ตอนที่ 181 บริษัท Rayzen จะไม่ยอมให้ใครมาชี้นิ้วสั่ง
“ไม่เจอบักสักตัวเลยเหรอ?” ผู้บริหารของลอว์รี่ เพจ ได้เข้ามาถามหัวหน้าทีมตรวจบัก ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้พูดกระซิบกระซาบกันเพื่อรายงานสถานการณ์
งึก…งึก~!
“ยังไม่เจอเลยครับ มีความเป็นไปได้สูงว่านักพัฒนา Rayzen จะแก้ไขและปรับปรุงโปรแกรมก่อนจะนำมาทดสอบกับทางเรา เพื่อการทำงานที่ราบรื่น” หัวหน้าทีมตรวจหาความผิดปกติของโปรแกรมรายงาน
เขานั้นชื่นชมนักพัฒนา Rayzen มานานแล้ว แถมยังเคยแอบเอาเวลาว่างจากการทำงานเพื่อตรวจหาบักในเกม Farmday ที่ตอนนั้นบริษัท Gogle ของเขายังไม่ได้เข้าซื้อเกมจากอีกฝ่าย
ประหนึ่งเพื่อที่จะได้มีโอกาสพูดคุยกับนักพัฒนา Rayzen เป็นการส่วนตัวว่าเกม Farmday ของพวกเขา นั้นมีบักและอาจมีการโจรกรรมเกมเพื่อโกงได้นั่นเอง แต่แล้วหลังจากลองอยู่หลายวัน ในที่สุดหัวหน้าทีมผู้นี้ ก็พบเจอกับความผิดหวัง
เกม Farmday ไม่สามารถเจาะผ่านระบบป้องกันเข้าไปได้ จึงได้แต่ยอมรับจากใจว่านักพัฒนา Rayzen ที่ความรู้และความสามารถที่เหนือชั้นกว่าพวกเขามาก จนสามารถเขียนระบบป้องกันมาปิดจุดอ่อนของเกมได้ทั้งหมด
และครั้งนี้ก็เช่นกัน โปรแกรมแปลภาษานั้นไม่มีช่องโหว่ให้พวกเขาเจาะผ่านได้เลย ซึ่งหัวหน้าทีมตรวจหาบักก็เริ่มยอมรับกลายๆ แล้วว่า โปรแกรมนี้อาจจะเป็นโปรแกรมที่สมบูรณ์ที่สุด นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท Gogle มาเลยก็ได้
“ทุกคนไม่ต้องค้นหาบักกันแล้ว โปรแกรมนี้สมบูรณ์มาก จนไร้ข้อบกพร่อง” ซุนดาร์และลอว์รี่เพจ กำลังช่วยกันนั่งไล่อ่าน Source Code ของโปรแกรม
ยิ่งอ่านทั้งสองก็ยิ่งทึ่ง ไม่คิดว่านักพัฒนา Rayzen จะโหด ไม่สิ…จะเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรมได้มากขนาดนี้ แม้แต่ตัวพวกเขาทั้งสองคนก็ยังไม่สามารถเขียนโปรแกรมที่สมบูรณ์และครอบคลุมการทำงานได้ทั้งหมด ด้วย Code ไม่กี่บรรทัด
“นักพัฒนา Rayzen สุดยอดมากครับๆ ผมอยากที่จะได้คุยกับสักครั้งจริงๆ” ลอว์รี่ เพจ ไม่คิดปิดบังความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นเลยสักนิด มาด CEO ของเขาป่นปี้ไม่มีชิ้นดี เมื่อตรงเข้าไปจับมือของพีท ที่กำลังบรรยาย Source Code ในโปรแกรมให้กับ พนักงานของบริษัท Gogle
“ยังไงเดี๋ยวผมจะลองติดต่อหาอาจารย์ดูนะครับ เพียงแต่ตอนนี้อาจารย์ค่อนข้างเก็บตัวเพื่อโปรเจกต์ของเขาอยู่ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังแทบไม่ได้คุยกับเขาเลยครับ” พีทยิ้มตอบ อันที่จริงพีทก็ไม่ได้พูดโกหก ถ้าหากไม่มีเรื่องอะไรสำคัญ ตัวของสตีเฟ่น จ๊อบส์และน้าผี แทบจะเก็บตัวจำศีลอยู่แต่ในห้องของพวกเขา จะมีก็แต่เอไออัลฟ่า ที่ออกมารับหน้าเจ้านายของมันอย่างเขาเท่านั้น
