หลังจากค่ำคืนอันแสนหฤหรรษ์ที่อวี้ชิงหนานได้พบเจอ วันใหม่ก็มาเยือน เด็กหนุ่มยังคงใช้ชีวิตอันแสนน่าเบื่อหน่ายอยู่ใจจวนของเสนาบดีลิ่วเช่นเดิม มันนอนทอดกายดูเพดานภายในห้องก่อนทอดถอนหายใจแผ่วเบา
เสียงถอนใจนี้ช่างฟังดูเดียวดายไร้ความสุขยิ่งนัก เดิมคิดว่าพออวี้ชิงลั่วมารดาคนงามไม่อยู่ มันจะได้ออกไปเดินเล่นในเมือง ได้ไปหาความสำราญในหอนางโลม แต่ไม่เลยอวี้ชิงหนานกลับต้องมาถูกขังอยู่จวนแห่งนี้ซึ่งไม่ต่างจากนกในกรงตัวหนึ่ง
“เมื่อไรท่านแม่จะกลับมาเสียที หากมีนางอยู่ข้ายังพอได้ หาความสำราญกับนางเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้แต่ยามนี้รู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก” อวี้ชิงหนานเอ่ยพึมพำเบา ๆ ก่อนพ่นลมหายใจยาว ๆ ออกมาอีกครั้ง
“แถมเมื่อคืนข้าก็ได้เห็นเข้ากับเรื่องสุดเสียวถึงสองเรื่อง นึกแล้วอยากนำมาระบายใส่ท่านแม่ให้หายอึดอัดเสียจริง จะใช้มือข้างนี้ช่วยก็ได้ แต่...คงเทียบกับมือของแม่ไม่ติดเป็นแน่ เฮ้อออ....ออ เบื่อว้อย...ยยย เงี่ยน...นนนว้อยยย เงี่ยน...นน จริง ๆ” อวี้ชิงหนานร่ำร้องเสียงดังด้วยประโยคเด็ดของผู้อาวุโสในตำนานท่านหนึ่ง ก่อนที่มันจะพลันดีดตัวลุกขึ้นมา
“ไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสาย แอบดูสาวใช้ของท่านเสนาบดีดีกว่า ขืนนอนอยู่แต่ในห้องเช่นนี้ข้าคงประสาทเสียเป็นแน่” อวี้ชิงหนานเอ่ยรำพึงรำพันก่อนจะกระโดดลงจากเตียง และเดินก้าวเท้าออกจากห้องไป..
ยามนี้เป็นช่วงยามซื่อ (09:00-11:00) อากาศกำลังดีไม่ร้อนมาก แถมมีลมพัดเอื่อย ๆ ทำให้อวี้ชิงหนานรู้สึกเย็นสบายเป็นอย่างยิ่ง ผู้คนในจวนก็ไม่พลุกพล่านเพราะส่วนใหญ่ก็มีหน้ารับผิดชอบของตนกันหมด อวี้ชิงหนานเดินไป ก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อมันจะเจออะไรที่น่าสนใจ ซึ่งก็พบเข้าจริง ๆ สตรีนางหนึ่งในชุดผ้าไหมสีชมพูกำลังนั่งวาดรูปอยู่ในศาลากลางสวน ตรงนั้นมีแค่นางกับสาวใช้อีกสองคนเท่านั้น อวี้ชิงหนานจึงนึกสนุกเดินตรงเข้าไปหาทันที ซึ่งสตรีที่ว่ามิใช่ใครอื่น นางคือ อี้หนิงเอ๋อ บุตรสาวของเสนาบดีลิ่วนั้นเอง
“น้องหนิงเอ๋อเจ้ากำลังทำอันใดอยู่หรือ”
“อ้าว พี่ชิงหนานท่านมาพอดีเลย ข้ากำลังวาดรูปกับทานของว่างอยู่พอดี มา ๆ มานั่งเป็นเพื่อนคุยกับข้าหน่อย ข้าจะให้พี่ดูด้วยว่ารูปที่ข้าวาดสวยหรือไม่” อี้หนิงเอ๋อหันมาระบายยิ้มสดใสให้อวี้ชิงหนานอย่างอารมณ์ดี แล้วกล่าวเชิญให้มันมานั่งดูนางวาดรูป สาวงามน่ารักขนาดนี้เอ่ยปากชวนมีหรือที่ เจ้าอวี้ชิงหนานจะปฏิเสธ
