ลังไม้พาเลทจำพวกมากถูกขนย้ายเข้าไปในอาคารเก็บของเป็นการชั่วคราว
ด้วยการสั่งซื้อจากโรงงานโดยตรง ทำให้เจมส์ได้ราคาที่ถูกลงกว่าตลาดถึง 10 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนั้นยังได้ทำความรู้จักกับคู่ค้า เจ้าของโรงค้าไม้แปรรูป คุณอำพล
ซึ่งเขาเดินทางมาส่งไม้ด้วยตัวเองพร้อมกับรถบรรทุก 6 ล้อคันใหญ่
....
“ที่จริงคุณไม่ต้องเดินทางมาก็ได้นะครับ ลังไม้แค่นี้เอง สั่งให้ลูกน้องคุณเอามาให้ก็ได้” เจมส์พูดคุยกับอีกฝ่าย ระหว่างมองคนงานขนลงจากรถ
อำพล สุภาพบุรุษหนุ่มอายุ 30 ปี เผยรอยยิ้มเป็นกันเองเมื่อได้ยินคำกล่าว
“จะทำแบบนั้นได้ยังไงละครับ คุณเจมส์เป็นถึงลูกค้ารายใหญ่ ผมต้องเดินทางมาด้วยตัวเองสิ”
ใช่เจมส์เป็นลูกค้ารายใหญ่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าลังไม้พาเลทพวกนี้มีจำนวนเยอะมาก พอที่จะเก็บได้หนึ่งโกดัง
แต่อีกเหตุผลคือ อำพลเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งก้าวเข้าสู่แวดวงธุรกิจ เขายังไม่ชินกับเส้นทางสายนี้ ไม่มีแบ็คอัพแบบใครอื่นเขา เลยต้องลงมือลงแรงมากกว่าคนรวยรุ่นที่สอง
“ว่าแต่ทุเรียนก้านยาวของคุณเจมส์ ใหญ่เหมือนกับที่ให้ผมดูในแชทเลยนะครับ มิน่าล่ะถึงต้องใช้ลังไม้พาเลท ที่แท้เพราะทั้งขนาดและน้ำหนักนี่เอง”
“นั่นเองก็เป็นหนึ่งในเหตุผล แต่หลักๆ คือ ลังไม้พาเลทสำหรับผมมันดูดีมาก จึงนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เท่านั้น”
“ได้ยินแบบนี้ผมก็ดีใจนะครับ” อำพลเผลอยืดไหล่กว้างเมื่อได้รับคำชม
จริงอยู่ที่เขาเป็นถึงนักธุรกิจ แต่ชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งมีอายุน้อยกว่าไม่สามารถดูถูกได้
ครอบครองที่ดิน 20 ไร่ ให้ผลผลิตเป็นทุเรียนก้านยาวซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าท้องตลาด
นอกจากนั้นน้ำหนักลูกหนึ่งก็ทำเอาตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าคำคุยหรือของจริงกันแน่
นอกจากนั้นก่อนเข้ามาในไร่ ระหว่างนั่งอยู่บนรถหกล้ออำพลบังเอิญเห็นเฮลิคอปเตอร์จอดตากแดด โดยมีคนเฝ้าเพียงคนเดียว
สำหรับเฮลิคอปเตอร์มีเพียงคนใหญ่คนโตที่ใช้กัน
แม้แต่นักธุรกิจมีชื่อเสียงบางคนยังไม่มีในครอบครอง
แต่มันกลับปรากฏอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ค่อยมีความเจริญ
เป็นต้นว่าถนนขรุขระ ลูกรัง ห่างไกลร้านอาหารและโรงแรม เป็นพื้นที่ไกลกันดารโดยแท้ แต่อย่างใดก็ดีที่นี่กลับมีเฮลิคอปเตอร์
หลังจากสืบทราบจากชายในชุดสูทอาร์มานี อำพลจึงเข้าใจว่า เจ้าของเฮลิคอปเตอร์ราคาแพงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากลูกค้าอายุน้อยเจ้าของไร่'นายเจมส์'ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง
ดังนั้นกล่าวสำหรับอำพล ต่อให้เจมส์ดูเผินๆ เป็นเพียงชาวไร่ชาวสวน แต่ไม่สามารถนำบรรทัดฐานอื่นๆ มาเปรียบเทียบได้
ทุกคำพูดคำจาต้องระวัง ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน หาทางตีสนิทให้ได้!
ใช่นั่นคือสิ่งที่อำพลคิด
.........
ระหว่างอยู่ในไร่ รอของลงเสร็จนอกจากคุยกับเจ้าของไร่อายุน้อย อำพลยังสอดส่องดูชุดของพนักงานในไร่ ปรากฏว่าทั้งหมดคือสูทอาร์มานี่ราคาแพง นั่นทำให้อำพลตกตะลึง!
“คุณเจมส์ คนงานของคุณเนี่ยดูหรูหราจังนะครับ ทำเอาคนงานของผมหมองไปเลย ไม่ทราบว่านี่คือชุด...ทำไร่ทำสวนเหรอครับ”
อำพลไม่รู้ว่าตัวเองพูดออกไปได้ยังไง
ชุดทำไร่ทำสวนเหรอครับ?
ต้องเป็นคนมีเงินมากแค่ไหนกัน ถึงได้ซื้อชุดราคาแพงให้คนงานมาทำสวน และคำตอบที่อำพลได้ก็ทำให้เขายิ่งต้องซับเหงื่อบนหน้าผาก
“ใช่ครับนี่คือชุดทำไร่ทำสวน ทุกคนจะใส่ชุดสูทแบรนด์อาร์มานี่ และไม่ใช่แค่คนสวน คนงานคนอื่นเองก็ใส่ชุดแบนรด์นี้ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับไร่ ผมจึงเลือกยูนิฟอร์มเป็นของแบรนด์ดัง ตั้งแต่หัวจรดเท้า” เจมส์พูดไหลลื่นโดยไม่กระดากปาก ทั้งที่ความจริงเป็นชุดที่มาพร้อมกับหุ่น
ตอนแรกกะว่าจะไม่ให้ใส่แต่เห็นว่ามันกลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว ภายหลังมีการสั่งซื้อจำนวนมากจึงเป็นอย่างที่เห็น
ถ้าหากมีคนอื่นมาพูดว่า คนงานต้องใส่แบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า อำพลคงไม่เชื่อและคิดว่าหมอนี่ต้องขี้โม้
แต่สิ่งที่เขากำลังเห็นมันคือความจริง
ทุกคนแต่งตัวแบรนด์เนม ยกเว้นก็แต่เจ้าของไร่ นอกจากสร้อยคอราคาแพงกับนาฬิกาฝังเพชร เสื้อก็ราคาเพียงไม่กี่บาท
แต่นั่นมันไม่สำคัญหรอก
ถึงเจมส์จะใส่กางเกงในเพียงตัวเดียว หรือต่อให้ไม่ใสอะไรเลยอำพลยังคงเชื่อว่าเจมส์คือคนรวย
......
ในที่สุดลังไม้พาเลทก็ถูกขนย้ายเข้าไปในอาคารสีขาว เจมส์ที่ถือทุเรียนด้วยมือเพียงข้างเดียวยื่นให้อำพล
“ผมให้”
“ขอบคุณครับ
ถึงอำพลจะงุนงงไปบ้างแต่ก็รับไว้ เพราะนี่ถือเป็นน้ำใจจากอีกฝ่าย
หากเทียบกับเจมส์ที่ถือด้วยมือเพียงข้างเดียว อำพลต้องใช้ถึงสองมือรับทุเรียนน้ำหนัก 20 กิโลกรัม
เขาค่อนข้างประหลาดใจกับเรี่ยวแรงของอีกฝ่าย ในขณะเดียวกันก็ยิ่งประทับใจ
“สัปดาห์หน้าผมจะเปิดให้เข้าชมสวนทุเรียน ถึงตอนนั้นคงมีลังไม้พาเลทคุณวางจำหน่ายที่เต็นท์ในไร่พร้อมกับทุเรียน ไม่รู้ว่าทุกคนจะชอบกันหรือเปล่า แต่ผมหวังว่าคุณจะมานะ” เจมส์เชื้อเชิญอีกฝ่าย สำหรับงานวันนั้นคนยิ่งมากยิ่งดี
“ผมมาแน่นอนครับ และอีกอย่าง ด้วยคุณภาพของทุเรียนบวกกับความสวยงามของลังไม้พาเลท ผมเชื่อว่ามันต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่า!”
“ฮ่าฮ่า ผมก็หวังให้เป็นแบบนั้น”
พวกเขาคุยกันหลายประโยคกระทั่งอำพลกลับไปพร้อมรถหกล้อ เจมส์จึงได้ทำการสั่งให้หุ่นแบนเนอร์ จัดเตรียมลังไม้สำหรับลงตราประทับไว้อีกที่หนึ่ง
เนื่องเพราะไม่มีสายเลือดมังกร ต้องเตรียมรับสายฟ้าเจ็ดสี หากให้มาประทับตราในอาคาร ก่อนที่สายฟ้าจะถึงตัวเขาอาคารคงถล่มพอดี ดังนั้นเขาจึงเลือกเป็นลานกว้างในไร่แทน
.....
