Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 48 ยินดีสิเจ้าลูกชาย

    ตอนที่ 48 ยินดีสิเจ้าลูกชาย

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     

     

     

    ทำไมชายชราถึงตอบคำถามด้วยคำตอบนี้

     

    “หินเวท? ทำไมหินเวทถึงเป็นปัญหาล่ะครับ”

     

    ชายชราถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ย “นั่นก็เพราะหินเวทเป็นวัตถุที่ใช้แล้วหมดไปยังไงล่ะ พวกมันมีอยู่อย่างจำกัด อีกทั้งเป็นที่ต้องการจำนวนมาก แม้ภายนอกมหาทวีปแห่งนี้จะดูสุขสงบดี แต่แท้จริงแล้วแต่ละประเทศนั้นกำลังต่อสู้กัน เหตุผลเพราะทรัพยากรอย่างหินเวท”

     

    “เธอรู้หรือไม่ว่าหากประดิษฐ์ยานพาหนะที่ใช้หินเวทขับเคลื่อนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด อีกทั้งยังมีค่าบำรุงที่ต้องจ่ายอยู่ตลอด เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของรถม้าคันนี้ มันมากกว่าหลายร้อยเท่าเลยล่ะ เพราะเหตุนี้การใช้อุปกรณ์เวทจึงไม่ค่อยมีอย่างแพร่หลาย”

     

    “งานวิจัยของฉันก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหานี้ หากพวกเราสามารถค้นพบการปรับปรุงหินเวทหรือหาวัสดุใหม่ๆ มาทดแทนแร่หินเวทเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้อุปกรณ์เวทนั้นมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง บางทีในอนาคตเธออาจจะเห็นผู้คนใช้อุปกรณ์เวทได้อย่างแพร่หลายก็ได้ หากนักเวทยาศาสตร์แบบฉันสามารถคิดค้นวัสดุที่แก้ปัญหาหินเวทนี้ได้”

     

    เมอร์ลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเข้าใจในสิ่งที่ชายชราต้องการจะสื่อ เรียกได้ว่าตั้งแต่ที่เขาได้รับดวงตาสีเงินนั้นทำให้เขาสามารถทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ ได้ง่าย

     

    “ในอนาคตผมจะช่วยคุณคิดค้นวิธีสร้างพลังงานพวกนี้เอง” เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น 

     

    ในแววตาของเขาแฝงด้วยความมั่นใจนั่นจึงทำให้ชายชรารู้สึกเชื่ออย่างน่าประหลาด

     

    “ดี ฉันจะรอเธอนะ” ชายชรากล่าว

     

    พวกเขาพูดคุยกันได้ไม่นาน รถม้าก็มาหยุดที่อาคารขนาดใหญ่และมีรูปร่างแปลกตา ด้านหน้ามีประตูบานใหญ่ที่สูงนับสิบเมตรพร้อมกับป้ายที่ประดับข้างบนว่า “เทศบาลเมือง”

     

    เมอร์ลินเห็นผู้คนเดินเข้าออกมาที่นี่มากกว่าหอคอยเคลื่อนย้ายที่เขาจากมา นั่นเป็นเพราะว่าที่นี่ให้บริการประชาชนในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าทะเบียนราช การจ่ายภาษี หรือการจัดการเรื่องที่ดินบ้านเรือน

     

    ทั้งสองคนกำลังจะเดินลงมาจากรถม้า และพบมาร์เทลผู้เป็นสารถีมายืนรอ

     

    “เชิญท่านมหาปราชญ์และคุณชาย ผมจะรอพวกท่านอยู่ที่นี่นะขอรับ” มาร์เทลกล่าวอย่างสุภาพ

     

    ความสุภาพนี้ทำให้เมอร์ลินรู้สึกทำตัวไม่ถูก ยิ่งอีกฝ่ายเรียกเขาว่าคุณชายแล้วด้วย นั่นทำให้เขารู้สึกขนลุกเข้าไปใหญ่ เพราะในชีวิตนี้เขาไม่เคยได้รับการปรนนิบัติแบบนี้มาก่อน

     

    “ขอบใจมาร์เทล” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าวอย่างเคยชิน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ปฏิเสธความช่วยเหลืออีกแล้ว

     

    ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินเข้าไปในอาคารเทศบาลเมือง เมอร์ลินก็เอ่ยถามชายชราขึ้นมา

     

    “ศาสตราจารย์ครับทำไมนักเวทอย่างคุณมาร์เทลถึงมาเป็นคนขับรถม้าหรอครับ?” เมอร์ลินเอ่ยถามเพราะเขาสังเกตเข็มขัดนักเวทสองดวงดาวบนอาภรณ์ของมาร์เทล

     

    “เธอคิดว่ามาร์เทลเป็นแค่คนขับรถม้าจริงๆ หรอ? เขาเป็นคนของเกรย์จอยเชียวนะ เขาย่อมไม่ได้ทำหน้าที่เดียวอย่างแน่นอน รถม้าที่พวกเรานั่งมาถ้าเธอสังเกตหน่อยก็จะเห็นตราของราชการ” ชายชรากล่าว

     

    ตอนนั้นเองเมอร์ลินก็จำตราสัญลักษณ์บนรถม้าได้เพราะมันติดอยู่ตรงที่ประตู มันคือตราที่มีสัญลักษณ์คล้ายกับสายฝน ซึ่งเขาจำได้ว่ามันเป็นตราของประเทศออโรร่าแห่งนี้

     

    “นั่นเป็นรถม้าของราชการเองหรอ” เมอร์ลินกล่าวอย่างคิดขึ้นได้

     

    ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมนักเวทสองวงเวทถึงได้มาทำหน้าที่เป็นสารถีของพวกเขา

     

    ชายชรายิ้มและเดินต่อไป

     

    ด้านหน้าของประตูบานใหญ่ เมอร์ลินเห็นชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบทหาร แน่นอนว่าเครื่องแบบของพวกเขามีตราสัญลักษณ์ของประเทศออโรร่า และที่สำคัญกว่านั้นเขาเห็นเข็มกลัดที่มีตราสัญลักษณ์รูปดาบ

     

    เรียกได้ว่าเด็กน้อยได้สังเกตอย่างหมดจด

     

    “แม้แต่อัศวินก็มาเฝ้าที่นี่หรอครับ?” 

     

    ใช่แล้ว เข็มกลัดสัญลักษณ์รูปดาบนั้นก็คือสัญลักษณ์ของอัศวิน

     

    มหาทวีปแห่งนี้ไม่ได้มีแค่เพียงเหล่านักเวท แต่ยังมีนักรบอย่างอัศวินที่อพยพมาด้วย 

     

    น่าเสียดายที่มหาทวีปแห่งนี้ไม่มีสภาอัศวิน เพราะอัศวินในอดีตได้ตั้งตัวเป็นใหญ่และก่อสงครามขึ้นมา จนสภาเวทมนตร์ต้องออกแรงกำราบพวกเขา ทำให้เหล่าอัศวินไม่มีความสามัคคีกันนัก 

     

    อย่างไรก็ตามต่อมาพวกเขาก็ได้เป็นใหญ่เป็นโตกลายเป็นระดับสูงของประเทศต่างๆ จนเผยแพร่การเป็นอัศวินมาจนถึงทุกวันนี้ กระทั่งมีโรงเรียนอัศวินถือกำเนิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นโรงเรียนอัศวินก็มีน้อยกว่าโรงเรียนเวทมนตร์มาก

     

    “ใช่ พวกเขามีหน้าที่คุ้มครองประชาชน” ชายชรากล่าวพร้อมกับพาเมอร์ลินเดินเข้าไปด้านใน

     

    สภาพด้านนอกตึกอาคารเทศบาลเมืองว่ายิ่งใหญ่แล้ว ด้านในยิ่งดูอลังการยิ่งกว่า

     

    ภายในตึกนี้เป็นห้องโถงเพดานสูง และมีเคาน์เตอร์ให้บริการชาวเมืองมากมาย มีการจัดโซนการให้บริการอย่างเป็นระเบียบ

     

    เนื่องจากเมอร์ลินมากับศาสตราจารย์ออสติน เขาพาเด็กน้อยเดินไปที่แผนกรับลงทะเบียนพลเมืองอย่างชำนาญ

     

    ที่นี่มหาปราชญ์เฒ่าไม่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเหมือนหอคอยเคลื่อนย้าย แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ได้รับบริการอย่างรวดเร็ว

     

    แต่ก่อนจะลงทะเบียน จู่ๆ ชายชราก็หยุดและเอ่ยถามเมอร์ลิน

     

    “เธอต้องการเป็นลูกชายของฉันจริงๆ ไหม?”

     

    “ครับ?” เมอร์ลินทำหน้ามึนงง เพราะก่อนหน้านี้ชายชราพูดแล้วว่าจะรับเขาไว้เป็นลูกบุญธรรม แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงถามแบบนี้

     

    ชายชราที่เห็นท่าทางมึนงงของเมอร์ลิน เขาจึงถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยว่า “คืออย่างนี้ เธอนั้นมาจากสถานที่ต้องห้ามของมหาทวีปแห่งนี้ ถ้าหากฉันจะรับเธอเป็นลูกบุญธรรม พวกเขาจะต้องถามหาที่มาของเธออย่างแน่นอน ระบบลงทะเบียนราชของทีนี่ไม่เหมือนกับสถานที่ที่เธอมา เพราะป้องกันปัญหาฉันจึงอยากแจ้งพวกเขาว่าเธอเป็นลูกชายของฉันจริงๆ และแม่ของเธอก็เสียชีวิตแล้ว ฉันตัดขาดจากโลกภายนอกนับร้อยปีพวกเขาคงจะไม่อะไรกับฉันหรอก แบบนี้จะจัดการได้ง่ายกว่า”

     

    เมอร์ลินที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

     

    “ถ้าคุณยินดีรับผมเป็นลูกชายจริงๆ ผมก็จะยินดีมาก” 

     

    เด็กน้อยตอบด้วยรอยยิ้ม มันไม่มีเหตุผลที่เขาจะปฏิเสธ ยังไงที่ผ่านในระยะเวลาหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันชายชราผู้นี้ก็ใจดีกับเขามาก เขารู้สึกโชคดีที่ได้พบกับคนคนนี้

     

    “อย่างนั้นก็ดีสิเจ้าลูกชาย” ชายชราย่อตัวลงมา เขายิ้มและอ้าแขนค้างรับ

     

    เมอร์ลินรู้ว่าตนเองต้องทำยังไง ร่างเล็กโถมตัวสวมกอดคนตรงหน้าในทันที

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน