“ภรรยา ข้าจะดึงโจวหลี่เจิ้งลงจากตำแหน่ง มิให้เขาได้เงยหน้าอ้าปากอีกตลอดไป” ซ่งจื่อเฉินตัดสินใจจัดการโจวหลี่เจิ้ง จากนั้นค่อยพาชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลโจวร่ำรวยไปด้วยกัน หากมีโจวเจิ้งหลี่อยู่ หมู่บ้านสกุลโจวมิมีทางพัฒนาไปในทางที่ดีได้แน่
“สามี ข้ากับท่านช่างใจตรงกันจริงๆ” จิ่นเซวียนเอื้อมไปแปะมือกับซ่งจื่อเฉิน นางเองก็คิดเหมือนสามีของนาง
จิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินลงมาจากหลังคา และเดินเข้าไปในบ้านของโจวหลี่เจิ้งอย่างเปิดเผย พวกเขามาเพื่อดูงิ้วแต่อ้างว่ามาซื้อที่ดิน
“นังปีศาจ เจ้ายังกล้ามาที่บ้านของข้าอีกหรือ”
“ภรรยาของข้า เจ้าด่าได้ด้วยหรือ?” ซ่งจื่อเฉินใช้พลังลมปราณ อัดอากาศตบหน้าเถียนซื่อที่ยืนอยู่ห่างออกไป เถียนซื่อที่ถูกซ่งจื่อเฉินตบเข้าไปฉาดใหญ่ ฟันหลุดกระเด็นออกมาซี่หนึ่ง
“ซ่งจื่อเฉิน เจ้าอวดดีเกินไปแล้ว เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตบแม่ของข้า” หานซื่อเห็นแม่สามีถูกตบ นางจึงรีบเข้าไปประคอง
“นางพูดจาจาบจ้วงภรรยาของข้า นางย่อมสมควรโดนแล้ว ท่านอยากแก้แค้นแทนนางหรือ ว่าอย่างไรเล่า?” ซ่งจื่อเฉินปรายสายตาดุดันมองหานซื่อ นางตกใจกับสายตาเย็นชาของเขาจนไหล่สั่นเทา รู้สึกหนาวยะเยือกไปครู่หนึ่ง
“พี่จื่อเฉิน แม้ท่านย่าของข้าจะมีความผิด แต่ท่านก็มิสมควรตบนางเช่นนี้ นางเป็นผู้อาวุโสนะเจ้าคะ”
“ผู้อาวุโสแล้วอย่างไร บังอาจมารังแกภรรยาของข้าก็สมควรโดนตบแล้ว”
เขาเปลี่ยนไป นางคิดมิถึงว่าซ่งจื่อเฉินจะตบหน้าท่านย่าของนาง เพื่อซย่าจิ่นเซวียน พวกเราใกล้จะหมดอำนาจกันแล้วหรือ?
หากเด็กอิงจื่อพูดความจริง ท่านปู่ของนางก็จบสิ้นแน่
“จื่อเฉิน ภรรยาของข้ามิรู้ความ เจ้าอย่าคิดเล็กคิดน้อยกับนางเลย” โจวหลี่เจิ้งกลัวว่าความจริงจะเปิดเผย เขาจึงเดินไปตรงหน้าอย่างยอมจำนนต่อซ่งจื่อเฉิน
“เห็นแก่หน้าของท่านปู่หลี่เจิ้ง ข้าจะเว้นโทษของนางสักหน หากนางยังกล้าพูดจาจาบจ้วงเช่นนี้อีก ข้ามิยอมจบเพียงแค่ตบหน้าธรรมดาเช่นนี้แน่” ซ่งจื่อเฉินฝืนใจตอบว่าเขาจะเว้นโทษให้ เขารู้ว่าโจวหลี่เจิ้งกลัวสิ่งใด?
