บทที่ 4 ตาเฒ่าประหลาด
ยามแสงแรกของวันสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ลมอ่อนๆพัดโชยต้อนรับวันใหม่
ณ สำนักเหนือ์ห้องเ้าสำนัก บัดนี้ร่างสองร่างกำลังยืนสนทนาพลางจิบชาไปด้วยท่าทีสงบผ่อนคลาย
“ฉินซู นี่ก็ผ่านมาสามปีแล้วนับั้แ่ซินแสเฒ่าจากพวกเราไป ในระยะเวลาสามปีนี้ตัวข้าได้ขัดเกลาระดับการฝึกฝนของข้าจนบัดนี้ระดับลมปราณของข้าถึงจุดสูงสุดในระดับราชันย์ยุทธ์แล้ว”
“สิ่งที่ข้าจะต้องฝึกฝนเพิ่มในระดับนี้ก็เหลือเพียง ทำความเข้าใจมรรคา์ที่ข้ารู้แจ้งในระดับราชันย์ยุทธ์ให้ถ่องแท้และสุดท้ายคือการสร้างวิชามรรคของตนเองเพื่อไประดับที่สูงขึ้น”
“แต่บัดนี้ข้าควรจะเริ่มต้นขยายอาณาเขตของเมืองเมฆาครามได้แล้วนอกจากสามเมืองใหญ่นั่นแล้วระดับการฝึกฝนของตัวข้าในตอนนี้ก็สามารถกำราบเมืองอื่นๆได้อย่างไม่ยากเย็นมากนัก”
“ฉินซูอีกนานเท่าใดตัวเ้าจึงจะก้าวเข้าสู่ระดับขุนพล”
“อีกไม่เกิน50ปีตัวข้ามั่นใจว่าจะเข้าสู่ระดับขุนพลเ้าค่ะ”
“ถือว่าเป็เื่ที่ดีที่เ้าจะได้ก้าวเข้าสู่ระดับขุนพล แต่เ้าก็อย่าได้ฝืนหรือเร่งรีบจนเกินไป จงขัดเกลารากฐานให้มั่นคงเื่นี้อาจจะใช้เวลาซักหน่อยแต่มันก็เป็ผลดีกับเ้า”
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ถึงจะตอบกลับชายหนุ่มไปเช่นนี้แต่ภายในใจของหญิงสาวกลับตั้งมั่นที่จะผลักดัน ระดับการฝึกฝนให้เร็วที่สุด”
นับวันนางก็รู้สึกว่าหลินตงนั้นเริ่มจะก้าวทิ้งห่างนางไปเรื่อยๆนางไม่อยากจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ถึงแม้จุดเริ่มต้นที่นางฝึกยุทธ์ก็เพื่อจะล้างแค้นให้คุณหนูของนางและคอยสนับสนุนตอบแทนบุญคุณของหลินตง
แต่บัดนี้แค้นนั้นได้สะสางแล้ว แต่นางกับยังไม่สามารถตอบแทนหลินตงได้เลยแม้แต่น้อย มีแต่จะค่อยๆห่างไกลจากหลินตงออกไปเรื่อยๆ
ขณะที่หญิงสาวกำลังคิดกับตัวเอง เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้น “ฉินซูข้าฝากเ้าดูแลสำนักและสอนศิษย์ในส่วนของข้าด้วย ข้าจะเริ่มสยบเมืองรอบๆเราภายในหนึ่งเดือน เื่ต่างๆในสำนักข้าขอฝากเ้าด้วยสิ่งใดที่ยากจะตัดสินใจ เ้าจงรอข้ามาจัดการด้วยตัวเอง”
“ข้าจะทำให้ดีที่สุดเ้าค่ะ ขอให้ท่านปลอดภัยกลับมานะเ้าคะท่านหลินตง” หญิงสาวกล่าวมาด้วยสีหน้าเป็ห่วง แม้ว่านางจะรู้ว่าชายตรงหน้านางนั้นแข็งแกร่งเพียงใด ทว่านางและชายหนุ่มก็ไม่เคยออกไปเจอผู้ฝึกยุทธ์จากเมืองอื่นๆเลย สิ่งนี้ทำให้นางอดเป็ห่วงชายหนุ่มไม่ได้
“มั่นใจในตัวข้าเถิด” สิ้นเสียงชายหนุ่มก็ได้หายไปจากห้องของเ้าสำนัก เหลือไว้เพียงหญิงสาวที่ทอดสายตามองออกไปในระยะไกล
……………………………………………..
เมืองยอดศิลา ในใจกลางจตุรัสของเมืองที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมาย สินค้านานาชนิดถูกวางขายเต็มสองข้างถนนสินค้าส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็แร่ลมปราณต่างๆ
แร่ลมปราณเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็วัสดุหายากเมื่อเทียบกับเมืองเมฆาคราม อาวุธลมปราณของเหล่าจอมยุทธ์นั้นต้องใช้แร่ลมปราณเป็วัสดุหลักทั้งสิ้น
การที่เมืองเมฆาครามถูกสำนักเมฆาครามผูกขาดด้านการฝึกยุทธ์แต่เพียงผู้เดียวทำให้ระดับความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตอาวุธลมปราณของเมืองเมฆาครามนั้นล้าหลังตามไปด้วย ความรู้เกี่ยวกับแร่ลมปราณต่างๆก็ล้าหลังไปตามๆกันสิ่งนี้ต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน
หน้าร้านค้าร้านหนึ่งชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดคลุมสีดำที่ขณะนี้กำลังวิเคราะห์และวางแผนต่างๆอยู่ภายในหัว จู่ๆสายตาของชายหนุ่มก็สะดุดเข้ากับแร่ลมปราณสีเขียวมรกตเข้า
“เถ้าแก่แร่ลมปราณก้อนนี้ท่านขายยังไงรึ” ชายหนุ่มเอ่ยถามชายชราร่างใหญ่ที่นั่งหลับอยู่อย่างเกียจคร้าน
ท่ามกลางความฝันอันแสนสุขของชายชรา จู่ๆก็มีเสียงๆหนึ่งเข้ามาทำลายความฝันอันแสนสุขนี้
“อ๊ากกกก ผู้ใดกันมันไร้มารยาทถึงเพียงนี้หรือว่าดวงตามันมืดบอดกันหรือไร ชายชราเยี่ยงข้ากำลังพักผ่อนใน บั้นปลายชีวิตแท้ๆ เหตุใดถึงทำกับข้าได้ลง” เมื่อโวยวายจบชายชราค่อยๆลืมตาเต็มที่พร้อมกับมองไปที่ต้นเสียง
ในดวงตาของชายชราปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่ง เมื่อมองชัดๆกับพบว่าชายตรงหน้านั้นหน้าตาและรัศมีไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
เมื่อเห็นชายชราหยุดโวยวายชายหนุ่มจึงเตรียมจะสอบถามอีกครั้ง แต่ไม่ให้ชายหนุ่มเอ่ยปากเสียงของชายชราก็ดังขึ้นอีกครา
“เป็เ้าใช่หรือไม่ไอเ้าเด็กเหลือขอที่ส่งเสียงดังรบกวนชายชราเช่นข้า เ้าคิดว่าเป็คนหน้าตาดีแล้วจะมาทำนิสัยรังแกคนแก่ได้งั้นรึ ถึงเ้าจะหนุ่มข้าก็ไม่กลัวเ้าหรอก” สิ้นเสียงชายชราก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าพร้อมปะทะ
เมื่อเห็นเช่นนี้ชายหนุ่มผู้สุขุมมาโดยตลอดนับั้แ่ฝึกยุทธ์มาเวลานี้ถึงกับคิ้วกระตุก ตาแก่นี่มีชีวิตรอดจนแก่เฒ่าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน แต่เมื่อคิดดูดีๆการที่มีวาจาบาดใจเช่นนี้แต่ยังคงมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้ตาแก่นี่คงไม่ธรรมดาเป็แน่แท้
คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มจึงฝืนระงับอารมณ์ พร้อมกับถามไปที่ชายชราอีกครั้ง “ข้าต้องขอโทษที่รบกวนเวลาพักของท่านด้วย แต่ข้าสนใจแร่ลมปราณก้อนนี้ไม่ทราบว่าเถ้าแก่จะขายมันอย่างไร”
ในที่สุดชายหนุ่มก็ได้พูดสิ่งที่ตน้าจะสื่อจนจบโดยที่ชายชราไม่โวยวายขัดจังหวะเสียก่อน
แต่สิ่งที่ตอบกลับชายหนุ่มมานั้นทำให้ตัวเขาคิ้วกระตุกอีกครั้ง “ฮึ ร้านข้าไม่ขายของให้เด็กเหลือขอไร้มารยาทเช่นเ้าอย่างแน่นอน ไสหัวของเ้าไปได้แล้วหรือจะให้ข้าเตะก้นเ้าสักทีเ้าถึงจะไป” ชายชราพูดออกมาด้วยสีหน้ายั่วยวนกวนบาทา
ฮะๆ ชายหนุ่มในตอนนี้ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาเนื้อตัวของชายหนุ่มสั่นไปทั้งตัว ตาแก่นี่ต้องเป็อัจฉริยะในการยั่วโมโหเป็แน่แท้
“ตาแก่ข้าพูดจากับท่านดีๆเหตุใดต้องมายั่วยุกันด้วย การที่ข้า้าจะซื้อของข้าก็ต้องถามคนขายไม่ใช่หรือถ้าท่านคิดว่าสิ่งที่ข้าทำเป็การรบกวนบั้นปลายชีวิตของท่าน ข้าว่าท่านกลับบ้านไปเลี้ยงดูลูกหลานเสียเถิด”
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยั่วยุไม่แพ้กัน ถึงการฝึกฝนของชายหนุ่มจะสูงแต่กลับมีข้อเสียในเื่ของอารมณ์และวาจาอยู่หลายส่วน
สาเหตุหลักๆคงมาจากการเก็บตัวฝึกยุทธ์หลายร้อยปีโดยไม่ได้พบปะกับผู้คนอื่นๆมากนัก การเจอคนเช่นชายชราตรงหน้านั้นเปรียบเสมือนด่านทดสอบชั้นดีของชายหนุ่ม
ถึงแม้จะอ่อนแอด้านอารมณ์และวาจาแต่ด้วยระดับการฝึกฝนไม่นานชายหนุ่มก็ระงับอารมณ์และนำสติมาอยู่กับตัวได้
“เฮ้อ เถ้าแก่ท่านคุยกับข้าดีๆเถิด ข้าแค่อยากทำการซื้อขายกับท่านไม่ได้มีเจตนายั่วยุท่านแต่อย่างใด”
“ฮึๆ ไม่เจตนายั่วยุงั้นรึแล้วไอที่เ้าพูดออกมาเมื่อครู่มันคืออันใดรึ แต่ในเมื่อเ้าอยากทำการซื้อขายกับข้าจงตอบรับข้อเสนอของข้าซะ”
“ข้อเสนออันใดรึ”
“เ้ามาประลองยุทธ์กับข้า” สิ้นเสียงชายชรา ชายหนุ่มที่กำลังมองผู้คนที่กำลังมุงดูพวกเขาอยู่นั้นค่อยๆหัน ศีรษะกลับมามองชายชรา นี่หูข้าไม่ได้ ได้ยินผิดไปใช่หรือไม่ ชายหนุ่มถามกลับด้วยความงุนงง
“เ้าอย่ามาดูถูกข้าเชียวคิดว่าเป็ระดับราชันย์ยุทธ์แล้วเ้าจะรังแกชายชราคนนี้ได้งั้นรึ”
เปรี้ยง!!เหมือนมีสายฟ้าฟาดในสมองของชายหนุ่ม “ตาแก่ผู้นี้รู้ระดับฝึกฝนของข้าได้อย่างไร” เมื่อชายหนุ่มมองกลับไปและตรวจสอบระดับฝึกฝนของชายชรากับไม่สามารถระบุได้สิ่งนี้หมายถึงสิ่งใด
ชายชราคนนี้ต้องมีระดับการฝึกฝนเท่าเขาเป็อย่างน้อยถึงจะปกปิดพลังจากฝ่ายตรงข้ามได้ ซึ่งตัวเขาเองก็ปกปิดไว้เช่นกันชายชราอาจคาดเดาการฝึกฝนของข้าจากจุดนี้เช่นกัน
ดูท่าตาแก่ผู้นี้คงไม่ใช่เถ้าแก่ธรรมดาซะแล้ว
จากผู้เขียน: ตอนหน้าจะได้มีฉากสู้กันแล้ว หลังจากที่วางบทมาสามตอน5555 ขอบคุณที่ติดตามมานะขอรับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio