ภายในห้องแห่งหนึ่งที่มีแสงสลั่วๆเห็นเพียงแสงไฟหลากสีวูบวาบพร้อมเสียงเพลงสายตื๊ดดังกระหึ่มภายในห้องนั้นมีสาวเงือกแสนงามมากมายกำลังนั่งรายล้อมอ่างอาบน้ำจากุชี่ซึ่งมีชายวัยกลางคนกำลังนอนแช่อย่างสบายอารมณ์พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆชั้นยอดซึ่งภาพนี้มันคือสวรรค์ของชายเราชัดๆหึมมม ถัดเหนือหัวไปยังกำแพงห้องคือสามง้ามวาววับ
แต่ทว่าอย่างคำคนเวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอเมื่อรูเซียโน่ในร่างเทพโพไซดอนเห็นข้อความที่ส่งจากโลกภายนอกคนส่งคือชิงหลงเขาจึงรีบเปิดอ่านทันทีเพราะเขาสั่งไว้แล้วว่าห้ามใครขัดแต่ถึงขนาดชิงหลงขัดคำสั่งเขาคงเป็นเรื่องร้ายแรงจริงๆ
(ท่านครับภรรยาท่านมาหาผมได้เปิดสภาพของท่านตอนนี้ให้ภรรยาท่านเห็นเนื่องจากมิอาจปกปิดได้ภรรยาท่านบอกว่าให้ใส่ชุดกันกระสุนไปด้วยเธอจะรอที่บ้าน)
ซึ่งเมื่อรูเซียโน่อ่านข้อความในจดหมายก็ทำเอาแก้วไวน์ในมือหล่นลงอ่างน้ำทันทีหัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นก่อนจะรีบรุกรี้รุกรนลุกขึ้นทันทีด้วยท่าทางร้อนรนสีหน้าปั้นยากถึงขีดสุด
“เวรแท้ไอ้ห่าเอ่ยยทำไม่บอกว่าฉันไปธุระฟร่ะ เอะเดี๋ยวนะถ้าตรูโดนซ้อมวันนี้พรุ้งนี้เจ้าศิลามันจะมาบ้านถ้าหน้าตรูบวมเสียมาดว่าที่พ่อตาแย่เอาไว้ก่อนแล้วกันต้อนนี้ต้องรีบไปประจบเมียยยยจร๋าาาาาก่อนไม่งั้นล่ะงามอ่วมแน่ฉัน”
จากนั้นรูเซียโน่ก็ออฟไลน์ไปแต่ก็ไม่วายวางกับดักศิลาไว้อีกชั้นหนึ่งเพื่อถ่วงเวลา
***********************************
ณ.บ้านแห่งหนึ่งในกรุงโรม
บ้านสีขาวนวลตาสะอาดราวกับทิพวิมานภายในห้องทำงานที่สีแสงไฟสี
เหลืองสลั่วภายในห้องตกแต่งอย่างดีบนโต๊ะทำงานมีคอมพิวเตอร์ด้านหลังโต๊ะทำงานมีชั้นหนังสือยาวเท่าห้องถึงสามสิบเมตรสูงห้าสิบเมตร
ปรากฎชายวัยกลางคนอายุราวๆห้าสิบผมสีดำสนิทหน้าตาคมลึกล้ำแต่แฝงเล่นัยไว้อย่างไม่ปกปิดแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลกำลังนั่งอ่านเอกสารด้วยสีหน้าตึงเครียดซึ่งบนกระดาษเอกสารที่เขากำลังอ่านมีคำว่าอัลไซส์ระบุกำกับไว้ตัวโต
จากนั้นเขาก็เปิดคอมพิวเตอร์ก่อนจะไร่หาข้อมูลบางอย่างภายในโลกของDemonlord ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ที่เขากำลังอ่านมากจากกิลด์สวรรค์สร้างและกิลด์ริซาดภายในหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฎภาพของศิลาและฟ้าครามรวมถึงสดายุสัมพาที
“ภูติตนนี้หน้าคุ้นๆ” ชายปริศน่าพูดพร้อมกับนั่งหลับตาย้อนความคิดก่อนที่เขาจะเอ่ยลั่น
“คุณหนูฟ้าครามไอ้อาโนปากดีไม่ดูที่ฉันว่าแล้วทำไมจู่ๆตระกูลอัลไซส์ก็มาบีบกันเเบบนี้เล่นไม่ที่ต่ำที่สูง”
ก๊อก ก๊อก
“พ่อผมเข้าไปนะครับ”
เสียงประตูดังขึ้นพร้อมทั้งชายหนุ่มผมสีเงินหน้าตาคมเข้มเสื้อสีดำกางเกงสีดำเดินเข้ามาภายในห้องด้วยสีหน้าแสดงถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัวก่อนจะไปนั่งลงที่โซฟากลางห้อง
“เอกสารอะไรครับ”
อาโนเอ่ยถามทันทีเพราะเขาสังเกตุเห็นตัวหลังสือคำว่าอัลไซส์
“อาโนตอนที่แกปะทะกับศิลาในโลกจำลองแกพูดอะไรถึงคุณหนูตระกูลอัลไซส์หรือเปล่า”
พ่อของอาโนพูดด้วยสีหน้าจริงจังและเสียงขรึมพร้อมทั้งเดินเข้ามาหาอาโนทันทีทำเอาชายหนุ่มสะท้านวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหันหน้าไม่สบตาสู้พ่อของเขาแล้วจึงตอบ
“ก็พูดขู่มันไปว่าตระกูลเอาไซส์มีลูกสาวบางทีเธออาจจะหลงรักผมตั้งแต่แรกเห็นและมาเป็นของผมแบบง่ายๆและถึงตอนนั้นโลกDemonlordก็เหมือนเป็นของผม เมื่อนั้นมันจะไม่มีที่ยืนแต่ผมแค่พูดเป็นนัยๆเองนะครับ”
ปัก!
จบคำพูดของชายหนุ่มหมัดขวาของพ่อบังเกิดเกล้าก็ประเคนเข้าที่แก้มขวาจนชายหนุ่มเลือดกลบปากลงไปกองกับพื้นก่อนที่พ่อของเขาจะตวาดลั่นอย่างเดือดดานและเกรี้ยวกราด
“ไอ้ลูกโง้! แก่คิดว่าคำพูดของแกทางGMที่เขาจับตาผู้เล่นจะไม่ได้ยินหรือไงแถมตระกูลอัลไซส์มีลูกสาวเพียงคนเดียวซ้ำภูติประจำตัวไอ้ศิลานั่นนะคือคุณหนูฟ้าครามแกเข้าใจไหมไอ้สิ่งที่แกขู่มันน่ะมันเป็นสิ่งที่พวกเราโดนสะเองดูอ่านสะเอาสมองโง่ๆของแก่อ่านจะได้หยุดสร้างเรื่อง ฉันตามเช็ดให้แกไม่ไหวแล้ว”
พ่อของอาโนตวาดลั่นก่อนจะปาเอกสารอัดหน้าชายหนุ่มจนกระจุย
ปลิ่วว่อนก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งยังเก้าอี้พร้อมหลับตาหาความคิด
“เอกสารยกเลิกสัญญาและทวงหนี้สิน80,000ล้านเหรียญ” อาโนถึงกับหน้าซีดเผือดทบจะลมจับทันทีสีหน้าของเขาบ่งบอกถึงคำถามว่าทำไมทำไมกันเพียงแค่คำพูดข่มขู่ของเขา
“เรามีหนี้ขนาดยี้เลยหรอครับ”
“ถ้าไม่มีมันจะมีใบมาไหมล่ะไอ้สมองกรวงแถมแกก็ไปพูดดูถูกคุณหนูฟ้าครามตาอหน้าเธออีกงามหน้าไหมล่ะ”
อาโนถึงกับทรุดก้มหน้ากับพื้นทันทีอันที่จริงการทำธุรกิจการจะมีหนี้สินก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมันเป็นเงินหมุนเวียนแต่ยามนี้เขาถูกเรียกเก็บทั้งหมดทีเดียวภายในเจ็ดวันไม่งั้นบ้านบริษัททุกอย่างจะถูกตระกูลอัลไซส์ยึดเขาจะตกต่ำยิ่งกว่าศิลาซึ่งในขณะที่ศิลากำลังจะดีขึ้นเลื่อยเขามีแต่จะดิ่งลงเลื่อยๆจากนั้นพ่อของเขาก็แนะวิธีให้กับอาโน
“ไม่รู้ว่าไอ้ศิลากับคุณหนูฟ้าครามที่สนิทกันในโลกนั้นจะคบกันหรือเปล่าไม่สิตระกูลเอาไซส์คงไม่เอาคนจนๆแน่เพราะงั้นงานฉลองเกมแกต้องไปเข้าหาเธอสะถ้าเธอคบอยู่กับไอ้ศิลาแกก็แย่งมันมาเหมือนครั้งที่แกแย่งนางพลัมมาจากมันนั่นเป็นวิธีเดียวที่เราจะรักษาทุกอย่างไว้ได้ จำไว้พรุ้งนี้เตรียมตัวให้พร้อมซื้อของขวัญเอาใจหญิงสาวแล้วแกก็ขับรถหรูไปรับเธอที่บ้านบอกว่าแกอยากมารับน้องเขาไปงานฉลองเกม”
พ่อของอาโนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแววตาคาดหวังในตัวของลูกชาย
“ครับแล้วพลัมล่ะครับถ้าเธอรู้เข้ามันจะไม่?”
“คุณหนูฟ้าครามเธอเดินไม่ได้เธอคงไม่เลือกมากคงขอแต่มีชายหน้าตาดีเพอร์เฟคคบหาก็คงพอใจส่วนนางพลัมแกคุมอยู่ อยู่แล้วนี่แก่ก็ควบสองไปสะเลย”พ่อของอาโนตอบแนะนำลูกตามวิถีพ่อบังเกิดเกล้าควรทำแนะลูกให้เห็นผิดเป็นชอบ
***********************************
ทางด้านเมืองวังวลอัสนียามนี้เหตุการกำลังดุเดือดเลือดสาดถึงขีดสุดการตัดสินผลแพ้ชนะใกล้เข้ามาทุกขณะ เมื่อมองไปทางไหนก็มีแต่เปลวเพลิงที่รุกไหม้โหมกระน่ำส่งสีแดงเพลิงเหนือผืนฟ้าสายลมอันอับเฉาพัดผ่านร่างซากศพนับไม่ถ้วนชนิดที่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าศพไหนคือคนของฝั่งไหน
เลือดสีแดงสดไหลนองพื้นผสมกับสายน้ำที่ไหลออกมาจากสายฝนในอาณาเขตของเพิร์จไหลนองจนพื้นดินชุ่มฉ่ำไปด้วยเลือดสีแดงสดเศษซากไอเท็มเกลื่อนกราดไปทั่วพื้นผสมกับซากศพและชิ้นส่วนต่างๆของร่างกายที่ขาดสะบั่น
บนผืนฟ้าไร้ดวงดาวพาเศร้าหมองใจหม่นหมองราวกับผืนฟ้ากำลังร่ำไห้ในฉากที่โศกสลดนี้สายอัสนีบาตหลากสีแล่นไปมาตามหมู่เมฆาส่งเสียงเกรี้ยวกราดดังสะท้านหูลมพายุพัดกระหน่ำอย่างวิปโยคผสมกับเสียงระเบิดเสียงคมดาบเสียงร้องแห่งชีวิตราวกับผีร้ายหลุดมาจากนรกภูมิเพื่อขอส่วนบุญ
“ถอย! ถอยออกมาผู้ที่ใช้พลังธาตุน้ำถอยออกไปอยู่วงนอก”
เสียงของราคะชายหนุ่มชุดเกราะสีดำทองในมือถือดาบคาตานะสีทองมือซ้ายคือถุงมือเวทมนต์ใบหน้าคมหล่อเหล่าเอาการโตะโกนสั่งลูกน้องอย่างร้อนรนเนื่องจากพวกมันที่ถูกสายน้ำที่ไหลบากออกมาจากอาณาเขตก็ถูกผลกระทบเช่นกัน
สิ่งจำเป็นในการต่อสู้หลักๆคือพลังธาตุพลังปราณพลังวิญญาณพลังเวทมนต์หากใช้พลังธาตุไม่ได้ในสนามรบเช่นนี้ก็เตรียมตัวตายได้เลยซ้ำพวกที่ใช้พลังธาตุน้ำก็มีมากเสียเหลือเกินแถมพลังปราณของพวกมันก็ไม่ได้มีเติมแบบไร้ขีดจำกัดเพราะราคาขวดหนึ่งก็ค่อนข้างสูงคงไม่มีใครซื้อเป็นพันๆข็วดเป็นแน่
ต่างจากพวกอาชญากรที่มีน้ำยาคืนปราณน้ำยาคืนจิตใช้แบบฟรีๆเพราะพวกเขาจะส่งวัตถุดิบไปให้สองพี่น้องจีวอนและจีวูไม่ใช่แค่น้ำยาสองอย่างนั้นเท่านั้นยังรวมถึงน้ำยาฟื้นพลังชีวิตและน้ำยาฟื้นมานาที่ใช้แบบฟรีๆไม่จำกัดทำให้พวกเขาสามารถเติมเต็มถังได้เลื่อยๆซึ่งเมืองอาคมจะส่งน้ำยาต่างๆให้กับสมาชิกกิลด์ทุกคนแถมอาวุธในมือรวมถึงชุดเกราะก็ระดับเอขึ้นกันทั้งนั้นซ้ำยังติดหินเวทมนต์ผลึกธาตุตามที่แต่ละคนถนัดเอาไว้ซึ่งสร้างขึ้นในเมืองวังวลอัสนี
รวมถึงการเงินเงินทุนทำเรื่องต่างๆเมืองวังวลอัสนีจะออกให้ทั้งหมดหากเป็นผลประโยชน์ของทางกิลด์เนื่องจากพอเปิดเมืองปุ๊บผู้เล่นก็มากันยกใหญ่เพื่อรับภารกิจพิเศษเรียนพลังธาตุสายฟ้าเลือกซื้อหาอาวุธระดับบีที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปไม่แปลกที่เมืองวังวลอัสนีจะมีเงินมากมานก็เจ้าเมืองเคยเป็นพ่อค้ามาก่อน
เช้ง เช้ง
น้ำแข็งดีดเท้าเข้าปะทะกับราคะทันทีหากมันคือคนสั่งการรอบนอกเท่ากับว่าถ้ามันตายกองทัพก็จะเป็นอัมพาต
“อย่าแหกปากน่า!ไอ้ลูกแมว”
น้ำแข็งนัยน์ตาเย็นเฉียบยามนี้ทั่วร่างขอเขาพลันเปลี่ยนมาเป็นชุดเกราะซามูไรสีขาวนวลราวน้ำแข็งมีอัญมณีธาตุติดกลางอกข้อเท้าข้อมือ
“แปดมงกุฎพวกแกทำแสบนักนะ”
ราคะที่ต้านคมดาบกับน้ำแข็งเอ่ยขึ้นเสียงเรียบพร้อมทั่วร่างปกคลุ่มไปด้วยออร่าพลังเวทมนต์สีดำธาตุความมืด
เล่นเอาน้ำแข็งถึงกับหรี่ตาลงเพราะธาตุความมืดธาตุแสงหาคนใช้ได้น้อยมากมันเป็นเพียงสองธาตุที่แพ้ทางชนะทางกันเองแสงนั้นจะเด่นเรื่องพลังทำลายและต่อสู้แบบแหลกรานและชำระร้างส่วนความมืดนั้นจะเชื้องช้าแต่หนักหน่วงแถมพิเศษเลยคือมันเป็นพลังธาตุเดียวที่หากใครโดนจะติดคำสาปและดีบัพต่างๆตามมา
“บังเอิญอะไรขนาดนี้”
น้ำแข็งกร่าวออกมาในขณะที่ยังปะทะต้านทานดาบกันอยู่จนพื้นดินบริเวณรอบเริ่มแตกยุบตัวเป็นหลุ่ม
กินพื้นที่เป็นวงกลมแผ่ออกจากทั้งสองคนไปเลื่อยๆ
เมื่อน้ำแข็งพูดจบร่างของเขาก็อาบไปด้วยคลื่นพลังธาตุแสงสีขาวนวลธาตุแสงนั้นยิ่งสีของธาตุจืดจางมากเท่าไหร่แสดงว่าพลังธาตุแสงนั้นแข็งแกร่งถึงขีดสุดต่างจากธาตุอื่นที่ยิ่งสีของพลังออร่าที่ปล่อยออกมาเข้มข้นเท่าไหร่แสดงว่าคนผู้นั้นชำนาญพลังธาตุนั้นถึงขีดสุดเช่นดังเพิร์จที่ธาตุน้ำออร่าควรจะเป็นสีฟ้าแต่ของเพิร์จกลับเป็นสีน้ำเงินเข้มจนแทบจะเป็นสีดำ
“ธาตุแสง แล้วมันยังไง”
เคร้ง เคร้ง เช้ง เช้ง
ราคะชิงตวัดดาบจากร่างขึ้นบนอย่างดุร้ายทว่าน้ำแข็งเองก็หมุนตัวหลบจังหวะรับคือจังหวะรุกเมื่อเขาหมุนตัวดาบซ้ายก็แทงพุ่งเข้าหาคอหอยของราคะทันที
เปร้ง เปร้ง
มันยกดาบตวัดฟันใส่โคลนดาบของน้ำแขงชิงสกัดสภาวะรุกไร่อย่างแยบยลก่อนที่จะย่อตัวเตะกวาดลานน้ำแข็งเองก็ไม่เบากระโดดตีลังกาม้วนหน้าพร้อมเท้าซ้ายยกขึ้นสูงเตะตอกส้นลงที่หัวของราคะ
เปรี้ยงงงง
ราคะยกแขนซ้ายขึ้นป้องกันอย่างรวดเร็วเกิดเสียงดังสนั่นราวฟ้าแตกพร้อมกับแสงสีขาวสว่างวาบแตกกระจายส่งพลังทำลายไปทั่วบริเวณเช่นเดียวกับพลังธาตุความมืดเข้มข้นแตกกระจายทำให้ดูราวกับเมืองวังวลอัสนีครึ่งหนึ่งเป็นเวลากลางวันอีกครึ่งหนึ่งเป็นเวลากลางคืนที่มืดสนิท
อีกด้านหนึ่งก็เดือดไม่แพ้กัน
“ลำแสงปราณ”
เบลเซ่ตวาดลั่นพร้อมกับคลื่นพลังปราณสีส้มแดงพุ่งหมุนเป็นเกลียวเข้าโจมตีเพิร์จอย่างดุร้ายส่งเสียงครืนสะท้านหูมันพุ่งโจมตีชายหมุ่นที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าเพิร์จเองถึงกับเบิกตามองกว้างการจะอัดพลังปราณเป็นคลื่นพลังเข้มข้นและยิงออกมาเป็นลำแสงได้นั้นนอกจากศิลาเขาเองก็พึ่งจะเคยเห็นเพราะพลังปราณหากแผ่พุ่งออกห่างจากตัวผู้ใช้มากเท่าไหร่พลังก็จะยิ่งลดลง
ทำให้พลังปราณมักถูกใช้ห่อหุ่ม
ร่างกายผสานการโจมจีกายภาพเสียมากกว่าและนี่ก็แสดงถึงพลังฝีมือของเบลเซ่เป็นอย่างดี
“ปราณสะบั่นเมลัย”
เปรี้ยงงงง
ชายหนุ่มนีดพลังปราณหนาแน่นจนทั่วร่างปกคลุมด้วยออร่าสีม้วงคล้ายหมอกที่หนาทึบก่อนจะยิงออกไปก่อเป็นรูปทีเร็กซ์
ครืนนนนน เปรี้ยงงงง
เสียงพลังปราณปะทะกันอย่างกระทันหันอ๊ากกก!ทำเอาผู้คนบริเวณรอบร้องโหยหวนก่อนจะสิ้นใจเสียงระเบิดพร้อมแรงลมทำลายทุกอย่างพินาศอีกครั้ง
“บ้าน่าพลังปราณฉันแพ้เนี่ยนะ”
เบลเซ่สบถขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาเพราะพลังปราณรูปทีเร็กซ์สูงแปดเมตรยาวเจ็ดเมตรกำลังวิ่งอ้าปากเตรียมขยำเขี้ยวใส่มัน
วูบ วูบ ตูมมมมม ครืนนนน
พลังปราณปะทะกับพื้นหินสะนั่นหวั่นไหวส่งฝุ่นควันลอยฝุ้งในอากาศพร้อมเศษหินเศษดินลอยเกลื่อนในเวหาวินาทีปรากฎร่างของเพิร์จและเบลเซ่ปะทะกันกลางอากาศอีกครั้งด้วยความเร็วที่เห็นเป็นดวงแสงสีแดงและสีฟ้ายามเมื่อทั้งสองปะทะกันส่งคลื่นอัดอากาศแตกกระจายดัง
ซูมมมม
เสียงดังกระหึ่มคล้ายกับเสียงมวลน้ำขนาดใหญ่ตกลงพื้นอาณาเขตของเพิร์จหมดเวลาลงทำให้น้ำไหลบากท่วมไปทั่วพื้นแต่ทว่าแทนที่เบลเซ่จะชิงบุกต่อมันกลับเลือกสั่งถอยทัพเนื่องจากกำลังพลเหลือเพียงไม่ถึงแสนนายสู้ต่อไปก็มีแต่จะแพ้
“ถอยยยย!!
เบลเซ่ตวาดลั่นก่อนจะพุ่งทะยานเข้าป่าไปอย่างรวดเร็วตามด้วยเหล่าเจ็ดบาปพร้อมเหล่าคนที่เหลือหรือทหารสมาชิกกิลด์กำลังวิ่งกันอุตลุด
อ๊าก อ๊าก ฉ๊วะ ฉ๊วะ
ทว่ามีหรือที่เหล่าอาชญากรจะยอมปล่อยไปง่ายๆพวกเขาวิ่งทะยานด้วยท่าร่างเข้าสังหารเหล่าสมาชิกกิลด์เจ็ดบาปอย่างเลือดเย็นทำให้ทั้งป่าเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนและเลือดสีแดงฉานสาดกระจายย้อมต้นไม้เหตุที่เบลเซ่รีบถอยนั้นเพราะยามนี้เมืองเหลียงตันเสียหายไปถึง70% อีกทั้งยังไม่แน่ว่ามันจะยึดเมืองวังวลอัสนีได้จะฝืนสู้ต่อไปเมืองที่ครอบครองอยู่แต่เดิมก็มีแต่จะพินาศสิ้นอย่างแน่นอน
“เพิร์จนายโอเคนะ”
โซดาและแสงโสมทะยานร่างเข้ามาหาชายหนุ่มพร้อมกับเอ่ยถามกับเพิร์จที่นั่งกองกับพื้นด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
“ไหวอยู่แค่ผลกระทบเล็กน้อยกับพลังวิญญาณเกลี้ยงถัง”
เพิร์จพูดเสียงแหบแห้งก่อนจะหยิบเอาน้ำยาฟื้นมานาขวดสีฟ้าขึ้นมาดื่มรวดเดียวสิบขวด
“ถือว่าสำเร็จอย่างน้อยๆพวกมันก็ต้องเก็บระดับขึ้นมาใหม่”
น้ำแข็งเอ่ยขึ้นพร้อมกับแบล็คเรด
กรีนที่มาถึง
“อ่าที่เหลือก็แค่พวกเหล่าสีจตุรเทพที่ครอบครองเมืองแกรนด์วาสพวกนั้นยังแอบซุ่มเงียบ” เพิร์จพูดขึ้น
“แต่ศิลาคิดจะใช้พวกนั้นเป็นหนูทดลองบุกเข้าทวีปมืดนี่เห็นทีเราคงต้องหลีกเลี่ยงการปะทะ”
เรดตอบก่อนที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆพร้อมกับสั่งคนที่เหลือเก็บไอเท็มเพื่อนำไปคัดแยกระดับและนำไปขายหรือใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างอาวุธการจะสร้างอาวุธระดับSจำเป็นต้องใช้อาวุธระดับAสิบชิ้นซึ่งถือว่าสงครามครั้งนี้พวกเขาได้สินทรัพย์มางามพอตัว
แถมที่เก็บเลเวลของพวกทหารที่ตายไปก็ไม่ใช้ที่ไหนไกลถ้ำอัมฤทธิ์สุสารมรณะที่ศิลาเคยไปภายในเต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมายแถมยังอยู่ติดกับเมืองวังวลอัสนีเสียอีก
และยังอีกที่คือเมืองเริ่มต้นแทบตอนใต้ที่ศิลาเคยไปสังหารนักดาบโครงกระดูกสะสูญพันธ์จนเกิดหายนะเรื่องเงินทุนการเดินทางมันไม่ใช่ปัญหาหากขาดตกบกพร่องเพิร์จที่เชื่อมบัญชีไว้กับเกมสามารถโอนเข้ามาแลกเปลี่ยนเป็นเงินในเกมได้ทุกเมื่อแถมตัวเลขเงินในบัญชีของเขามันยังเลขเก้าต่อท้ายด้วยศูนย์ยาวเหยียด
ชนิดที่เรียกว่าข้าทุ่มไม่อั่นแค่พวกเองบอกมาว่าจะไปเก็บระดับทำภารกิจกันที่ไหนแบ้วพวกเองสามารถเก่งขึ้นเป็นกำลังให้ได้จริงๆนั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมอาชญากรแค่สองแสนทั้งในสนามรบสองครั้งถึงเอาชนะมาได้ซึ่งจะพูดว่าเอาชนะมาได้โดยแทบจะไม่ต้องพึ่งพลังของศิลาด้วยซ้ำ
**********************************
“อีฟถอยกันได้แล้วพวกมันกำลังกลับมา”
อดัมเอ่ยสั่งทันทีพร้อมกับกำลังทหารร่วมห้าหมื่นถอยทัพทิ้งความบรรลัยไว้แทบจะกลายเป็นเมืองล้าง
“หู!!ฮูววว!!ได้วัตถุดิบมาเพียบเลยเนอะพี่”
หญิงสาวชุดแบบจีนสีแดงยาวเปิดแทบข้าข้างขวาตั้งแต่เท้าถึงเอวนาม
จีวูเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มดีใจที่จะได้สร้างน้ำยาอย่างสนุกมือเพื่อแจกจ่ายเหล่าอาชญากรและตุนไว้ขายสำหรับการเปิดเมืองซึ่งเธอและพี่ชายจะได้มีเงินจุนเจือครอบครัวส่งน้องๆอีกสองคนเรียนซึ่งเธอและจีวอนได้เลิกเรียนด้วยสถานะทางบ้านไม่พร้อมดังนั้นความฝันของสองพี่น้องคือหาเงินให้ได้เยอะๆเพื่อส่งให้น้องๆเรียนและไม่ให้น้องๆของเธอถูกคนอื่นดูถูกว่าลูกไม่มีพ่อลูกคนจนบ่างลูกขอทานบ่างซึ่งตลอดเวลานี้เงินที่จุนเจือเธอมาจากศิลาส่วนหนึ่งและเพิร์จส่วนหนึ่งเอาจริงๆก็แทบจะสร้างบ้านใหม่ได้เลยก็ว่าได้เพราะเพิร์จได้โอนเงินเข้าบัญชีของสองพี่น้องในโลกจริง
เหตุเพราะสองพี่น้องนั้นน่ารักสุภาพถ่อมตนและเป็นฝ่ายสนับสนุนและสายบู๋อาจจะเป็นเสาร์หลักพอๆกับพสกเขาและอดัมอีฟเลยก็ว่าได้
“พวกนั้นคงพอตัดกำลังคนของพวกมันไปได้บ่างนะ”
อีฟเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังขี่อยู่บนหลังแร็พเตอร์
“อ่า เห็นเรดส่งข้อความมาพวกนั้นเหลือรอดเพียงห้าถึงหกพันเอาเถอะถือว่าสำเร็จตามแผนยืดระยะที่พวกมันจะเก่งไปได้รอแค่ศิลากลับมาค่อยเริ่มแผนต่อไป”อดัมตอบ
“พวกเขาไปกันแล้วค่ะ”
วารินพูดขึ้นข้างกายคือไอซ์และอายที่ยืนดูอยู่ในเงาชายป่า
“พวกเราเองก็รีบไปเอาคาบเลือดชะโรมตัวเถอะเดี๋ยวจะผิดสังเกตุเบลเซ่กลับมาเป็นไปได้ที่พวกเราจะถูกเพ่ง
แต่ว่าฉันอยากจะเจอจริงๆเลยนะศิลา”
ไอซ์กล่าวออกมาด้วยนัยน์ตาปนอารมณ์ที่หลากหลายเงยหน้ามองท้องฟ้าเธอเองก็ไม่รู้ว่าศิลาได้มีภูติประจำใจเสียแล้วเธอคิดว่าศิลายังคงบุกตลุยเดี่ยวเหมือนแต่ก่อน ทำให้ในตาของเธอนั้นยามเมื่อพูดถึงศิลาฉายแววเสน่หาออกมาอย่างไม่ปกปิดแฝ้งลงไปลึกๆคือความคนึงหาอาทรอย่างสุดใจโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีตัวแม่ขว้างทางเธออยู่ชนิดที่หากมือเธอแตะโดนชายของเธอล่ะก็แม่บึ่ม
จากนั้นสามสาวก็พุ่งทะยานร่างเข้าเมืองไปพร้อมทั้งเอาเลือดมาชะโรมร่างกายก่อนจะค่อยๆเอาดาบกรีดตามส่วนต่างๆเพื่อเป็นรอยบาดแผลนี่แหละที่เขาเรียกว่าระวังอะไรไม่เท่าต้องระวังมายาอิสตรีอันนารีอยากแท้เกินจะหยัง