ตอนที่ 6 ใต้หน้าผา (6)
คำกล่าวอ้างของโก่วหานในสถานการณ์ตรงหน้า มันกลับมีน้ำหนักอย่างถึงที่สุด ในเส้นทางะนั้นสองขั้นลำดับแรกยังนับว่าไม่ใช่ผู้ฝึกตนโดยแท้จริง ขั้นที่หนึ่ง---หลอมกายา ขั้นที่สอง---ผสานจิต เมื่อหลอมกายาและผสานจิตด้วยกันไว้แล้วถึงกลายเป็ ขั้นที่สาม---ทะเลิญญา ขั้นสามนี้เองถึงนับว่าเป็ผู้ฝึกตนอย่างแท้จริงและมีร่างกายเหนือชั้นกว่าคนปกตินับสิบเท่า
คนธรรมดาเดินได้หนึ่งก้าว ผู้ฝึกตนขั้นหนึ่งเดินได้ห้าก้าว ผู้ฝึกตนขั้นสองเดินได้สิบก้าว ผู้ฝึกตนขั้นสามเดินได้หนึ่งร้อยก้าว มันแตกต่างกันถึงเพียงนี้ เช่นนั้นแล้ว ไม่ใช่ว่าก้าวสู่ผู้ฝึกตนขั้นหนึ่งจะตายด้วยของธรรมดาไม่ได้ แค่มีดทำครัวเล่มเดียวก็สามารถฆ่าผู้ฝึกตนขั้นหนึ่งและขั้นสองได้ แต่ใช้ระยะเวลาฆ่าที่แตกต่างกัน ในขณะที่ มีดทำครัวเล่มหนึ่งไม่สามารถระคายิัของผู้ฝึกตนขั้นสามได้เลย…
ยิ่งในมือของชูฉินเป็มีดวิเศษขั้นหนึ่งที่บรรจุด้วยพลังฟ้าดินแล้ว การที่ผู้ฝึกตนขั้นสองจะตกตายในน้ำมือของเขาจึงสมเหตุสมผลอย่างมาก โก่วหานไม่คิดเลยว่า แผนการของเขาเพียงเพื่อจะให้ผู้าุโสำนักใหญ่มาสังหารจูเก้อ กลับได้ผลพลอยได้ที่น่าเหลือเชื่อขีดสุด น่าตกตะลึงราวกับ์บัญชาเปิดเส้นทางให้เขา
ปลายนิ้วชี้ของโก่วหานนั้นสั่นระรัวขณะที่ชี้จุดไปยังฝ่ามือของชูฉิน แสงประกายดั่งดารานั้นยากจะปกปิด โก่วหานเสแสร้งดุจใบหน้าเป็ตะคริว “นี่เ้า---เ้าสังหารท่านจูเก้อเพราะแก่นชีวิตของตระกูลข้า…!!! แก่นชีวิตของตระกูลโก่ว ข้าทำมันลืมไว้ในกระท่อมตอนมาถามไถ่ปัญหากับพ่อเ้า!!!!”
