เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่7 ตอนที่ 210 : เครื่องรางคุ้มภัย

        เมื่อทุกคนเห็นหยางเฉินมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ทำให้พวกเขาเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม

        “นั่นคืออะไรกัน?” กวงเฟิงเอ่ยถามไห่เซี่ยว

        ไห่เซี่ยวเองก็ส่ายหน้าด้วยความจนใจ เขาตอบ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”

        “อาจจะเป็นฟองสบู่หรือลูกบอลคริสทัล?” เย่จื่อที่มีท่าทีสงสัยกล่าว

        ทันใดนั้นเองหยางเฉินก็พุ่งเข้าไปคว้าลูกบอลคริสทัลออกจากมือของจูดี้อย่างรวดเร็ว

        “เธอรู้จักอะโฟรไดท์?” หยางเฉินถามขึ้นช้าๆ

        จูดี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอกระสับกระส่ายไปมา จากหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ตอนนี้เธอไม่เหลือท่าทางเช่นนั้นอีกแล้ว “นี่... นี่คือสัญลักษณ์ของท่านผู้นั้น?”

        “อะไรกัน อย่าบอกผมนะว่าเธอไม่รู้จักอะโฟรไดท์จริงๆ?” หยางเฉินขมวดคิ้ว

        “ไม่... ไม่ฉัน... เมื่อนานมาแล้วฉันเคยประสบอุบัติเหตุ ฉันถูกคนคนนั้นช่วยโดยบังเอิญ และดูเหมือนท่านจะชอบฉันมากเลยให้สิ่งนี้ติดตัวฉันไว้ แต่จริงๆ แล้วฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง”

        หยางเฉินหัวเราะเสียงดัง “เธอโชคดีจริงๆ นี่คือเครื่องรางฟองอากาศ มันเป็นตัวแทนของเทพีอะโฟรไดท์ ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของเธอที่อยู่ในนี้”

        เมื่อได้ฟังที่หยางเฉินพูด สมาชิกกองพลน้อยเหยียนหวงต่างก็รู้สึกงุนงงขึ้นมาทันที มีเพียงเย่จื่อเท่านั้นที่กำลังจมอยู่ในความคิด

        “ใครคืออะโฟรไดท์?” เทียนหลงมองไปยังทั้งสองฝ่าย เขาพยายามถามหาคำตอบที่เขาต้องการ

        เย่จื่อตอบเขาด้วยเสียงต่ำ “หนึ่งในสิบสองเทพแห่งภูเขาโอลิมปัส เทพีแห่งความงดงามวีนัส หรือที่เรียกว่าอะโฟรไดท์ในภาษากรีกโบราณ...”

        “วีนัส” หลายคนได้ยินชื่อนี้ยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ วีนัสกับเฮดีสนั้นเป็นเทพที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่แล้วเทพพวกนั้นกลับอยู่บนโลกมนุษย์จริงๆ?

        เย่จื่อพยักหน้าช้าๆ กล่าวว่า “ตามตำนานแล้วเทพีวีนัสอาศัยอยู่ในฟองอากาศบนผืนน้ำ ถ้าหากตำนานนั่นเป็นเรื่องจริงล่ะก็ พลังนี่ต้องเป็นพลังของเธออย่างแน่นอน”

        ทุกคนต่างคิดไม่ถึงว่าตำนานเทพนิยายโบราณจะเป็นจริงไปได้!

        หยางเฉินถอนหายใจ “ฉันเอามันมาจากเธอก็เพื่อป้องกันเรื่องน่ารำคาญเท่านั้น นอกจากนี้ หากใช้เจ้านี่ไปครั้งหนึ่งมันก็จะสูญเสียพลังของมันไปตลอดกาล”

        “ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่วันนี้เมื่อฉันได้เห็นพลังของท่านแล้วฉันก็เข้าใจในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ตามที่สนธิสัญญาเทพเจ้าที่ได้ระบุไว้ ท่านเองก็ไม่อาจทำอะไรล่วงละเมิดสัญญาไปมากกว่านี้ได้ ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ ฉันสาบานว่าพวกเราจะรีบออกไปจากประเทศจีนให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน”

        แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าอะไรคือสนธิสัญญาเทพเจ้าก็ตาม พังค์และคาร์ลอสต่างแสดงสีหน้ามีความสุขขึ้นทันที “เธอ? กับคนพวกนี้?”