“ท่านอาซิ่งจวี๋ เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านเจ้าคะ?” หยวนซื่อสะอึกสะอื้นอยู่ด้านข้าง จิ่นเซวียนจึงเดินไปถามนาง
หยวนซื่อเข้าใจความหมายที่จิ่นเซวียนจะสื่อ นางจงใจร้องตะโกน “เซวียนเซวียนเอ๋ย ข้ากลัวจะมิรอด ท่านปู่หลี่เจิ้งจะตีข้าให้ตาย เขาบอกว่าพวกเราสมควรตายที่ใส่ร้าย และทำให้โจวซู่ซินเสียชื่อเสียง”
“พี่สะใภ้เล็ก ครอบครัวของพวกเราสี่คนอดทนทำงานหนัก มิเคยได้อยู่อย่างสุขสบายเลยสักวัน วันนี้ท่านปู่จะตีแม่ของข้าเพื่อญาติผู้พี่ด้วยเจ้าค่ะ” โจวซู่อิงสูดจมูกร้องไห้โฮอย่างมิได้รับความเป็นธรรม
“ซย่าจิ่นเซวียน เจ้ามันหญิงร้ายกาจ เจ้าเพิ่งแต่งเข้ามาก็ยุยงพ่อสามีให้หย่าแม่สามีของตนเอง เวลานี้เจ้ายังมายุ่งเรื่องของบ้านพวกเราอีก” เถียนซื่อร้อนรนจนนางด่าจิ่นเซวียน
จิ่นเซวียนยิ้มอย่างมิถือสา “ข้าจัดการเรื่องนี้ได้จริงๆ”
“พี่สะใภ้เล็ก นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของบ้านเรา ท่านอย่าได้ยื่นมือมายุ่งเลยเจ้าค่ะ”
“ข้าคือหลานสาวของท่านอาซิ่งจวี๋ นางถูกรังแกเช่นนี้ คนบ้านเดิมเช่นข้าย่อมมีสิทธิ์ระบายโทสะแทนนาง อีกอย่างพวกท่านกลัวสิ่งใดกันอยู่หรือ?” จิ่นเซวียนปรายสายตาดูแคลนใส่โจวซู่ซิน
“ดอกบัวขาว[1] เช่นเจ้าอาศัยว่าตนเองงดงามเข้าหน่อย ก็มายั่วยวนสามีของข้า โจวซู่ซินเอ๋ยโจวซู่ซิน ข้ามิใช่เป่าจูที่จะให้เจ้าหลอกใช้ได้ตามต้องการ”
ความหวาดกลัวเกาะกินหัวใจของโจวหลี่เจิ้งอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน เขาคิดว่าตระกูลซ่งตัดสินใจลงมือกับพวกเขาแล้ว คาดว่าคนในตระกูลซ่งคงรู้เรื่องที่พวกเขาแอบจัดการกับตระกูลซ่งลับหลัง เลยคิดจะเอาเขาลงจากตำแหน่งเพื่อแก้แค้น
“ซย่าจิ่นเซวียน เจ้าคุมสามีของตนเองมิได้ยังกล้ามาโทษซู่ซินของข้า” ดวงตาของหานซื่อแทบถลนออกมา นางตะโกนด่าด้วยเสียงแหลม หยิบไม้กวาดจะไล่ตีจิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉิน
โจวหลี่เจิ้งจับหานซื่อเอาไว้ และบอกนางให้ถอยไป
“ท่านพ่อ พวกเขารังแกพวกเราถึงเพียงนี้ จะช่างมันได้หรือเจ้าคะ” หานซื่อมิยินยอม นางพูดพลางถลึงตาใส่จิ่นเซวียนด้วยความโกรธ “ซย่าจิ่นเซวียน เจ้าสร้างความขัดแย้งระหว่างบ้านของพวกเราแล้ว”
“คนบ้านเจ้าใหญ่ เจ้าหุบปากเสีย” โจวเจิ้งหลี่ตำหนิหานซื่ออย่างโกรธจัด หานซื่อพึมพำอย่างคับข้องใจ ท่านพ่อกลัวสิ่งใดกัน ซย่าจิ่นเซวียนก็แค่นังปีศาจมิใช่หรือ?
“ท่านแม่ เรื่องนี้มิธรรมดา ท่านอย่าโวยวายเลยเจ้าค่ะ” โจวซู่ซินมีสมองมากกว่าแม่ของนาง นางรู้ว่าท่านปู่กำลังกลัวสิ่งใด?
ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าเพราะเหตุใดท่านปู่ถึงมิชอบท่านอารอง ที่แท้เด็กอิงจื่อนั่นก็พูดความจริง หากพวกอิงจื่อไปแจ้งที่ศาลาว่าการ พวกเราทั้งบ้านจะประสบกับหายนะกันหมด
โจวซู่ซินบอกให้โจวหลี่เจิ้งตอบตกลงแยกบ้าน “ท่านปู่ อิงจื่อกับอาสะใภ้รองเล่นงิ้วฉากนี้ เพราะอยากแยกบ้าน เช่นนั้นก็แยกกันไปเถิดเจ้าค่ะ”
นางชาเขียวประเมินสถานการณ์เป็น คิดว่าแยกบ้านแล้วจะจบหรือ?