“น่าเสียดายจริงๆ ผมอยากจะถามถึง Code ในส่วนนี้สักหน่อย ทำไมเขาถึงได้ใช้ตัวแปรในการเขียนแบบนี้ แถมยังตัดทอนความยุ่งยากให้โปรแกรมสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นอีกด้วย” คำพูดนี้เป็นของซุนดาร์ รองประธานบริษัท Gogle ที่กล่าวชม
ซึ่งพีทก็ยิ้มรับและตอบกลับไปว่า “ที่ต้องตัดทอนก็เพราะผมได้ใส่คำสั่ง รีเช็ก ไว้ด้านบนของโปรแกรมในส่วนนี้แล้ว…การทำงานของมันก็ง่ายๆ ครับ หากผู้ใช้ป้อนตัวอักษรหรือสะกดคำผิด โดยปกติแล้วโปรแกรมอื่นๆ จะไม่แปลความหมายออกมา แต่เราได้ใช้ความน่าจะเป็นที่เอไอเดลต้าเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือและคาดเดาคำที่ถูกต้องให้กับผู้ใช้ ฉะนั้นการใส่ตัวแปรนี้เข้าไป จึงทำให้โปรแกรมไม่ต้องคิดคำนวณเยอะหรือค้างนั่นเองครับ” พีทตอบและอธิบายให้กับคนในบริษัท Gogle ได้เข้าใจถึงหลักการทำงานของโปรแกรมแปลภาษาของเขา
ซึ่งซุนดาร์และลอว์รี่ เพจ ก็พยักหน้าด้วยความพอใจ เพราะการเขียนโปรแกรลักษณะนี้ มันช่วยให้โปรแกรมทำงานได้อย่างราบรื่นขึ้นจริงๆ เนื่องด้วยโปรแกรมเดิมๆ นั้นถูกป้อนคำสั่งให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์แบบเป๊ะๆ ถึงจะทำงานต่อไปได้
แต่พอโปรแกรมแปลภาษานี้ได้ใช้ เอไอเดลต้าเข้าช่วยและให้มันช่วยคาดเดาประโยคและคำที่ต้องการจะแปล แม้ผู้ใช้งานจะพิมพ์หรือสะกดผิด มันก็ยังคงทำงานต่อไปได้ โดยอาศัยการอ่านรูปประโยคในก่อนหน้านี้
หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือผู้ที่ไม่เก่งภาษานั้นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจกับภาษาได้ง่ายยิ่งขึ้น
“คนที่คิดมันออกมา ช่างอัจฉริยะจริงๆ” ลอว์รี่ เพจ คลั่งไคล้ในปัญญาประดิษฐ์อยู่แล้ว เพราะเขามองว่ามนุษย์นั้นต่อให้จะเก่งและฉลาดมากแค่ไหน
ก็มีในบางจุดที่ต้องผิดพลาดบ้าง ผิดกับปัญญาประดิษฐ์ พวกมันเหมือนกับหุ่นยนต์ที่ความถูกต้อง ต้องแม่นยำ 100% ฉะนั้นหากพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมาช่วยลดความผิดพลาดของมนุษย์ได้ มันก็ยิ่งทำให้เทคโนโลยีในโลกนี้ก้าวหน้าได้มากยิ่งขึ้น
“หากใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถถามผมได้เลยนะครับ ถึงโปรแกรมนี้จะเป็นนักพัฒนา Rayzen อาจารย์ของผมเป็นคนริเริ่ม…แต่โปรแกรมส่วนใหญ่เป็นผมเองที่เขียนมันขึ้นมา จึงเข้าใจในหลักการของโปรแกรมนี้ทั้งหมดครับ?” ก่อนหน้าที่จะมานำเสนอโปรเจกต์แปลภาษานี้ พีทได้ถูกสตีเฟ่น จ๊อบส์สั่งให้เขาใช้เวลาทำความเข้าใจในตัวโปรแกรมมาอย่างหนักหน่วง
แม้เอไออัลฟ่าและเดลต้าจะคอยป้อนข้อมูลและวิธีการของโปรแกรมทั้งหมดใส่เข้ามาในหัวของพีท แต่พีทก็ต้องทำความเข้าใจกับมันด้วย อนึ่งเป็นตัวเขาที่เขียนมันขึ้นมาเอง
ตามคำสั่งของสตีเฟ่น จ๊อบส์ ที่จะเสริมสร้างบารมีให้กับพีท ทำให้ชื่อเสียงของพีทโดดเด่นขึ้นมา จนวันหนึ่งวันที่เขาต้องเปิดเผยตัวตนว่าตัวเองคือ นักพัฒนา Rayzen จะได้ไม่ทำให้คนอื่นสงสัยนั่นเอง
สตีเฟ่น จ๊อบส์และน้าผี ทำได้แค่เพียงสนับสนุนและช่วยเหลือพีทจากเบื้องหลัง พวกเขาไม่มีวันไปยืนเบื้องหน้าได้เพราะพวกเขาเป็นเพียงแค่วิญญาณตนหนึ่ง ฉะนั้นพีทต้องเร่งสร้างรากฐานและชื่อเสียงให้กับตัวเองได้แล้ว
ดั่งเช่นซุนดาร์เองก็กำลังเร่งสร้างรากฐานให้กับตัวเองในบริษัท Gogle เช่นเดียวกัน
“พีท คุณเขียนโปรแกรมทั้งหมดนี้เองเหรอ?” ซุนดาห์เอ่ยถาม “ครับ เป็นผมที่เขียนมันขึ้นมาเองทั้งหมด ตามคำชี้แนะของอาจารย์และอาจารย์จะยื่นมือเข้ามาช่วยยามผมเจอทางตันเท่านั้นครับ” พีทตอบไปตามคำสั่งของสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่อยากจะสร้างชื่อเสียงให้กับพีท แม้ทั้งหมดนี้จะเป็นผลงานของสตีเฟ่น จ๊อบส์เองก็ตาม
“. . .”
ภายในห้องประชุมเงียบไปเมื่อได้ยินคำพูดของพีท พวกเขาต่างมองเด็กหนุ่มวัย 22-23 ปี ด้วยความทึ่งและแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองว่าเด็กหนุ่มไฟแรงอย่างพีท จะเป็นคนเขียนโปรแกรมนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง
‘การมีอัจฉริยะเป็นที่ปรึกษา เป็นอาจารย์…นี้มันดีจริงๆ สามารถทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งเก่งกาจได้ขนาดนี้’ อย่างที่รู้กันดีคนในบริษัท Gogle รู้ประวัติความเป็นมาของพีทกันหมดแล้ว
พวกเขาจึงรู้ว่าที่พีทเก่งขึ้นมาได้แบบนี้ ก็เพราะมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่อย่างนักพัฒนา Rayzen เป็นอาจารย์ของเขา นี้คือสิ่งที่พวกเขาปลอบประโลมใจตัวเอง เพื่อที่จะเชื่อว่าพีทเก่งขึ้นมาได้ก็เพราะมีอาจารย์ที่ดีนั่นเอง
“เอาล่ะ พักกันสักครู่หน่อยก็แล้วกัน…พีท เราขอเชิญคุณไปทานอาหารมื้อเที่ยงเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ?” ลอว์รี่ เพจเป็นคนเอ่ยปากชวน โดยมีซุนดาห์พยักหน้าให้กับพีท เพื่อขอให้พีทตอบรับ
“พีทผมขอถามคุณตามตรง ผมอยากรู้ว่าเป้าหมายของบริษัท Rayzen ร่วมถึงตัวคุณเองคืออะไร คุณจะไม่ตอบคำถามนี้ของผมก็ได้ เพียงแต่ผมแค่สงสัยแนวทางของพวกคุณก็เท่านั้น?” หลังจากพีทได้ถูกลอว์รี่ เพจ เชิญมารับประทานอาหารร่วมกัน
บนโต๊ะอาหารมื้อนี้ ก็มีเพียงแค่ เพจ ซุนดาร์และพีท แค่สามคนเท่านั้นที่ร่วมรับประทานอาหาร ราวกับว่าการกินอาหารมื้อนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพีทให้มากขึ้นรวมถึงอ่านความคิดของบริษัท Rayzen อย่างตรงไปตรงมา
เพราะหลังจากที่พวกเขาทั้งสองคนรู้ว่า พีทไม่ใช่แค่ตัวแทนของนักพัฒนา Rayzen แต่เป็นนักพัฒนาอีกหนึ่งคน มันทำให้พวกเขาทั้งสองคนเริ่มกังวลว่าบริษัท Rayzen กำลังจะทำอะไรอยู่กันแน่
“มันอาจจะเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่พวกเราสองคนมองเห็นศักยภาพในการเติบโตของบริษัท Rayzen Techฯ จนอยากที่จะเข้าร่วมกับพวกคุณด้วย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” ลอว์รี่ เพจและซุนดาห์มีความคิดที่ตรงกัน ไม่อย่างนั้นทั้งสองคนคงไม่สนิทสนมกันจนกล้าที่จะสละตำแหน่ง CEO ให้กับอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อเช่นนี้
เป้าหมายของทั้งสองที่มองเห็นในศักยภาพของบริษัท Rayzen ที่จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาราวกับจรวดเช่นนี้ หากอีกฝ่ายเติบโตขึ้นจนกลายเป็นคู่แข่งกับบริษัทของพวกเขา วันนั้นต่อให้พวกเขาอยากจะสกัดและสะกดบริษัท Rayzen มากแค่ไหนก็ทำไม่ได้แล้ว
ดังนั้นในวันนี้ตอนที่ทั้งสองบริษัทยังแสดงความเป็นมิตรต่อกันอยู่ พวกเขาเลยอยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับบริษัท Rayzen เพื่อที่จะสะกดและควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่พวกเขาสามารถควบคุมได้นั่นเอง
“ก่อนอื่นเลย ผมขอขอบคุณในคำชื่นชมที่ทั้งสองท่านมอบให้…หากแต่บริษัท Rayzen ต่อให้วันข้างหน้าจะเติบโตมากขึ้นกว่านี้ พวกเราก็จะไม่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างเด็ดขาด นี้คือการตัดสินใจของนักพัฒนา Rayzen ที่ผมสามารถให้คำสัญญากับพวกคุณทั้งสองคนได้อย่างเต็มปาก” พีทเว้นจังหวะลงเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
“ในที่นี่ ผมไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นศัตรูกับบริษัท Gogle ของพวกคุณ…แต่ความตั้งใจของเราคือ พวกเราอยากสร้างบริษัทที่เป็นของพวกเราเอง โดยไม่มีกลุ่มนักลงทุนมาชี้นิ้วสั่ง ซึ่งเส้นทางนี้มันอาจจะทำให้พวกเราลำบากอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยเราก็ยังรักษาปรัชญาและการยึดมั่นในอุดมการณ์ของพวกเราเอาไว้ได้ครับ”
ลอว์รี่เพจะและซุนดาห์ได้ฟังคำพูดของพีท ทั้งสองก็หันมามองหน้ากัน…พวกเขารู้อยู่แล้วว่าพีทจะต้องตัดสินใจแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าบริษัท Rayzen จะบ้าแบบสุดโต่งตรงที่จะไม่เอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อกลายเป็นบริษัทมหาชน
ซึ่งผลจากการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ พวกเขาจะได้รับเงินก้อนโตจากนักลงทุนและผู้ถือหุ้นมาดำเนินธุรกิจ ที่ง่านต่อการเติบโตของพวกเขา
แต่ทว่าการยังคงทำให้บริษัท Rayzen เป็นเพียงบริษัทที่ไม่มีกลุ่มทุน นั้นหมายความว่า พวกเขาจะต้องหาเงินมาพัฒนาบริษัทด้วยตัวเอง มันเป็นเหมือนโซ่ตรวนที่รั้งพวกเขาให้เติบโตได้ช้าลง
ถึงอย่างนั้นเมื่อปลดเปลื้องพันธนาการนี้ได้ เมื่อถึงวันนั้นบริษัท Rayzen จะถือเป็นนกที่บินได้อย่างอิสระ โดยไม่มีใครมาห้ามหรือเข้ามาเปลี่ยนแปลงบ้านของพวกเขาได้
“พวกเราเข้าใจในจุดมุ่งหมายของบริษัท Rayzen ของคุณแล้ว…พวกเราสองคนขออวยพรให้คุณโชคดีกับเส้นทางที่เลือกเดิน และผมหวังว่าบริษัท Rayzen จะเป็นพันธมิตรที่มั่นคงของบริษัท Gogle นะครับ” ลอว์รี่ เพจ ไม่โน้มน้าวพีทอีกแล้ว
เพราะรู้ว่าต่อให้เขาพูดไปแค่ไหน พีทก็จะปฏิเสธ…ทางที่ดีที่สุด คือรักษาความสัมพันธ์ในรูปแบบพันธมิตรให้ได้ดั่งเช่นตอนนี้ก็ถือว่า สมผลประโยชน์กันทุกฝ่าย อย่าได้กลายมาเป็นคู่แข่งของกันและกันเลย
อย่างไรก็ตาม พีทไม่ได้จับมือหรือรับปาก ลอว์รี่ เพจและซุนดาห์…เขายิ้มอย่างราบเรียบ ก่อนจะพูดบางอย่างออกไปตรงๆ
“ผมไม่สามารถรับปากได้ว่า การดำเนินการในอนาคตของบริษัท Rayzen จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทจะสั่นคลอนหรือเปล่า เพราะโปรเจกต์ของบริษัท Rayzen มันอาจจะไปคาบเกี่ยวหรือแตะโดนโปรเจกต์ของบริษัท Gogle ไม่มากก็น้อย แต่ผมขอบอกตรงนี้ในฐานะตัวแทนว่า จุดมุ่งหมายของผมไม่เคยมองว่าบริษัท Gogle นั้นเป็นศัตรูของพวกเราอย่างแน่นอน” คำพูดของพีทอาจเป็นคำพูดที่ฟังดูลมแล้งๆ มันเหมือนกับการพูดปากเปล่าที่ไม่มีผลตามกฎหมายหรือทางสัญญา
มันเป็นเหมือนการพูดเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ถึงอย่างนั้นลอว์รี่ เพจและซุนดาห์ก็ประทับคำพูดของพีทเอาไว้ในใจแล้ว
‘พวกเขาสองคนจะลองเชื่อมั่นในตัวของบริษัท Rayzen และพีทดูสักครั้ง’
การรับประทานอาหารจบลงด้วยความขมุกขมัว มันไม่ได้ราบรื่นหรือชื่นมื่นอะไร แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาที่ทำให้ต้องสะดุด จนผิดใจกัน
มันเป็นเหมือนการประกาศชัดว่า บริษัท Rayzen มีตัวตนอยู่ในโลกนี้และบริษัทนี้มีศักยภาพมากพอที่เติบโตจนเป็นอาจเป็นภัยกับบริษัท Gogle ได้ในอนาคต
หากแต่บริษัท Rayzen ที่ยังเป็นเพียงนกตัวน้อย กลับพูดประมาณว่า ‘การเติบโตของฉันอาจทำให้คุณรำคาญใจได้ แต่ฉันสัญญา ฉันไม่ใช่ศัตรู’ อะไรทำนองนั้น
“คุณเห็นการตอบคำถามของเด็กหนุ่มคนนี้ไหม…ซุนดาห์?” ลอว์รี่เพจ หยิบกาแฟขึ้นมาจิ้บ หลังจากแยกย้ายและส่งพีทกลับไปยังห้องประชุมเพื่ออธิบายถึงโปรเจกต์ที่ทำร่วมกันระหว่างสองบริษัท
“เห็นสิ…เขาเหมือนพวกเราสองคนที่อยู่ในร่างเดียวกัน! เขาเก่งฉลาดเหมือนกับคุณ แต่เขาก็ทะเยอทะยานมากๆ เหมือนกันกับฉัน” ซุนดาห์ตอบพลางมองออกไปยังนอกหน้าต่าง
“ในมุมมองของฉัน เด็กคนนี้เป็นเหมือน CEO ของบริษัท Rayzen Techฯ เสียมากกว่า…ทางที่ดี ถ้าให้ผมแนะนำ พวกเราไม่ควรประเมินเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มอีกต่อไป ให้มองเขาเป็น CEO ของบริษัท Rayzen ถึงจะถูก” ลอว์รี่ เพจ พูดจบก็เดินออกไป ทิ้งให้ซุนดาห์ที่ยังมองออกไปนอกหน้าต่าง จมอยู่กับภวังค์ในความคิดของตัวเอง
‘CEO บริษัท Rayzen? จะเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า คงต้องรอดูฝีมือของเขา ในนาม CEO ของบริษัท Easy ก่อนดีกว่าไหม?’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เสาร์-อาทิตย์นี้ มีตอนแถมให้นะครับ ลงตอน 6 โมงเย็นกับ 2 ทุ่มครับ
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy