเ้าอาจจะว่างงานที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกข้าจะไม่มีอะไรต้องทำ!
หากเ้าอยากกินอาหารวิเศษนี่นัก ก็จงอยู่กินเพียงลำพังเถิด พวกข้าไม่ขออยู่เป็เพื่อน!"
ซูฉี่อู่แค่นเสียงเ็า แล้วเดินหน้าต่อไปไม่หยุดจนพ้นประตูใหญ่ไป
ผู้าุโใหญ่ซูฉี่เหวินเห็นดังนั้นจึงหันหลังเดินตามไปเช่นกัน มีเพียงซูชิงลั่วที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
"ความจริง... ข้าก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกันเ้าค่ะ"
ซูชิงลั่วกระแอมเบา ๆ นางก้มหน้าลงและไม่พูดอะไรอีก
การออกหน้าปกป้องหลินม่ออย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ เป็หนึ่งในไม่กี่ครั้งที่นางทำ
ไม่รู้ทำไม นางถึงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
และในฐานะเจินเหรินระดับสร้างรากฐาน ซูฉี่อู่ย่อมได้ยินเสียงที่เบาราวกับยุงบินของซูชิงลั่ว
ดังนั้นเขาจึงเดินกลับมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ โดยมีซูฉี่เหวินที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเดินตามหลังมา...
"อะแฮ่ม! ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าจะสั่งให้บ่าวเตรียมอาหารเดี๋ยวนี้!"
เซียวจั้งเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย เพราะเดิมทีเขาเพียงพูดตามมารยาทเท่านั้น
แม้ว่าวันนี้ทั้งสองตระกูลจะถอนหมั้นกันด้วยความราบรื่น แต่ถึงอย่างไรการถอนหมั้นย่อมมีความไม่สบายใจอยู่บ้าง
เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลินม่อจะอยากอยู่กินข้าวที่นี่จริง ๆ
ตอนนี้จึงทำได้เพียงสั่งให้บ่าวเตรียมอาหารวิเศษ
"ตกลง! เช่นนั้นต้องรบกวนท่านผู้นำตระกูลเซียวแล้ว!" หลินม่อพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
แน่นอนว่าเขาไม่ได้อยู่เพื่อกินข้าว เหตุผลเดียวที่ทำให้เขาอยู่ต่อ ย่อมเป็เพราะ... เซียวเยี่ยน!
หากจะพูดให้ถูกต้อง คือเป็เพราะแหวนบนมือของเซียวเยี่ยนต่างหาก
'เ้าเด็กนี่... ทุกครั้งที่ข้ามองแหวนบนมือเขา ข้าจะรู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
นั่นหมายความว่า ผู้าุโของอีกฝ่ายมีความเป็ไปได้สูงมากที่จะอยู่ในแหวนวงนั้น!'
เมื่อนึกถึงแหวน ดวงตาของหลินม่อก็เป็ประกาย
เหตุผลที่เขาอยู่ต่อ ประการแรกคือความสงสัยในแหวนของเซียวเยี่ยน ประการที่สองคือ เขาพบว่าแหวนบนมือของตนเองจะร้อนขึ้นเล็กน้อยเมื่อเข้าใกล้เซียวเยี่ยน
นั่นหมายความว่า แหวนสองวงนี้ต้องมีความเชื่อมโยงกันอย่างแน่นอน!
'ไม่ ไม่ใช่สองวงนี้ วงนี้ของข้าได้มาจากระบบ พูดให้ถูกก็คือ แหวนบนมือของลั่วเอ๋อร์ต่างหากที่มีความเกี่ยวข้องกัน!
แต่ดูเหมือนว่าแหวนของลั่วเอ๋อร์จะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย... แปลกจริง...'
หลินม่อลอบมองแหวนบนมือของซูชิงลั่วอย่างแเี ดวงตาฉายแววเ้าเล่ห์
'แหวนวงนี้มีความลับอะไรกันแน่? และทำไมถึงมาปรากฏในเมืองชิงอวิ๋นพร้อมกัน? นี่เป็เพียงเื่บังเอิญจริง ๆ หรือ?'
