ชิงเถามองกล่องตรงหน้าอย่างเกรงใจคนที่มอบให้นางไม่ได้ทำดีหวังผลเสียหน่อย นางทำด้วยความตั้งใจจริงถึงแม้จริงๆแล้วนางทำเพราะรู้สึกผิดก็เถอะ
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็คงไม่รับน้ำใจของเราจริงๆ”เยว่ซ่านจื่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกว่าน้อยใจอยู่ไม่น้อย
“เอ่อไม่ใช่แบบ เจ้าค่ะ เช่นนั้นน้ำใจนี้ของท่านข้าจะรับไว้”ชิงเถาทนดูหน้าอีกคนที่เศร้าหมองลงไม่ได้จึงต้องตกปากรับของของเขาไว้
“เจ้าทำถูกแล้ว”อยู่ๆหน้าของเขาก็กลับมายิ้มแจ้มใสเช่นเดิมเมื่อครู่คงไม่ใช่ว่าแสร้งทำให้นางสงสารหรอกนะ ถ้าใช่แล้วละก็ ก็ก็เหมือนว่าบุรษสมัยนี้มีเล่ห์เหลี่ยมไม่น้อยเลยนะอย่างน้อยๆก็คนที่นางรู้แล้วเช่นมี่หนิงหยาง และก็คนนี้ หรือจะมีอีกนะไม่มีเวลามานั่งคิดหรอก
“ว่าแต่คุณชายก็เป็นหนึ่งในทูตที่มาจากแคว้นเยว่อู่หรือเจ้าคะ”ชิงเถาถามออกมาเพราะจากชุดที่อีกคนใส่นางรู้ได้แน่ชัดว่าเป็นการแต่งกายของอีกแคว้นไม่มีใครเป็นบ้าแต่งตัวด้วยชุดของแคว้นอื่นไปไหนมาไหนหรอกนะ
“ใช่แล้วเราเป็นหนึ่งในทูตที่ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้” เยว่ซ่านจื่อตอบชิงเถาออกไปตรงๆแต่ก็แอบขบขันนางอยู่ไม่น้อย ที่ไม่เฉลียวใจเรื่องใดๆกับเขาเลย
“เช่นนั้นเองแล้วคุณชายได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือไม่เจ้าคะตอนข้าไปที่แคว้นเยว่อู่ข้าไปเที่ยวหลายที่เลย ไม่ว่าจะเป็น” ชิงเถาได้ทีก็เริ่มพล่ามพูดถึงที่เที่ยวกับเขาไปทันทีอีกคนอย่างคุณชายเยว่ก็ได้ตอบนางบ้าง ถามนางบ้างเท่านั้น ชิงเถาเล่าเองคนเดียวเลยวิญญาณคนนำเที่ยวเขาสิงแล้ว
อีกพักหนึ่งทีเดียวกว่าเยว่ซ่านจื่อจะกลับก่อนกลับยังหันมาพูดกับชิงเถาไว้ด้วยว่า ถ้าเช่นนั้นเราก็ต้องขอให้เจ้านำเที่ยวแล้วหล่ะน่าจะสนุกดีซึ่งชิงเถาก็ได้แต่ยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ไม่ได้ตกลงหรือปฏิเสธอะไรเอาแล้วไงชิงเถาเจ้าหาเรื่องอีกแล้ว เรื่องเที่ยวล่ะเก่งเชียว เปิดทัวร์นำเที่ยวซะดีไหมเนี่ยดูท่าน่าจะได้เงินดี
ในท้องพระโรงดูเหมือนจะคลายความตึงเครียดลงได้บ้างเมื่อการเชื่อมสัมพันธไมตรีของทั้งสองแคว้นเป็นไปได้ด้วยดีแถมทางนู้นยังส่งอ๋องสามมาด้วยพร้อมของกำนัลอีกมากมายดูแล้วทั้งสองแคว้นคงจะได้ค้าขายไปมาหาสู่กันได้ง่ายไปอีกหลายปีทีเดียว
“ทูลฝ่าบาทตอนนี้ได้มอบเงินทดแทนให้ครอบครัวนายทหารที่เสียชีวิตจากการคุ้มครองคณะทูตจนครบแล้วพะยะค่ะ”ขุนนางนายหนึ่งรายงานตามหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย
“ส่วนเรื่องการหาตัวคนร้ายยังเป็นไปได้ยากพะยะค่ะ”อีกคนที่ได้รับมอบหมายรายงานออกมาอย่างอึกอักก็งานส่วนของเขาถือได้ว่าไม่มีความคืบหน้าเลยนี่นา มีหวังได้โทษเป็นของรางวัลแน่ทำไมเขาไม่ได้รับงานจ่ายเงินทดแทนกันนะตอนนี้ก็ไม่ต้องมาอึกอักทำหน้าไม่ถูกแบบนี้แล้ว
“อืม”ฮ่องเต้ที่ประทับบนที่นั่งทำเพียงพยักหน้ารับทราบเบาๆ
“ครั้งนี้องค์ชายเจ็ดถือได้ว่ามีความดีความชอบมากพะยะค่ะกระหม่อมบังอาจกราบทูลว่าฝ่าบาทน่าจะประทานรางวัลแก่องค์ชายและคณะทูตพะยะค่ะ”ขุนนางใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าสุดผู้หนึ่งเอ่ยเสนออกมาเมื่อเห็นว่าเรื่องคลี่คลายลงไปมากแล้วทหารที่ตายก็แจกจ่ายเงินชดเชยจนครบ ควรถึงทีของผู้รอดชีวิตที่ต้องได้รับการปูนบำเหน็จบ้างเขาที่อยู่ฝ่ายอันเต๋อเฟยและองค์ชายเจ็ดจึงได้ทีที่ต้องทูลออกมา
“เราจะพิจารณาอีกครั้งก็แล้วกัน”พระองค์ทรงกล่าวแค่นั้น แต่ก็ถือได้ว่ารับเรื่องไว้แล้วคนที่ทูลก็ต้องยิ้มออกกว้างทีเดียวอย่างไรพระองค์ก็ต้องไม่ปล่อยผ่านแน่นอนส่วนเสนาบดีอีกฝั่งก็ได้แต่ก้มหน้าตัวสั่นด้วยความไม่พอใจเท่านั้นทำอย่างไรได้คนที่เขาสนับสนุนยังไม่มีเรื่องให้เป็นที่พอประทัยของฮ่องเต้นี่นา
“ได้เรื่องเช่นไรบ้าง”มี่หนิงหยางที่นั่งอยู่ในห้องทำงานที่จวนเขาถามออกมาเมื่อลูกน้องที่เขาให้ไปตามสืบกลับมาเข้าพบ
“เป็นไปตามที่คุณชายคิดขอรับ”ชายหนุ่มที่สวมชุดสีเข้มวางข้อมูลไว้ตรงหน้าให้เจ้านายได้ดู
“อืมดีมาก เจ้าไปพักก่อนเถอะ”มี่หนิงหยางที่เปิดดูข้อความคร่าวๆเอ่ยขึ้นกับคนตรงหน้าไป
“ขอรับ”เมื่ออีกคนนอกจากห้องไปแล้วมี่หนิงหยางก็กลับมาให้ความสนใจกับกระดาษไม่กี่แผ่นตรงหน้าต่ออีกครั้งมี่หนิงหยางสั่งให้คนของเขาหลายคนไปตามสืบถึงที่มาของคนที่รับงานให้คนมาซุ่มโจมตีได้เรื่องมาไม่น้อยทีเดียว แต่นั่นก็ยังชี้ตัวคนที่จ้างวานได้ไม่แน่ชัดคงต้องให้เวลาสืบต่ออีกพักใหญ่ทีเดียว
“หึคิดจะหลบในที่มึดเช่นนั้นรึ อยู่ได้อีกมานานหรอก”เขาเพียงเอ่ยกับตัวเองออกมาเบาๆเท่านั้นเมื่อนึกถึงคนที่ต้องสงสัยในครั้งนี้จริงๆมันไม่ใช่เรื่องหรือธุระกงการของเขาด้วยซ้ำที่ต้องสืบเรื่องเช่นนี้แต่ก็มันมีไป๋เล่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเขาจึงอยู่เฉยไม่ได้เช่นนี้ดูท่าการที่จะหันหน้าหนีจากราชสำนักหรือคนในวังนั้นทำได้ยากกว่าที่คิดแฮะ
“สรุปแล้วชื่ออะไรนะเจ้าคะ” ชิงเถาถามขึ้นอีกครั้งเมื่อทุกคนกลับจากบ้านสกุลชงแล้วดูเหมือนนางกลับมาก่อนไม่กี่ชั่วยามนางจะพลาดโอกาสสำคัญไปเสียแล้ว
“หมิงซินหลานชื่อชงหมิงซินน่ะ” ลี่ถิงเป็นคนตอบน้องสาวออกมา จริงๆเจ้าเล็กทารกต้องเป็นหลานพวกเขาอยู่แล้วแต่ชอบที่จะเรียกน้องและแทนตัวเองว่าพี่ชายหรือพี่สาวมากกว่า
“ไหงเป็นหมิงซินไปได้หล่ะเจ้าคะ”ชิงเถาร้องออกมาเสียงหลง พร้อมมองหน้าเจ้าสองหมิงที่ยังนั่งตาปริบๆอยู่ตรงนี้อีก
“ทำหรือขอรับหมิงซินก็เพราะดีออก ความหมายก็ดีด้วย”หมิงเลี่ยนเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจท่าทางที่พี่สาวเป็น
“ใช่ๆน้องชายตัวเล็กชื่อว่าหมิงซิน ข้าก็เป็นพี่ชายหมิงลู่ แล้วก็มีพี่ชายหมิงเลี่ยนด้วยชื่อคล้ายๆกันดีจะตาย” คนที่ดีใจออกหน้ากว่าใครก็คงจะเป็นหมิงลู่นี่แหละ สงสัยชื่อน้องจะถูกใจเจ้าตัวมากๆหรือไม่แน่ตัวตั้งตัวดีในการเอาชื่อนี้ก็คงมาจากเจ้าตัว
“ทำไมรีบตั้งจังหล่ะเจ้าคะข้ากลับมาก่อนไม่นานเอง”ชิงเถาแสร้งทำเสียงน้อยใจ
“ก็น้องชายของเจ้านะสิอยากมีชื่อเรียกน้องเร็วๆ” นางลี่จูพูดขึ้นเหมือนแสร้งทำเสียงฟ้องชิงเถาให้ลูกชายของนางทำหน้าบูดบึ้งไป
“ไม่ใช่สักหน่อยน้องชายหมิงซินชอบชื่อนี้มากๆเลยนะขอรับ ตอนเรียกชื่อก็หัวเราะใหญ่เลย”หมิงลู่ไม่ยอมจึงรีบอธิบาย
“เอาเถอะๆชอบไม่ชอบ น้องก็ต้องชอบแล้ว ถ้าอยากรู้จริงๆก็ค่อยถามตอนที่น้องโตนะ”จิ้นสิงหยุดลูกที่กำลังถกกันเรื่องนี้ไม่จบ ข้าวยงข้าวเย็นคงไม่ต้องกินกันแล้ว
“ก็ได้ขอรับข้าก็ว่าน้องต้องชอบแน่ๆ แต่ตอนนี้ข้าหิ๊วหิว ท่านป้าตั้งโต๊ะเลยขอรับบบบ”หมิงลู่เอ่ยขึ้นออกมาอย่างพอใจไหนจะเสียงร้องเรียกท่านป้าแม่ครัวให้ได้รับรู้ว่าเขาพร้อมกินข้าวเย็นแล้วแล้วป้าแม่ครัวทำอาหารพร้อมหรือยัง
กล่องที่ชิงเถาได้รับมาจากเยว่ซ่านจื่อนางยังไม่ได้เปิดดูเลยก่อนจะเข้านอนนางนึกขึ้นได้พอดีจึงได้เขามันออกมาเปิดดู เขาให้อะไรนางมากันนะกินได้หรือเปล่า ถ้าเป็นของกินคงเน่าไปแล้ว
“ไหนดูซิให้อะไรมากันนะ” ชิงเถาเอ่ยอย่างอารมณ์ดีแล้วเปิดกล่องออกมาอย่างลุ้นๆ
“ว้าวเครื่องประดับนี่นา กำไลหรือ กำไลข้อมือหรือข้อเท้าเนี่ย” ชิงเถาหยิบขึ้นมาดูไม่วายแยกไม่ออกว่าจะใส่มือหรือเท้ากัน กำไลหยกสองชิ้นที่คล้ายกันอย่างกับแฝดใส่ได้สองข้างเลยทีเดียว แต่ดูแล้วมันใหญ่กว่าข้อมือนาง จริงๆมันก็ใส่ได้แต่ก็ต้องกังวลว่ามันจะหยุดออกมา
“อ่ะใส่ได้พอดีเลย” ชิงเถายิ้มออกมาเมื่อใส่ที่ข้อเท้าแล้วมันเข้าได้พอดีซึ่งนางไม่เฉลียวใจเลยว่าตนเองยังไม่โตเต็มที่จึงยังแขนขาเล็กจริงๆมันก็เป็นกำไลข้อมือนี่แหละ แต่นางกลับเอาใส่จ้อเท้าได้ซะนี่คนให้ต้องดีใจหรือเสียเนี่ย ที่คนรับเอาปรับไปใช้อย่างอื่น