การกล่าวอ้างครั้งที่สองนี้มีน้ำหนักสูงสุดไม่ต่างจากครั้งแรกเลย ผู้ใดได้พานพบต่างคิดเห็นเช่นเดียวกัน หนึ่งศพหนึ่งชีวิตที่ถือมีดพร้อมกับของล้ำค่าเทียมเมืองในมือ ผู้ใดบ้างจะไม่ปักใจเชื่อว่าคือการชิงทรัพย์ ถึงไม่ปักใจเชื่อก็ย่อมเอนเอียงไปทางด้านลบ เช่นนั้นเอง มันเลยยากที่จะนับพิรุธใดจากโก่วหาน เพราะการแสดงของเขาสอดรับกับความสมจริง
การแสดงของโก่วหานแเีดุจมืออาชีพ ทว่าสืบเนื่องจากผู้าุโทะยานฟ้าขั้นหกถูกเหตุการณ์สุดวิสัยดึงดูด ถ้าผู้าุโคิดตรวจสอบโก่วหานจริงจังย่อมสืบสาวได้ถึงความจริงใต้หน้ากาก ต่อให้โก่วหานจะแสดงเก่งกว่านี้นับร้อยเท่าพันเท่า หากเขายังด้อยประสบการณ์ชีวิตอยู่มาก มิอาจสะกดข่มจิตใจให้นิ่งสงบต่อหน้าพลังอำนาจทะยานฟ้าได้… นับว่าเป็วิธีการที่บ้าบิ่นเพราะต้องวางชีวิตไว้บนเส้นด้าย เพียงผู้าุโคิดตรวจสอบขึ้นมาจริงๆ เขาคงทราบว่านี่เป็แผนการของโก่วหาน…
ชูฉินที่ถูกใส่ความพลันหันขวับมาทางประตูกระท่อม “ไม่ใช่ข้า…” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า หยาดน้ำตาไม่แห้งสนิทดี ถ้อยคำของโก่วหานนั้นเองที่เตือนสติชายหนุ่มให้พึงตระหนักถึงสถานการณ์ตนเองในยามนี้ เหมาะสมต่อการเข้าใจผิดมาก… ชูฉินพยายามเค้นสมองสุดฤทธิ์ คิดหาหนทางในการถกกลับเป็เหตุผล ทันใดนั้น ผู้าุโกลับเป็ฝ่ายช่วยชีวิตเขาเอาไว้
“จะให้ร้ายเขา เ้ามีหลักฐานมากพอรึ เด็กคนนี้อาจบังเอิญเข้ามาถือมีดใกล้ศพคนตายก็ได้” ซวนเตาอวีกล่าวเสียงราบเรียบ เบื้องลึกของการกระทำหาได้ใช่จิตใจมีคุณธรรมไม่ ย่อมต้องเป็เพราะซวนเตาอีรู้สึกเหมือนเป็หุ่นให้อีกฝ่ายคอยชักใยมาตลอด เดินตามแผนการของมัน ซวนเตาอวีผู้เป็ถึงทะยานฟ้าขั้นหกจะคับข้องใจไม่ใช่เื่ผิดปกติเลย เป็ผลให้เกิดการต่อต้าน
โก่วหานหางคิ้วกระตุก ตาเฒ่าที่ตั้งใจจะมาสังหารว่าที่แพทย์หลวงจักรพรรดิกลับผันตัวมาเป็ผู้มีคุณธรรมเสียดื้อๆ คงมีแต่คนตาบอดที่มองเจตนาของตาเฒ่านี่ไม่ออก ชายหนุ่มส่งสัญญาณลับให้กับผู้ติดตามของเขา ลักษณะของการส่งสัญญาณนั้นเอกลักษณ์จำเพาะ ชนิดที่ทะยานฟ้าขั้นหกยังจับสังเกตไม่่ได้ เพื่อการเตรียมรับมือกับอาการต่อต้านของชายชราตรงหน้า ทันใดนั้น ผู้ติดตามของโก่วหานเอ่ยปากขึ้น “ท่านผู้าุโซวนจะรายงานเื่นี้กับทางสำนักอย่างไร ท่านจะเอ่ยปากเป็คนสังหารจูเก้อหรือไม่ ทำแบบนั้นจะต้องได้ความดีความชอบมาก ทว่า ถ้าทางราชวงศ์ัสืบสาวถึงตัวท่านได้ นั่นคงเป็ฝันร้ายสูงสุด ถ้าเป็ข้าคงบอกไม่ได้สังหารจูเก้อ ถึงบอกไม่ได้ทำ ทางสำนักก็ตบรางวัลให้เพราะเข้าใจว่าเป็ฝีมือท่านอยู่ดี ถึงรางวัลจะไม่หนักเท่าอย่างแรกเพราะท่านกล่าวยืนยัน แต่เช่นนี้ ราชวงศ์ัก็ไม่มีเหตุให้ลงมือกับท่าน”
