ตอน 4 คุณหนูสกุลหลานคนใหม่
ย้อนเล่าเท้าความไปเมื่อ 3 วันก่อน
ณ วังหลวง ตำหนักฮองเฮา
"คนไร้ประโยชน์เช่นเขาตาบอดสนิทอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่ฝ่าาจะทอดทิ้งได้ลงเขาสมควรถูกกล่อมให้มอมเมาด้วยสตรี..."ฮองเฮาผู้ร้ายกาจอยู่เื้ัแผนร้ายทั้งหมด...ทำทีเป็ผู้มารดาผู้มากเมตตาหวงแหนโอรสทั้งหลาย โดยเฉพาะองค์ชายใหญ่ไฉเจ้อิต่อหน้าฝ่าาแสดงว่ารักใคร่ดั่งลูกในไส้ นางพึมพำอยู่พักใหญ่ ก่อนเคลื่อนตัวเสด็จไปยังห้องประทับของฝ่าา
ณ ตำหนักหวงตี้(ที่ประทับของฝ่าา)
"ฮองเฮาเสด็จ.." เสียงกงกงขันทีเฒ่ารายงานต่อฝ่าา
"ให้นางเข้ามา" ฝ่าารับสั่งให้ฮองเฮาที่รักเข้ามานั่งข้างกาย
"ฝ่าาเพคะ หม่อมฉันมีเื่ร้อนใจ"ฮองเฮาผู้มากอุบาย ทำทีออดอ้อนออเซาะยกใหญ่
"มีอะไรก็ว่ามาเถอะ เป็ถึงฮองเฮาของข้ามีหรือที่ข้าจะหาสิ่งที่้ามาให้มิได้"ฝ่าาเอนตัวเข้าใกล้เย้าหยอกเมียอสรพิษอย่างนางพลางวางใจให้ฮองเฮาจัดการทุกเื่ หากเกี่ยวกับวังหลัง
"หม่อมฉันเห็นว่า ปีนี้องค์ชายใหญ่ไฉเจ้อิ อายุ28 ปีแล้วเห็นควรว่าจะต้องแต่งพระชายาเข้าวังได้แล้ว...แต่ทว่าองค์หญิงปี่ชาลั่ว(คู่หมั้นพระเอก เป็ชายาที่ถูกจับจองแต่งเข้าวังเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ต่อสองแคว้น)แห่งแคว้นแดนเหนือยังมิพร้อมเดินทางเข้าวัง ข้าเองไร้หนทางบีบบังคับฝั่งนั้นเพื่อไม่ให้ทุกอย่างช้าจนเกินไป หม่อมฉันเห็นว่าควรคัดเลือกสนมเข้าวังปรนนิบัติไฉเอ่อร์เสียก่อน ฝ่าามีความเห็นว่าอย่างไร" ฮองเฮาทำท่าทีอิด-ออดเป็ห่วงเป็ใยผู้เป็ลูกบุตรธรรมทุกคำพูด สีหน้าแววตาแสดงออกชัดเจนถึงความกังวลใจอยากจัดการพิธีเหล่านี้ให้เสร็จสิ้น
ฝ่าาผู้คลั่งรัก มีหรือจะยินยอมให้เมียรักอย่างฮองเฮามีเื่รำคาญใจหนีมิพ้นนั่งฟังคำขอจากเมียสุดที่รักจนจบประโยค
"ฮะฮ่า เ้านี่ช่างเป็ฮองเฮาผู้ใส่ใจผู้อื่นจริงๆแม้กระทั่งเขามิใช่บุตรแท้ๆของเ้า แต่กลับดูแลดีถึงเพียงนี้นับเป็วาสนาของไฉเอ่อร์จริงๆ เพียงแต่ว่าโอรสของข้าผู้นี้ช่างน่าเวทนานักั้แ่หวงกุ้ยเฟย(พระสนมเอก แม่พระเอก)จากไป เขาแทบไม่ยอมพบหน้าข้าเลยซ้ำตาบอดสนิทโดยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด... โชคดีแล้วที่มีมารดาเช่นเ้าคอยใส่ใจ" นอกจากจะไม่คิดขัดอะไรเลย ฝ่าายังกล่าวชื่นชมเยินยอฮองเฮาจนนางเคยตัว