        หยางเฉินกวาดสายตามองไปยังจูดี้และคาร์ลอส “เครื่องรางนี้สามารถคุ้มกันได้แค่คนที่ถูกเลือกเท่านั้น”

        จูดี้กัดฟันกล่าว “ท่านเฮดีส ได้โปรดเมตตาพวกเราสักครั้งเถอะ ไม่ได้จริงๆ เหรอ?”

        “สาวน้อย... อย่าคิดท้าทายฉันจะดีกว่า ความหมายของชื่อฉันนั้นไม่ได้หมายถึงชีวิต... แต่เป็นความตาย”

        ในตอนนั้นเองดวงตาของหยางเฉินพลันเปล่งแสงสีแดงออกมา

        พังค์และคาร์ลอสขนลุกขึ้นมาทันใด ทันทีที่จ้องมองเข้าไปในดวงตานั้น พวกเขาก็รู้ความหมายของมันทันที

        พวกเขากำลังจะถูกฆ่า!

        หากฝ่ายตรงข้ามมีแค่พวกกองพลน้อยเหยียนหวง พวกเขาจะไม่มีทางหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับกัน คนข้างหน้าเขาคือหยางเฉิน!

        ในตอนนั้นทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะเข้าใจความหมายในชั่วพริบตา ทั้งสองพุ่งโจมตีเข้าโจมตีชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว!

        พังค์พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมปล่อยหมัดออกไป คาร์ลอสตวัดแส้สายฟ้าอย่างรุนแรง เพื่อที่จะตัดร่างของหยางเฉินเป็นสองซีก จากนั้นจึงหาโอกาสหนีจากที่นี่

        พังค์กดปุ่มที่นาฬิกาเขา ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ค่อยๆ บิดเบือน ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยกลุ่มหมอกปริศนาที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งบริเวณ

        “ไม่ คาร์ลอส อย่าวิ่งไปทางนั้น!!”

        จูดี้เห็นคนสองคนที่เริ่มจะหลบหนี เธอไม่มีเวลามากพอที่จะหยุดพวกเขาจึงทำได้เพียงตะโกนห้ามเท่านั้น

        ทันทีที่แส้สายฟ้าพุ่งเข้ามาหาหยางเฉิน เขาเพียงแค่ยกมือกันแส้นั้นโดยที่ไม่สะทกสะท้านกับสายฟ้าที่แล่นผ่านแส้แต่อย่างใด

        คาร์ลอสเห็นหยางเฉินคว้าแส้เอาไว้อย่างง่ายๆ เหมือนจับของทั่วไป เขาก็ตกตะลึงสุดขีดจนไม่อาจคิดหาทางหนีได้ ด้วยความหวาดกลัว คาร์ลอสรีบวิ่งหนีไปที่อีกด้านก่อนพังค์เสียอีก

        “นายมันไร้เดียงสาเกินไป” หยางเฉินพูดกับคาร์ลอสที่วิ่งไปด้านหลังของพังค์

        พังค์เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว หมอกควันอำพรางที่เขาปล่อยออกมาค่อยๆ จางหายไป หยางเฉินคว้าหัวของเขาเอาไว้เหมือนกับไม่มีอะไรมาขวางกั้นคนทั้งสอง

        “!”

        พังค์กัดฟันแน่น ตอนนี้เขากำลังจนมุมอย่างถึงที่สุด!

        หยางเฉินยื่นมือตบใส่หน้าเขาอย่างรุนแรงจนหัวของพังค์ระเบิดออกมาคล้ายกับแตงโม

        “ตูม!!”

