บ่ายคล้อยวันที่ดูมืดครึ้ม ชางไห่กำลังเดินแบกน้ำถังใหญ่ไปเติมที่ศาลากลางน้ำ ถังนี้เป็นถังที่สิบแล้วเเต่ดูเหมือนว่าน้ำจะยังไม่ยอมเต็มซักที ชางไห่เหนื่อยสายตัวแทบขาด เเต่ก็ยังพักไม่ได้เพราะถ้าเย็นนี้นางเติมน้ำไม่เต็มอ่าง นางจะไม่ได้กินข้าวเย็น ตามคำสั่งของเฉินเซี่ยนั่นเอง ในขณะที่กำลังจะเทน้ำถังที่สิบลงไปในอ่าง ชางไห่ก็เหลือบไปเห็นรอยรั่วที่อยู่ข้างอ่างพอดี นั่นคือสาเหตุหลักที่เติมยังไงน้ำก็ไม่เต็มอ่างซักที ช่างไห่วางถังน้ำลง พร้อมกับรีบไปหาดินเหนียวมาอุดรูรั่วในขณะที่นางกำลังจะเดินตามหาดินเหนียวอยู่นั้น นางก็ได้นึกถึงสมัยเด็กขึ้นมาพอดี
“ใช่..ดินที่นั่นเป็นดินเหนียว….เเต่ว่าที่นั่นเฉินเซี่ยห้ามใครเข้า เเล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ?” ชางไห่จำกฏการเข้าออกของที่นั่นได้ดีเเต่ทว่าหากนางช้ากว่านี้ น้ำในอ่างที่เติมไว้ก็จะเหือดแห้งไปเช่นกัน ชางไห่พยายามเดินเที่ยวถามทหารและสาวใช้ไปเรื่อยเพื่อหาดินจากที่อื่น เเต่ก็ไม่ได้คำตอบจากที่ใดเลย ยกเว้นที่นั่น ชางไห่หมดทางเลือกอื่น นางจึงรีบเดินตรงไปที่สวนบุปผาเพื่อนำดินเหนียวจากที่นั่นมาอุดรูอ่างน้ำและทันทีที่มาถึง นางก็ต้องตกใจและประหลาดใจมากเพราะสถานที่ศักดิ์สิทธิแห่งนี้ถูกทำลายเละเทะไม่มีชิ้นดีเลยแม้เเต่น้อย
“สวนบุปผาที่งามสง่าในวันนั้น…ทำไมถึง……….?”
“ข้าจำได้ว่าข้าสั่งให้เจ้าไปเติมน้ำใส่อ่างที่ศาลากลางน้ำ แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่!!” เสียงบุคคลที่นางไม่อยากเจอที่สุด ดังเล็ดลอดมาจากด้านหลัง ทำเอาชางไห่ถึงกับสดุ้งโหยงและค่อยๆหันกับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง
“ข้าถามว่าเจ้ามาทำอะไรที่นี่!!!”
“ข้า..เอ่อ..ข้าตั้งใจมา……”
“มาดูความวุ่นวายที่เจ้าได้ก่อไว้สินะ…เป็นไงล่ะ เจ้าพอใจกับฝีมือของเจ้ามากเลยใช่ไหมล่ะ ที่ทำลายสวนบุปผานี้ได้น่ะ!!!” เสียงกระเเทกดังลั่นทำเอาชางไห่ถึงขั้นสะอึกในใจเพราะนางไม่รู้ว่าเฉินเซี่ยหมายถึงอะไร
“ข้าเเค่มาเอาดินเหนียวไปอุดรูรั่วที่อ่างน้ำ เอ่อ..คือ…เกิดอะไรขึ้น ทำไมที่นี่ถึง…..”
“เฮอะ!!..เจ้าถามข้าว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ อย่างนั้นหรือ ฮ่ะ..ฮ่ะ..ฮ้าฮ่า เจ้าจะบอกว่า..เจ้าไม่รู้ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ ฮ้ะ!!!” เสียงเฉินเซี่ยเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนหมิงคังสัมผัสได้ว่าอารมณ์โกรธของเจ้านายกำลังจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หมิงคังรีบเร่งหาทางออกเพื่อยุติเรื่องพวกนี้ทันที เหตุเพราะร่างกายของเฉินเซี่ยยังไม่ฟื้นตัวตามปกติและการใช้กำลังมากๆก็อาจทำให้ร่างกายของเฉินเซี่ยทรุดลงไปอีกนั่นเอง
“เอ่อ..คุณชายขอรับ ข้าได้รับเเจ้งว่าที่บ่อเถาวัลย์ มีคนพบลูกแก้วของคุณชายแล้ว เเต่พบถึง 4 ลูกด้วยกัน ข้าก็เลยไม่แน่ใจว่าลูกไหนเป็นของคุณชายขอรับ”
“4 ลูกอย่างนั้นหรอ..เเต่ข้าจำได้ว่าข้าโยน…!!! ได้..เดี๋ยวข้าจะไปดูเอง ข้านึกได้ว่าข้าต้องออกไปเยี่ยมชาวเมืองหยุนเปิงด้วย ไป!!” เฉินเซี่ยเผลอพูดถึงลูกแล้วออกมา ซึ่งนั่นคือแผนของเฉินเซี่ยที่วางไว้ เมื่อดันเผลอหลุดปากพูดออกมา เฉินเซี่ยจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องและเบี่ยงประเด็นไปทางอื่น ส่วนทางด้านชางไห่นั้น นางแทบจะไม่ได้ฟังสิ่งที่หมิงคังพูดด้วยซ้ำ นางเอาเเต่ตกตลึงว่าพื้นที่เละเทะตรงหน้านั้นเป็นฝีมือของนางทำ จริงๆน่ะหรือ ย้อนกลับไปตอนเด็ก สวนบุปผาเเห่งนี้เป็นสถานที่อันเงียบสงบ สวย มีดอกไม้บานตลอดเเนว เเต่ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นพื้นที่รกร้าง เละเทะ มีเศษไม้และเศษดินที่ขุดขึ้นมานั้นกระจัดกระจายเต็มไปหมด จนไม่เหลือคำว่าสงบสุข อีกต่อไป
“นี่ข้า…ทำให้ที่นี่กลายเป็นแบบนี้จริงๆน่ะหรือ? ทำไมข้าจำอะไรไม่ได้เลย ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“คุณหนูหลี่ทำลายที่นี่เพียงเพราะคิดว่าคุณชายให้ความสำคัญกับคุณหนูม่านเฉวมากกว่าคุณหนูหลี่น่ะเจ้าค่ะ”
“หลิงหลิง!!…ไม่จริง ข้าเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งเเรก ข้าจะมาทำลายที่นี่ได้ยังไง”
“เเต่ข้า ท่านหมิงคังและคุณชายและทหารอีกหลายนายก็เห็นเองกับตาว่าคุณหนูหลี่เป็นคนลงมือเองทั้งหมดเจ้าค่ะ” ชางไห่มองหน้าหลิงหลิงด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เเต่นางก็ไม่รู้จริงๆว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันมีเรื่องราวหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นทั้งๆที่นางไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เเต่เมื่อทุกคนยืนยันแล้วว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของนาง นางก็ยินดีจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดนี่เอง ชางไห่เริ่มต้นจากการสั่งให้หลิงหลิงเดินทางไปสั่งดอกไม้นานาพันธ์มาให้ ส่วนตัวนางก็รีบเอาดินเหนียวไปซ่อมอ่างและเติมน้ำให้เต็มก่อนถึงเย็น ตกดึกวันเดียวกันดอกไม้มากมายก็มาส่งพอดี ซึ่งนั่นเป็นเวลาเดียวกันกับที่ชางไห่เติมน้ำเต็มอ่างพอดี
“คุณหนูหลี่ คุณหนูหลี่เจ้าคะ..ดอกไม้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
“ดี..ดีมาก งั้นพวกเราไปกันเลยหลิงหลิง”
“แต่นี่มันเย็นแล้ว อีกไม่นานก็ค่ำข้าว่าคุณหนูหลี่พักกินข้าวกินน้ำก่อนดีไหมเจ้าคะ?”
“ข้าช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว ดอกไม้ที่สั่งมาถ้าไม่นำลงดินภายในวันเวลาที่เหมาะสม มันจะเหี่ยวและตายได้ เพราะฉะนั้นข้าจะทำวันนี้เลย เจ้าช่วยไปเตรียมของให้ข้าที” หลิงหลิงดูท่าทางงงๆเพราะตั้งเเต่นางได้รับหน้าที่ดูเเลเจ้านายผู้นี้มา นางไม่เคยเห็นชางไห่ทำเรื่องอะไรที่ติดดินแบบนี้มาก่อนเลย
“เอ้า..มั่วอ้ำอึ้งอะไรอยู่ ไปเตรียมของให้ข้าเร็ว หลิงหลิง!!”
“อ้ะ..อ่ะเอ้อ เจ้าค่ะๆ ข้าไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” เมื่ออุปกรณ์ทุก อย่างพร้อม ชางไห่ก็รีบจัดการเคลียร์พื้นที่และลงต้นไม้ ดอกไม้เองทุกต้นตามที่นางเคยเห็นในวัยเด็ก เวลาผ่านล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืนกว่า หลิงหลิงถึงขั้นนอนหลับคาแปรงดอกไม้เพราะนางทนง่วงต่อไปไม่ไหวแล้ว ในทางกลับกัน ชางไห่ยังคงเดินหน้าปาดเหงื่อลงต้นไม้ ดอกไม้ รวมถึงทำสุสานหลุมศพและเขียนป้ายหน้าหลุมศพม่านเฉว พร้อมกับจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งเดิมให้มากที่สุด จากนั้นนางก็จบภารกินสุดท้ายโดยการไปตักน้ำมารถต้นไม้ ดอกไม้ทั้งหมด ก่อนจะรีบมาแบบหลิงๆกลับไปนอนที่จวน นางห่มผ้าให้หลิงหลิงและดูเเลดีเหมือนเป็นน้องสาวอีกคนของนาง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี ชางไห่ก็รีบย้อนกลับมาเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างให้เข้าที่ พร้อมกับเช็คความเรียบร้อยทุกอย่าง ก่อนที่นางจะเดินกลับจวนของนางไป…..