บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลหลี่ในค่ำคืนมงคลสมรสช่างตราตรึงและวิจิตรบรรจง แสงเทียนนับพันเล่มถูกจุดสว่างไสวสะท้อนกับเครื่องเรือนไม้ขัดมันและม่านแพรสีแดงมงคลที่ประดับประดาไปทุกหนแห่ง เสียงหัวเราะและเสียงชื่นชมจากแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติยังคงแว่วดังมาจากลานจัดเลี้ยงด้านนอก ทุกคนต่างกล่าวยกย่องว่านี่คือคู่กิ่งทองใบหยกที่เหมาะสมกันที่สุดในแผ่นดิน หลี่เหว่ย เจ้าบ่าวผู้แสนดีและมั่งคั่ง กับ หลินฮวา บุปผางามแห่งตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์
กลิ่นหอมของดอกโบตั๋นและกุหลาบที่ประดับไปทั่วคฤหาสน์ผสมปนเปกับกลิ่นธูปหอมที่ลอยฟุ้งจากศาลเจ้าประจำบ้าน สร้างบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล โคมไฟแก้วสีแดงที่แขวนระย้าไปตามชายคาส่องแสงอ่อนๆ ทำให้ทุกสิ่งดูอบอุ่นและเป็นสุข เสียงระฆังลมที่ห้อยอยู่ตามมุมต่างๆ ส่งเสียงกิ๊งก๊างเบาๆ เมื่อสายลมเย็นพัดผ่าน เพิ่มความไพเราะให้กับเสียงดนตรีและเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อ
ผนังไม้สักที่แกะสลักลวดลายมังกรและนกฟีนิกซ์อย่างประณีตสะท้อนแสงเทียนจนดูเหมือนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นกำลังเต้นระบำอยู่ในเงาไฟ พื้นไม้ขัดมันเรียบเนียนที่ปูด้วยพรมไหมสีแดงเข้มตกแต่งด้วยลวดลายดอกไผ่และใบบัวทอง ทำให้ทุกย่างก้าวของเจ้าบ่าวเจ้าสาวดูสง่างามและมีเกียรติยิ่งขึ้น
ทว่า ภายใต้มงกุฎหงส์ทองคำที่หนักอึ้งและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสด หลินฮวากลับรู้สึกเหมือนร่างกายของนางกำลังถูกจองจำอยู่ในกรงทองที่มองไม่เห็น ทุกย่างก้าวที่นางเดินเคียงคู่กับหลี่เหว่ยไปตามระเบียงไม้เพื่อมุ่งหน้าสู่ห้องหอ นางต้องคอยประคองสติและรักษากิริยาให้สมกับเป็นเจ้าสาวผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ในส่วนลึกของหัวใจ แรงสั่นสะเทือนจากบทรักอันดุดันกับ ท่านลุงหมิง เมื่อคืนก่อนยังคงคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวเนื้อ รอยรักสีกุหลาบเข้มที่ถูกพอกทับด้วยแป้งประทินผิวหนาเตอะเริ่มส่งความรู้สึกวูบวาบราวกับจะประจานความผิดบาปของนางออกมา
ชุดเจ้าสาวสีแดงฉานที่หนักหนาด้วยด้ายทองและเลื่อมประดับทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความคาดหวังและความรับผิดชอบที่นางไม่แน่ใจว่าจะแบกรับไหว ทุกชั้นของผ้าไหมที่พันรอบตัวนางเหมือนเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดนางไว้กับบทบาทที่นางต้องแสดง ผ้าคลุมหน้าที่บางเบาแต่ทึบแสงทำให้นางมองเห็นโลกภายนอกเพียงเงาๆ เหมือนกำลังมองชีวิตของคนอื่นผ่านม่านหมอก