พวกเขากล้าจับตามองตระกูลซ่งเช่นนี้ ก็ควรจ่ายค่าตอบแทนมาเสียหน่อย
“อิงจื่อ ตอนที่ข้าอยู่นอกบ้าน ได้ยินว่าบิดาของเจ้ามิใช่ลูกของท่านปู่หลี่เจิ้ง นี่คือความจริงหรือ?” จิ่นเซวียนถาม โจวซู่อิงจึงเอ่ยตอบ “มิปิดบังพี่สะใภ้เล็ก ข้าสืบเรื่องนี้มานาน ในที่สุดเวลานี้ก็ได้เบาะแสมาเล็กน้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“อิงจื่อ เจ้าหุบปาก” โจวหลี่เจิ้งเตือนโจวซู่อิงอย่างเดือดดาล โจวซู่อิงมิคิดที่จะฟังเขา
“ข้าควรเรียกท่านว่าท่านปู่หรือพ่อบ้านโจวดี พี่จื่อเฉิน ตามกฎหมายของแคว้นซีหลิง ควรลงโทษทาสหลบหนีที่ฆ่าเจ้านายอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
“ทาสฆ่าเจ้านาย ตามกฎหมายแล้วจะต้องถูกตัดหัว และครอบครัวของเขาก็จะต้องรับผิดด้วย” ซ่งจื่อเฉินตอบให้ความร่วมมือกับโจวซู่อิง
คำพูดทุกคำของพวกเขาเมื่อครู่ ทำให้โจวหลี่เจิ้งกลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น
เขารู้ว่าทาสหลบหนีจะต้องโทษประหาร
“อิงจื่อ ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดพวกเรา แต่มิถึงกับต้องใส่ร้ายปู่ของเจ้าเลย” เถียนซื่อเสียใจจริงๆ ที่นางมิได้ตัดรากถอนโคนทิ้งไปตั้งแต่คราแรก ความใจอ่อนของสตรี ทำให้นางปล่อยตัวหายนะเอาไว้
“อิงจื่อ ข้าแนะนำให้เจ้าไปแจ้งทางการ ให้พวกเขามาสอบสวนเรื่องนี้” เมื่อเรื่องนี้ถึงทางการ โจวหลี่เจิ้งจะมิมีวันได้กลับมาผงาดอีก
“พี่อิงจื่อ ที่บ้านเกิดสิ่งใดขึ้นหรือขอรับ?” โจวทง น้องชายของโจวซู่อิงเดินหาบน้ำเข้ามา เขาต้องทำนาทุกวันทั้งที่ยังเด็กเช่นนี้
“อาทง เจ้าหาบน้ำอะไรมา” โจวซู่อิงเห็นน้องชายต้องลำบาก นางปวดใจยิ่งนัก นางจึงคว่ำถังน้ำลงกับพื้นด้วยความโกรธ
“พี่อิงจื่อ เกิดสิ่งใดขึ้น?พวกท่านปู่รังแกท่านอีกแล้วหรือขอรับ” น้ำตาของพี่สาวไหลรินลงมาเรื่อยๆ โจวทงจึงเข้าไปจับมือของโจวซู่อิงด้วยความห่วงใย
“ทงเอ๋อร์ พวกเขามิใช่ปู่ย่าของเจ้า พวกเขาคือศัตรูคู่แค้นของพวกเรา ปู่กับย่าแท้ๆ ของเจ้าคือเจ้านายของพวกเขา พวกเขาฆ่าย่าของเจ้าเพื่อทรัพย์สมบัติ จากนั้นก็ลักพาตัวพ่อของเจ้ามาใช้ชีวิตแบบปกปิดตัวตนอยู่ในหมู่บ้านสกุลโจว”
หยวนซื่อพูดความจริงออกมาจนเถียนซื่อกับโจวหลี่เจิ้งตะลึงค้างไป
“จื่อเฉิน เหตุใดเจ้ากับภรรยาถึงใส่ร้ายพวกเราเช่นนี้?” โจวหลี่เจิ้งชี้นิ้วใส่พวกจิ่นเซวียนหลังจากที่ตั้งสติได้
“เจ้าน่าจะคุ้นเคยกับชื่อโจวฟู่กุ้ยดี” ซ่งจื่อเฉินยิ้มครุ่นคิด “การอพยพครั้งใหญ่เมื่อกงหยวนปีที่ 386 นั้นทำให้เจ้าได้โอกาสในการฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์ ก่อนที่ท่านคหบดีอิ่นเจิ้งจะถูกฆ่าตาย เขาฝากลูกเมียไว้ที่เจ้า โจวหลี่เจิ้ง เพื่อให้ได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมด เจ้าเลยฆ่าภรรยาของคหบดีอิ่น จากนั้นก็โยนความผิดให้ผู้ลี้ภัยตกทุกข์ได้ยาก บางทีเจ้าอาจจะเป็นวัวสันหลังหวะ[2] ถึงได้เก็บทารกที่สูญเสียพ่อแม่ผู้นั้นไว้”
“หลังฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์ เจ้าพาลูกของท่านคหบดีอิ่นเจิ้งและลูกเมียของตนเองมาอยู่ที่หมู่บ้านสกุลโจว และเปลี่ยนชื่อเป็นโจวจื้อเต๋อ ปีนั้นลูกชายของเจ้าอายุได้แปดขวบแล้ว ครอบครัวของพวกเจ้าย่อมรู้กันหมดว่าท่านอาเจียอิ้งเป็นนายน้อยของพวกเจ้า พวกเจ้ายังกล้าปฏิบัติกับเขาอย่างโหดร้าย ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของพวกเจ้าคือมิได้ฆ่าท่านอาเจียอิ้ง” ซ่งจื่อเฉินลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องจนโจวหลี่เจิ้งหน้าซีดเผือดเมื่อฟังจบ
เชิงอรรถ
[1] ดอกบัวขาว หมายถึง คำแสลงของจีน ส่วนใหญ่ใช้ด่าผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ภายในคิดไม่ซื่อ มีพฤติกรรมที่ไม่ดี
[2] วัวสันหลังหวะ หมายถึง ผู้ที่มีความผิดติดตัวแล้วคอยระแวงตลอดเวลา กลัวว่าผู้อื่นจะรู้