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม มองดูลังไม้พาเลทกว่าร้อยลังที่กองสุมเป็นชั้นๆ เจมส์เริ่มใช้'ตราบประทับจักรพรรดิเล่ยเจีย'และ'น้ำหมึกเจ็ดสวรรค์'
เขาไม่ได้ทำในเวลาตอนเช้า เพราะเกรงว่าอาจทำให้ชาวไร่ชาวสวนในระแวกแตกตื่น ไม่ต้องทำงานทำการพอดี จึงเลือกใช้ไอเทมสองชิ้นในเวลากลางคืน เช่นเที่ยงคืนซึ่งชาวบ้านหลับนอนกันหมด
ทันทีที่เริ่มประทับตราลงบนลังไม้พาเลท ท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่แล้วเริ่มทวีความดำมืด
ดวงดาราที่สุกสะกาวเริ่มหม่นแสงสลัว คล้ายกับถูกใครบางคนใช้ดินสอดำแต่งแต้ม
“จะมาแล้วสินะ” เจมส์อมยิ้มหน่อยนึงเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงบนท้องฟ้า แต่ทว่ามือยังไม่หยุดนิ่ง
มือขวาถือตราจักรพรรดิ ส่วนมือซ้ายก็ถือน้ำหมึก ทำการประทับตราที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของมังกร และสายรุ้งที่มีสีสันสดใส ลงในลังไม้พาเลทด้วยความเร็ว
อาศัยข้อได้เปรียบเรื่องกำลังกาย เจมส์ราวกับหุ่นยนต์ที่เริ่มปั้มตรา
เนื่องเพราะน้ำหมึกมีคุณภาพสูง ทุกครั้งที่เปิดออกมาจะได้กลิ่นหอมรัญจวนใจ คล้ายกับกลิ่นหอมของผู้หญิง นอกจากนั้นยังมีเสียงดนตรีบรรเลงหวานพริ้ง ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ได้เครียดเพราะเหตุการณ์บนท้องฟ้า
ไม่นานนักดวงดาวบนท้องฟ้าพากันอับแสง เกิดคลื่นยักษ์ขนาดมหึมาบนท้องฟ้า คล้ายมีบันไดจากสวรรค์ทอดยาวลงมาดังม่านมายา
เปรี้ยง!
สายฟ้าแต่ละเส้นมีสีสันสวยงาม ทว่าช่างกราดเกรี้ยวเหมือนกับมังกร ต่างเยื้องกรายลงมาจากท้องฟ้า ฟาดเข้าใส่เจมส์เต็มๆ หวังกลืนกินร่างกายและวิญญาณให้ดับดิ้น!
คล้ายกับเตรียมตัวอยู่ก่อน เจมส์ยกมือซ้ายข้างที่สวมถุงมือขึ้นมา ทำการรับสายฟ้าจากสวรรค์โดยตรง!
โดยปกติคนที่เผชิญหน้ากับภัยธรรมชาติต้องแตกตื่น แข้งขาสั่นเทาจนวิ่งไม่ออก หรือหัวใจวายตาย ใช่นั่นคือสิ่งที่คนปกติทั่วไปต้องเผชิญ แต่ไม่ใช่สำหรับเจมส์
สายฟ้าที่สามารถบดขยี้วิญญาณได้!
สายฟ้าที่มีสีสันเจ็ดสี!
มีความงดงามและน่าสะพรึง!
เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ต้องบันทึกไว้ แต่อย่างใดก็ดีมันกลับถูกถุงมือสีดำดูดกลืนจนหมด!
ท้องฟ้ากลับมาว่างเปล่า ปลอดโปร่งไม่น่าอึดอัดอีกต่อไป
ดวงดาวกลับมาทอแสง เมฆครึ้มลอยหายไป กระทั่งว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน
เจมส์ในสภาพหูทั้งสองข้างถูกอุดไว้ ยกมือซ้ายขึ้นมาดู พบกับลวดลายสามง่ามซึ่งเหมือนตรีศูลเปลี่ยนไป มีความเงา โค้งมน และน่าสะพรึงยิ่งกว่าเดิมแบบไม่สามารถอธิบายได้
“คล้ายกับมันถูกอัปเกรดฮาร์ดแวร์เลยแฮะ แต่ว่ายังถอดไม่ได้เหมือนเดิม”
ใช่นั่นคือสิ่งที่เห็นและได้ทดลอง ปรากฏว่าถุงมือมีลวดลายชัดขึ้น แต่ยังติดหนึบไม่ไปไหน
“่ช่างมันเถอะ หันมาจัดการกับลังไม้พาเลทต่อดีกว่า”
เจมส์เลือกที่จะสนใจงานตรงหน้าก่อน ส่วนเรื่องอื่นไว้ทีหลัง
เมื่อเริ่มเปิดการใช้'ตราจักรพรรดิเล่ยเจีย'ท้องฟ้าที่มีแสงดาวพลันมืดครึ้มอีกครั้ง
บันไดดังภาพมายาปรากฏบนฟากฟ้า ตามด้วยสายฟ้าเจ็ดสีที่เยื้องกรายลงมา
เจมส์ทำเช่นเดิม ใช้ถุงมือข้างซ้ายรับไว้
เช่นเดียวกับเมื่อครู่สายฟ้าถูกกลืนกินไปจนหมด
..........
ไม่ไกลจากไร่ 'นายเจมส์'
หนุ่มเมืองกรุงเทพฯ กับแฟนสาวได้มากางเต็นท์ นอนดูดาวกับกลุ่มเพื่อนที่ไร่เดียงสา
ทุกคนกำลังสนุกสนานกับเสียงเพลงและดนตรี เต้นรำภายใต้กองไฟที่ลุกโชน เป็นต้องตกใจวิญญาณออกจากร่าง เมื่อท้องฟ้าสว่างไสว เห็นเป็นเกลียวสายฟ้าเจ็ดสีฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า