เมื่อประตูห้องหอถูกปิดลง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทันที เสียงแขกเหรื่อที่ยังคงเฮฮาอยู่ด้านนอกกลายเป็นเพียงเสียงแว่วๆ ที่ดูไกลโพ้นราวกับมาจากโลกอื่น หลี่เหว่ยค่อยๆ ประคองร่างบางของภรรยาไปนั่งที่ริมเตียงไม้แกะสลัก เขาบรรจงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าสัมผัสของเขาจะทำให้ความงามตรงหน้าสลายไป
แสงเทียนในห้องหอส่องให้เห็นใบหน้าที่งดงามของหลินฮวาอย่างชัดเจน ผิวขาวใสที่แต้มแป้งฝุ่นละเอียด ดวงตาคู่สวยที่ขอบตาแต้มด้วยเขียนตาสีดำเข้ม ริมฝีปากที่ทาด้วยสีแดงอ่อนเหมือนกลีบดอกซากุระ แก้มที่โรยด้วยแป้งแดงเล็กน้อยจนดูอ่อนหวานน่าเอ็นดู ทุกรายละเอียดของการแต่งหน้าถูกทำอย่างประณีตเพื่อให้นางดูเป็นเจ้าสาวที่สมบูรณ์แบบ
"หลินฮวา... ในที่สุดเจ้าก็เป็นของข้าอย่างสมบูรณ์" หลี่เหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความปิติ ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรักและความทะนุถนอมอย่างที่สุด เขามองดูใบหน้าที่งดงามหมดจดของนางด้วยความหลงใหล โดยหารู้ไม่ว่าในห้วงคำนึงของหญิงสาวตรงหน้ากลับไม่ได้มีภาพของเขาอยู่เลย
มือของหลี่เหว่ยที่อ่อนโยนและอบอุ่นยื่นมาลูบแก้มของนางเบาๆ ความรักและความเคารพที่เขามีต่อนางปรากฏชัดเจนในทุกการเคลื่อนไหว เขาเป็นสามีที่ผู้หญิงคนไหนก็ปรารถนาจะได้ มีความรัก ความเข้าใจ และความพร้อมที่จะดูแลนางตลอดชีวิต แต่สำหรับหลินฮวาแล้ว ความดีของเขากลับทำให้นางรู้สึกผิดมากขึ้น
ในขณะที่หลี่เหว่ยเริ่มโน้มตัวลงมามอบจุมพิตที่หน้าผากอย่างสุภาพ หลินฮวากลับหลับตาลงแน่น... แต่สิ่งที่นางเห็นในความมืดกลับไม่ใช่ใบหน้าอันอบอุ่นของสามี แต่นางกลับเห็นดวงตาอันกร้าวระแวงและหิวกระหายของท่านลุงหมิง นางจินตนาการถึงมือที่หยาบกร้านและทรงพลังของจิตรกรเฒ่าที่เคยบีบเค้นสะโพกของนางจนขึ้นรอย จินตนาการถึงกลิ่นอายดินและน้ำมันวาดภาพที่แสนเร่าร้อน
ความทรงจำของคืนที่แล้วยังคงสดใสในความจำของนาง ความรู้สึกของการถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์ ความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกับความสุขสมอย่างประหลาด เสียงคำรามของท่านลุงหมิงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา และที่สำคัญที่สุด คือคำสัญญาที่นางให้ไว้ว่าจะกลับไปหาเขาอีก ไม่ว่านางจะเป็นเมียของใคร
บทรักเริ่มต้นขึ้นอย่างแผ่วเบาตามแบบฉบับบุรุษผู้ให้เกียรติสตรี หลี่เหว่ยพยายามมอบความอ่อนโยนให้นางในทุกสัมผัส มือของเขาเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวังและเคารพ เขาจูบริมฝีปากของนางอย่างอ่อนโยน ลิ้นของเขาเลียริมฝีปากนางเบาๆ ขอให้นางเปิดปากรับเขาเข้าไป ทุกอย่างเป็นไปอย่างสุภาพและเหมาะสม
แต่สำหรับหลินฮวา สัมผัสเหล่านั้นกลับจืดชืดและว่างเปล่า ร่างกายของนางนิ่งเฉยราวกับหุ่นปั้น นางไม่ได้รู้สึกถึงไฟสวาทที่ควรจะเกิดขึ้นในคืนเข้าหอ กลับกัน นางกลับรู้สึกโหยหาความเจ็บปวดที่งดงาม ความดุดันที่ทำให้ลมหายใจขาดห้วงเหมือนตอนที่อยู่กับท่านลุงหมิงในกระท่อมลับ
หลี่เหว่ยเริ่มคลายเชือกผูกเสื้อของนางอย่างช้าๆ นิ้วมือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นและความเคารพ เขาไม่ต้องการให้นางรู้สึกกลัวหรือไม่สบายใจ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยน เขาหยุดทุกครั้งเพื่อมองหน้านางและถามด้วยสายตาว่านางสบายใจหรือไม่
ผ้าไหมเนื้อละเอียดของชุดเจ้าสาวค่อยๆ หลุดออกจากร่างกายของนาง เผยให้เห็นผิวขาวนวลที่ปกคลุมด้วยแป้งประทินผิว แต่หลี่เหว่ยไม่สังเกตเห็นรอยช้ำเล็กๆ ที่ถูกปกปิดไว้อย่างชาญฉลาด รอยที่เป็นหลักฐานของคืนที่ผ่านมากับชายอีกคน รอยที่ทำให้หลินฮวารู้สึกทั้งผิดและคิดถึงในเวลาเดียวกัน
"อา... ท่านลุง..." นางเผลออุทานในใจเมื่อหลี่เหว่ยเริ่มรุกรานร่างกายของนางมากขึ้น นางพยายามจินตนาการว่าร่างที่ทับซ้อนอยู่เบื้องบนคือจิตรกรเฒ่าผู้นั้น นางนึกถึงภาพวสันต์ในสถานศึกษา นึกถึงความตื่นเต้นยามที่ต้องลักลอบทำรักในที่สาธารณะ ความคิดเหล่านั้นกลับปลุกเร้าอารมณ์ที่ตายด้านของนางให้ตื่นขึ้นอย่างน่าประหลาด หลินฮวาเริ่มหายใจถี่กระชั้นและบิดกายไปมา แต่หลี่เหว่ยกลับเข้าใจผิดว่านั่นคือความประหม่าและความไร้เดียงสาของภรรยา
ริมฝีปากของหลี่เหว่ยเคลื่อนลงมาจูบที่คอของนาง การจูบของเขาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก แต่มันไม่ได้ทำให้หลินฮวารู้สึกถึงไฟที่ลุกโชนในเลือด เขาใช้ลิ้นเลียผิวหนังของนางเบาๆ พยายามหาจุดที่จะทำให้นางรู้สึกดี แต่ร่างกายของนางกลับไม่ตอบสนองอย่างที่เขาคาดหวัง
"ไม่ต้องกลัวนะคนดี... ข้าจะเบามือกับเจ้าที่สุด" หลี่เหว่ยกระซิบปลอบประโลม มือของเขาลูบไล้ไปตามแขนของนางอย่างอ่อนโยน เขาต้องการให้คืนแรกของพวกเขาเป็นความทรงจำที่สวยงาม เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่มีความสุข
คำพูดนั้นกลับยิ่งทำให้หลินฮวารู้สึกรุ่มร้อนด้วยความขัดใจ นางไม่ได้ต้องการความเบามือ นางต้องการความป่าเถื่อนที่ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวนางให้ลุกโชน นางต้องการให้ถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์ ต้องการความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกับความสุขสม ต้องการเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดิบเถื่อน ไม่ใช่คำกระซิบอ่อนโยนที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนเป็นเด็กเล็กที่ถูกปลอบโยน
ในขณะที่สามีกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อมอบความสุขให้นาง หลินฮวากลับจมดิ่งลงไปในภาพนิมิตสวาทกับชายอีกคน นางตอบรับจังหวะของหลี่เหว่ยด้วยความนิ่งเฉยในคราแรก ก่อนจะเริ่มขยับกายตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาโดยท่านลุงหมิง ท่วงท่าที่นางเผลอแสดงออกมานั้นดูเย้ายวนและช่ำชองเกินกว่าหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ แต่หลี่เหว่ยที่กำลังลุ่มหลงกลับมองข้ามความผิดปกตินั้นไปเสียสิ้น
นางเริ่มขยับสะโพกในแบบที่ท่านลุงหมิงเคยสอน การเคลื่อนไหวที่เซ็กซี่และเร้าใจ แต่เมื่อหลี่เหว่ยสัมผัสได้ถึงการตอบสนองนี้ เขากลับคิดว่าเป็นสัญชาตญาณธรรมชาติของภรรยา เขาไม่รู้ว่าท่วงท่าเหล่านี้ถูกฝึกฝนมาจากการมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่น ไม่รู้ว่าความช่ำชองที่นางแสดงออกมาเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ไม่ควรจะมี
หลี่เหว่ยเริ่มคลายเสื้อผ้าของตัวเองออก เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแรงและสมส่วน ผิวหนังขาวเนียนที่ไม่มีรอยแผลเป็น ร่างกายของชายหนุ่มที่ไม่เคยผ่านการต่อสู้หรือความยากลำบาก ทุกอย่างของเขาดูสมบูรณ์แบบและปลอดภัย ตรงข้ามกับร่างกายที่แกร่งกร้าวและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของท่านลุงหมิง
เมื่อหลี่เหว่ยเริ่มสัมผัสร่างกายของนางมากขึ้น มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เขาลูบไล้ไปตามเส้นโค้งของร่างกายนางด้วยความเคารพ จูบไปตามคอและไหล่ของนางอย่างอ่อนโยน แต่ทุกการสัมผัสกลับทำให้หลินฮวานึกถึงความแตกต่างระหว่างเขากับท่านลุงหมิง
ท่านลุงหมิงจะไม่ถามอนุญาต เขาจะเอาสิ่งที่เขาต้องการ เขาจะครอบครองนางด้วยความมั่นใจและอำนาจ มือของเขาจะบีบเค้นและจับกุมร่างกายของนางอย่างแรงกล้า ทำให้นางรู้สึกถึงความเป็นผู้หญิงอย่างแท้จริง แต่หลี่เหว่ยกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนเป็นเด็กเล็กที่ต้องได้รับการปกป้อง
ความคิดเหล่านี้ทำให้ร่างกายของหลินฮวาเริ่มตอบสนองในที่สุด แต่ไม่ใช่เพราะสัมผัสของหลี่เหว่ย แต่เพราะภาพจินตนาการของท่านลุงหมิง นางจินตนาการว่าเป็นมือหยาบกร้านของจิตรกรเฒ่าที่กำลังสำรวจร่างกายของนาง จินตนาการว่าเป็นเสียงคำรามของเขาที่กระซิบข้างหูนาง
"อืม..." นางครางเสียงเบาๆ แต่ไม่ใช่เพราะความสุขจากสัมผัสของสามี แต่เพราะภาพจินตนาการที่ทำให้นางตื่นเต้น หลี่เหว่ยเข้าใจผิดคิดว่าเขาทำให้นางรู้สึกดี จึงเพิ่มความมั่นใจในการเคลื่อนไหว
เขาเริ่มจูบลงไปที่หน้าอกของนาง ใช้ลิ้นเลียรอบหัวนมสีชมพูอ่อนอย่างระมัดระวัง เขาไม่ต้องการทำให้นางเจ็บหรือไม่สบายใจ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความรักและความเคารพ แต่สำหรับหลินฮวาแล้ว มันขาดความเร่าร้อนและความดิบเถื่อนที่นางโหยหา
นางเริ่มจินตนาการว่าเป็นปากของท่านลุงหมิงที่กำลังดูดและขบหัวนมของนางอย่างแรงกล้า จินตนาการว่าเป็นฟันของเขาที่กัดเบาๆ จนเกิดความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกับความสุขสม ภาพจินตนาการเหล่านี้ทำให้ร่างกายของนางเริ่มร้อนผ่าวและตอบสนองมากขึ้น
"เจ้าชอบหรือหลินฮวา" หลี่เหว่ยถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก เขาต้องการให้แน่ใจว่านางรู้สึกสบายและมีความสุข เขาไม่ต้องการบังคับหรือทำให้นางรู้สึกไม่ดี
"อืม... ชอบค่ะ" หลินฮวาตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ในใจนางกลับคิดถึงท่านลุงหมิงที่ไม่เคยถามคำถามเช่นนี้ เขาจะรู้ด้วยตัวเองว่านางชอบหรือไม่จากการตอบสนองของร่างกาย เขาจะอ่านสัญญาณจากเสียงครางและการเคลื่อนไหวของนาง
หลี่เหว่ยเริ่มเคลื่อนมือลงไปที่ท้องน้อยของนาง นิ้วมือของเขาลูบไล้ไปตามผิวหนังอย่างอ่อนโยน เขาหยุดทุกครั้งเพื่อมองหน้านางและดูปฏิกิริยา เขาต้องการให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการ แต่ความระมัดระวังนี้กลับทำให้หลินฮวารู้สึกหงุดหงิด
นางต้องการให้เขาเอาสิ่งที่เขาต้องการโดยไม่ต้องถาม ต้องการให้เขาแสดงความเป็นชายที่แข็งแกร่งและมั่นใจ ต้องการให้เขาครอบครองนางด้วยความหิวกระหาย ไม่ใช่ปฏิบัติต่อนางเหมือนเป็นเครื่องแก้วที่อาจแตกได้ง่าย
เมื่อมือของหลี่เหว่ยเคลื่อนลงไปถึงจุดลับของนาง เขาสัมผัสได้ถึงความชื้นที่เริ่มปรากฏ เขายิ้มด้วยความพอใจคิดว่าเขาทำให้นางตื่นเต้น แต่เขาไม่รู้ว่าความชื้นนั้นเกิดจากภาพจินตนาการของนางเกี่ยวกับชายอื่น ไม่ใช่เพราะสัมผัสของเขา
"เจ้าพร้อมแล้วหรือหลินฮวา" เขาถามด้วยเสียงที่อ่อนโยน "ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเจ็บ"
หลินฮวาพยักหน้าเบาๆ แต่ในใจนางกลับคิดว่า "ข้าต้องการให้เจ็บ ข้าต้องการรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทำให้ข้ารู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่" แต่นางไม่อาจพูดออกมาได้ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสาวผู้บริสุทธิ์ควรจะรู้สึก
หลี่เหว่ยเริ่มเข้าไปในตัวนางอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เขาหยุดทุกครั้งเพื่อให้นางปรับตัว เขาจูบหน้าผากของนางและกระซิบคำหวานๆ เพื่อปลอบประโลม ทุกอย่างเป็นไปอย่างอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก แต่สำหรับหลินฮวาแล้ว มันขาดความเร่าร้อนที่นางต้องการ
นางเริ่มจินตนาการว่าเป็นท่านลุงหมิงที่กำลังเข้ามาในตัวนาง จินตนาการว่าเขาเข้ามาอย่างแรงกล้าและไม่ยั้งแรง ทำให้นางรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่งดงาม ภาพจินตนาการนี้ทำให้ร่างกายของนางเริ่มตอบสนองและเคลื่อนไหวตามจังหวะ
หลี่เหว่ยรู้สึกดีใจเมื่อเห็นว่านางเริ่มตอบสนอง เขาเพิ่มจังหวะการเคลื่อนไหวเล็กน้อย แต่ยังคงระมัดระวังไม่ให้นางเจ็บ เขาต้องการให้คืนแรกของพวกเขาเป็นประสบการณ์ที่สวยงาม เป็นความทรงจำที่พวกเขาจะจดจำไปตลอดชีวิต
แต่สำหรับหลินฮวา ประสบการณ์นี้กลับเป็นการเปรียบเทียบที่ทำให้นางรู้สึกว่างเปล่า นางเปรียบเทียบทุกการเคลื่อนไหวของหลี่เหว่ยกับท่านลุงหมิง เปรียบเทียบความอ่อนโยนกับความดิบเถื่อน เปรียบเทียบความระมัดระวังกับความมั่นใจ และในทุกการเปรียบเทียบ หลี่เหว่ยกลับแพ้
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายนอกห้องหอที่มืดสลัว ลุงหลี่ ภารโรงเฒ่าผู้มีอดีตเป็นทหารกล้าและเป็นญาติห่างๆ ของหลี่เหว่ย ยืนพิงต้นสนใหญ่ในสวนเงียบๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยังแสงเทียนที่วูบไหวหลังม่านหน้าต่างห้องนอนเบื้องบน เขาเห็นเงาร่างสองร่างที่พัวพันกัน แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความเวทนาและแผนการที่แยบยล
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านใบไผ่ในสวน ทำให้เสียงใบไผ่เสียดสีกันดังเศร้าเศร้า เสียงแมลงกิ้งก่าร้องดังไปทั่วสวน ผสมกับเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของแขกเหรื่อที่ยังคงเฮฮาอยู่ในงานเลี้ยง แต่ลุงหลี่ไม่สนใจเสียงเหล่านั้น เขาสนใจเพียงแสงเทียนที่วูบไหวในห้องหอเท่านั้น
เขาคิดถึงหลินฮวาที่เขาเห็นในงานหมั้น หญิงสาวที่ดูบริสุทธิ์และเรียบร้อยในสายตาของคนอื่น แต่เขารู้ความจริงที่ซ่อนอยู่ เขาเห็นแววตาของนางเมื่อมองไปยังท่านลุงหมิง เห็นการสั่นเทาเล็กน้อยของมือนางเมื่อต้องยืนเคียงข้างหลี่เหว่ย เขารู้ว่านางไม่ได้เป็นเจ้าสาวที่มีความสุขอย่างที่ทุกคนคิด
ลุงหลี่นึกถึงภาพที่เขาเห็นในงานเลี้ยง... ภาพที่หลินฮวาสบตากับจิตรกรเฒ่าหมิงเพียงชั่วครู่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความลับที่คนทั่วไปมองไม่เห็น เขาเห็นมือของหลินฮวาสั่นระริกเมื่อต้องยืนเคียงข้างหลี่เหว่ยแต่สายตากลับโหยหาคนอื่น ลุงหลี่กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ต้องการทำลายหลี่เหว่ย แต่เขากระหายในตัว 'แกะน้อย' ที่แสนร่านสวาทผู้นี้เช่นกัน ความลับที่เขาถืออยู่นั้นหนักแน่นพอจะใช้ควบคุมนางได้ทุกเมื่อ
เขานึกถึงแผนการที่เขาวางไว้ การที่เขาเป็นญาติของหลี่เหว่ยทำให้เขาสามารถเข้าออกคฤหาสน์ได้อย่างอิสระ เขาจะค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์กับหลินฮวา ค่อยๆ ทำให้นางรู้สึกสบายใจกับการอยู่ใกล้เขา และเมื่อเวลาเหมาะสม เขาจะใช้ความลับที่เขารู้มาเป็นเครื่องมือในการควบคุมนาง
ความลับของหลินฮวาที่ห้องน้ำชายสถานศึกษา บัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพจำในสายตาของภารโรงชราอีกต่อไป แต่มันคือไพ่ใบสำคัญที่ลุงหลี่พร้อมจะหงายขึ้นมาเพื่อทำลายความเยือกเย็นของนางในเวลาที่เขาต้องการที่สุด เขารู้ว่าเกมที่เขากำลังจะเล่นนั้นอันตราย แต่ความตื่นเต้นและความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ทำให้เขาพร้อมที่จะเสี่ยงทุกอย่าง
