“เจ้าหนู ชาติหน้าเกิดมาทำตัวให้ฉลาดๆ หน่อย อย่าโลภมากขนาดนี้เงินจากร้านเป่าไหลของข้าจะมาเอาไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”หวงซันแสยะยิ้ม โบกมือเบาๆ เรียกสมุนจำนวนยี่สิบคนให้ลงมือ
“เก็บมัน”
ชายยี่สิบคนปล่อยพลังปราณออกมาในมือทุกคนต่างถืออาวุธพร้อมกับกระโจนเข้าไปรุมชายชุดม่วงคนนั้น มีมีดเล่มหนึ่งฟันไปที่ผ้าคลุมที่ปิดศีรษะชายชุดม่วงคนนั้น
“ฟึบ!”
ขณะที่มีดอันแหลมคมห่อหุ้มด้วยพลังปราณเล่มนั้นกำลังหวดโดนชายชุดม่วงเงาของชายคนนั้นก็หายไปในพริบตา
“ปึง!”
เสียงทุ้มดังจากการกระแทกดังขึ้นมาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตอบสนองกันไม่ทันเห็นเพียงเงาคนที่หวดมีดคนนั้นกระเด็นถอยหลังลอยไปไกลพร้อมกับเห็นโลหิตพุ่งกระจายออกมาจากตัวเขาร่างของเขากระแทกกับพื้นที่ไกลออกไปอย่างแรงดังปึงจากนั้นเขาก็นิ่งไม่ขยับไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
“ปึงปึงปึง!”
“อ๊าก……”
ได้ยินเสียงกระแทกปึงปังดังต่อเนื่องมีเสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นมาไม่ขาดสายพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดตามมาไม่หยุด
เงาสีม่วงพุ่งแวบไปมา ชายเกือบยี่สิบคนกระเด็นลอยกระจายไปคนละทิศละทางนอนแผ่กับพื้นสภาพดูไม่ได้ พื้นบริเวณนั้นมีเลือดนองกระจายหลายจุดเต็มพื้นมีกลิ่นคาวของเลือดลอยฟุ้ง เป็นที่น่ากลัวน่าสยองมาก
“ฟึบ!”
สุดท้ายชายชุดม่วงก็ปรากฏตัวต่อหน้าหวงซันเพียงในช่วงเวลาลมหายใจหนึ่งเฮือกหวงซันตอบสนองการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วนี้ไม่ทัน
“ยอดฝีมือ บุรุษผู้นี้คือยอดฝีมือ!”
หวงซันแสดงสีหน้าตกตะลึงรูม่านตาหด จากประสบการณ์ของเขาที่เคยเดินทางใช้ชีวิตใน เทือกเขาอู้ตูสมัยก่อน เขามั่นใจว่าบุรุษที่อยู่ต่อหน้าเขาคือยอดฝีมือคนหนึ่งเขาคาดการณ์ผิดไป บุรุษผู้นี้มีความสามารถเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
“ปึง!”
ชายชุดม่วงยื่นมือข้างหนึ่งกางมือราวกับสยายกรงเล็บฉีกอากาศพุ่งเข้าไปเข้าหวงซัน
หวงซันแสดงสีหน้าตกใจมากอย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานพลังปราณพุ่งออกมาจากใต้เท้า รีบถอยหลังหลบไปอย่างไวพร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง “นายท่านสามช่วยด้วยบุรุษผู้นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว”
“ฟึบ!”
บุรุษชุดม่วงคว้าหวงซันไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยระดับฌานขั้นนั้นของเขาไม่อาจหลบหนีไปได้
เพิ่งจะถอยหลังมาสองก้าวหวงซันก็ถูกจิกบ่าเอาไว้แน่นแล้วฝ่ามือกรงเล็บที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณของตู้เซ่าฝู่โจมตีทะลุผ่านร่างที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณของหวงซันเข้าไปจิกที่จุดชีพจรบริเวณหัวไหล่
หวงซันร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดทั้งร่างอ่อนเปลี้ยหมดเรี่ยวแรง
“อ๊าก……”
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงเสียดแทงไปถึงหัวใจทำให้หวงซันหน้าซีดขึ้นมาทันทีเสียงร้องของเขาดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น
“ซู่ๆ!”
บริเวณลานในร้านเงียบสงบเพียงครู่หนึ่งจากนั้นก็มีเงาของคนจำนวนมากกระโดดออกมาอีกเงามืดอีกจำนวนมากเงาของคนหลายสิบคนรีบร้อนออกมา เมื่อเห็นพรรคพวกที่นอนเลือดอาบกระจายอยู่ที่พื้นสีหน้าก็เปลี่ยน ทุกคนแสดงสีหน้าท่าทางที่ระแวงยิ่งขึ้นพวกเขาตั้งท่าล้อมรอบชายชุดม่วงอย่างระมัดระวัง
“ปล่อยเขาซะแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
เสียงทุ้มของบุรุษคนหนึ่งดังขึ้นมา ผู้อาวุโสที่สวมชุดจอมยุทธอายุราวๆห้าสิบกว่าเดินออกมาจากเรือนด้านใน รอบๆมีผู้ฝึกฌานที่มีลมปราณที่แก่กล้าจำนวนมากติดตาม
“นายท่านสามช่วยข้าด้วยนายท่านสามช่วยข้าด้วย” เมื่อหวงซันเห็นจอมยุทธอาวุโสผู้นั้นเดินออกมาก็รีบร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ สีหน้าของเขาซีดจาง
ชายชุดม่วงเงยศีรษะเล็กน้อยหันไปทางจอมยุทธอาวุโสคนนั้นพลันกล่าว่า “ข้ามาเพื่อแลกเงินรางวัลจากใบแทงผู้ประลอง ทั้งหมดห้าล้านสองแสนแปดพันเสวียนเพราะเมื่อกี้พวกเจ้าคิดจะมาสังหารข้าอีก คิดค่าเสียหายอีกห้าล้านข้าใจดีปัดเศษให้ ให้ข้ามาทั้งหมดสิบล้านเสวียนก็พอ แล้วข้าจะไปดีๆ”
“สิบล้านเสวียนฮ่าๆ……”
จอมยุทธอาวุโสคนนั้นไม่โมโหแต่กลับหัวเราะออกมาสิ่งที่เขาได้ยินเป็นคำพูดที่ทำให้เขารู้สึกขำที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเมื่อหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่แล้วสีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นมารอบกายของเขามีลมปราณระเบิดพุ่งออกมา พลังปราณเคลื่อนไหวรอบกายราวกับมีคลื่นซัดเป็นพลังปราณที่รุนแรงทำให้ผู้ที่อยู่รอบๆ รู้สึกหายใจติดขัด
“ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใครวันนี้เจ้าคงออกจากร้านเป่าไหลไม่ได้แล้วล่ะ เจ้าต้องตายแน่นอน!”
ผู้อาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายแววตาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
“นายท่านสามช่วยข้าน้อยด้วยนายท่านสามขอรับ!”
หวงซันสีหน้าซีดเผือดแววตาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว ทว่าที่จริงแล้วนายท่านสามของเขาไม่ได้สนใจว่าเขาจะเป็นหรือตายหรืออย่างไร
“เหมือนว่าจะแข็งแกร่งกว่าเฉาฉี่ไท่อีกขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับแล้วงั้นหรือ ฝีมือไม่เลวเลยจริงๆ”
ชายชุดม่วงมองจอมยุทธอาวุโสกล่าวต่อว่า “ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง เพิ่มอีกห้าล้าน เป็นสิบห้าล้านเสวียน แล้วข้าจะทำเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น”
“สิบห้าล้านเสวียน!”
จอมยุทธอาวุโสยิ้มอย่างเย็นชาสิบห้าล้านเสวียน ร้านเป่าไหลทั้งร้านรวมกันยังมีมูลค่าไม่ถึงจำนวนเท่านี้เลย กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยที่คอยหนุนร้านเป่าไหลเองก็ยังหาเงินจำนวนเท่านี้ออกมาไม่ได้
สิบห้าล้านเสวียน เกรงว่าทั้งเมืองสือเฉิงคงมีเพียงสุดยอดห้าสกุลเท่านั้นที่มีถึง
จอมยุทธอาวุโสจ้องมองชายชุดม่วงด้วยสีหน้าเย็นชากล่าวว่า “เจ้าช่างรนหาที่ตายจริงๆ มีทางดีๆ ให้ไม่เลือก เลือกที่จะลงนรก”
“ข้าให้โอกาสแล้วนะจำไว้ เจ้าปฏิเสธไม่รับมันไว้เอง” พูดตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ใกล้ตายแล้วยังจะมาพูดจาโอหังอีกนะ!”
จอมยุทธอาวุโสแสยะยิ้มปล่อยพลังปราณพลุ่งพล่านออกมา มีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมา รอบกาย พร้อมกันแผ่พลังจิตสังหารอย่างรุนแรงเขาเป็นถึงหัวหน้าสามของกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัย แม้ตอนนี้เขาจะทำหน้าที่รับผิดชอบร้านเป่าไหลแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะฆ่าคนไม่เป็น
เป็นถึงกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มสามของกลุ่มนักล่าอสูรกลุ่มใหญ่ที่จัดอยู่ในอันดับต้นๆของแนวเทือกเขาอสุรกาย ความโหดร้ายและพลังความสามารถของเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด
“โฮก!”
ขณะนั้นเองที่จอมยุทธอาวุโสคนนี้กำลังปล่อยพลังปราณก็มีเสียงเสือตัวหนึ่งดังออกมาจากบนท้องฟ้า ดังสนั่นไปทั่วเมืองสือเฉิงเสือปริศนาตัวนั้นปล่อยพลังอันดุดันและร้ายกาจออกมา
ทันใดนั้น ทั้งเมืองสือเฉิงก็สนั่นหวั่นไหวเสียงคำรามของเสือตัวนี้ดังรุนแรงมาก ราวกับเสียงฟ้าร้อง ยอดฝีมือจากแต่ละบ้านสกุลใหญ่เริ่มไหวตัวพุ่งออกมาสังเกตเหตุการณ์
“เสียงอสูรคำรามมีอสูรร้ายบุกเข้ามาในเมืองสือเฉิง!”
“แย่แล้ว มีอสูรร้ายบุกเข้ามาในเมืองสือเฉิงแล้ว!”……
แต่ละบ้านสกุลใหญ่มีเงาคนมากมายปรากฏตัว เมื่อยอดฝีมือแต่ละคนจากแต่ละบ้านสกุลได้ยินต่างก็พุ่งเข้าไปหาต้นเสียงของอสุรที่คำรามการเป็นบ้านสกุลใหญ่ที่มีอิทธิพลในเมืองสือเฉิงพวกเขาเองก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะปกป้องเมืองสือเฉิง
มีอสูรพยัคฆ์ร่างยักษ์ที่มีปีกกลางหลังร่างเป็นตัวกิเลนที่บนร่างมีอักษรตัว “หวัง” ที่แปลว่าราชาอยู่มันร้องแผดเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อมันสยายปีกสองข้างขนาดของมันใหญ่ราวๆ ยี่สิบจั้งเลยทีเดียวอสูรพยัคฆ์ร่างยักษ์กระโจนเข้าไปหาจอมยุทธอาวุโสเพื่อตะครุบเหยื่ออย่างโหดร้ายท่าทางสยดสยองมาก (1 จั้ง = 333.33 ซม.)
“อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอสุรกายขั้นชีพจรประสานวิญญาณเหตุใดจึงมีอสูรที่ร้ายกาจขนาดนี้บุกเข้ามาในเมืองสือเฉิงได้!”
เมื่อเกิดเหตุการณ์กะทันหันเช่นนี้ทำให้จอมยุทธอาวุโสรีบหันขึ้นไปมองบนท้องฟ้า เมื่อพบเห็นอสูรพยัคฆ์สีหน้าเคร่งขรึมก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวในทันที เขาหยุดสนใจในตัวชายหนุ่มชุดม่วงที่อยู่ด้านหน้ารีบถอยหนีไปในทันที ความกล้าในการต่อสู้หดหายไปในฉับพลัน
“โฮก!”
อสูรพยัคฆ์คำรามแผดเสียงจนแสบแก้วหูไปหมดมันกระโจนเข้าไปจู่โจมจอมยุทธอาวุโส สยายปีกสองข้างและกระพือปีกซัดไปหาสิ่งของบริเวณนั้นถูกพัดอย่างจังจนแตกเป็นเสี่ยงๆมีเสียงโครมครามดังติดต่อกันไม่ขาดสาย
“อ๊าก……”
จอมยุทธอาวุโสร้องโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวดหนีถอยไปได้เพียงนิดเดียวก็ถูกกรงเล็บห่อด้วยพลังจากอักษรยันต์ของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตะครุบที่หลังหลังของเขามีโลหิตพุ่งกระฉูดออกมาทันใดกรงเล็บของมันจิกลึกลงไปจนถึงชั้นกระดูกจนกระดูกหลังหักทั้งหลังเขาร้องออกมาด้วยความทรมานรวดร้าวในทันที
เพียงแต่เสียงร้องนี้เพิ่งดังออกมาเพียงไม่กี่วินาทีหัวหน้าสามผู้น่าสงสารคนนี้ก็ถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขย้ำและกลืนลงท้องเข้าไปเลย
หัวหน้าสามคนนี้คงไม่เคยคาดคิดว่าวันนี้จะถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวหนึ่งที่มีพลังฌานถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณมาปรากฏตัวและจู่โจมเขมือบเขาไปอย่างโหดร้ายทารุณเช่นนี้
เมื่ออสูรราชาพยัคฆ์กิเลนรูปร่างมโหฬารตัวนี้สังหารจอมยุทธอาวุโสไปแล้วมันก็ไม่สนใจคนอื่นอีก สยายปีกบินขึ้นฟ้าและคำรามปีกอันทรงพลังของมันจนทำให้เกิดลมแรงบริเวณนั้นจากนั้นมันก็บินขึ้นนภาจากตรงนั้นไปในทันที
อยู่ดีๆก็มีอสูรพยัคฆ์ปรากฏตัวมา และจากไปอย่างรวดเร็วทว่าความร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวของมันยังตราตรึงอยู่ในจนของทุกคนตรงนั้นทุกคนรู้สึกหายใจติดขัด เหงื่อตก ผ่านไปสักพักจึงจะดึงสติกลับมาได้
“นายท่านสามต้องมาตายไปเช่นนี้หรือนี่?”
เมื่อคนกว่าสิบคนเริ่มได้สติกลับคืนมาแล้วต่างก็จ้องมองหน้ากันอย่างงงงวย นายท่านสามที่เก่งกาจไร้เทียมทานที่สุดในใจของพวกเขาสุดท้ายต้องมามีจุดจบถูกฆ่าตายไปง่ายๆ เช่นนี้
“กึกๆ!”
หวงซันที่ถูกชายชุดม่วงคว้าตัวไว้ในมือเพิ่งได้สติกลับมาจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ เขากลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกหวาดกลัวร้อนใจจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว
“ตอนนี้เจ้าจะจ่ายสิบห้าล้านเสวียนให้ข้าได้แล้วหรือยัง?” ชายชุดม่วงดึงร่างของหวงซันเข้ามากประชิดหน้ามากๆ และเอ่ยถาม
“ท่านเอ้ยไม่ นายท่าน สิบห้าล้านเสวียนข้าไม่มีจริงๆ เงินและสินค้าทั้งร้านเป่าไหลรวมกันยังมีไม่ถึงเลยทว่าข้ารู้ว่าทางร้านได้กำไรจากการเปิดวางเงินเดิมพันในการประลองของวัยรุ่นจากสุดยอดห้าสกุลมาทั้งหมดสองล้านเสวียนมีเพียงเท่านี้แล้ว นายท่านไว้ชีวิตด้วย”
หวงซันอ้อนวอนร้องขอชีวิตหัวหน้าสามถูกอสูรพยัคฆ์ที่ปรากฏตัวออกมาอย่างปริศนากินลงท้องไปแล้วเขาไม่มีใครให้พึ่งอีกแล้ว
“สองล้านหรือไม่พอนะ บัญชีหนี้นี้คงต้องทยอยคืนแล้วล่ะ”
ชายหนุ่มชุดม่วงพูดจบก็จ้องมองไปบริเวณรอบๆ เขาเปิดผ้าคลุมศีรษะ ถอดออกมาแล้วโยนไปข้างๆแสดงใบหน้าคมคายของเขาออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
เมื่อทุกคนเห็นใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มคนนี้ทุกคนก็สีหน้าเปลี่ยน ตะลึง เริ่มหันมามองหน้าจ้องตากัน
“ตู้เซ่าฝู่ทำไมถึงเป็นตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้ได้!”
ในที่สุดหวงซันก็ได้เห็นใบหน้าชายหนุ่มปริศนาคนนี้อย่างชัดเจนแววตาของเขาตกตะลึงอย่างมาก จากนั้นใจก็รู้สึกสิ้นหวังและเศร้าหมอง
มิน่าล่ะหวงซันจึงรู้สึกคุ้นๆเมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่มชุดม่วงคนนี้ รูปร่างและเสียงของเขาเหมือนเคยพบเห็นและได้ยินที่ไหนมาก่อนที่แท้คนที่ชนะจนร้านเป่าไหลล้มละลาย ก็คือคุณชายน้อยตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้ที่ชนะเลิศจากการประลองสุดยอดห้าสกุลเมื่อวานเด็กหนุ่มที่มีพลังความสามารถร้ายกาจและบ้าระห่ำที่สุดคนนั้น
ขณะนั้นเอง หวงซันสีหน้าเศร้าหมองในทันทีเขามั่นใจว่าหากหัวหน้าสามรู้แต่แรกว่าคือผู้ชนะ คือตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้น่าจะไม่กล้าวางแผนทำอะไรแผลงๆ เช่นนี้อยากมากก็แค่ทยอยหาเงินส่งคืนบ้านสกุลตู้ยังจะดีเสียกว่า
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยวันก่อนนู้นตอนเย็นเขาเพิ่งขายถุงหยินหยางสามใบที่มีในตัวไปพร้อมกับกัดฟันขายสมบัติล้ำค่าให้กับร้านค้าของบ้านสกุลตู้ไปตั้งมากมายสุดท้ายรวบรวมเงินมาได้เพียงสามหมื่นสามพันเสวียนเขาจึงคิดวิธีหาเงินด้วยการวางเงินเดิมพันจากการประลอง จะได้มีเงินไว้ใช้ในชีวิตที่ช่วงนี้เงินและทรัพย์สินค่อยๆร่อยหรอลงเรื่อยๆ
ทุกครั้งที่เจินชิงฉุนสกัดยาต้องใช้ยาวิเศษที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆหากเขาไม่หาเงินก็คงประคับประคองการเงินของตัวเองไม่ไหวแล้ว