ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 80 ความน่าเกรงขามของอสูรพยัคฆ์

            “เจ้าหนู ชาติหน้าเกิดมาทำตัวให้ฉลาดๆ หน่อย อย่าโลภมากขนาดนี้เงินจากร้านเป่าไหลของข้าจะมาเอาไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”หวงซันแสยะยิ้ม โบกมือเบาๆ เรียกสมุนจำนวนยี่สิบคนให้ลงมือ

    “เก็บมัน”

            ชายยี่สิบคนปล่อยพลังปราณออกมาในมือทุกคนต่างถืออาวุธพร้อมกับกระโจนเข้าไปรุมชายชุดม่วงคนนั้น มีมีดเล่มหนึ่งฟันไปที่ผ้าคลุมที่ปิดศีรษะชายชุดม่วงคนนั้น

            “ฟึบ!”    

            ขณะที่มีดอันแหลมคมห่อหุ้มด้วยพลังปราณเล่มนั้นกำลังหวดโดนชายชุดม่วงเงาของชายคนนั้นก็หายไปในพริบตา

            “ปึง!”

            เสียงทุ้มดังจากการกระแทกดังขึ้นมาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตอบสนองกันไม่ทันเห็นเพียงเงาคนที่หวดมีดคนนั้นกระเด็นถอยหลังลอยไปไกลพร้อมกับเห็นโลหิตพุ่งกระจายออกมาจากตัวเขาร่างของเขากระแทกกับพื้นที่ไกลออกไปอย่างแรงดังปึงจากนั้นเขาก็นิ่งไม่ขยับไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย

           “ปึงปึงปึง!”

           “อ๊าก……”

           ได้ยินเสียงกระแทกปึงปังดังต่อเนื่องมีเสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นมาไม่ขาดสายพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดตามมาไม่หยุด  

           เงาสีม่วงพุ่งแวบไปมา ชายเกือบยี่สิบคนกระเด็นลอยกระจายไปคนละทิศละทางนอนแผ่กับพื้นสภาพดูไม่ได้ พื้นบริเวณนั้นมีเลือดนองกระจายหลายจุดเต็มพื้นมีกลิ่นคาวของเลือดลอยฟุ้ง เป็นที่น่ากลัวน่าสยองมาก

           “ฟึบ!”

           สุดท้ายชายชุดม่วงก็ปรากฏตัวต่อหน้าหวงซันเพียงในช่วงเวลาลมหายใจหนึ่งเฮือกหวงซันตอบสนองการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วนี้ไม่ทัน

           “ยอดฝีมือ บุรุษผู้นี้คือยอดฝีมือ!”

           หวงซันแสดงสีหน้าตกตะลึงรูม่านตาหด จากประสบการณ์ของเขาที่เคยเดินทางใช้ชีวิตใน เทือกเขาอู้ตูสมัยก่อน เขามั่นใจว่าบุรุษที่อยู่ต่อหน้าเขาคือยอดฝีมือคนหนึ่งเขาคาดการณ์ผิดไป บุรุษผู้นี้มีความสามารถเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

           “ปึง!”

           ชายชุดม่วงยื่นมือข้างหนึ่งกางมือราวกับสยายกรงเล็บฉีกอากาศพุ่งเข้าไปเข้าหวงซัน

           หวงซันแสดงสีหน้าตกใจมากอย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานพลังปราณพุ่งออกมาจากใต้เท้า รีบถอยหลังหลบไปอย่างไวพร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง “นายท่านสามช่วยด้วยบุรุษผู้นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว”

           “ฟึบ!”

           บุรุษชุดม่วงคว้าหวงซันไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยระดับฌานขั้นนั้นของเขาไม่อาจหลบหนีไปได้

           เพิ่งจะถอยหลังมาสองก้าวหวงซันก็ถูกจิกบ่าเอาไว้แน่นแล้วฝ่ามือกรงเล็บที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณของตู้เซ่าฝู่โจมตีทะลุผ่านร่างที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณของหวงซันเข้าไปจิกที่จุดชีพจรบริเวณหัวไหล่

           หวงซันร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดทั้งร่างอ่อนเปลี้ยหมดเรี่ยวแรง

           “อ๊าก……”

           ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงเสียดแทงไปถึงหัวใจทำให้หวงซันหน้าซีดขึ้นมาทันทีเสียงร้องของเขาดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น

           “ซู่ๆ!”

           บริเวณลานในร้านเงียบสงบเพียงครู่หนึ่งจากนั้นก็มีเงาของคนจำนวนมากกระโดดออกมาอีกเงามืดอีกจำนวนมากเงาของคนหลายสิบคนรีบร้อนออกมา เมื่อเห็นพรรคพวกที่นอนเลือดอาบกระจายอยู่ที่พื้นสีหน้าก็เปลี่ยน ทุกคนแสดงสีหน้าท่าทางที่ระแวงยิ่งขึ้นพวกเขาตั้งท่าล้อมรอบชายชุดม่วงอย่างระมัดระวัง

           “ปล่อยเขาซะแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”

           เสียงทุ้มของบุรุษคนหนึ่งดังขึ้นมา ผู้อาวุโสที่สวมชุดจอมยุทธอายุราวๆห้าสิบกว่าเดินออกมาจากเรือนด้านใน รอบๆมีผู้ฝึกฌานที่มีลมปราณที่แก่กล้าจำนวนมากติดตาม

           “นายท่านสามช่วยข้าด้วยนายท่านสามช่วยข้าด้วย” เมื่อหวงซันเห็นจอมยุทธอาวุโสผู้นั้นเดินออกมาก็รีบร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ สีหน้าของเขาซีดจาง

           ชายชุดม่วงเงยศีรษะเล็กน้อยหันไปทางจอมยุทธอาวุโสคนนั้นพลันกล่าว่า “ข้ามาเพื่อแลกเงินรางวัลจากใบแทงผู้ประลอง ทั้งหมดห้าล้านสองแสนแปดพันเสวียนเพราะเมื่อกี้พวกเจ้าคิดจะมาสังหารข้าอีก คิดค่าเสียหายอีกห้าล้านข้าใจดีปัดเศษให้ ให้ข้ามาทั้งหมดสิบล้านเสวียนก็พอ แล้วข้าจะไปดีๆ”

           “สิบล้านเสวียนฮ่าๆ……”

           จอมยุทธอาวุโสคนนั้นไม่โมโหแต่กลับหัวเราะออกมาสิ่งที่เขาได้ยินเป็นคำพูดที่ทำให้เขารู้สึกขำที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเมื่อหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่แล้วสีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นมารอบกายของเขามีลมปราณระเบิดพุ่งออกมา พลังปราณเคลื่อนไหวรอบกายราวกับมีคลื่นซัดเป็นพลังปราณที่รุนแรงทำให้ผู้ที่อยู่รอบๆ รู้สึกหายใจติดขัด

           “ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใครวันนี้เจ้าคงออกจากร้านเป่าไหลไม่ได้แล้วล่ะ เจ้าต้องตายแน่นอน!”

           ผู้อาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายแววตาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร

           “นายท่านสามช่วยข้าน้อยด้วยนายท่านสามขอรับ!”

           หวงซันสีหน้าซีดเผือดแววตาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว ทว่าที่จริงแล้วนายท่านสามของเขาไม่ได้สนใจว่าเขาจะเป็นหรือตายหรืออย่างไร

           “เหมือนว่าจะแข็งแกร่งกว่าเฉาฉี่ไท่อีกขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับแล้วงั้นหรือ ฝีมือไม่เลวเลยจริงๆ”

           ชายชุดม่วงมองจอมยุทธอาวุโสกล่าวต่อว่า “ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง เพิ่มอีกห้าล้าน เป็นสิบห้าล้านเสวียน แล้วข้าจะทำเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น”

           “สิบห้าล้านเสวียน!”

           จอมยุทธอาวุโสยิ้มอย่างเย็นชาสิบห้าล้านเสวียน ร้านเป่าไหลทั้งร้านรวมกันยังมีมูลค่าไม่ถึงจำนวนเท่านี้เลย กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยที่คอยหนุนร้านเป่าไหลเองก็ยังหาเงินจำนวนเท่านี้ออกมาไม่ได้

           สิบห้าล้านเสวียน เกรงว่าทั้งเมืองสือเฉิงคงมีเพียงสุดยอดห้าสกุลเท่านั้นที่มีถึง

           จอมยุทธอาวุโสจ้องมองชายชุดม่วงด้วยสีหน้าเย็นชากล่าวว่า “เจ้าช่างรนหาที่ตายจริงๆ มีทางดีๆ ให้ไม่เลือก เลือกที่จะลงนรก”

           “ข้าให้โอกาสแล้วนะจำไว้ เจ้าปฏิเสธไม่รับมันไว้เอง” พูดตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

           “ใกล้ตายแล้วยังจะมาพูดจาโอหังอีกนะ!”

           จอมยุทธอาวุโสแสยะยิ้มปล่อยพลังปราณพลุ่งพล่านออกมา มีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมา รอบกาย พร้อมกันแผ่พลังจิตสังหารอย่างรุนแรงเขาเป็นถึงหัวหน้าสามของกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัย แม้ตอนนี้เขาจะทำหน้าที่รับผิดชอบร้านเป่าไหลแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะฆ่าคนไม่เป็น

           เป็นถึงกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มสามของกลุ่มนักล่าอสูรกลุ่มใหญ่ที่จัดอยู่ในอันดับต้นๆของแนวเทือกเขาอสุรกาย ความโหดร้ายและพลังความสามารถของเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด

           “โฮก!”

           ขณะนั้นเองที่จอมยุทธอาวุโสคนนี้กำลังปล่อยพลังปราณก็มีเสียงเสือตัวหนึ่งดังออกมาจากบนท้องฟ้า ดังสนั่นไปทั่วเมืองสือเฉิงเสือปริศนาตัวนั้นปล่อยพลังอันดุดันและร้ายกาจออกมา

           ทันใดนั้น ทั้งเมืองสือเฉิงก็สนั่นหวั่นไหวเสียงคำรามของเสือตัวนี้ดังรุนแรงมาก ราวกับเสียงฟ้าร้อง ยอดฝีมือจากแต่ละบ้านสกุลใหญ่เริ่มไหวตัวพุ่งออกมาสังเกตเหตุการณ์

           “เสียงอสูรคำรามมีอสูรร้ายบุกเข้ามาในเมืองสือเฉิง!”

           “แย่แล้ว มีอสูรร้ายบุกเข้ามาในเมืองสือเฉิงแล้ว!”……

           แต่ละบ้านสกุลใหญ่มีเงาคนมากมายปรากฏตัว เมื่อยอดฝีมือแต่ละคนจากแต่ละบ้านสกุลได้ยินต่างก็พุ่งเข้าไปหาต้นเสียงของอสุรที่คำรามการเป็นบ้านสกุลใหญ่ที่มีอิทธิพลในเมืองสือเฉิงพวกเขาเองก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะปกป้องเมืองสือเฉิง

           มีอสูรพยัคฆ์ร่างยักษ์ที่มีปีกกลางหลังร่างเป็นตัวกิเลนที่บนร่างมีอักษรตัว “หวัง” ที่แปลว่าราชาอยู่มันร้องแผดเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อมันสยายปีกสองข้างขนาดของมันใหญ่ราวๆ ยี่สิบจั้งเลยทีเดียวอสูรพยัคฆ์ร่างยักษ์กระโจนเข้าไปหาจอมยุทธอาวุโสเพื่อตะครุบเหยื่ออย่างโหดร้ายท่าทางสยดสยองมาก (1 จั้ง = 333.33 ซม.)

           “อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอสุรกายขั้นชีพจรประสานวิญญาณเหตุใดจึงมีอสูรที่ร้ายกาจขนาดนี้บุกเข้ามาในเมืองสือเฉิงได้!”

           เมื่อเกิดเหตุการณ์กะทันหันเช่นนี้ทำให้จอมยุทธอาวุโสรีบหันขึ้นไปมองบนท้องฟ้า เมื่อพบเห็นอสูรพยัคฆ์สีหน้าเคร่งขรึมก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวในทันที เขาหยุดสนใจในตัวชายหนุ่มชุดม่วงที่อยู่ด้านหน้ารีบถอยหนีไปในทันที ความกล้าในการต่อสู้หดหายไปในฉับพลัน

           “โฮก!”

           อสูรพยัคฆ์คำรามแผดเสียงจนแสบแก้วหูไปหมดมันกระโจนเข้าไปจู่โจมจอมยุทธอาวุโส สยายปีกสองข้างและกระพือปีกซัดไปหาสิ่งของบริเวณนั้นถูกพัดอย่างจังจนแตกเป็นเสี่ยงๆมีเสียงโครมครามดังติดต่อกันไม่ขาดสาย

           “อ๊าก……”

           จอมยุทธอาวุโสร้องโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวดหนีถอยไปได้เพียงนิดเดียวก็ถูกกรงเล็บห่อด้วยพลังจากอักษรยันต์ของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตะครุบที่หลังหลังของเขามีโลหิตพุ่งกระฉูดออกมาทันใดกรงเล็บของมันจิกลึกลงไปจนถึงชั้นกระดูกจนกระดูกหลังหักทั้งหลังเขาร้องออกมาด้วยความทรมานรวดร้าวในทันที

           เพียงแต่เสียงร้องนี้เพิ่งดังออกมาเพียงไม่กี่วินาทีหัวหน้าสามผู้น่าสงสารคนนี้ก็ถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขย้ำและกลืนลงท้องเข้าไปเลย

           หัวหน้าสามคนนี้คงไม่เคยคาดคิดว่าวันนี้จะถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวหนึ่งที่มีพลังฌานถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณมาปรากฏตัวและจู่โจมเขมือบเขาไปอย่างโหดร้ายทารุณเช่นนี้

           เมื่ออสูรราชาพยัคฆ์กิเลนรูปร่างมโหฬารตัวนี้สังหารจอมยุทธอาวุโสไปแล้วมันก็ไม่สนใจคนอื่นอีก สยายปีกบินขึ้นฟ้าและคำรามปีกอันทรงพลังของมันจนทำให้เกิดลมแรงบริเวณนั้นจากนั้นมันก็บินขึ้นนภาจากตรงนั้นไปในทันที

           อยู่ดีๆก็มีอสูรพยัคฆ์ปรากฏตัวมา และจากไปอย่างรวดเร็วทว่าความร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวของมันยังตราตรึงอยู่ในจนของทุกคนตรงนั้นทุกคนรู้สึกหายใจติดขัด เหงื่อตก ผ่านไปสักพักจึงจะดึงสติกลับมาได้

           “นายท่านสามต้องมาตายไปเช่นนี้หรือนี่?”

           เมื่อคนกว่าสิบคนเริ่มได้สติกลับคืนมาแล้วต่างก็จ้องมองหน้ากันอย่างงงงวย นายท่านสามที่เก่งกาจไร้เทียมทานที่สุดในใจของพวกเขาสุดท้ายต้องมามีจุดจบถูกฆ่าตายไปง่ายๆ เช่นนี้

           “กึกๆ!”

           หวงซันที่ถูกชายชุดม่วงคว้าตัวไว้ในมือเพิ่งได้สติกลับมาจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ เขากลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกหวาดกลัวร้อนใจจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว

           “ตอนนี้เจ้าจะจ่ายสิบห้าล้านเสวียนให้ข้าได้แล้วหรือยัง?” ชายชุดม่วงดึงร่างของหวงซันเข้ามากประชิดหน้ามากๆ และเอ่ยถาม

           “ท่านเอ้ยไม่ นายท่าน สิบห้าล้านเสวียนข้าไม่มีจริงๆ เงินและสินค้าทั้งร้านเป่าไหลรวมกันยังมีไม่ถึงเลยทว่าข้ารู้ว่าทางร้านได้กำไรจากการเปิดวางเงินเดิมพันในการประลองของวัยรุ่นจากสุดยอดห้าสกุลมาทั้งหมดสองล้านเสวียนมีเพียงเท่านี้แล้ว นายท่านไว้ชีวิตด้วย”

           หวงซันอ้อนวอนร้องขอชีวิตหัวหน้าสามถูกอสูรพยัคฆ์ที่ปรากฏตัวออกมาอย่างปริศนากินลงท้องไปแล้วเขาไม่มีใครให้พึ่งอีกแล้ว

           “สองล้านหรือไม่พอนะ บัญชีหนี้นี้คงต้องทยอยคืนแล้วล่ะ”

           ชายหนุ่มชุดม่วงพูดจบก็จ้องมองไปบริเวณรอบๆ เขาเปิดผ้าคลุมศีรษะ ถอดออกมาแล้วโยนไปข้างๆแสดงใบหน้าคมคายของเขาออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

           เมื่อทุกคนเห็นใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มคนนี้ทุกคนก็สีหน้าเปลี่ยน ตะลึง เริ่มหันมามองหน้าจ้องตากัน

           “ตู้เซ่าฝู่ทำไมถึงเป็นตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้ได้!”

           ในที่สุดหวงซันก็ได้เห็นใบหน้าชายหนุ่มปริศนาคนนี้อย่างชัดเจนแววตาของเขาตกตะลึงอย่างมาก จากนั้นใจก็รู้สึกสิ้นหวังและเศร้าหมอง

           มิน่าล่ะหวงซันจึงรู้สึกคุ้นๆเมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่มชุดม่วงคนนี้ รูปร่างและเสียงของเขาเหมือนเคยพบเห็นและได้ยินที่ไหนมาก่อนที่แท้คนที่ชนะจนร้านเป่าไหลล้มละลาย ก็คือคุณชายน้อยตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้ที่ชนะเลิศจากการประลองสุดยอดห้าสกุลเมื่อวานเด็กหนุ่มที่มีพลังความสามารถร้ายกาจและบ้าระห่ำที่สุดคนนั้น

           ขณะนั้นเอง หวงซันสีหน้าเศร้าหมองในทันทีเขามั่นใจว่าหากหัวหน้าสามรู้แต่แรกว่าคือผู้ชนะ คือตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้น่าจะไม่กล้าวางแผนทำอะไรแผลงๆ เช่นนี้อยากมากก็แค่ทยอยหาเงินส่งคืนบ้านสกุลตู้ยังจะดีเสียกว่า

           ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยวันก่อนนู้นตอนเย็นเขาเพิ่งขายถุงหยินหยางสามใบที่มีในตัวไปพร้อมกับกัดฟันขายสมบัติล้ำค่าให้กับร้านค้าของบ้านสกุลตู้ไปตั้งมากมายสุดท้ายรวบรวมเงินมาได้เพียงสามหมื่นสามพันเสวียนเขาจึงคิดวิธีหาเงินด้วยการวางเงินเดิมพันจากการประลอง จะได้มีเงินไว้ใช้ในชีวิตที่ช่วงนี้เงินและทรัพย์สินค่อยๆร่อยหรอลงเรื่อยๆ

           ทุกครั้งที่เจินชิงฉุนสกัดยาต้องใช้ยาวิเศษที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆหากเขาไม่หาเงินก็คงประคับประคองการเงินของตัวเองไม่ไหวแล้ว

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246