"เอาเถอะ หากเ้า้าเช่นนั้นมีหรือที่ข้าจะขัด เ้าต่างทำเพื่อโอรสของข้าทั้งนั้น "
"กงกง "
"กงกง อยู่นี่ขอรับฝ่าา"
"สั่งรายงานออกไป ภายใน 3 วัน7 วัน ทุกสกุลใหญ่ในเปียนจิง (ชื่อเมืองหลวง)ต้องนำบุตรสาวเข้าวังเพื่อเข้าร่วมคัดเลือกเป็สนมปรนนิบัติองค์ชายใหญ่"
"ขอรับฝ่าา"
******************
"องค์ชายใหญ่ขอรับ... ข่าวลือหนาหูครั้งนี้ฮองเฮาตั้งใจเข้าเฝ้าฝ่าา ร้องขอสิ่งนี้ด้วยตนเองนาง้าหานางสนมเพื่อปรนนิบัติองค์ชายอย่างโจ้งแจ้งขอรับ" เสี่ยวหลงตูทหารองครักษ์ที่เติบใหญ่มาพร้อมกันกับเขา รักและเชื่อใจกันดั่งฉันพี่น้องั้แ่เล็กจนโต เขาผู้นี้คอยเป็หูเป็ตาให้ไฉเจ้อิทุกเื่ไม่ว่าเื่น้อยใหญ่ในวังหลวง ไม่อาจเล็ดลอดสายตาเขาคนนี้ไปได้
"หึหึ หาสตรีมาบำเรอข้าอย่างโจ้งแจ้งงั้นเหรอมารดาผู้แสนดี ที่ผ่านมานำสตรีหลายนาง มาบำเรอข้า อย่างลับๆ ยังมิพอใจอีกหรือดูซิว่าครั้งนี้ท่านจะใช้แผนอะไรกับข้า!!! "
"ข้าไฉเจ้อิ จะเลวทรามให้สุดขั้วตบตาท่านจนมืดบอด กระทั่งเชื่อสนิทใจ ว่าข้าไฉเจ้อิผู้นี้ไร้ประโยชน์จนมิเป็เสี้ยนหนามตำใจท่านได้อีกต่อไป ข้ารอวันเปิดโปงท่านต่อหน้าทุกคนว่าแท้จริงแล้วผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อท่านแม่ของข้า คือคนข้างกายท่านพ่อ"ไฉเจ้อิเคียดแค้นฝังหุ่น ความบาดหมางในใจไม่ยอมปล่อยวาง ทุกวันคืนมันกัดกินใจจนเขาเป็คนเ็าไร้รักไร้รส เพื่อแผนการใหญ่ในวันข้างหน้าเขาจำต้องทน
"องค์ชาย....องค์ชายขอรับ...เราต้องทำอย่างไรต่อไปเพื่อรับมือเื่นี้โปรดสั่งข้า" เสี่ยวหลงตูพ่อหนุ่มเืร้อน ไม่สมตำแหน่งราชองครักษ์เลย ใจร้อนดั่งไฟ ตรงไปตรงมา พูดยังไงคิดยังไงทำอย่างงั้น ถ้าได้เอ่ยพูดต่อผู้ใดตรงพุ่งแทงใจดำคนมานักต่อนัก
"เสี่ยวหลงตู ใจเย็นลงก่อน อย่าได้ร้อนใจไปข้ามีวิธีการของข้า...นางอยากทำอะไรก็ปล่อยนางทำไปเถอะ แค่สนมนางเดียวข้ารับมือได้... สนมที่นางเลือกมา ก็คงมิต่างอะไรกับสตรีพวกนั้นนัก "ไฉเจ้อิพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ แต่ฟังดูแล้วช่างเชือดเฉือนใจคนนักแม้จะไม่มองเห็นแววตาของเขาใต้ผืนผ้าที่ผูกมัดไว้ แต่คนฟังััได้ถึงสีหน้าแววตาอันมากแผนการไม่แพ้กัน
สาวมือยกจอกน้ำชาร้อนขึ้นดื่มอย่างสงบใจมืออีกข้างวาดวางลงข้างหน้าตัก... เบื้องหน้าเป็สระบัวที่โปรดปราน
"สุขไหนเล่า จะเท่าความสันโดษที่ข้ามีวังหลวงที่กว้างใหญ่โอ่อ่า กลับไม่มีแม้ที่ให้ข้าไปตำหนักหย่งเล่อของข้าอยู่เกือบท้ายวัง... คอยดูเถอะ วันที่ข้าขึ้นครองบัลลังก์วันนั้นจะเป็วันที่ทุกสายตาจับจ้องมาที่ข้าไร้ใจลืมเลือน"ประโยคสั้นๆที่เปล่งออกมาจากลำคอมันแสนกินใจสะท้อนชีวิตหลายปีนี้ ั้แ่เล็กจนเติบใหญ่ของเขาได้เป็อย่างดี
********************
แว้ก แว้ก แว๊ก... เสียงนกอินทรีร้องเรียกในยามค่ำคืน...ก่อนจะเปล่งเสียงลั่นมันบินว่อนหลังคา หาที่ลงเกาะ กระทั่งเจ้อิเปิดหน้าต่าง ยื่นแขนลงวางอินทรีย์สุดเชื่องโฉบตัวลงต่ำ รั้งขาเกาะเกี่ยวแขนของเจ้อิอย่างเป็กันเอง...บนขาของมันติดมาด้วยม้วนกระดาษแผ่นเล็ก
แน่นอนว่า องค์ชายใหญ่ไฉเจ้อิอย่างเขา มีหลายอย่างให้รอค้นหาเขามิได้สิ้นไร้ไม้ตอก นอนรอความตายอยู่ท้ายวัง อย่างที่ทุกคนคิด....นกอินทรีตัวใหญ่ ถูกเขาชุบเลี้ยงั้แ่เป็แค่ลูกนก กระทั่งมันเชื่องได้ขนาดนี้เขาใช้ประโยชน์มันด้วยการรับส่งสานส์ ฝึกฝนจนเป็อินทรีย์ตัวพิเศษเก่งกาจแตกต่างจากอินทรีตัวอื่นๆ
หลังจากได้รับสานส์ลับจากอินทรีย์เจ้อิลูบหัวอินทรีตัวโปรดสองสามครั้ง ป้อนหนอนสองสามตัวก่อนปล่อยให้มันบินโฉบกลับคืนท้องฟ้า...
ตำหนักหย่งเล่อของเขาปิดตัวลงั้แ่พระอาทิตย์เริ่มตกดิน...ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัดทหารลาดตระเวนมักมาไม่ถึงที่นี่...การจะเข้าออกนั้นสบายมากเจ้อิชายตาบอดที่ทุกคนเข้าใจ ถอดอาภรณ์สีขาวพลิ้วออกจากตัวเปลี่ยนเป็อาภรณ์สีดำทึบให้กลมกลืนกับบรรยากาศ... เขาถอดผ้าคาดปิดตาออกทิ้งไว้ในตำหนัก ก่อนพรางตัวหลบหนีจากตำหนักตัวเองอย่างลับๆ
มุ่งตรงไปตามเส้นทางสายหนึ่งหน้าวังหลวง....ทว่าค่ำคืนที่สงัดเคล้าสายลมแ่ๆ บนถนนไร้ผู้คนเขากลับได้ยินเสียงบทเพลงหนึ่งที่บรรเลงจากขลุ่ยไม้ ฟังดูช่างไพรเพราะชวนหลงใหล...เพราะความสงสัยที่ไม่สิ้นสุด เจ้อิเดินตามเสียงเพลงนั่นกระทั่งพบสาวน้อยขอทานริมถนน เป่าบรรเลงอยู่ผู้เดียว...
เพียงหางตาที่เฝ้ามอง ทำให้เขามิอาจละสายตาจากนางได้... รูปโฉมงดงามผิวพรรณขาวเนียนไร้ที่ติ ขอทานที่งดงามดั่งนางฟ้านาง์ เจ้อิไม่อยากละไปไกลเขาเอนกายแนบอิงข้างกำแพง หลับตาพลิ้มฟังบทเพลงนั่นให้จบทำนองที่คุ้นชินกล่อมให้เขาฉุกคิดถึงท่านแม่ผู้ล่วงลับ... แต่ทว่าดันเผยพิรุธให้แม่นางน้อยจับได้เสียก่อน