“พวกเจ้าสองคนมีอะไรก็ไปทำเถิดตอนนี้ข้ามีคนคุยด้วยแล้ว ไว้มีอะไรข้าจะเรียกอีกที”
“เจ้าค่ะคุณหนู” สาวใช้คนงามทั้งสองรับคำก่อนโค้งศีรษะ แล้วเดินออกจากศาลาไป ยามนี้จึงเหลือแค่หนุ่มสาวสองคนเท่านั้น
“เจ้าวาดรูปอันใดอยู่หรือน้องหนิงเอ๋อ”
“เป็นรูปของท่านแม่น่ะพี่ชิงหนาน ใกล้จะถึงวันเกิดนางแล้ว ข้าอยากมอบให้เป็นของขวัญ แต่มันยังไม่เสร็จเลย แต่พี่ว่ามันสวยหรือไม่” อี้หนิงเอ๋อ กล่าวถามขณะที่หันกลับไปลงพู่กันต่อ ซึ่งอวี้ชิงหนานก็ตอบสั้น ๆ ว่า ‘สวย’ ทว่า...สวยในความหมายของมันหาใช่รูป แต่เป็นตัวของอี้หนิงเอ๋อต่างหาก
นางเป็น สาวน้อยอายุประมาณ 16-17 ขวบปี ที่มีส่วนสัดอันสวยงามน่าทะนุถนอม ผิวอันขาวผ่องเหมือนเปล่งประกายยามต้องแสงแดด เอวบอบบาง สะโพกผายสวยงอนงามเต่งตึง ผมยาวสลวย ดวงตากลมโตหวานหยาดเยิ้ม ขณะขยับร่างกายทรวงอกสวยเต่งตึงขยับขึ้นลงนิดๆ ดึงดูดสายตาของเจ้าอวี้ชิงหนานเหมือนวิญญาณมันจะหลุดออกจากร่างเลยทีเดียว
“น้องหนิงเอ๋อ งดงามไม่แพ้ท่านป้าชุยฮั่วมารดาของนางเลย แถมกลิ่นกายก็ช่างหอมหวนยิ่งนัก อ๊าาา...าา ข้าชักเกิดอารมณ์กำหนัดเสียแล้ว...” อวี้ชิงหนานครุ่นคิดในใจอย่างเคลิบเคลิ้มลามก ก่อนเรื่องชั่วร้ายเลวทรามจะพันผุดขึ้นในหัวของมัน
“จริงสิ แล้วข้าจะมัวเสียเวลาคิดอยู่ไย สู้ลงมือเลยไม่ดีกว่าหรือ ยามนี้ยิ่งอยากจะระบายความฟุ้งซ่านอยู่ด้วย” อวี้ชิงหนานแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนที่มันจะหันซ้ายแลขวาเพื่อดูมีผู้อื่นหรือไม่ เมื่อพบว่าไม่มีจึงหยิบห่อเล็ก ๆ ออกมาจากเสื้อ ก่อนโปรยลงในถาดขนม จากนั้นก็เก็บซองลึกลับ แล้วเอ่ยออกมาว่า
“น้องหนิงเอ๋อ พี่ว่ามันเริ่มไม่ค่อยสวยแล้ว อาจเป็นเพราะเจ้าเร่งรีบไปหรือไม่ พักทานขนม ดื่มชา สนทนากับพี่สักนิดก่อนดีไหม” พออี้หนิงเอ๋อได้ฟังนางก็พลันหยุดชะงัก คล้ายความมั่นใจก่อนหน้าถูกหยุดด้วยคำของอวี้ชิงหนาน
“เริ่มไม่สวยแล้วหรือพี่ชิงหนาน สงสัยข้าจะรีบวาดเกินไปจริง ๆ งั้นพักมือสักนิดก็ได้” อี้หนิงเอ๋อ เป็นเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาอย่างประคบประหงมดังนั้นนางจึงไม่ค่อยมีความมั่นใจในการทำอะไรสักเท่าไหร่ พอถูกใครสักคนหลอกจึงหลงเชื่อโดยง่าย ซึ่งเจ้าตัวแสบ อวี้ชิงหนานก็รู้ข้อนี้เป็นอย่างดี
จากนั้นเจ้าอวี้ชิงหนานก็เดินแผนการต่อด้วยการชวนอี้หนิงเอ๋อคุย พูดให้กำลังใจนาง ชวนนางดื่มน้ำชา และทานขนมที่มันแอบโรยผงบางอย่างลงไป ซึ่งผงที่ว่าก็คือผงปลุกกำหนัดชนิดพิเศษที่มันคิดขึ้น ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้รส เมื่อออกฤทธิ์ผู้ที่กินเข้าไปจะมีความต้องการทางเพศอย่างลืมตัว แถมที่ร้ายสุดเมื่อหมดฤทธิ์ยาผู้กินจะจดจำช่วงที่ร่วมรักไม่ได้ด้วย ช่างเป็นยาพิษที่อุบาทว์ชั่วร้ายยิ่งนัก
อี้หนิงเอ๋อกินเข้าไปได้ไม่นานนางก็เริ่มมึนหัว เซร่างโงนเงน เสียการทรงตัว เจ้าอวี้ชิงหนานไม่รอช้าพลันเล่นละครต่อทันที
“น้องหนิงเอ๋อ! น้องหนิงเอ๋อเจ้าเป็นอันใด!!” อวี้ชิงหนานแสร้งตะโกนเสียงดังเพื่อให้สาวใช้ที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินก่อนที่พวกนางจะพลันวิ่งมาดูด้วยความตกใจ และพอมาถึงก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น อวี้ชิงหนานพลันใช้นิ้วจับชีพจรของอี้หนิงเอ๋อคล้ายกับกำลังตรวจดูอาการ
“เลือดลมเดินผิดปรกติกะทันหัน เป็นอาการป่วยที่หายาก ข้าจำต้องฝังดุ้น เอ๊ย!เข็ม กับใช้สมุนไพรลับรักษานางอย่างเร่งด่วน พวกเจ้าคนหนึ่งรีบพานางไปที่ห้องข้า ส่วนเจ้าอีกคนไปบอกท่านเสนาบดีว่าไม่ต้องห่วง ข้ารักษานางได้ อ๋อ และบอกท่านด้วยว่าห้ามใครมารบกวนระหว่างการรักษาไม่งั้นนางอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต” อวี้ชิงหนานเอ่ยออกมาด้วยแววตามุ่งมั่นจริงจัง จนพวกสาวใช้หลงเชื่อ สองคนพลันเข้าไปประคองร่างอี้หนิงเอ๋อตรงไปที่ห้องของอวี้ชิงหนาน ส่วนอีกคนก็วิ่งไปรายงานเสนาบดีลิ่วตามที่มันบอก...
และจากนั้นไม่นานนักทุกอย่างก็เป็นไปตามที่อวี้ชิงหนานต้องการ ร่างงามอวบอัดของอี้หนิงเอ๋อมานอนอยู่บนเตียงภายในห้องของเจ้าอวี้ชิงหนานเป็นที่เรียบร้อย ยามนี้อี้หนิงเอ๋อไม่ได้สลบ ดวงตานางเหม่อลอย ปากครวญครางเบา ๆ เหงื่อกาฬแตกทั่วร่างคล้ายคนร้อน ร่างกายท่อนล่างบิดส่ายไปมา อวี้ชิงหนานเห็นเช่นนั้นมันจึงเอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า
“เงี่ยน เอ๊ย! ทรมานสินะ น้องหนิงเอ๋อ มาเดี๋ยวพี่จะฝังเข็มท่อนใหญ่เพื่อรักษาเจ้าเดี๋ยวนี้” กล่าวจบอวี้ชิงหนานก็ค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของมันออกจนหมด จากนั้นก็ขึ้นไปคร่อมร่างงามของอี้หนิงเอ๋อ แล้วพลันพุ่งหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอเพื่อสูดดมกลิ่นสาบสาวของนางอย่างหื่นกระหาย...
จบบท