ความคิดในใจหมุนวน ทำให้หลินม่อตกอยู่ในความเงียบ
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิด กลิ่นหอมโชยมาจากที่ไกล ๆ
"ทุกท่านขอรับ! อาหารวิเศษเตรียมพร้อมแล้ว เชิญไปที่สวนดอกไม้เพื่อรับประทานกันเถิดขอรับ!"
เสียงของเซียวจั้งดังขึ้นได้จังหวะ ขัดจังหวะการครุ่นคิดของหลินม่อ
จากนั้น หลินม่อและคนอื่น ๆ ก็มุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้านของตระกูลเซียว
ส่วนเซียวเยี่ยนนั้น พยายามเดินห่างจากหลินม่ออย่างแเี เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะจู่โจมกะทันหัน เพื่อชิงของวิเศษที่เป็ไพ่ตายของตนไป
เมื่อกลุ่มคนมาถึงสวนหลังบ้าน อาหารวิเศษที่หรูหราอย่างยิ่งโต๊ะหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา
"ฮ่า ๆ ๆ วันนี้เตรียมการค่อนข้างรีบร้อนไปเสียหน่อย แต่โชคดีที่เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าววิเศษในตระกูลเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี และประจวบเหมาะกับที่ล่ากวางหิมะวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูงสุดมาได้ตัวหนึ่ง
กวางหิมะวิเศษตัวนี้เนื้อสดนุ่ม พลังิญญาอ่อนโยน เมื่อกินคู่กับข้าววิเศษจะส่งผลดีต่อการบ่มเพาะอย่างยิ่ง
ทุกท่านเชิญนั่งลงเถิด!" เซียวจั้งแนะนำอย่างสุภาพ
เมื่อเขากล่าวจบ หลินม่อก็อดไม่ได้ที่จะมองอาหารวิเศษเต็มโต๊ะนั้น
"ท่านผู้นำตระกูลเซียวช่างใจกว้างจริง ๆ ลำพังอาหารวิเศษมื้อนี้คงต้องใช้หินิญญานับร้อยก้อนเลยกระมัง! อย่าว่าแต่ข้าเลย แม้แต่ชิงลั่วตอนอยู่ที่ตระกูลซู ก็ไม่แน่ว่าจะได้กินบ่อยครั้งเช่นนี้!"
ไม่ใช่เพียงหลินม่อที่คิดเช่นนี้ ซูฉี่อู่และซูฉี่เหวินเมื่อเห็นอาหารวิเศษที่หรูหราโต๊ะนี้ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจก็บรรเทาลงไม่น้อย
"คุณชายหลิน เชิญรับประทานเถิด
ท่านผู้นำตระกูลซู เชิญนั่งลงขอรับ"
เซียวจั้งเชิญด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึงนั่งลงด้านหนึ่ง ซูฉี่อู่และคนอื่น ๆ ทยอยนั่งลง
ส่วนเซียวเยี่ยนยืนนิ่งอยู่กับที่ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อย ๆ เดินไปนั่งที่ตำแหน่งริมสุดอย่างช้า ๆ
แต่ใครจะรู้ว่า ทันทีที่เขานั่งลง หลินม่อก็เดินตรงมานั่งลงข้างกายเขาทันที!
"นี่มัน..."
สีหน้าของเซียวเยี่ยนเปลี่ยนไปทันที เขารู้สึกกระวนกระวายราวกับนั่งอยู่บนกองเข็ม อยากจะลุกขึ้นเปลี่ยนที่นั่ง แต่ที่นั่งก็เต็มหมดแล้ว อยากจะหาข้ออ้างปลีกตัวออกไป แต่ก็กลัวหลินม่อจะไม่พอใจ จึงได้แต่ฝืนทนแสร้งทำเป็สงบนิ่งนั่งลงไป
ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศในสวนดอกไม้ก็กลายเป็ความประหลาดอย่างยิ่ง
เซียวจั้งรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ต้องเลี้ยงอาหารและเหล้าทุกคน
ซูฉี่อู่และซูฉี่เหวินทั้งกระอักกระอ่วนและตื่นเต้นที่ได้ลิ้มรสอาหารวิเศษเต็มโต๊ะ
ซูชิงลั่วไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่ลอบมองหลินม่อเป็ระยะ ๆ
ส่วนเซียวเยี่ยนและหลินม่อต่างคนต่างมีความลับในใจ!
