ท่องเที่ยว(1)
ช่วงสายของการเดินทางครอบครัวเจี้ยนเฉิงหยุดพักกันที่ร้านน้ำชาที่ตั้งอยู่ริมทางด้วยเมืองหยางฉาเป็นเมืองที่โดดเด่นด้านการปลูกและส่งชาออกขายไปหลายเมืองทั่วทั้งแคว้นดังนั้นแล้วเมื่อมองออกไปไม่ไกลจากสองข้างทางตอนนี้ก็เริ่มเห็นว่ามีต้นชาปลูกเป็นพื้นที่กว้างยาวไปจนสุดลูกหูลูกตาและด้วยเป็นการหารายได้เพิ่มของชาวไร่ชาจึงได้เปิดร้านชาขึ้นหารายได้อีกทางมีทั้งเปิดเองหรือรวมกลุ่มกันตั้งร้านขึ้นก็มีเช่นกัน
“เชิญทุกท่านด้านในเจ้าค่ะ”พนักงานของร้านชาเอ่ยออกอย่างนอบน้อมพร้อมนำกลุ่มของชิงเถาไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ในร้านที่คล้ายกับศาลามากกว่าเพราะไม่มีผนังสักด้านเปิดให้ได้มองทิวทัศน์รอบๆได้อย่างเต็มตา
“เอาเป็นชาดีของทางร้านสามกาและขนมอีกสองสามอย่างก็แล้วกัน”จิ้นสิงเอ่ยสั่งพนักงานสาวออกไป
“รอสักครู่เจ้าค่ะ”
“ชาที่นี่หอมมากเลยนะเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยชมออกมาเมื่อได้ลิ้มลองชาของทางร้าน
“ใช่ลูกรสก็ดีกลิ่นก็หอมยิ่งนัก” นางลี่จูเมื่อได้จิบชาแล้วอารมณ์ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
“ชาที่คั่วใหม่นั้นจะมีความหอมและรสชาติที่เข้มกว่าขอรับเมื่อผ่านไปสามเดือนถึงหกเดือนคุณภาพของมันก็จะเริ่มเสื่อมลงไปแล้ว”ชงหยวนเอ่ยถึงเรื่องของชาที่เขาพอรู้ออกมาคนอื่นที่ได้ยินก็ได้เพียงพยักรับรู้ยิ้มๆ ให้เขา
“อย่างนี้นี่เองถ้าเราอยากมีชาหอมๆ แบบนี้ ก็ต้องคั่วใหม่ใช่ไหมเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ นางไม่ถนัดเรื่องชาเท่าไหร่
“เช่นนั้นเราก็คั่วชาเองสิขอรับจะได้มีชาหอมๆ ได้จิบตลอด” หมิงเลี่ยนเสนอออกมา ชาเป็นของกินอย่างหนึ่งพี่ๆของเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นนะลูก”นางลี่จูเอ่ยบอกออกมายิ้มๆ อะไรๆ ลูกของนางก็คิดว่าที่บ้านตนทำได้ไปเสียหมด
“ยังไม่ลองเลยนะขอรับจะบอกว่ายากได้อย่างไร” สองแฝดยังไม่ยอมเขาโดนสอนมาว่าไม่มีอะไรยากถ้าเราได้ตั้งใจลงมือทำแล้ว อย่างนี้แล้วพวกเขาจึงคิดแบบนี้นั่นเอง
“เอาล่ะๆอยากลองก็ลอง ขากลับเราก็ค่อยแวะซื้อชาอีกครั้งก็แล้วกัน”จิ้นสิงก็ยังเป็นคนที่ชอบตามใจลูกๆเหมือนเดิม
“ขอรับ”สองแฝดรีบตอบรับทันทีอย่างดีใจเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว
“เช่นนั้นก็รีบทานและขนมจิบชาเถอะจะได้ออกเดินทางต่อ” จิ้นสิงบอกทุกคน
หลังจากนั่งพักจิบชาชมวิวทิวทัศน์ไปพักใหญ่แล้วพวกเขาจึงออกเดินทางกันต่อ ด้วยหวังว่าในวันนี้จะได้เดินทางถึงเมืองหยางฉานั่นเองและก็เป็นไปตามที่วางไว้ พวกเขาไปถึงเมืองหยางฉาในช่วงก่อนค่ำจึงได้เพียงเข้าพักที่โรงเตี๊ยม
เช้าวันต่อมาพวกเขาตื่นแต่เช้าเพื่อมาเดินดูสินค้าที่ตลาดของเมืองด้วยเมืองนี้นอกจากมีชาที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีของป่าอีกหลายชนิดที่วางขายถึงแม้ว่าป่าที่เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่ไม่มีสัตว์ขนาดใหญ่หรือสัตว์อสูรปปราณมากนักแต่มีของป่าที่ชาวบ้านนำมาขายกันไปขาด
“มีของป่ามาวางขายมากมายเลยลูกขอเวลาเลือกดูนานหน่อยนะเจ้าคะ”ลี่ถิงเอ่ยบอกออกมาเมื่อสายตาสาดส่องดูแล้วของป่าที่มีพร้อมด้วยสรรพคุณทางยามากมายให้นางได้หาซื้อ
“ได้สิลูกค่อยๆ เดินดูเถอะ พวกลูกก็ไปเถอะ พ่อกับแม่และเจ้าสี่ตัวนี้จะรออยู่แถวนี้แหละ”จิ้นสิงบอกออกมา เขาปล่อยให้ลูกๆ ได้เดินเล่นกันได้อย่างเต็มที่เขาไม่ใช่ว่าไม่ห่วงแต่เขาคิดว่าพวกลูกดูแลตัวเองได้ดีด้วยฝีไม้ลายมือของลูกของเขานั้นถ้าหากการป้องกันตัวเบื้องต้นยังไม่สามารถทำได้เขาต้องไปคุยกับอาจารย์ที่สอนถึงบ้านเสียแล้ว(คุยให้กลับมาสอนเพิ่ม)
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงตอบรับออกมาก่อนพวกเขาจะแยกย้ายกับออกไปเดินสำรวจโดยแยกกันไปแน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องปล่อยให้คู่รักทั้งสองอย่างเยว่ซินกับชงหยวนไปด้วยกันอยู่แล้วส่วนลี่ถิงจึงได้เยว่สือติดตามไปด้วยเพื่อความปลอดภัย และสุดท้ายแน่นอนว่าต้องเป็นสามแสบอย่างชิงเถาและสองแฝดที่จับกลุ่มกันได้อย่างลงตัวทีเดียว
“ป่ะเราลุยยยย”ชิงเถาเอ่ยให้สัญญานเด็กชายทั้งสองแล้วก็ออกเดินลิ่วนำคนอื่นๆ เข้าไปในตลาดทันทีโดยจุดหมายแรกนั่นก็คือร้านขนมนั่นเอง
“ท่านป้าข้าเอาสามชิ้นค่ะ”ชิงเถาชี้ไปยังขนมของทางร้านแล้วสั่งมาให้นางและน้องๆ ได้กินกันที่สั่งมาไม่เยอะก็เพราะว่าพวกนางจะได้ชิมกันได้หลายอย่างนั่นเอง
“ได้เลยแม่หนู”
ทั้งสามเดินหาซื้อชิมของกินกันไปทั่วตลาดแต่ไม่ใช่ว่ามีแค่ของกินที่พวกเขาสนใจอย่างอื่นที่แปลกตาก็เป็นที่สนใจของพวกเขาเช่นกัน
“ที่เมืองนี้ก็มีร้านที่เอาตู้เก็บสมบัติของงร้านเรามาขายด้วยนะขอรับราคาแพงกว่าด้วย” หมิงลู่เอ่ยออกมาเมื่อพวกเขาพึ่งจะเดินผ่านร้านที่ขายของจากร้านเจี้ยนเฉิงของพวกเขา
“ใช่พวกเขานี่ยังไง มาขายแพงกว่าพวกเราที่เป็นคนทำขึ้นได้อย่างไรกัน”หมิงเลี่ยนเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจที่เห็นคนอื่นขายด้วยราคาแพงกว่า
“พวกเขารับกับเรามาอีกทีก็ต้องคิดค่าขนส่งค่าจ้างค่าเช่าและอื่นๆ เข้าไปด้วยสิมิเช่นนั้นพวกเขาจะได้กำไรได้อย่างไร” ชิงเถาเอ็นดูกับความคิดเด็กทั้งสองคนนักแต่ก็ต้องอธิบายเหตุผลออกมาให้ได้เข้าใจเสีย จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดๆ
“เช่นนี้เอง/ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” สองแฝดเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ อย่างนี้ค่อยคลายความโกรธเคืองลงไปได้
“เช่นนั้นก็ดีเราเดินดูต่อเถอะ จะมีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ไปคิดต่อยอดไหมนะ”ชิงเถาบอกน้องชายทั้งสองแล้วเดินลัดเลาะดูร้านค้าต่างๆทั้งแบบแฝงลอยและร้านมากมายอย่างตั้งใจ เผื่อว่าที่เมืองเล็กแห่งนี้อาจจะมีของดีกว่าที่มีในเมืองหลวงก็ได้ใครจะรู้
“โอ๊ะรองเท้าร้านนี้สวยดี เราเข้าไปดูกันเถอะ” ชิงเถาจับมืองน้องชายทั้งสองเข้าไปในร้านรองเท้าที่ดูแล้วจะคงทนสวยงามพอสมควร
“เชิญคุณหนูและคุณชายเจ้าค่ะต้องการอะไรบอกข้าน้อยได้เลยเจ้าค่ะ”พนักงานสาวของร้านเอ่ยออกมาเมื่อทั้งสามเดินเข้ามาในร้าน
“เดี๋ยวขอพวกเราเดินดูก่อนเจ้าค่ะ”ชิงเถาบอกพนักงายสาวออกมาแล้วพาน้องชายเดินดูรองเท้าในร้านขนาดที่ถือว่าใหญ่มากสำหรับเมืองนี้แต่ถ้าเทียบกับเมืองหลวงร้านนี้ก็มีขนาดกลางๆ ได้
“รองเท้าพวกนี้มันอะไรกันขอรับดูหนามากทีเดียว” สอแฝดเอ่ยออกมาอย่าสนใจ
“น่าจะเป็นรองเท้าไว้เดินป่าน่ะเลยหนากว่าปกติ” ชิงเถาตอบออกมาตามที่นางคิดมันคงจะเป็นรองเท้าเดินป่าเขาสำหรับคุณชายคุณหนูทั้งหลายที่อยากเข้าป่าเล่นก็เป็นได้เพราะชาวบ้านที่เข้าป่าจริงๆ คงไม่มาซื้อของแพงแบบนี้ใช้หรอก
“พี่รองพวกเรา”สองแฝดที่สนใจเริ่มมองหน้าชิงเถาอย่างต้องการมากกว่าเดิมส่งสายตามาขนาดนี้นางก็ต้องซื้อให้อยู่แล้ว
“เลือกสิอยากได้คู่ไหน” ชิงเถาบอกออกมายิ้มๆก่อนจะหันไปเรียกพนักงานของร้านให้เขาจัดการต่อให้
“คู่นี้ขอรับ”สองแฝดเมื่อเลือกได้แล้ว จึงยื่นให้ดูก่อนที่จะส่งต่อให้ทางร้านได้จัดการต่อให้ทันที
หลังจากได้รองเท้าแล้ว ทั้งสามก็เริ่มเข้าร้านนุ้นออกร้านนี้อีกหลายร้านทีทั้งของที่ถูกใจและได้มาหรือทั้งไม่ชอบใจก็เพียงเดินออกมาอย่างเกรงใจคนในร้านแบบคนหน้าบาง
‘ชิงเถาที่นี่มีของดีอยู่ด้วย ตามข้ามาสิ’ อยู่ๆเชี่ยนเชี่ยนก็โพล่มาเพื่อบอกชิงเถา
‘อะไรเช่นนั้นรึ’ ชิงเถาเอ่ยถามออกมาอย่างสนใจ
‘ตามมาก็แล้วกัน’เชี่ยนเชี่ยนยังไม่บอกอะไรแต่ทำเพียงบินนำทางชิงเถาไปเท่านั้น
“ป่ะพวกเราไปดูทางนั้นกันเถอะ” ชิงเถาบอกน้องชายออกมา ทางนั้นนั่นแหละทางไหนก็ยังไม่รู้ นางชี้ออกมามั่วๆเพราะเห็นเชี่ยนเชี่ยนบินไปทางนั้น แต่ไม่รู้หรอกว่านางจะไปทางไหนกันแน่