คำพูดของผู้ติดตามโก่วหานคล้ายแนะนำก็ไม่แนะนำ นอกจากเป็การวิเคราะห์แลกเปลี่ยน ผู้เฒ่าฟังดังนั้นย่อมสะกิดใจไม่น้อย ท่าทางการพูดของมันก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ไม่เหมือนกับผู้ติดตามที่ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวอีกแล้ว “ย่อมเป็อย่างหลัง” ซวนเตาอวีตอบ
การพูดจาของผู้ติดตามโก่วหานนั้นดูจองหองขึ้นมา ซวนเตาอวียิ่งหงุดหงิด มันกล้าตีตนทัดเทียมตน กระนั้น นักปราชญ์สามารถมองเห็นผิวกายทะลุถึงเนื้อใน “เป็เ้าวางแผนทุกอย่างั้แ่ต้น หรือนี่ก็เป็แผนซ้อนแผนมาอีกชั้นของเ้าเด็กน้อยโก่ว” ซวนเตาอวีสับสนขึ้นมาแล้ว การวิเคราะห์ของผู้ติดตามโก่ว เจตนาไม่ใช่เพราะ้าให้ผู้เฒ่าคิดให้รอบคอบ ทว่า มันเป็การแสดงตัวคล้ายเปิดเผยว่า เป็มันนี่แหละที่อยู่เื้ัแผนการทั้งหมด
“ผีย่อมเห็นผี” ผู้ติดตามโก่วเอ่ยพูดสบายๆ “จูเก้อผู้นี้เป็ปัญหากับตระกูลโก่วมานาน เพราะบุตรบุญธรรมของมันมีความบาดหมางกันกับนายน้อยของข้า ์เข้าข้างที่บิดาของมันเก่งกาจล้ำลึกในศาสตร์แพทย์ ผู้คนติดหนี้บุญคุณทั่วเมือง คิดลงมือต้องพะวงคนของบิดามัน ข้าถึงอยากยืมดาบฆ่าคน บารมีผู้าุโซวนไพศาล ฝ่ามือกลบเมืองบงกชขาวได้มิด ข้าจึงเกลี้ยกล่อมให้นายน้อยแนะนำจูเก้อแก่ท่านผู้าุโซวน ์ช่างเป็ใจ มาถึงที่มันกลับตกตายลงเสียก่อน รวมถึงสถานการณ์หลายอย่างก็สอดรับให้พาบุตรบุญธรรมมันซวยไปด้วย”
ชายวัยกลางคนอธิบายด้วยสีหน้าเฉยเมยราวกับการสังหารพระสงฆ์ไม่ใช่เื่ผิดบาป โก่วหานพลันใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ตะคอกใส่ผู้ติดตามของเขาอย่างเกรี้ยวกราด “นะ---นี่เ้า… เป็แผนเ้าที่ตั้งใจจะฆ่าท่านจูเก้องั้นเหรอ!!! งั้นที่เ้าบอกให้ข้าลืมแก่นชีวิตขั้นสามไว้ที่นี่ เพราะจะใส่ร้ายป้ายสีชูฉินด้วยใช่ไหม!!! ข้ากลัวแทบตายที่ต้องบอกลืมไว้ต่อหน้าท่านผู้าุโซวน แท้จริงเ้ารู้อยู่แก่ใจว่าผู้าุโจะไม่สังหารข้า!!!”
โก่วหานวิ่งเข้าใส่ผู้ติดตามของเขาราวกับกระทิงคลั่ง ใช้ฝ่ามือทุบตีที่หน้ามันไม่หยุด พลังกายของโก่วหานเหนือเด็กธรรมดามาก ผู้ติดตามของเขาถึงจะเป็ผู้ฝึกตนขั้นสอง ทว่าก็ยากจะทนแรงมือแรงเท้านายน้อยของมันได้นาน พลันใช้ฝ่ามือตบเข้าหน้าของโก่วหานหนึ่งฉาด ร่างของบุรุษหนุ่มปลิวกระเด็นไปชนเข้ากับผนังฝางกระท่อมเสียงดัง ปัง ! โก่วหานเืกบปาก นอนพิงผนังสิ้นสภาพอยู่งตรงนั้น “จะ---เ้า… ข้าจะบอกท่านพ่อ!!”
ผู้ติดตามโก่วหานคงสายตานุ่มนวลอ่อนโยน แม้เพิ่งจะลงมืออย่างโหดร้ายไป “ท่านประมุขรู้เห็นเป็ใจ ทั้งหมดนี้เพื่ออนาคตของนายน้อยนะขอรับ”
ซวนเตาอวีเห็นชัดเต็มสองตา การลงมืออย่างบ้าระห่ำของทั้งสองคน ผู้เฒ่ากล่าวอย่างประหลาดใจ “เ้ามีนามว่าอะไร เหตุใดถึงได้อยู่ในตระกูลเล็กจ้อยในเมืองที่ข้นแค้น” ถึงกับทำให้ซวนเตาอวีผู้นี้ถามหาชื่อแซ่ได้ มันรู้สึกนับถืออีกฝ่ายขึ้นมามาก ข่าวรู้ไปถึงไหนชื่อเสียงทบทวีไปถึงนั่น ผู้ฝึกตนขั้นสองกับผู้ฝึกตนขั้นหก ห่างชั้นดุจฟ้าจรดเหว ! !
“ข้าเป็เพียงผู้ติดตามธรรมดาของนายน้อยโก่ว”
เห็นอีกฝ่ายไม่คิดเปิดเผยชื่อแซ่ตน ซวนเตาอวีไม่ซักไซ้ต่อ อย่างไรก็ตาม ผู้ชรายกยิ้มขึ้น “ถึงแบบนั้น พวกเ้ามีหลักฐานอันใดมายืนยันว่าเด็กผู้นี้เป็คนสังหารจูเก้อ ใช่ว่าจะตัดสินคนบริสุทธิ์คนหนึ่งทิ้งหรือไม่? ยิ่งเ้าเผยเจตนาอาฆาต บ่งบอกชัดว่าปราศจากความเป็ธรรมใดๆให้มัน ผู้เฒ่ามีคุณธรรมในใจ ไม่ยอมให้คนชั่วลงมือได้! เื่นี้ต้องได้รับการตัดสินจากเ้าเมืองบงกชขาว!!”
โก่วหานเดาไว้แล้วว่าซวนเตาอวีจะหัวรั้นถึงขีดสุด ผู้เฒ่าเป็เหนือคนนับหมื่นจะมายอมเป็หมากให้มันได้อย่างไร หากการแสดงละครของพวกเขาคุ้มค่ามาก ทำให้ซวนเตาอวีเข้าใจผิดว่าทุกแผนการเป็ผู้ติดตามโก่วที่บงการดูแล เช่นนี้ ไพ่ในอนาคตของเขาย่อมมีมากกว่า เพราะถ้าแสดงความโดดเด่นให้ผู้เฒ่าเห็น การถูกจับตาดูเป็พิเศษคงเคลื่อนไหวยากเย็นเกินไป
โก่วหานปล่อยเลยตามเลย เขาไม่คิดสังหารชูฉินในตอนนี้อยู่แล้ว ทุกอย่างในวันนี้มันเกินเลยกว่าที่เขาหวังเอาไว้มากโข!! มากจนเกินไป!!! แค่จูเก้อตายตรงนี้เขาก็อิ่มสุขเปี่ยมล้น หลังจากนี้จะเป็นรกบนดินของมัน ไม่มีบิดาคุ้มกะลาหัว ไม่ต่างอันใดไปจากสุนัขไร้เ้าของ เขายังไม่อยากให้มันตายในทันที โทษทัณฑ์ที่ยุ่งเกี่ยวกับซูโหรวนั้นหนักหนามาก ชายหนุ่มปรารถนาให้ชูฉินตกตายอย่างทรมานที่สุด ชนิดที่ร้องหาความตายก็ไม่ให้ตาย!!!
ใน่เวลานั้นเองที่ชูฉินนึกเหตุผลที่จะอธิบายได้ “โก่วหาน เ้าจะใส่ร้ายข้าเช่นนี้ไม่ได้! ลูกกลมในมือนี้ไม่ใช่ของข้า ข้าสามารถพิสูจน์ได้ บนโต๊ะไม้ตรงนั้น” ชูฉินชี้ไปที่โต๊ะไม้ตัวหนึ่ง มันมีชามและกองสมุนไพรมาเอาไว้ “บนโต๊ะมีน้ำสมุนไพรใบบัว กลิ่นแรงอย่างมาก จากเสื้อผ้าของบิดาในส่วนที่ไม่เปื้อนเืนั้นเป็สีเขียวเฉกเช่นเดียวกัน ท่านเพิ่งจะตำสมุนไพรใบบัวมาเป็แน่ ในการตำสมุนไพรใบบัว จำเป็ต้องใช้มือบีบมันแรงๆทุกครั้ง เพื่อเค้นคุณสมบัติสำคัญที่หลบซ่อนอยู่ภายในออกมา มือพ่อข้ายามนี้แม้อาบโลหิต กลิ่นสมุนไพรใบบัวกลับฉุนรุนแรงตบตีกันวุ่น ทว่าลูกกลมลูกนี้ไม่มีกลิ่นของสมุนไพรใบบัวเลย เพราะข้าเก็บมันมาจากข้างนอกกระท่อม! เ้าไม่ได้ลืมไว้ในกระท่อมเหมือนที่กล่าวอ้าง!!”
โก่วหานได้ยินดังนั้นพลันใบหน้าเหยเกขึ้นมา เขาไม่คิดเลยว่าแผนการของตนจะถูกเปิดโปงด้วยวิธีการนี้ ชายหนุ่มที่ยิ้มเยาะเย้ยในใจมาตลอดต้องขวัญหนีดีฝ่อ ต่อให้โก่วหานจะฉลาดกว่านี้อีกสิบเท่า เขาก็คาดไม่ถึงถึงตัวแปรเกี่ยวกับกลิ่นสมุนไพรที่นี่ เขาไม่รู้จักสถานที่นี่ดีพอ… อาการลนลานเกือบจะแสดงออกมาให้ซวนเตาอวีจับสังเกต แต่ทว่า ฝ่ามือของผู้เฒ่าฟาดลงไปที่ขาข้างซ้ายของชูฉินอย่างแรง
ปัก!!!
เสียงฟาดนี้ดังสนั่นดุจฟ้าผ่า กระดูกข้อต่อของเท้าซ้ายแตกละเอียดเละ การลงมือของซวนเตาอวีรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดจนความรู้สึกของชูฉินยังตอบสนองไม่ทันกาล หลังจากนั้นราวสามลมหายใจ สีหน้าของเขาพลันซีดขาวราวกระดาษ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจตาย “อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ขา----ขาข้า…” ร่างกายของชูฉินทรุดลงกับพื้น อาบเืของจูเก้อข้างกาย แก่นชีวิตขั้นสามตกหล่น
ซวนเตาอวีก้มหยิบแก่นชีวิตขั้นสามอย่างเชื่องช้า สายตาจับจ้องเด็กน้อยตัวเล็กอย่างเงียบงัน ผู้เฒ่าเพิ่งจะฉุกคิดได้ถึงเื่ราวบางอย่าง… “เ้าเด็กนี่เป็บุตรบุญธรรมของแพทย์เทวะ” อาจเพราะถูกโก่วหานเป่าหูตลอดทาง ว่าเป็ชูฉินเป็เศษสวะเป็ขยะ ไม่มีแม้กระทั่งพร์ทางมรรคายุทธ และเอาแต่กล่าวชมจูเก้อว่าเป็แพทย์เทวะ แพทย์ปาฏิหาริย์ที่ไม่ว่าโรคร้ายแรงเพียงใดก็รักษาหายมาตลอด
ซวนเตาอวีย่อมไม่หลงเชื่อโก่วหานในทันที มันอุส่าเตรียมบททดสอบเอาไว้ ในกำไลสีเหลืองมีสัตว์อสูรเลี้ยงที่ป่วยร้ายแรงตนหนึ่ง มันหวังจะใช้ทดสอบความสามารถของจูเก้อ ถ้ารักษาหายจริงคงต้องฆ่าทิ้งอย่างไม่คิดเสียดาย หากมีเื่มาคั้นกลางเสียก่อน เพราะจูเก้อตายไปก่อนโดยที่ไม่ต้องให้ทดสอบซ้ำ และผู้เฒ่าถึงมองข้ามบุตรบุญธรรมของมันไปอย่างสนิทใจ…
อยู่กับแพทย์เทวะมาั้แ่ทารก ซึมซับวิถีแพทย์ร่วมกินร่วมนอนมาจนเติบใหญ่ ใช่ว่ามันจะได้รับการถ่ายทอดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิชาแพทย์มาบ้างหรือไม่… ตอนที่ชูฉินชี้แจงเหตุผลเพื่อแก้ไขมลทินให้ตนบริสุทธิ์นั้นเองที่เข้าไปปลุกซวนเตาอวีให้ตื่นขึ้น เขามองข้ามเื่นี้ไปเลยจริงๆ… ถ้าเกิดวิชาแพทย์ของมันล้ำลึกเหมือนบิดา เช่นนั้นก็ไม่ตลกแล้ว จะปล่อยโอกาสให้องค์หญิงัถูกรักษาไม่ได้เด็ดขาด
“เ้านี่ควรตายตามพ่อมันไป…” ซวนเตาอวีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเสียดแทงถึงกระดูก “หากข้าไม่อยากเกี่ยวข้องกับเื่นี้ไปมากกว่านี้ เ้านำมันไป ป่าวประกาศให้ทั้งเมืองรู้ว่ามันฆ่าจูเก้อ”
โก่วหานกับผู้ติดตามโก่วหานนิ่งสนิทด้วยความตกตะลึงลาน ผู้เฒ่าผู้นี้ลงมือกะทันหันมาก สวนทางกับคำพูดมันก่อนหน้าที่บอกจะตัดสินอย่างยุติธรรม พลิกแพลงไปมาจนชวนประหลาดใจยิ่ง เล่นเอาโก่วหานสับสน เหมือนจะอ่านผู้ชราออกแต่ก็อ่านไม่ขาดขนาดนั้น…
………………………………………………………………
ในบ้านเรือนหรูหราหลังหนึ่ง บริเวณของมันกว้างขวางใหญ่โตตั้งอยู่บนูเาสูง ถ้าลงจากูเายังสามารถมองเห็นบ้านหลังนั้นที่ตั้งตระหง่านอย่างสวยงามได้ เรือนบ้านนี้เป็ขององค์หญิงหลงซูโหรว ข้างในที่พักปรากฏเป็ผู้าุโหลงฝานที่กำลังจิบชา ฝั่งตรงข้ามคือองค์หญิงหลงซูโหรวที่แสดงสีหน้าเ็าเย่อหยิ่ง ปราศจากการให้เกียรติอันใดแก่ผู้เฒ่าหลงฝานประดุจจักรพรรดิ
ผู้าุโหลงฝานวางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล “สุนัขของกระบี่คู่มาที่นี่”
หลงซูโหรวไม่มีอาการประหลาดใดๆ นอกจากความนิ่งสงบดุจสายน้ำ “มันเป็ใคร”
“ซวนเตาอวี” ด้วยััของหลงฝานผู้บรรลุขั้นแปดแล้ว การตรวจจับในรัศมีกินขอบเขตไพศาลยากจะเข้าใจ ทว่า นี่เกี่ยวกับขอบเขตพลังและรัศมีพลังจำเพาะเท่านั้นถึงสามารถแบ่งแยกออกมาได้ว่าใครเป็ใคร หาได้ใช่มีตาทิพย์มองเห็นทุกสิ่งในบริเวณตรวจสอบ หรือหูทิพย์ที่ได้ยินทุกสิ่งในบริเวณตรวจสอบ ดังนั้น ผู้เฒ่าไม่ได้มองเห็นทุกอย่างหรือได้ยินทุกอย่าง เพียงทราบว่า มีใครบ้างและอยู่ที่ไหนก็เท่านั้น
“ท่านไม่คิดกำจัดมันบ้างรึ ในบรรดาผู้าุโภายในของสำนักกระบี่คู่ ซวนเตาอวีผู้นี้ร้ายกาจมาก” หลงซูโหรวพูดหยอกล้อเล่น
“บี้แมลงนั้นง่ายดาย แต่จะเสียตัวหมากในการป้องกันการบุกรุกนอกทวีปก็ใช่เื่ ถ้าคนของราชวงศ์ัมีมากขนาดนั้น แปดสำนักใหญ่คงถูกข้ากับจักรพรรดิักวาดล้างไปนานแล้ว” ผู้าุโหลงฝานกล่าว
หลงซูโหรวเอื้อมมือหยิบถ้วยชาของตนขึ้นมาจิบ “ข้าองค์หญิงทราบดี”