'ทำอย่างไรดี! ทำอย่างไรดี! เขา้าจะทำอะไรกันแน่!'
เซียวเยี่ยนร้อนรนในใจ แต่ภายนอกกลับต้องอดทนไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ทำได้เพียงก้มหน้าตักอาหารกินตัวแข็งทื่อ
ส่วนหลินม่อน่ะหรือ? เขาหยิบจอกขึ้นมาจิบเหล้าชั้นดีเป็ระยะ ๆ ท่าทางดูมีความสุขยิ่งนัก ทว่า สายตากลับคอยชำเลืองมองที่มือของเซียวเยี่ยนเป็ระยะ...
จนกระทั่งเซียวจั้งเอ่ยถึงสำนักชิงอวิ๋น
"ท่านผู้นำตระกูลซู ด้วยพร์ของชิงลั่ว ข้าคาดว่าทางสำนักชิงอวิ๋นคงจะส่งคนมารับตัวนางในเร็ว ๆ นี้แล้วกระมัง?"
"อืม ข้าได้ส่งจดหมายแจ้งทางสำนักแล้ว อย่างช้าที่สุดไม่เกินหนึ่งเดือนคนจากสำนักต้องมาถึง"
"ดีจริง ๆ มีหลานสาวอย่างชิงลั่วอยู่ ตระกูลซูในอีกร้อยปีข้างหน้าต้องรุ่งเรืองแน่นอน!"
"ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของท่านผู้นำตระกูลเซียว"
ซูฉี่อู่ลูบเคราด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย
เมื่อเซียวจั้งได้ยิน นอกจากความอิจฉาแล้ว สีหน้าของเขาก็กลับมาจริงจัง
"ท่านผู้นำตระกูลซู แล้ว... ทางสำนักได้บอกหรือไม่ว่า ครั้งนี้จะเปิดสุสานบรรพจารย์ด้วย?"
"หืม?"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของซูฉี่อู่ก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
ไม่ใช่แค่เขา แต่ซูฉี่เหวินและซูชิงลั่วก็เป็เช่นเดียวกัน แม้แต่เซียวเยี่ยนก็เงยหน้าขึ้นมอง
"ทางสำนักยังไม่มีข่าวที่แน่นอน ข้าเพียงแต่คาดเดา... บางที บางที..."
"บางทีอะไร?"
"บางที... อาจจะเปิด!"
ยามที่ซูฉี่อู่กล่าวประโยคนี้ น้ำเสียงของเขาพลันสั่นเครือเล็กน้อย
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ยากจะปกปิด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลอย่างที่สุดปนอยู่ด้วย
เมื่อได้ยินทั้งสองสนทนากัน หลินม่อก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าสุสานบรรพจารย์คืออะไร
และทันทีที่เขาคิด ในหัวก็พลันมีความทรงจำลึกลับหลั่งไหลออกมา!
'สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋น! เล่ากันว่านอกเมืองชิงอวิ๋นมีสุสานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็ที่ฝังศพของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักชิงอวิ๋น
ทุก ๆ ่ระยะเวลาหนึ่ง สำนักชิงอวิ๋นจะเปิดสุสานบรรพจารย์ และจะส่งคนเข้าไปสำรวจ
ตระกูลซูและตระกูลเซียวในฐานะตระกูลบริวารของสำนักชิงอวิ๋น จึงมีสิทธิ์เข้าไปด้วย
และมารดาของชิงลั่วซึ่งเป็คู่บำเพ็ญของข้า ก็ได้หายสาบสูญไปในสุสานบรรพจารย์แห่งนี้!'