บทที่ 29 เขาเป็พี่ชายของเ้าหรือ!
ซ่งเส้าเส้าแค่จะบ่นกับตัวเองเบาๆ ไม่นึกเลยว่าเขาจะได้ยิน
ลู่เฉินโม่ นี่เ้ามีหูสุนัขหรือไร?
ลู่เฉินโม่จ้องซ่งเส้าเส้าอย่างไม่ละสายตา ซ่งเส้าเส้ารู้สึกผิดจึงก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับลู่เฉินโม่ ตอนนี้นางอยากให้มีใครสักคนมาช่วยนางจริงๆ
"สาวน้อย พวกนี้คือของที่เ้านำมาขายหรือ" เหยียนหลีลั่วชี้ไปที่ตะกร้าของซ่งเส้าเส้า
์โปรด! เหยียนหลีลั่วท่านคือพระผู้ช่วยของข้าซ่งเส้าเส้าโดยแท้
"ใช่ ใช่แล้ว ท่านอยากลองชิมดูหรือไม่เ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้าพูดพลางเปิดผ้าขาวที่คลุมตะกร้าออก ข้างในคือตันปิ่งผักป่าสีเหลืองทองและตันปิ่งต้นหอมสดใหม่
เหยียนหลีลั่วได้กลิ่นหอมจึงรีบหยิบตันปิ่งต้นหอมชิ้นหนึ่งเข้าปาก
"แน่นอนว่าต้องลองชิม ทำงานมาทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวจะตายอยู่แล้ว"
เหยียนหลีลั่วพูดพลางหยิบตันปิ่งผักป่าอีกชิ้นยื่นให้ลู่เฉินโม่
"เอ้านี่รสชาติที่เ้าถวิลหา กินเสียหน่อยเถอะ"
อย่างไรก็ตาม ลู่เฉินโม่ไม่รับตันปิ่งที่เหยียนหลีลั่วยื่นให้ สีหน้าเขายังคงบึ้งตึง ไม่ละสายตาจากซ่งเส้าเส้า มองเหมือนนางติดหนี้เขาอยู่
"สาวน้อย นี่มันตันปิ่งอะไรอร่อยจริงๆ" เหยียนหลีลั่วร้องออกมาด้วยความประทับใจ หลังจากที่กินตันปิ่งต้นหอมไปคำหนึ่ง
ซ่งเส้าเส้าเห็นแบบนั้นก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "ตันปิ่งนี้เรียกว่าตันปิ่งต้นหอมเ้าค่ะ"
"ตันปิ่งต้นหอมหรือ รสชาติไม่เลว มันอร่อยมาก"
เหยียนหลีลั่วกำลังจะหยิบอีกชิ้น แต่ลู่เฉินโม่กลับคว้ามือเขาไว้
เหยียนหลีลั่วมองลู่เฉินโม่ด้วยสายตางุนงง
"จ่ายเงินหรือยังถึงได้กินเยอะขนาดนี้"
เหยียนหลีลั่ว "..."
ลู่เฉินโม่ไอ้คนดี เ้ามันสนใจแต่ซ่งเส้าเส้า ข้าตั้งใจจะให้นางอยู่แล้ว แต่เ้าชิงพูดเช่นนี้ อยากให้ข้าเป็ตัวร้ายหรือไร?
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ พวกท่านเพิ่งช่วยข้าไว้ กินเท่าไหร่ก็ได้เ้าค่ะ"
ถึงแม้ว่าซ่งเส้าเส้าจะเป็คนรักเงิน แต่นางก็รู้จักบุญคุณ
"เห็นไหม สาวน้อยไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย"
เหยียนหลีลั่วพูดพลางกินต่อ แต่ก็แอบเอาเงินใส่ในถุงเงินของซ่งเส้าเส้า เขาไม่ใช่คนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น
ลู่เฉินโม่ "..."
"เ้าาเ็หรือ"
"หา?"
"หา?"
นี่ท่านถามใคร? ซ่งเส้าเส้ากับเหยียนหลีลั่วต่างก้มลงสำรวจตัวเอง แต่พอซ่งเส้าเส้ามองดีๆ ก็พบว่าคนที่าเ็มิใช่ใครอื่น แต่เป็ตัวนางเอง
ตอนที่สู้กับลูกน้องของเถ้าแก่โจวครั้งแรก ระหว่างหมุนตัวแขนนางไปขูดเข้ากับอะไรบางอย่าง ทว่าเืไม่ออกจึงไม่ทันเอะใจ แต่พอลู่เฉินโม่ทัก ต่อมความเจ็บก็เริ่มทำงาน รู้สึกเ็ปขึ้นมา
"สาวน้อย มาเถอะ พวกเราจะพาเ้าไปหาหมอ"
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ คุณชายเหยียน ข้าไม่เป็ไรจริงๆ" ซ่งเส้าเส้าดึงเหยียนหลีลั่วไว้
"แต่แผลของเ้าเืออกนะ"
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ไม่เจ็บไม่เป็ไรจริงๆเ้าค่ะ"
ที่ซ่งเส้าเส้าบอกว่าไม่เจ็บนั่นโกหก นางกลัวว่าถ้าไปหาหมอต้องเสียเงิน เงินที่นางหามาอย่างยากลำบากคงจะหมดไปกับค่าหมอ นางยอมไม่ได้
"เช่นนั้นไม่ต้องไปโรงหมอก็ได้"
ระหว่างที่ซ่งเส้าเส้ากำลังเถียงกับเหยียนหลีลั่วอยู่ว่าจะไปหาหมอหรือไม่ ลู่เฉินโม่ก็หยิบตะกร้าของนางขึ้นมาแล้ว
"ไม่ไปโรงยา เช่นนั้นจะไปไหนหรือเ้าคะ?" ซ่งเส้าเส้าถามอย่างสงสัย
นอกจากซ่งเส้าเส้าที่งงแล้วเหยียนหลีลั่วก็งงเช่นกัน
"ไปคฤหาสน์ตระกูลลู่"
เหยียนหลีลั่วพอได้ยินคำว่าคฤหาสน์ตระกูลลู่ก็เข้าใจทันที
"ใช่ ใช่ ไปคฤหาสน์ตระกูลลู่ ที่นั่นมีหมอเทพธิดาอยู่คนหนึ่ง"
...
ซ่งเส้าเส้าเดินตามลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่วไป ตะกร้าของนางก็อยู่ในมือของลู่เฉินโม่
ไม่นาน ซ่งเส้าเส้าก็เดินตามทั้งสองคนมาถึงคฤหาสน์หลังหนึ่ง บนประตูมีป้ายเขียนว่า "คฤหาสน์ตระกูลลู่"
คฤหาสน์แห่งนี้ล้อมไว้ด้วยกำแพงสีขาว มีต้นหลิวสีเขียวปลูกอยู่รอบๆ หน้าทางเข้าเป็ศาลาที่มีประตูสามช่อง ประดับประดาด้วยลวดลายดอกไม้ที่ห้อยระย้าลงมา
ภายในลานบ้านเป็ทางเดินที่เชื่อมต่อกัน มีก้อนหินวางประดับอยู่ เมื่อก้าวพ้นประตู ก็จะพบกับทางเดินใต้หลังคาที่คดเคี้ยวและปูด้วยก้อนหินเรียงรายเป็ทางยาว
ลึกเข้าไปมีบ้านหลังเล็กๆสองสามหลัง สองหลังมืด มีเพียงหลังเดียวที่สว่าง ข้างในมีเตียง โต๊ะ เก้าอี้ และโต๊ะเขียนหนังสือที่ทำจากไม้วางอยู่ จากห้องในสุด มีประตูเล็ก ๆ บานหนึ่ง เมื่อเดินออกไปก็จะเป็สวนหลังบ้าน มีต้นแพร์และต้นกล้วยปลูกอยู่ด้วยกัน
ที่ผนังด้านหลังของสวน มีช่องว่างเล็กๆอยู่ข้างล่างและมีน้ำใสไหลเข้ามา พวกมันไหลไปตามร่องน้ำเล็กๆที่ถูกขุดเตรียมไว้ ร่องน้ำไหลเลียบไปตามระเบียงทางเดิน วนมาจนถึงสวนหน้าบ้าน แล้วจึงไหลผ่านช่องว่างใต้ต้นกอไผ่
โดยรวมแล้วค่อนข้างหรูหรา
"นายท่าน?"
"ไปตามคุณหนู บอกนางว่ามีแขกมาเยี่ยม"
"ขอรับนายท่าน"
ซ่งเส้าเส้ายืนอยู่ห่างๆ ไม่ได้ยินว่าลู่เฉินโม่คุยอะไรกับบ่าวรับใช้ แต่ตอนที่บ่าวรับใช้เดินผ่านนาง เขาแอบมองนางทำให้นางรู้สึกอึดอัด
แต่ก็ไม่แปลกที่บ่าวรับใช้จะมอง เพราะว่านางคือผู้หญิงคนแรกที่ลู่เฉินโม่พามาที่คฤหาสน์ตระกูลลู่
ซ่งเส้าเส้าเดินตามลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่วไปที่ห้องโถง ทุกอย่างในคฤหาสน์แห่งนี้เป็สิ่งที่เ้าของร่างเดิมไม่อาจเอื้อม สำหรับซ่งเส้าเส้ายิ่งห่างไกล
"นั่งรอสักครู่เ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้ารับรู้ นั่งลงอย่างเกร็งๆ
ซ่งเส้าเส้านั่งได้ไม่นาน เสียงสตรีนางหนึ่งก็แว่วเข้ามา
"พี่ใหญ่ พี่หลีลั่ว ข้าได้ยินว่ามีแขกมาเยี่ยมหรือเ้าคะ"
ลู่จินโม่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน พอเห็นซ่งเส้าเส้าก็ดีใจมาก ส่วนซ่งเส้าเส้าพอเห็นลู่จินโม่ก็ใอย่างแรง
"ช่างตัดเสื้อตัวน้อย! เ้าคือแขกที่พี่ใหญ่พูดถึงหรือ"
พี่ใหญ่? หมอเทพธิดา? จริงด้วย! หมอยาตัวน้อยก็แซ่ลู่เหมือนกัน หากคิดตามสักนิดก็จะรู้ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม เส้าเส้าไม่นึกว่าโลกจะกลมเช่นนี้ ผู้คนมีตั้งมากมาย ไฉนคนที่ได้พบเจอถึงล้วนเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเล่า?
"นี่... ที่นี่คือบ้านของท่านหรือเ้าคะ" ซ่งเส้าเส้าถามอย่างตะกุกตะกัก
ลู่จินโม่พยักหน้า "ใช่ และข้าน่าจะพาเ้ามาที่นี่ตั้งนานแล้ว"
ซ่งเส้าเส้าคิดในใจ : ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ ที่จริงแล้วสถานที่ที่ข้าไม่อยากมาเยือนมากที่สุดก็คือที่นี่นั่นแหละเ้าค่ะ!
"เช่นนั้นเขาคนนี้คือพี่ชายท่านไม่ผิดแล้ว?" ซ่งเส้าเส้าชี้ไปที่ลู่เฉินโม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ใช่เ้าค่ะ ช่างตัดเสื้อตัวน้อย เ้ารู้จักกับพี่ชายของข้าได้อย่างไรหรือ"
"คือเื่นั้น ...."
ก็นั่นน่ะสิ ข้ารู้จักกับเขาได้อย่างไร และข้าไปรู้จักกับท่านได้อย่างไร หากเ้าของร่างเดิม ที่มีความแค้นกับพวกท่านทั้งสองรู้เข้าคงโมโหน่าดู!
"เื่มันยาวเ้าค่ะ"ซ่งเส้าเส้าคิดอยู่นานก็ได้แต่พูดประโยคนี้
"พวกเ้าค่อยคุยกันทีหลัง จินโม่แขนของนางมีแผล เ้าช่วยให้หน่อย"
ซ่งเส้าเส้าคิดในใจ : ไม่ต้องดูหรอกเ้าค่ะ ปล่อยให้ข้าเืไหลตายไปซะดีกว่า สถานการณ์ตอนนี้มันเหนือความคาดหมายจนนางปั่นป่วนไปหมดแล้ว!