หลังจากจบงานเลี้ยงเื่ที่คนตระกูลซูไม่รู้คือ ฉินอ๋องให้องครักษ์ของเขาไปลากนางกำนัลของหลันกุ้ยเฟยมาพบแล้วตัดมือของนางทิ้งต่อหน้าของหลันกุ้ยเฟย
ฮ่องเต้เมื่อทราบเื่ก็ไม่ได้ต่อว่าพระอนุชาที่ทำเกิดเหตุ ได้แต่สั่งลงโทษหลันกุ้ยเฟยกักตัวนางไว้ภายในตำหนักห้ามออกมาวุ่นวายด้านนอกสามเดือน
ั้แ่งานเลี้ยงในวังครั้งนั้นซูเหมยฮวาก็ไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย เพราะพี่ชายทั้งสองอยากให้นางรักษาาแ แต่แผลมันก็แค่นั้นไง
นางขอให้พี่ใหญ่หามีดสั้นให้นางสองด้าม นางอยากจะฝึกแก้เบื่อ แต่ความจริงแล้วตอนที่นางฝึกแพทย์ทหารนอกจากเื่ปืนก็มีเื่ใช้มีดสั้นที่นางหลงใหล
อีกสองวันทั้งครอบครัวต้องเดินทางไปไหว้พระที่วัดอันฉือ นอกเมือง นางคิดว่าก็ดีเหมือนกันเผื่อพระพุทธองค์จะประทานพรให้ครอบครัวของนางรอดพ้นจากเื่ร้าย
ซูเหมยฮวาลงจากรถม้าโดยมีซิงอีกับซิงเอ้อประคอง นางเดินขึ้นบันไดที่ทอดยาวเองโดนมิขึ้นนั่งเกี้ยว เพื่ออยากให้เห็นถึงแรงศรัทธา พี่รองบอกนางเช่นนี้
วันนี้ครอบครัวของนางจะพักที่วัดหนึ่งคืน เพื่อสวดมนต์ให้กับท่านแม่ของนาง เรือนพักของซูเหมยฮวาอยู่คนละฝั่งกับท่านพ่อท่านพี่ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงครอบครัวของนางมาที่วัดนี้เป็ประจำ แล้วยังมีองครักษ์ของจวนคอยดูแลอีกด้วย
ซูเหมยฮวาเตรียมเข้านอนนางเลยให้สาวใช้ทั้งสองไปพักผ่อน ใครจะคิดว่าจะมีคนร้ายเข้ามาในห้องของนาง บุรุษชุดดำใส่หน้ากากเข้ามาทางหน้าต่างใช้มีดจี้คอนางไว้
“ห้ามส่งเสียง”
“้าสิ่งใด”
“ข้าขอหลบสักประเดี๋ยว แต่หากเ้าร้องข้าฆ่าเ้า” ซูเหมยฮวาไม่ได้กลัวเท่าใด เพราะนางรู้ว่าบุรุษชุดดำนี้าเ็มา นางแค่รอเวลาให้เขาเผลอเท่านั้น
ซูเหมยฮวาศอกใส่บุรุษชุดดำ แล้วบิดแขนเขาออกจากคอ แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง ถึงแม้เขาจะาเ็แต่เขาสามารถหลบการโจมตีของนางได้หมด แล้วตอนนี้เขายังจับนางกระแทกกับผนังห้องเอามีดจี้คอนางอีก นางปวดร้าวไปทั้งตัวแรงกระแทกที่ได้รับเขาไม่คิดจะออมมือแม้แต่น้อย
“อย่าให้ข้าหมดความอดทน” เขากัดฟันพูดเสียงเบาข้างหูของนาง
นางจ้องตาเขาอย่างไม่คิดจะหลบ ดวงตาที่เอ้อไปด้วยน้ำจากความเ็ปทำให้คนมองลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
“ทำแผลให้ข้า” นั่นไง
“ท่านจับข้าไว้แบบนี้จะให้ทำยังไง”
“หากเ้าคิดไม่ซื่อ เชื่อหรือไม่ข้าเอาชีวิตเ้าได้ง่ายๆ”
“ข้าเลือกได้หรือ” ทำให้เสร็จก็คงจะหมดเื่
บุรุษชุดดำปล่อยซูเหมยฮวาให้เป็อิสระเพื่อทำแผลให้ตน ซูเหมยฮวานางก็ไม่คิดสู้อยู่แล้วเพราะนางสู้ไม่ไหวแน่ หรือจะะโเรียกองครักษ์ดี หรือจะวิ่งออกไปเลย นางขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด
“อย่าแม้แต่จะคิด” เหมือนจะรู้
ซูเหมยฮวานำกล่องปฐมพยาบาลออกมาจาก ั้แ่ที่ได้มาอยู่ในยุคนี่ นี้คือครั้งแรกที่นางเอาออกมาใช้ ของภายในกล่องเป็เครื่องมือเย็บแผล มีอุปกรณ์ครบถ้วน พร้อมยาอีกต่างหาก โชคดีเป็ของเขาเพราะนางพกกล่องนี้เมื่อออกมานอกบ้านทุกครั้ง
“ถอดเสื้อออก”
“...” บุรุษชุดดำ
“หากท่านไม่ถอดข้าจะทำแผลเช่นไร”
าแของชายชุดดำนั้นค่อนข้างจะสาหัส เขาทนได้อย่างไงนางนับถือเลย ซูเหมยฮวาเริ่มตรวจาแ แผลที่ต้องเย็บมีสองแห่ง ที่แขนข้างขวา กับแผ่นหลัง ที่อื่นก็เพียงเล็กน้อย หากเทียบกับสองแผลนี้
บุรุษชุดดำมองเครื่องมือของซูเหมยฮวาอย่างสงสัย นางจงใจที่จะไม่ใช้ยาชา หากเขารู้นางคงโดนคาดโทษ ตลอดเวลาที่นางเย็บแผลเขาไม่มีร้องเลยนอกจากจะกัดฟันข่มความเจ็บไว้
แต่นางก็ยังใจดีให้ยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบ เขามองยาอย่างงงงัน เพราะยาเม็ดขาวนี้มันจะหายปวดจริงหรือ เมื่อกินเข้าไปความเจ็บก็เริ่มทุเลาลง
“เสร็จแล้วท่านไปได้หรือยัง” นางไล่เขาทันทีเมื่อทำแผลเสร็จ
“ยัง” นางคิ้วกระตุก
“ข้าจะนอนแล้ว เชิญท่านตามสบาย” นางเดินขึ้นเขามา แล้วยังมาเหนื่อยกับเขาอีก ตอนนี้นางอยากจะนอน ส่วนเขาจะทำอะไรก็เชิญนางสนใจไม่ไหวแล้ว
บุรุษชุดดำคาดไม่ถึงว่านางจะกล้านอนจริงๆ นางช่างไม่กลัวว่าเขาจะทำอะไรนางเลยหรือ
ตอนเช้าเมื่อนางตื่นขึ้นก็ไปพบเขาแล้วมีเพียงหยกพกสีดำเนื้อดีสลักเป็รูปพยัคฆ์ไว้ นางโยนลงไปในกล่องเครื่องมือแพทย์อย่างไม่สนใจ
ระหว่างที่ครอบครัวนางกำลังจะกลับนั้น หลันเฟยหย่าได้มาตั้งโรงทานในวันนี้ ช่างบังเอิญเสียจริง ไม่ว่านางจะไปที่ไหนเป็ต้องเห็นทั้งคู่ทุกครั้งไป
“คุณหนูซู แจกทานด้วยกันกับข้าก่อนดีหรือไม่เ้าคะ” หลันเฟยหย่ารีบเข้ามาทักพร้อมเซี่ยซีฮั่น
“เชิญคุณหนูหลันเลยเ้าค่ะ ขอมิอยากแย่งวาสนาของท่านไว้ข้าจะมาทำตัวตนเอง ขอตัวก่อนท่านพ่อกับท่านพี่ข้ารอนานแล้ว”
“คุณหนูซู นางไม่ชอบทำบุญหรอกเ้าค่ะคุณหนูหลัน” สหายของหลันเฟยหย่าต่างพูดกันคนละคำสองคำพร้อมปิดปากหัวเราะ
“พวกเ้าอย่าต่อว่าคุณหนูซู นางอาจจะไม่อยากแจกพร้อมข้าเท่านั้น” หลันเฟยหย่าก้มหน้าลงเหมือนคนถูกรังแก
“ข้าเห็นว่าพี่ซีฮั่นก็มา คุณหนูซูคงอยากจะแจกทานพร้อมกับพี่ซีฮั่นข้าถึงได้มาชวน” ใครจะไม่รู้บ้างว่าซูเหมยฮวาชอบท่านแม่ทัพมากเพียงใด
แต่ที่ซูเหมยฮวาไม่เข้าใจคือ วันนี้ทำไหมหลันเฟยหย่าถึงได้เปิดทางให้นางกับเซี่ยซีฮั่น
“ก็จริง ข้าไม่สะดวกจะแจกพร้อมท่านจริงๆ” ซูเหมยฮวาพยักหน้าอย่างใสซื่อ
“แต่ข้าก็ไม่เห็นพวกเ้าจะตักข้าวต้มแจกเลย เห็นเพียงให้บ่าวทำ แล้วมาขวางข้าไม่ให้กลับจวน ยังไม่รู้เลยว่าพระพุทธองค์จะมองเห็นความดีของพวกเ้าหรือเปล่า” ซูเหมยฮวาพูดจบก็เดินจากไปนางไม่แม้แต่จะสนใจเซี่ยซีฮั่นด้วยซ้ำ
หากนางหันกลับมาจะพบว่าพวกคุณหนูทั้งหลายต่างแสดงสีหน้าเหมือนอมหวงเหลียนไว้ในปาก
จนถึงตอนนี้เซี่ยซีฮันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมซูเหมยฮวาถึงได้เปลี่ยนไปอย่างกับเป็คนละคน
หลันเฟยหย่านางไม่คิดว่าเซี่ยซีฮั่นจะตามมาด้วยวันนี้ เพราะนางได้ข่าวมาว่าฉินอ๋องจะเสด็จมาที่วัดวันนี้ นางเห็นเขาในงานเลี้ยงวันนั้นนางก็ตกหลุมรักเขาแล้ว อีกอย่างหากได้เป็หวางเฟยย่อมดีกว่าเป็ฮูหยินท่านแม่ทัพแน่นอน
นางออกมาเตรียมตัวั้แ่เช้า แต่จนสายแล้วก็ยังไม่เห็นแม้เงาของฉินอ๋อง ตอนนี้นางอยากจะสลัดเซี่ยซีฮั่นให้ซูเหมยฮวาใจจะขาด ั้แ่วันงานเลี้ยงนางจึงไม่นัดเจอเซี่ยซีฮั่นอีกเลย