หลี่หยางหลับตาครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนลืมตาขึ้นด้วยความแน่วแน่
“หากใช้ผลึกวารีชั้นสูง และแก่นน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเสริมพลังให้ทั้งสองสาย แล้วกระตุ้นสายเลือดที่หลับอยู่ พวกมันจะพัฒนาได้ไกลกว่าที่นางคิดไว้แน่นอน…”
เขาล้วงเข้าไปในแหวนมิติ หยิบวัตถุบางชิ้นที่เขาเก็บสะสมไว้ และเขียนยันต์บางอย่างไว้บนกระดาษพับส่งให้หลี่เซียนที่เริ่มลืมตาขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เจ้าจะทำอะไร?”
หลี่หยางยิ้มเล็กน้อย
“ตอบแทนน้ำใจครั้งก่อน… ข้าแค่เสนอแนะแนวทางพัฒนาอสูรของเจ้า หากเจ้าต้องการจริง ๆ ลองทำตามนี้ดู…”
หลี่เซียนนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะรับกระดาษนั้นด้วยแววตาอ่อนลง
“ขอบใจ… หลี่หยาง ข้าจะลองเชื่อเจ้าสักครั้ง”
วัตถุดิบในการพัฒนา “เต่ามรกตวารี” ให้วิวัฒนาการเป็น “เต่ามหาสมุทรเขียวคราม” ซึ่งเป็นอสูรสายธาตุน้ำระดับสูง ที่โดดเด่นทั้งพลังป้องกัน ความสามารถในการควบคุมน้ำขนาดใหญ่ และพลังฟื้นฟู จะต้องใช้วัตถุดิบหายากที่มีคุณสมบัติกระตุ้นสายเลือดและขยายแก่นพลังธาตุน้ำโดยเฉพาะ ดังนี้:
วัตถุดิบหลัก 3 อย่าง:
1. ผลึกวารีทิพย์
• ผลึกธาตุน้ำระดับสูงที่หายากจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์
• เสริมความเสถียรให้พลังธาตุน้ำ และช่วยให้วิวัฒนาการคงรูปมั่นคง
2. หยกห้วงสมุทร
• ดูดซับและกักเก็บพลังธาตุน้ำบริสุทธิ์ในระดับสูงสามารถนำมาใช้ในพิธีวิวัฒนาการ เพื่อให้ร่างของอสูรมีพลังไหลเวียนอย่างมั่นคง
• ใช้ควบรวมพลังหยินหยางในทะเล สร้างสมดุลการดูดซับพลังขั้นสูง
3. รากบัววารีหมื่นปี
• สมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำหายาก ฟื้นฟูพลังและขจัดการต่อต้านระหว่างร่างกับพลังใหม่
• เร่งการปรับตัวหลังวิวัฒนาการ และเพิ่มความกลมกลืนพลังกับผู้ครอบครอง
สำหรับการพัฒนา บุปผาน้ำแข็ง 6 กลีบ ให้ก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้นเป็น บุปผาน้ำแข็งเวหะ ซึ่งเป็นขั้นสำคัญที่ทำให้มันเริ่มมีพลังเวทโจมตีจากระยะไกลและลอยตัวได้บางส่วน จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบระดับกลาง–สูงที่สอดคล้องกับธาตุน้ำแข็งและพลังเวทฟ้า โดยมี 3 อย่างหลักดังนี้:
1. น้ำแข็งฟ้าเวหา
• น้ำแข็งหายากที่ก่อตัวบนยอดเขาสูงในฤดูหนาวสุดขั้ว
• มีพลังของลมและน้ำแข็งแฝงอยู่ จึงเหมาะสำหรับวิวัฒนาการที่เน้นเวทโจมตีจากฟากฟ้า
• มักปรากฏในถ้ำอสูรนกน้ำแข็ง หรือแหล่งพายุหิมะบนเขาสูง
2. แร่ผลึกเยือกแข็ง
• แร่ผลึกชนิดหนึ่งที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนในความมืด
• ช่วยเพิ่มความเสถียรของพลังเวท ทำให้บุปผาน้ำแข็งควบคุมเวทย์ที่ซับซ้อนขึ้นได้
• พบในเหมืองร้างโบราณ หรือเขตธารน้ำแข็งลึก
3. หญ้าสะกดน้ำ
• พืชที่เติบโตใต้ผืนน้ำเย็นในทะเลสาบน้ำแข็งเท่านั้น
• มีคุณสมบัติในการขยายขอบเขตพลังน้ำ และสะกดการเคลื่อนไหวของพลังงานศัตรู
• เป็นส่วนประกอบสำคัญในการปลุกพลังเวทแบบ “หยุดนิ่ง” ที่บุปผาเวหานำมาใช้
การพัฒนา บุปผาน้ำแข็งเวหะ สู่ร่างสุดยอดขั้นถัดไป ราชินีบุปผาหิมะ จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบระดับสูงที่หาได้ยากยิ่ง เนื่องจากขั้นนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพลังเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “ปลุกพลังแห่งราชัน” ทำให้สัตว์อสูรเปลี่ยนจากรูปแบบ ‘พืชมีเวท’ ไปสู่ ‘วิญญาณพฤกษาน้ำแข็ง’ ที่มีเจตจำนงและอำนาจในการควบคุมหิมะโดยรอบ วัตถุดิบหลัก 3 อย่าง
1. น้ำตาวิหคน้ำแข็ง
• ของเหลวศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่าหยดจากดวงตาของวิหคหิมะในตำนาน
• มีคุณสมบัติฟื้นฟูแก่นวิญญาณ และเร่งการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตสายธาตุน้ำแข็ง
• หาได้จากเขตลับที่เคยเป็นถิ่นของวิหคหิมะ หรือในโบราณสถานที่มีการสังเวยสัตว์เทพ
2. เกล็ดราชันน้ำแข็ง
• เกล็ดจากราชันอสูรธาตุน้ำแข็ง หรือจากซากโบราณของมัน
• มีพลังความเย็นระดับทำให้มิติเยือกแข็ง ใช้ในการเสริมแก่นพลัง
• มักอยู่ในการปกป้องของอสูรเก่าแก่ หรือใต้ธารน้ำแข็งต้องห้าม
3. หญ้าจิตหิมะ
• พืชวิญญาณที่เกิดจากพลังเยือกแข็งปะทะกับจิตแห่งพฤกษา
• เพิ่มความสามารถในการควบคุมเวทพื้นที่น้ำแข็ง และเสริมสติปัญญาให้สัตว์อสูร
• ขึ้นในภูมิภาคที่มีพลังชีวิตเบาบาง เช่น หุบเหวหิมะนิรันดร์ หรือกลางลานหิมะที่มีพลังวิญญาณแฝง
“เจ้า…เจ้ามีข้อมูลเหล่านี้ได้ยังไง” หลี่เซียนเอ่ยถามด้วยความตกใจ
“ ข้าบังเอิญได้คัมภีร์บันทึกการพัฒนาสัตว์อสูรเก่าแก่มาเล่มหนึง ข้างในบันทึกการพัฒนาสัตว์ไว้มากมาย รวมถึงเส้นทางและวัตถุดิบที่ต้องใช้”
เขาแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ถึงพลังแฝงของเขา ในอนาคตสิ่งเหล่านี้อาจจะผิดไว้ไม่มิดอีกต่อไป จะเป็นการดีหากทำให้มันดูสมเหตุสมผลไว้ตั้งแต่ตอนนี้
หลี่เซียนพักหน้าเข้าใจ รีบกล่าวขอบคุณหลี่หยางอย่างจริงใจ
“รับนี่ไปด้วย” หลี่หยางยื่นของสองสิ่งให้แก่หลี่เซียน
หลี่เซียนเบิกตากว้าง ขณะที่หลี่หยางยื่นวัตถุดิบสองชิ้นล้ำค่า—“น้ำแข็งฟ้าเวหา” และ “ผลึกเยือกแข็ง”—มาให้ตรงหน้า
“นี่มัน…ของล้ำค่า!” นางพึมพำ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ “เจ้า!…น้ำแข็งฟ้าเวหาแค่ชิ้นเดียว ก็สามารถเปลี่ยนชะตาของสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งได้!”
หลี่หยางพยักหน้าเบา ๆ น้ำเสียงเรียบเย็นแต่จริงใจ “ข้ารู้…และข้ารู้ว่ามันจะมีค่ามากกว่านี้ ถ้าอยู่ในมือของเจ้ากับบุปผาน้ำแข็งหกแฉกของเจ้า”
หลี่เซียนมองชายหนุ่มตรงหน้า ใจของนางสั่นไหวอย่างประหลาด “แต่เหตุใด? เจ้าไม่น่าจะมีของล้ำค่ามากมายเพียงนี้”
หลี่หยางยิ้มจาง ๆ “เพราะเจ้าคือคนเดียว…ที่เคยเตือนข้าเรื่องหลี่เฉินฟิง ในวันที่ข้ายังไม่มีค่าอะไรเลย” เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อ “นี่…คือการตอบแทนของข้า”
ดวงตาของหลี่เซียนไหววูบ เธอเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหลบสายตาเบา ๆ
“…เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้าควรพูดอะไรดีตอนนี้”
หลี่หยางยิ้ม ไม่ตอบ แต่สายตาเขากลับมองฟ้าสีครามเหนือยอดไม้ พร้อมเสียงลมเย็นที่พัดผ่านเบา ๆ
“เจ้าจะพูดหรือไม่ก็ได้” เขาว่า “แต่จงใช้มัน…แล้วฝ่าฟันชะตาของตัวเองให้ได้”
“ตอนนี้ก็เหลือแค่ หญ้าสะกดน้ำ หวังว่าจะพบมันในที่แห่งนี้ “ นางพึมพำกับตนเอง
แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์กลับมาจากการดูดกลืนซากสัตว์อสูร กลีบบุปผาพิษสีดำที่แผ่ขยายรอบกายของมันพลันหดกลับเข้าแกนกลาง มันสะบัดหนามพิษเบา ๆ พลางพยักหน้าให้หลี่หยางอย่างสงบนิ่ง
“ดูท่าจะอิ่มหนำแล้วสินะ” หลี่หยางพูดเบา ๆ พลางยิ้ม ก่อนจะหันไปหาหลี่เซียนที่ยืนขึ้นเคียงข้าง
หลี่เซียนพยักหน้า “พลังของมันดูแข็งแกร่งขึ้นมากเลย”
แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์เดินกลับมาหยุดอยู่ข้างหลี่หยาง มันส่งคลื่นพลังวิญญาณออกมาเบา ๆ คล้ายจะบอกว่า พร้อมแล้ว
หลี่หยางผงกศีรษะช้า ๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“เราไปกันต่อเถอะ ยังเหลืออีกหลายจุดที่ต้องสำรวจ และข้าก็ยังต้องตามหาวิหคเงาทมิฬให้พบ”
หลี่เซียนกล่าวรับพร้อมส่งสัญญาณให้อสูรของตนออกมาเคียงข้าง แสงสีฟ้าเย็นวาบขึ้นจากบุปผาน้ำแข็งหกแฉก และเงาร่างเต่ามรกตวารีก็โผล่พ้นจากพุ่มไม้
สองเงาร่าง หนึ่งชาย หนึ่งหญิง เดินฝ่าป่าหมอกของแดนลับสระทมิฬ ท่ามกลางเสียงลม และกลิ่นอายอันตรายที่แผ่พุ่งมาจากทุกทิศทาง
“ข้าหวังว่าเราจะไม่เจออะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว…” หลี่เซียนพึมพำ
หลี่หยางหัวเราะเบา ๆ “ในแดนลับแห่งนี้ ถ้าเจอแต่เรื่องดี ๆ คงจะแปลกไปหน่อยแล้วล่ะ”
ทางด้านอื่นๆในมิติลับ
เมื่อเข้าสู่ภายใน ผู้เยาว์ต่างแยกย้ายกันไปยัง บ่อรอบนอกทั้งหกแห่ง ที่อยู่ล้อมรอบเขตกลางของแดนลับ ซึ่งเป็นบริเวณที่ความเข้มข้นของพลังวิญญาณยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับผู้ฝึกยุทธทั่วไป
ภายในบ่อวิญญาณรอบนอกแต่ละบ่อ เต็มไปด้วย หมอกดำจาง ๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของบ่อวิญญาณทมิฬ
ผู้เยาว์ทั้งชายหญิงต่างเร่งเร้า ลมปราณ และฝึกฝนท่ามกลางสภาวะที่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน
“ข้า… ข้าแตะระดับรวมจิตวิญญาณขั้น 7แล้ว!”
เสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้นของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นในบ่อที่สี่
เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูร ที่คู่สัญญากับพวกเขาดังประสานตามกัน
สัตว์อสูรหลายตนทนรับพลังมหาศาลจากบ่อวิญญาณไม่ไหว ต้องเข้าสู่กระบวนการวิวัฒนาการอย่างฉับพลัน บ้างก็เปล่งแสงออกมาจากร่างกาย บ้างก็เปลี่ยนรูปลักษณ์อย่างน่าตื่นตะลึง
บางบ่อเกิดการแย่งชิงจุดฝึกฝนที่ดีที่สุดจนมีการประลองย่อย ๆ เกิดขึ้น
แต่เนื่องจากพวกเขามาจากตระกูลเดียวกัน สถานการณ์ยังคงไม่วุ่นวาย
ในบ่อที่สอง หลี่ซูเหยา นั่งนิ่งอยู่เหนือแท่นศิลา แสงสีม่วงจาง ๆ แผ่ออกจากกลางหน้าผากของนาง
เสียงอสูรตุ๊กแกล่องหนของนางกู่ร้องออกมา ร่างมันห่อหุ้มด้วยไอพลังสีเทาเข้มข้น ก่อนที่กรงเล็บจะเปล่งแสงเหมือนหินคราม
ทุกบ่อเต็มไปด้วย เสียงคำรามและพลังแปรเปลี่ยน
มันคือช่วงเวลาแห่งการพัฒนาอันยิ่งใหญ่ของเหล่าผู้เยาว์ตระกูลหลี่
และทั้งหมดนี้ ยังเป็นแค่เพียง ‘ชั้นนอก’ ของแดนลับเท่านั้น…