เสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นดังเข้ามาในโสตประสาทตลอดเวลา หลี่ซูเม่ยเหมอมองออกนอกช่องระบายอากาศ แสงสว่างอันริบหรี่จากดวงดาวบนฟากฟ้าส่องผ่านเข้ามา ทำให้รู้ว่ายามนี้เป็ยามราตรี พร้อมกับสายลมที่พัดเข้ามาเป็ระลอก นำพาความหนาวเหน็บมากับมัน ด้วยชุดที่ใส่อยู่แทบไม่ช่วยให้ความอบอุ่นใดๆเลย ในรถม้ามีเด็กทั้งหมด 12 คนรวมตัวนางด้วย ทุกคนต่างนอนเบียดเสียดกันเพื่อคลายหนาว
ผ่านไปไม่นานทุกคนในรถม้าก็ถูกปลุกให้ตื่น
ตึง ตึง ตึง ตึง
ชายปิดหน้าผู้หนึ่งใช้ไม้เคาะไปยังรถม้า แล้วพูดว่า
"เห้ย ตื่นกันได้แล้ว อย่ามัวแต่นอน *ยามอิ๋นแล้ว รีบลงมา ใครชักช้า วันนี้ไม่ต้องกินอะไรทั้งวัน"
(*ยามอิ๋น คือ่เวลาั้แ่ 03:00 ถึง 05:00)
ชายปิดหน้าอีกคนเปิดประตูรถม้าเพื่อให้เด็กทุกคนลงไปทำธุระส่วนตัวและรับอาหารสำหรับวันนี้
หลี่ซูเม่ยลงจากรถม้าเป็คนแรกๆ เมื่อลงจากรถม้ามาแล้ว นางต้องใช้เวลาในการทรงตัวอยู่ระยะหนึ่ง เนื่องจากนั่งมานาน
"รีบๆเดิน อย่าชักช้า" ชายปิดหน้าสั่งหลี่ซูเม่ย
"เ้าค่ะ" นางรับคำ และรีบเดินไปยังจุดที่เด็กทุกคนรวมตัวกันอยู่
หลังจากที่หลี่ซูเม่ยไปรวมกลุ่มเรียบร้อยแล้ว นางลอบสังเกตดูสภาพแสดล้อมรอบตัว นางพบว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้สูง คาดว่าตอนนี้นางน่าจะอยู่ในป่า รอบๆมีชายปิดหน้าอยู่อีก 6 คน คอยเฝ้าไม่ให้เด็กแอบหนี ที่ท้องแขนซ้ายของชายปิดหน้าเหมือนจะมีรอยสักอยู่ นางอยู่ไกลและตัวสูงสู้เด็กคนอื่นไม่ได้ จึงมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ขณะที่นางกำลังพยายามมองให้ออกว่ารอยสักที่ว่านั้นเป็ยังไง ชายปิดหน้าที่คุมเด็กให้ลงจากรถมาก็ะโขึ้นเสียงดัง
"เ้าเด็กผู้ชายคนนั้น เดินให้มันเร็วๆหน่อย ยังมีคนที่ยังไม่ได้ลงจากรถม้าอีกหลายคน รีบๆเดิน"
เด็กคนนั้นได้ยินแต่ไม่ยอมปฏิบัติตาม
ทำให้ชายปิดหน้าไม่พอใจเป็อย่างมาก จึงตะคอกใส่เด็กผู้ชายคนนั้นว่า
"ข้าบอกให้รีบเดิน ทำไมไม่ทำ" แล้วรีบเดินไปยังเด็กชายคนนั้น จากนั้นใช้มือผลักไปยังเด็กชายที่เดินช้าอย่างเต็มแรง
"โอ้ย" เด็กชายคนนั้นล้มลงกับพื้น
"มาผลักข้าแบบนี้ได้ยังไง รู้ไหมว่าท่านพ่อของข้าคือใคร กลับไปข้าจะฟ้องท่านพ่อให้หมด" เด็กชายที่ถูกผลักพูดออกไปด้วยความโมโห
"ฮ่า ฮ่่า ฮ่่า เ้าคิดว่าเ้าจะยังได้กลับไปอีกเหรอ พวกเ้าไม่ว่าใครก็กลับบ้านไม่ได้ทั้งสิ้น
พ่อของเ้าเป็ใครทำไมข้าต้องสนด้วย พวกข้าไม่กลัว ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามายุ่งกับพวกเรา ใครกล้ามายุ่งแสดงว่าโง่มากแล้ว
และอีกอย่าง...ตอนนี้ข้าเป็เ้านายของพวกเ้า พวกเ้าต้องเชื่อฟังข้า" ชายปิดหน้าตอบกลับ
เด็กๆเมื่อได้ยินว่าจะไม่ได้กลับบ้านต่างคนค่างนิ่งเงียบไปสักครู่ก่อนที่จะเริ่มร้องไห้และะโโหวกเหวกเสียงดัง เมื่อสถานการณ์เป็แบบนี้ หลี่ซูเม่ยจึงต้องสวมบทบาทเป็เด็กขี้แง ร้องไห้ตามเด็กคนอื่นๆ เพื่อให้ไม่เป็ที่โดดเด่นจนเกินไป
เสียงร้องไห้และเสียงะโของพวกเด็กๆ ดังขึ้นได้ไม่นาน ได้มีเด็กหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาทั้งน้ำตา
"นายท่าน ฮือ ฮือ ฮือ ปล่อยข้าน้อยไปเถอะ ฮึก ข้าน้อยยังเด็กอยู่ยังไม่รู้ความเท่าใดนัก
ข้า...ข้าน้อยอาจสร้างความไม่พอใจให้นายท่านได้ ดังนั้น ได้โปรดให้โอกาสข้าน้อย ได้กลับไปเรียนรู้สิ่งต่างๆให้ได้ความมากกว่านี้ก่อน แล้วค่อยให้ข้าน้อยกลับมารับใช้นายท่าน
ฮือ ข้าน้อยขอร้องนายท่าน ฮือ เมตตาข้าน้อยด้วยเถิด" พูดจบเด็กหญิงตัวน้อยรีบคุกเข่า โขกศีรษะลงพื้นให้ชายปิดหน้า
ถึงแม้ว่าชายปิดหน้าจะแสดงออกว่าไม่สนใจ แต่สีหน้าที่แสดงออกมากลับดูพอใจยิ่ง
'เด็กผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริงๆ มีความกล้าหาญและเป็คนที่ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา ดูแล้วอายุน่าจะมากกว่าตัวข้าตอนนี้ไม่เท่าไหร่เสียด้วย' หลี่ซูเม่ยคิดในใจ
"ใช่ๆ ข้าคิดถึงท่านพ่อ ท่านแม่แล้ว ไหนตอนนั้นพวกเ้าบอกข้าว่าออกมาเล่นสนุกไม่กี่วันก็จะพาข้ากลับไง" เด็กชายอีกคนรีบพูดต่อ
"นี่มันใช่การเที่ยวเล่นที่ไหน นั่งๆนอนๆอยู่ในรถม้าเกือบทั้งวัน ไม่เห็นจะสนุกเลย" เด็กชายรูปร่างผอมแห้งะโออกมาเสียงดัง
"นั่นสิ กินข้าววันละหนึ่งมื้อ ต้องกินเหมือนเดิมทุกวัน มีแค่หมั่นโถวกับน้ำ ข้าต้องทนหิวเกือบทั้งวัน กลางคืนก็หนาว ผ้าห่มก็ไม่มี...ให้" เด็กชายรูปร่างอ้วนคนหนึ่งพูดขึ้น แต่ยังพูดไม่ทันจบ เขาได้ถูกเด็กชายคนข้างๆดึงแขนเสื้อเบาๆ พร้อมส่งสายตาเพื่อเตือนให้ดูสีหน้าของชายปิดหน้า ซึ่งไม่น่าดูเอาเสียเลย และเตือนให้หยุดพูดก่อนที่ชายปิดหน้าจะะเิอารมณ์ออกมา
หลี่ซูเม่ยสังเกตเห็นการกระทำของเด็กชาย 'หืม เด็กชายคนนั้นก็ไม่เลว ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย มีน้ำใจ อีกทั้งยังรู้จักสังเกตสีหน้าผู้คน น่าสนใจๆ'
และผลก็เป็ไปตามที่เด็กชายคนนั้นคาดเดาไว้ ชายปิดหน้าเปิดปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังและดุดัน
"เงียบ
ข้าบอกให้เงียบ
พวกเ้าทุกคนจำเอาไว้ ถ้าข้าไม่ได้สั่งให้พูด พวกเ้าก็ห้ามพูด ข้าสั่งอะไร พวกเ้าก็ต้องทำตามที่ข้าสั่ง เข้าใจไหม"
ไม่มีใครตอบ ทุกคนอยู่ในความสงบ บางคนถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงไปกับพื้นด้วยความใและหวาดกลัว
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตอบ ชายปิดจึงหน้ากวาดสายตามองพร้อมทั้งชี้มาที่พวกนาง
"ข้าถามว่าพวกเ้าเข้าใจกันไหม ตอบ"
"ขะ เข้าใจเ้าค่ะ/เข้าใจขอรับ" พวกนางรีบตอบกันด้วยความหวาดกลัว
"ดี ข้าถือว่าพวกเ้าทุกคนเข้าใจกันหมดแล้ว วันหน้าอย่าให้มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นคงไม่จบเพียงเท่านี้แน่"
เมื่อสักครู่ ขณะที่ชายปิดหน้าผู้นั้นชี้มาที่พวกนาง นางได้เห็นรอยสักนั้นอย่างชัดเจน รอยสักนั้นเป็รูป**ผีผา นางไม่เคยเห็นมาก่อน จึงไม่รู้ว่ารอยสักรูปผีผาสื่อถึงอะไร จะถามหงส์แดงก็ไม่ได้อีกเพราะหงส์แดงได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีในการปรากฏตัวและบอกเล่าเื่ราวให้นางฟัง ต้องพักผ่อนไปอีกนานกว่าจะปรากฏตัวได้อีกครั้ง
**ผีผาเป็เครื่อนดนตรีจีนอย่างหนึ่ง เล่นด้วยการใช้นิ้วดีดสาย
เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินทางต่อ เด็กทุกคนต้องกลับขึ้นไปอยู่ในรถมาอีกรอบ อาหารสำหรับวันนี้ทั้งวันยังคงเป็หมั่นโถวหนึ่งชิ้นกับน้ำหนึ่งกระบอกไม้ไผ่ หลี่ซูเม่ยกินหมั่นโถว่ไปนิดหน่อยเพื่อเป็อาหารเช้าแล้วเก็บส่วนที่เหลือไว้กินมื้ออื่น
รถม้าเคลื่อนตัวไปได้สักระยะก็หยุดลง ชายปิดหน้าสั่งให้เด็กทุกคนลงจากรถม้า ลงมารอบนี้หลี่ซูเม่ยพบว่าสถานที่รอบกายมีบ้านเรือนเต็มไปหมด ผู้คนเริ่มทำการค้าขายและทำกิจวัตรประวัน ดูแล้วน่าจะเป็เมืองใหญ่
เด็ก 12 คนถูกแบ่งออกเป็ 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน นางได้อยู่กับเด็กชายและเด็กหญิงคนที่นางสนใจ โดยมีชายปิดหน้าสองคนต่อกลุ่ม แต่ละกลุ่มถูกพาไปคนละทาง
-----------------------------------------------------------
* จบกันไปแล้วค่ะสำหรับตอนนี้ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ???? ขอบคุณค่ะ