        คาร์ลอสมองพังค์ที่ถูกฆ่าตายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขารีบวิ่งหนีออกจากวัดมังกรขดโบราณอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนหยางเฉินเองก็ไม่ได้ไล่ตามคาร์ลอส เขามองออกไปข้างนอกก่อนจะหันหน้ากลับมา

        “ปัง!!”

        กระสุนพุ่งเข้าใส่คาร์ลอสที่วิ่งออกมาอย่างแม่นยำ เขาล้มลงนอนแน่นิ่งบนพื้นทันที

        ถึงแม้ว่าเหล่าสมาชิกกองพลน้อยเหยียนหวงจะกังวลถึงคาร์ลอสที่หลบหนีไป แต่พวกเขาก็ยังไม่ลืมว่าภายนอกนั้นยังมีเย่หลางที่เป็นมือสไนเปอร์ซุ่มอยู่!

        หยางเฉินดูแปลกใจที่เย่หลางสามารถฆ่าคาร์ลอสจากระยะไกลได้ ดูเหมือนว่าฉายามือสไนเปอร์ที่ดีที่สุดคงไม่ได้มีแค่คุยเท่านั้น ระยะทางไม่กี่กิโลสำหรับเย่หลาง คงเหมือนการนับ A-Z ที่สุดจะง่ายดาย

        แน่นอนว่าถึงแม้คาร์ลอสจะหวาดกลัวแต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะวิ่งเป็นเส้นตรง เขาวิ่งวนไปมาเพื่อหลบกระสุนสไนเปอร์ของเย่หลาง แต่เท่านี้จะนับเป็นอะไรได้? สุดท้ายเขาก็ถูกยิงตายอยู่ข้างนอกนั่นเอง

        หยางเฉินได้หันกลับมามองจูดี้ด้วยท่าทีเรียบเฉยพร้อมกล่าวขึ้นว่า “เธอสามารถที่จะออกไปได้ และผมหวังว่าเธอคงไม่ถูกฆ่าตายด้วยเจ้าลิงนั่นนะ”

        จูดี้มองหยางเฉินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่เธอก็ไม่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีเขาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจูดี้รู้ว่าหากเธอเลือกจะแก้แค้นก็คงจะมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากพวกนั้น การรักษาชีวิตตนเองเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

        เธอยังไม่รู้ถึงความสามารถของลูกแก้วฟองอากาศบนมือของหยางเฉินว่ามันใช้โจมตีหรือป้องกัน แต่ก็ไม่คิดที่จะลองเสี่ยงแม้แต่น้อย!

        “ขอบคุณท่านเฮดีส”

        จูดี้เปิดโล่ป้องกันของเธอออกมาแล้ววิ่งออกไปจากวัดมังกรขดโบราณ ดูเหมือนเธอจะวิ่งได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเดิม เทียนหลงเองก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาและคนอื่นไม่อาจใช้พลังได้จึงไม่มีทางตามไปจัดการเธอได้ทันเวลา

        “นั่น... คุณหยาง คุณไม่คิดว่าเธอจะนำปัญหามาให้ในอนาคตบ้างเหรอ?” เทียนหลงถามขึ้นด้วยความสุภาพมากกว่าเดิม

        หยางเฉินไม่ได้สนใจคำถามของเทียนหลง เขาเดินไปรับขวดยาขวดหนึ่งจากเย่จื่อแล้วค่อยๆ กลืนมันลงไป

        หยางเฉินค่อยๆ สูดลมหายใจลึกเข้าไปในปอดพร้อมหลับตา ความบ้าคลั่งและความเย็นชาค่อยๆ หายไป เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าปกติ

        “อะไรกัน คุณกลัวผู้หญิงงั้นเหรอ?” หยางเฉินถามเทียนหลงด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

        เทียนหลงและคนอื่นๆ เปลี่ยนสีหน้าทันที “กลัว! กลัวพวกนั้นเนี่ยนะ! ข้าแค่คิดว่ามันจะนำปัญหามาให้เราอีกเท่านั้น!”

        “แล้วคุณบ่นอีกทำไมกัน?” หยางเฉินเอ่ยด้วยความเบื่อหน่าย

        “เจ้า... เจ้าไม่กลัวว่าเธอจะเปิดเผยที่อยู่ของเจ้าบ้างรึ? หากพวกเขาส่งคนจำนวนมากไปหาเจ้าเพื่อก่อปัญหาล่ะ เจ้าจะทำอย่างไร!?” เทียนหลงตะโกนถามเขาอีกครั้ง

        หยางเฉินยักไหล่ “ถ้าคุณมีความยินดีที่หน่วยก่อการร้ายขนาดใหญ่เข้ามาประเทศล่ะก็ เรื่องของพวกคุณเถอะ”

        “เจ้า...” เทียนหลงรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออก

        “แค่คุณคนเดียวก็ทำพวกเราไร้ประโยชน์แล้ว แต่ลามะตันเซิงตายแล้ว ส่วนสังขารของพระไวยโรจนะนั้นน่าจะยังคงอยู่ในวิหารแห่งนี้ เราควรรีบค้นหามันแล้วจบภารกิจนี้ซะ!” ไห่เซี่ยวกล่าว

        เทียนหลงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลังจากที่ต้วนเหรินตายไป นายก็เหมาะที่จะเป็นผู้นำกลุ่มคนใหม่ของเราที่สุด”

        “ฮ่าฮ่า! ไม่จำเป็นต้องพูดถึงไอ้บัดซบนั่น เขาจะต้องเก่งกาจกว่าทุกคนแน่” กวงเฟิงเริ่มประจบเขาทันที

        ทุกคนต่างรอดตายจากเหตุการณ์ก่อนหน้ามาได้ พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส

        ไห่เซี่ยวกำลังรู้สึกอึดอัดใจ เย่จื่อและต้าเจี่ยวค่อนข้างเงียบแต่ก็ยังเห็นรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของทั้งสอง

        แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความสุข...

        หลังจากที่หยางเฉินแจกจ่ายขวดยาถอนพิษ เขาก็มองไปยังรอบๆ

        หัวเป่าที่ดูเหมือนจะมีแผลรุนแรงแต่ก็ไม่ได้เจ็บหนักอะไร เขายังคงยิ้มได้แม้จะเจ็บปวดอยู่ก็ตามที

        ฮุ่ยหลินยังคงประคองอาจารย์ของเธอเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ใบหน้าของหญิงสาวว่างเปล่า ข้างแก้มปรากฏรอยน้ำตาที่หากใครได้เห็นต่างต้องตกหลุมรักเธอทันที

        อาจารย์หยุนเหมี่ยวพยายามที่จะขจัดพิษออกจากร่าง ริมฝีปากของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ มันเหมือนกับว่าเธอไม่อาจจะทำอะไรไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

        เมื่อทุกคนเห็นว่าอาจารย์หยุนเหมี่ยวนั้นยังคงบาดเจ็บและเริ่มทรุดหนักลงเรื่อยๆ เทียนหลงเดินไปหาหยางเฉินก่อนจะกล่าว “ท่านหยางเฉิน ข้าเข้าใจว่าท่านไม่ค่อยจะลงรอยกับนางสักเท่าไรและนางเองก็ปฏิบัติตัวต่อท่านไม่ดีด้วยแต่นี่ไม่ใช่เวลามาแก้แค้น ได้โปรดช่วยเราพานางออกไปเพื่อถอนพิษด้วยเถอะ”

        หยางเฉินเม้มริมฝีปากก่อนจะกล่าวอย่างไม่เต็มใจ "ผมไม่ได้จะแก้แค้นเธอ ให้ผมรักษาเธอเอง”

        “รักษา?”

        ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

        หยางเฉินค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ฮุ่ยหลินที่ประคองอาจารย์ของนางไว้ในอ้อมแขน “น้องสาวฮุ่ยหลิน ส่งอาจารย์เธอมาให้ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันจะรักษาเธอให้เอง”

        ใบหน้าของฮุ่ยหลินยังคงหลงเหลือคราบน้ำตาในบางจุด เธอมองหยางเฉินด้วยความหวาดหวั่นนิดๆ ก่อนจะถามขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ “จริง... จริงเหรอ?”

        “นี่ยัยหมูงี่เงา ฉันจะรักษาอาจารย์ของเธอให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายสักแดงเดียว เธอยังมีหน้ามาสงสัยฉันอีกเหรอ? ถ้าอยากให้อาจารย์ของเธอตายนัก ก็กอดกันไปอย่างนั้นแหละ!”

        หยางเฉินพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจ

        ฮุ่ยหลินยังคงลังเลใจอยู่ แต่เมื่อเห็นอาการของอาจารย์เธอแล้ว ในที่สุดหญิงสาวก็ยอมปล่อยให้หยางเฉินรักษาอาจารย์ของเธอ

        หลังจากนั้น หยางเฉินค่อยๆ กดมือลงที่หลังของอาจารย์หยุนเหมี่ยว เธอมองกลับมาที่เขาอย่างอ่อนแอ สองมือของหยางเฉินทาบลงไปที่แผ่นหลังนางแล้วหยุดอยู่ตรงนั้น

        เมื่อเห็นว่าหลายๆ คนสนใจการรักษาของเขามาก หยางเฉินจึงตะโกนออกไปด้วยความโมโห “มองอะไรกัน!? ไม่เคยเห็นการรักษาด้วยการเยียวยาจิตใจรึไง ทำไมพวกนายยังไม่รีบไปค้นหาสังขารพระไวยโรจนะอีก ไปได้แล้ว!!”

        ทั้งหมดต่างรีบวิ่งออกไปทันที...

        หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็พบถ้ำที่ถูกซ่อนไว้เป็นอย่างดี ที่ด้านในนั้นพวกเขาพบสังขารของพระไวยโรจนะถูกซุกซ่อนเอาไว้ด้านในที่สุด

        พวกเขาเตรียมขนย้ายสังขารกลับไปยังค่ายทหารด้วยความระมัดระวัง ส่วนเย่หลางที่เพิ่งมาถึง หลังจากที่ได้รู้ว่าต้วนเหรินทำอะไรไว้ เขาก็อดคิดที่จะตามไปกระทืบศพมันซ้ำอีกสักรอบสองรอบไม่ได้อยู่ดี

        ความผิดพลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้นที่ชายแดนนี่ หากหยางเฉินไม่รู้ตัวพวกเขาก็คง...

        อย่างไรก็ตาม หยางเฉินรู้สึกไม่สบายใจหากมีคนมาอยู่ใกล้ๆ กับเขาในตอนที่กำลังรักษาอาจารย์หยุนเหมี่ยว

        หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง พิษในร่างอาจารย์หยุนเหมี่ยวก็ลดลงไปจนหมด สีหน้าของอาจารย์หยุนเหมี่ยวค่อยๆ มีเลือดฝาดขึ้น ใบหน้าของนางเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

        ฮุ่ยหลินน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของอาจารย์ตนเองค่อยๆ ดีขึ้น นางก็ดีใจจนกระโดดโลดเต้นไปมา หยางเฉินได้แต่มองเด็กสาวด้วยความเอ็นดูเล็กน้อย

        แต่เมื่อหยุนเหมี่ยวตื่นขึ้นมา นางกลับหันหน้าไปรอบๆ ก่อนมาหยุดที่หยางเฉิน จากนั้นก็มองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ น้ำตาจากดวงตาของนางค่อยๆ เอ่อล้นออกมาข้างแก้ม เสียงของนักพรตหญิงสั่นสะท้าน “เจ้า... เจ้าคือใครกันแน่? เจ้าเป็นอะไรกับซ่งเทียนฉิง??”

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
481K 312
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.38M 1499
บันทึกราชันย์เทพอสูร

บันทึกราชันย์เทพอสูร

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.52M 508
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
699K 1189
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734