ภายในห้องหอ บทรักดำเนินมาถึงจุดสูงสุด หลี่เหว่ยปล่อยเสียงครางแห่งความสุขสมออกมาพร้อมกับกอดรัดร่างภรรยาไว้แน่น เขาเชื่อสุดใจว่าคืนนี้คือจุดเริ่มต้นของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เขาจูบหน้าผากของนางด้วยความรักและกระซิบ "ข้ารักเจ้ามากหลินฮวา เจ้าทำให้ข้าเป็นชายที่มีความสุขที่สุดในโลก"
แต่สำหรับหลินฮวา นางนอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความสุขที่ได้รับมันช่างเบาบางราวกับปุยเมฆเมื่อเทียบกับพายุที่ท่านลุงหมิงเคยจุดขึ้นในกายของนาง นางรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านพิธีกรรมที่จำเป็น ไม่ใช่การรวมกายที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"ข้าก็รักท่านเช่นกันค่ะ" นางตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่คำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากไม่ใช่จากใจ นางรู้ว่าเขาเป็นสามีที่ดี เป็นคนที่รักนางจริงใจ แต่ความรักของเขากลับไม่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในใจนางได้
หลี่เหว่ยลุกขึ้นไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้นาง เขาเช็ดร่างกายของนางอย่างอ่อนโยน แล้วจึงเช็ดตัวเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความรักและความเอาใจใส่ เขาคิดว่าเขาได้มอบประสบการณ์ที่สวยงามให้กับภรรยา ไม่รู้ว่าในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"เจ้าเหนื่อยหรือไม่หลินฮวา" เขาถามขณะที่นอนลงข้างๆ นาง "ข้าหวังว่าคืนนี้จะเป็นความทรงจำที่สวยงามสำหรับเรา"
"ไม่เหนื่อยค่ะ และใช่ค่ะ มันเป็นความทรงจำที่สวยงาม" หลินฮวาตอบแต่เสียงของนางฟังดูเหนื่อยล้า ไม่ใช่เพราะร่างกาย แต่เพราะจิตใจที่ต้องแสดงบทบาทตลอดเวลา
หลี่เหว่ยโอบนางเข้าหาอย่างอ่อนโยน เขาจูบศีรษะของนางและกระซิบ "พรุ่งนี้เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขทุกวัน ข้าสัญญา"
ค่ำคืนวิวาห์ที่ควรจะอบอวลด้วยความรัก กลับกลายเป็นคืนแห่งการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ หลินฮวาหลับตาลงข้างๆ สามีผู้หลับสนิทด้วยความอิ่มเอมใจ แต่นางกลับนอนใจเต้นรัวเพื่อรอคอยวันพรุ่งนี้... วันที่นางจะได้หาโอกาสกลับไปสู่อ้อมกอดของจิตรกรเฒ่าอีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าพรานเฒ่าอีกคนอย่างลุงหลี่ กำลังเริ่มขยับเขยื้อนแผนการในเงามืดเพื่อเข้าหาเรือนร่างของนางเช่นกัน
เสียงนาฬิกาตีเที่ยงคืนดังขึ้น บอกให้รู้ว่าวันแต่งงานได้สิ้นสุดลงแล้ว และชีวิตใหม่ในฐานะภรรยาได้เริ่มต้นขึ้น แต่สำหรับหลินฮวาแล้ว มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการหลอกลวงที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งขึ้น
ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดเจ้าสาวสีแดง บัดนี้เริ่มมีรอยปริร้าว และรอวันที่จะระเบิดออกมาเป็นโศกนาฏกรรมแห่งกามารมณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด