ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 117 แผนการที่วางไว้แล้ว

            พวกเฮยชีวิ่งตะบึงเข้าไปอย่างกล้าหาญท่าทางนั้นรวดเร็วจนเสือไม่อาจต้านทาน

            คิดไม่ถึงว่าความเร็วของพวกเฮยชีจะรวดเร็วปานนี้เมื่อได้ยินเสียงจากทางด้านหลัง มู่จื่อหลิงก็ชะงักฝีเท้าลงทันที

            เพราะเมื่อครู่นี้วิ่งเร็วจนเกินไปนางจึงลูบหน้าอกหอบหายใจอย่างแรง

            เพียงครู่เดียวที่ลมหายใจกลับมาเป็นปกติมู่จื่อหลิงก็รู้สึกทึ่งกับความรวดเร็วปานเหาะและท่าทีที่กล้าหาญของพวกเฮยชีไปพลางรู้สึกทั้งฉิวทั้งขันกับท่าทางดุดันที่ปกป้องตัวนางเองด้วยชีวิตของพวกเฮยชี!

            ผู้ฝึกวรยุทธ์ประเภทนี้เอาแต่พึ่งพาพละกำลังอันแข็งแกร่งของตนเองจริงๆถ้าเป็นสมองเห็นได้ชัดว่าคงไม่พอใช้

            ตอนนี้กระตุกหนวดเสือทั้งสี่ตัวได้สำเร็จแล้วคิดจะถอยคงมิอาจทำได้ พวกเขาจึงได้แต่อาศัยการต่อสู้ระยะประชิดเท่านั้น

            สี่คนปะทะสี่สัตว์ป่าสนามรบสนามนี้เมื่อต่อสู้ขึ้นมา คงได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อย

            แต่ขอแค่ไม่มีพวกเสือมาอีกสุดท้ายชัยชนะก็ยังตกเป็นของพวกเขาอย่างสมบูรณ์

            ยามนี้คมกระบี่ของพวกเฮยชีทาผงพิษไว้แล้วขอเพียงแทงไปที่เสือแม้แต่น้อย พวกมันก็จะไม่มีเรี่ยวแรงโต้กลับแล้ว

            ในใจมู่จื่อหลิงจึงมิค่อยกังวลมากนักและต่อให้นางอยู่ต่อ ก็ช่วยเหลือพวกเฮยชีไม่ได้ แล้วยังอาจจะถ่วงแข้งถ่วงขาอีกต่างหาก

            ตอนนี้สิ่งที่นางกังวลที่สุดคือเสียงร้องใสกังวานเมื่อครู่นี้ติงติงเป็นคนส่งเสียงดังนั้นออกมา

            ฝั่งเฮยลิ่วเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?

            พยัคฆ์สี่ตัวตรงหน้าส่งเสียงคำรามอย่างต่อเนื่องไม่หยุดเสียงดังสนั่นจนหูแทบหนวก สั่นสะเทือนไปถึงใบไม้บนต้นไม้โดยรอบ

            เป็นไปได้ที่เสือจะบุกเข้ามาได้ตลอดมู่จื่อหลิงจึงไม่คิดมากอีก สั่งเสียงดังว่า “พวกเจ้าระวังด้วยข้าจะไปดูพวกเฮยลิ่วว่าเกิดเรื่องใดขึ้น”

            หลังสิ้นสุดเสียงพูดของมู่จื่อหลิงพยัคฆ์ทั้งสี่ก็จู่โจมพวกเฮยชีในทันที!

            “กรร”

            ในเวลาเดียวกันพวกเฮยชีก็ยกกระบี่คมกริบในมือขึ้น บุกเข้าไปพร้อมกับจิตสังหาร

            มู่จื่อหลิงเพียงชำเลืองมองแล้วหมุนตัววิ่งแยกตัวไปอย่างรวดเร็ว

            -

            มู่จื่อหลิงหอบหายใจวิ่งไปบริเวณที่พวกเฮยลิ่วอยู่

            ยามนี้เฮยลิ่วทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดสภาพมือข้างหนึ่งกุมลำคอ ริมฝีปากสีดำคล้ำ เหงื่อเย็นชโลมกายอ่อนแรงจนสามารถล้มไปได้ตลอดเวลา

            และติงติงซุกอยู่ข้างกายเขาอย่างขลาดกลัวร้องไห้สะอึกสะอื้น สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

            ติงติงเห็นมู่จื่อหลิงมาก็ยันกายลุกขึ้นโผเข้าไปในอ้อมแขนนางทันที “พี่สาว ข้ากลัว มีงู มีงู”

            “ไม่ต้องกลัว”มู่จื่อหลิงตบบ่านางอย่างปลอบประโลม ปล่อยนางออก คุกเข่าถามอย่างเป็นห่วง “เฮยลิ่วเกิดอันใดขึ้น? เจ้าถูกพิษ?”

            เฮยลิ่วเอามือที่กุมลำคอออกพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง “หวางเฟย ข้าน้อยถูกอสรพิษกัด”

            “งู?” มู่จื่อหลิงมองไปที่ลำคอของเฮยลิ่วมีจุดที่เป็นสีเขียวเข้มจนออกดำบริเวณลำคอของเขาปากแผลยังมีโลหิตสีดำไหลออกมาไม่หยุด

            มู่จื่อหลิงเริ่มใช้ระบบซิงเฉินตรวจสอบทันที

            ทว่าผลการตรวจทำให้นางสงสัยนัก

            ระบบซิงเฉินตรวจสอบพบว่าไม่เพียงแค่เฮยลิ่วเท่านั้นที่มีพิษบนตัวติงติงก็มีพิษ แล้วยังเหมือนกับพิษของงู

            สิ่งสำคัญที่สุดคือเฮยลิ่วถูกพิษเข้าจริงๆและพิษบนตัวของติงติงนั้น...

            ก้นบึ้งหัวใจมู่จื่อหลิงบังเกิดข้อสงสัยสายหนึ่งในใจพอคาดเดาบางสิ่งได้ลางๆ

            เหลือเพียง...

            สีหน้ามู่จื่อหลิงยังคงเป็นเช่นเดิมผ่อนลมหายใจเบาๆ ถามเฮยลิ่วอย่างห่วงใย “ข้าก็ดูไม่ออกว่าเป็นงูใดกัด เจ้าถูกกัดได้อย่างไรเห็นหรือไม่ว่าเป็นงูใด?”

            “ตอนนั้นข้าน้อยอุ้มติงติงพิงอยู่ที่ต้นไม้เป็นนางที่เห็นว่าบนต้นไม้มีงูจึงร้องออกมาเสียงดัง ข้าน้อยก็ถูกงูกัดจากนั้นงูก็เลื้อยหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว” เฮยลิ่วหอบหายใจอย่างอ่อนแรงเหงื่อเย็นโทรมกาย

            “ติงติงเห็นเข้า?” มู่จื่อหลิงลูบคางแสร้งทำทีสงสัย

            นางยืนขึ้น ก้มตัวลงมาสองมือวางทาบบนบ่าของติงติง น้ำเสียงสนิทสนม “ติงติงเจ้าเห็นแล้วสามารถบอกพี่สาวได้หรือไม่ว่างูมีรูปร่างเช่นใด?”

            “งู...งูยาวมากยาวขนาดนี้” ติงติงสีหน้าไร้เดียงสา สองแขนอ้าออกทำท่าประกอบน้ำเสียงดูเหมือนจะยังมีความกลัวอยู่เล็กน้อย

            นัยน์ตามู่จื่อหลิงทอประกายเย็นเยียบแล้วหายไปทันที

            เด็กคนนี้มีปัญหาจริงดังคาด!

            “ใช่หรือ? ยาวขนาดนี้หรือ?” มู่จื่อหลิงก็ทำท่าทางประกอบตามไปด้วย แย้มยิ้มจางๆรอยยิ้มนั้นงดงามน่าหลงใหลราวกับดอกถานฮวายามค่ำคืน

            “อื้ม พี่สาวข้ากลัวงูนั่น” ติงติงผงกศีรษะ กระซิบเสียงเบา เตรียมซุกเข้าไปในอ้อมกอดมู่จื่อหลิง

            “แต่...เจ้าแน่ใจนะว่างูมิได้ยาวเท่านี้?” มู่จื่อหลิงก้าวถอยหลังหลบไปหนึ่งก้าวยกมือขึ้นห่างกันประมาณสามชุ่นประกอบ ลากเสียงยาวถาม

            “พี่สาวไหนเลยจะมีงูเล็กเช่นนั้น เป็นลูกงูน้อยหรือ?” ติงติงมิได้ไม่พอใจเพราะมู่จื่อหลิงหลบเลี่ยงแม้แต่น้อยสีหน้างงงวย

            เฮยลิ่วสับสนมึนงงไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ หวางเฟยกำลังทำสิ่งใด?

            มู่จื่อหลิงสองแขนกอดอกถามกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “จะไม่มีได้อย่างไร งูเขียวพิษก็ยาวเท่านี้มิใช่หรือ?”

            “งูเขียวพิษ? พี่สาว งูเขียวพิษยาวเท่านี้จริงๆหรือ? ข้าเคยเห็นเพียงแค่ไส้เดือนที่มีขนาดเล็กเพียงนี้” ติงติงกะพริบตาอย่างไร้เดียงสาถามกลับ

            “งูเขียวพิษยาวเท่าใดเจ้าไม่รู้เหรอ?” มู่จื่อหลิงแย้มยิ้มขณะถามรอยยิ้มนั้นอ่อนหวานราวกับดอกไม้

            สีหน้าของติงติงงงงวย ส่ายศีรษะอย่างไม่เข้าใจ

            แสร้งไร้เดียงสาแสร้งงงงวย?

            มู่จื่อหลิงยิ้มเย็นในใจเจ้ามีเวลาว่างมาเสแสร้ง แต่พี่สาวไม่มีเวลาเสแสร้งเป็นเพื่อนเจ้า

            “พูด เจ้าเป็นใครกันแน่?” สีหน้าของมู่จื่อหลิงเย็นจนเป็นน้ำแข็งเอนตัวเข้าไปใกล้ จับข้อมือเล็กที่ผอมบางของติงติงแน่น

            “ฮือๆ...พี่สาว ท่านทำให้ข้าเจ็บนะข้าคือติงติงอย่างไรเล่า!” ติงติงน้ำตาไหลพรากโดยพลันดูเหมือนเจ็บจริงๆ มือน้อยสั่นเทาอย่างอดไม่อยู่

            เสแสร้ง เสแสร้งต่อไปอีก

            คนที่ทำจากน้ำน้ำตายังไหลไม่เร็วเท่านาง ละครเศร้าโศกนี้แสดงสมจริง เหลือเชื่อนัก!

            “ใช่หรือ? เช่นนั้นเจ้าบอกพี่สาวงูเขียวพิษบนตัวเจ้าในยามนี้มีมาตั้งแต่เมื่อใด แล้วพี่สาวจะปล่อยเจ้า”มู่จื่อหลิงยิ้มบางเบา นัยน์ตากลับแผ่ไอเย็นเยียบ เพิ่มแรงในมือขึ้นไปอีกหลายส่วน

            ทันทีที่คำพูดออกมาใบหน้าที่น้อยเนื้อต่ำใจมาแต่เดิมของติงติงก็เปลี่ยนไป ดวงหน้าเล็กตึงเครียดดวงตาดำขลับใสกระจ่างทอประกายเย็นชาตรงข้ามกับอายุ ความเป็นเด็กหายไปแล้ว

            ริมฝีปากมู่จื่อหลิงยกขึ้นมุมปากโค้งเป็นรอยยิ้มที่เหมือนเสียดสี “เป็นอย่างไร? มือไม่เจ็บแล้ว?”

            ความเห็นอกเห็นใจที่มากไปไม่ใช่เรื่องดีจริงๆด้วย

            ทักษะการแสดงของเด็กคนนี้จะสูงส่งเกินไปแล้วเป็นผู้มีฝีมือในหมู่ผู้มีฝีมือ ทำให้นางต้องนับถือนัก

            เพียงแต่นางสงสัยนักเหตุใดติงติงต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตราย เลือกวิธีล่อเสือ รอพวกเขาไปช่วย? หรือว่านางไปเจอเสือเข้าจริงๆ?

            ยังมียามที่พวกเขาพบติงติงก็มิได้ค้นพบแม้แต่น้อยว่าบนตัวมีความผิดปกติเหตุใดยามนี้บนตัวติงติงจึงมีงูเขียวพิษได้กัน?

            งูเขียวพิษปรากฏขึ้นอย่างไรกันแน่?

            “หวางเฟย นางคือ...” เฮยลิ่วพลันเข้าใจขึ้นมาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยและร้อนใจ

            เด็กคนนี้เล่นละครดีนัก! หลอกจนพวกเขาหัวหมุนไปทั้งกลุ่มช่างน่ากลัวยิ่งนัก

            “เฮยลิ่วเจ้าอย่าเพิ่งพูด หากรอพิษงูเข้าสู่หัวใจ ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้เช่นกัน” มู่จื่อหลิงกวาดสายตาผ่านเฮยลิ่วอย่างเฉยเมย

            “จุ๊ๆฉีหวางเฟยร้ายกาจจริงๆ จับได้รวดเร็วเพียงนี้ แต่เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าบนตัวข้ามีงูเขียวพิษ?” ติงติงสีหน้าเคร่งขรึมส่งเสียงจุ๊ๆ พลางส่ายหัว ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นจากการถูกจับได้อย่างสิ้นเชิง

            นางลอบประหลาดใจนางคิดเป็นพันเป็นหมื่น นางคาดเดาได้ว่ามู่จื่อหลิงจะรู้ว่างูเขียวพิษกัดเฮยลิ่ว แต่ไม่คิดว่ามู่จื่อหลิงจะรู้ว่าที่ตัวนางมีงูเขียวพิษอยู่

            แผนซ้อนแผนของมู่จื่อหลิงนี้สามารถบีบต้อนนางเข้าไปได้

            แม้จะไม่ได้คาดเอาไว้แต่ก็ไม่ได้หนีออกไปจากแผนการของนาง ต่อให้มู่จื่อหลิงรู้แล้วจะเป็นอย่างไร?

            “เหอะ! ก็แค่งูพิษตัวหนึ่งเท่านั้นเปิ่นหวางเฟยอยากจะรู้มีอันใดยากกัน” มู่จื่อหลิงโค้งริมฝีปากขึ้น หัวเราะเบาๆ ออกมา

            นางชะงักไป ถามอย่างสงสัย“แต่ว่า เปิ่นหวางเฟยกลับสงสัยยิ่งนัก งูเขียวพิษบนตัวเจ้ามาได้อย่างไรกัน?”

            “เหตุใดเจ้าจึงไม่แปลกใจว่าพวกเจ้าหกคนยามนี้สี่คนกำลังสู้กับเสือ หนึ่งคนถูกพิษ แต่เจ้า... กลับ ไร้รอย ขีด ข่วน เล่า?” ติงติงเค้นทีละคำยิ้มด้วยใบหน้าไร้เดียงสา แต่ว่านัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส

            มีคำพูดในคำพูดรอยยิ้มแฝงความหมาย

            นัยน์ตามู่จื่อหลิงหรี่ลงในใจกระจ่างแจ้งขึ้นมาในบัดดล

            มิน่าเล่า...

            มิน่าเล่าเมื่อครู่นี้เสียงใสกระจ่างของติงติงช่างมาได้พอเหมาะพอเจาะ

            ทำให้เสือพบร่องรอยของพวกนางจากนั้นก็ดึงพวกเฮยชีเอาไว้ ตอนนี้ทำให้เฮยลิ่วได้รับบาดเจ็บ

            เป้าหมายของเด็กคนนี้ก็คือนาง?

            เดิมคิดว่าเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่ไม่สะดุดตาไม่คิดว่าจะมีอุบายที่คาดเดาไม่ได้เช่นนี้

            แต่ที่นี่หมอกหนาทึบทั้งยังเป็นยามราตรี มองไกลไม่เห็นอย่างสิ้นเชิง ติงติงรู้สถานการณ์ฝั่งพวกเขาได้อย่างไรร้องเสียงดังออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ?

            ดังนั้นนางจึงสงสัยมาโดยตลอดว่าเหตุผลที่ติงติงบอกว่าตนเองหลงทางนั้นสมบูรณ์แบบจนเกินไปทำให้คนไร้ข้อติติง ที่แท้ทุกอย่างก็ถูกเตรียมการไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว

            กล้าอยู่เพียงลำพังในป่าที่มีสัตว์ร้ายปรากฏตัวเดินเพ่นพ่านดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ธรรมดากว่าที่นางคิดไว้เสียอีก!

            โชคดีที่นางค้นพบตั้งแต่เนิ่นๆจึงไม่ได้สร้างความเสียหายให้พวกเขามากไปกว่านี้ไม่อย่างนั้นพวกเขาทั้งกลุ่มก็คงถูกเด็กหลอกจนต้องฝังร่างในป่าแห่งนี้จริงๆ

            มู่จื่อหลิงครุ่นคิดไปครู่ใหญ่บนร่างปรากฏไอเย็นเยียบอันเข้มข้น เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง“เจ้าเป็นใครกันแน่?”

            “ข้า? ย่อมเป็นผู้ที่ต้องการชีวิตเจ้า” ติงติงโค้งริมฝีปากเป็นรอยยิ้มกึ่งไม่ยิ้มพูดเสียงอ่อน

            น้ำเสียงอวดดีนัก!

            ทว่าในเวลานี้เอง จู่ๆ มู่จื่อหลิงก็รู้สึกว่ามีอันตรายใกล้เข้ามาหานาง

            ‘ฉี่ฉี่’ มีงูน้อยแลบลิ้นสีแดงสดโผล่ขึ้นมาจากแขนของติงติงอย่างกะทันหัน

            มู่จื่อหลิงก็ออกแรงไปที่ฝ่ามือสะบัดติงติงทั้งตัวออกไปไกลหลายเมตรอย่างแรงตามสัญชาตญาณ

            การสะบัดเมื่อครู่นี้นับว่าไม่เบา! ทว่ากลับไม่มีเสียงร้องแม้แต่น้อย

            เดิมมู่จื่อหลิงคิดว่าร่างเล็กๆของติงติงรับแรงกระแทกมากเพียงนั้นไม่ไหวจนหมดสติไปดังนั้นนางจึงรีบสาวเท้าเข้าไปดูสถานการณ์

            ทว่าพื้นที่ว่างเปล่าก็ทำให้นางตกตะลึง

            ไม่ เห็น ติงติง แล้ว

            “ฉีหวางเฟยข้าไร้เจตนาจะฆ่าผู้อื่น ขอแค่ชีวิตเจ้าเพียงหนึ่งชีวิต หวังว่าเจ้าจะผ่านคืนนี้ไปอย่างสวัสดิภาพถ้าเจ้ามีชีวิตจนผ่านคืนนี้ไปได้ บางทีพวกเราอาจจะได้พบกันใหม่” น้ำเสียงอ่อนวัยของติงติงที่ไม่รู้ว่าลอยมาจากที่ใดดังขึ้นมา

            มู่จื่อหลิงยืนอยู่กับที่ใบหน้าเคร่งขรึม เด็กคนนี้เป็นใครกันแน่? อายุน้อยก็วางแผนร้ายที่รัดกุมได้แล้ว

            เด็กคนนี้คือคนที่คนในวังผู้นั้นส่งมาใช่หรือไม่?

            ถ้าใช่เช่นนั้นเจตนาร้ายของฮองเฮานับวันก็ยิ่งล้ำลึกขึ้นจริงๆ

            เกือบไปแล้วนางเกือบจะหลงกลแล้ว

            เพียงแต่ค่ำคืนนี้เหมือนจะไม่อาจผ่านไปอย่างราบรื่นจริงๆ?

            ยังมีอันตรายอันใดอีก?

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786