เทพยุทธยันต์มนตรา

    ตอนที่​ 42 อิทธิฤทธิ์​

    ตอนที่​ 42 อิทธิฤทธิ์​

    "มันเป็นอะไรของมัน"

    "เป็นบ้าไปแล้วงั้นรึ"

    "คิดจะเล่นตลกอะไรกัน รึว่ากะจะฮุบ​สมบัติ​ สิ่งของพวกนี้ไว้คนเดียวกัน"

    "เลิกเล่นตลกได้แล้ว พวกข้าไม่ขำหรอกนะเว้ย"

    เหล่าชาวบ้าน ต่างไม่พอใจเมื่อคิดว่า ชายที่หมอตาทิพย์​ สิงอยู่กำลังเล่นละครหลอกลวงเป็น หมอตาทิพย์​ เพื่อหวังจะเอาสมบัติ​ สิ่งของในนี้ไปคนเดียว

    "คิดว่าข้าเล่นตลกงั้นรึ"

    หมอตาทิพย์ในร่างคนอื่น​ เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์​ออกมาทันที

    "มันลอยได้ด้วย"

    ชาวบ้านต่างมองดูแทบไม่เชื่อว่า อีกฝ่ายเป็นแค่คนธรรมดา​เหมือนกับพวกตนเอง ไม่ได้เป็นจอมยุทธ​ยันต์​มนตรา​อะไร หรือฝึกฝนลมปราณ​ใดๆเลย กับสามารถ​ลอยได้อย่างหน้าตาเฉย

    หมอตาทิพย์​ ไม่คิดเลยว่าตนเองเข้าสิงร่างของชายคนธรรมดา​ จะสามารถ​ทำให้ตนเองลอยขึ้นมาได้เช่นนี้ ถึงแม้ตนเองจะเป็นจอมยุทธ​ยันต์​มนตรา แต่การจะทำให้ร่างกายลอยได้ ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน หากไม่มีลมปราณ​สูงส่งพอ หรือมีรูปแบบยันต์​เกี่ยวกับทำให้ร่างกายลอยได้ ก็ไม่มีทางลอยได้ง่ายๆเช่นนี้แน่

    "เกิดอะไรขึ้นกัน ข้าลอยได้ยังไง"

    ขณะหมอตาทิพย์​ ยังสงสัยกับตัวเองอยู่นั่นก็จดจำได้ว่า ตอนนี้ตนเองกำลังแกล้งเช่นละครตบตาคนอื่นอยู่ตามคำสั่งของลู่หาน จึงคิดว่าการที่ตนเองลอยได้ อาจเป็นส่วนนึงของพลังงานบางอย่างจากลู่หานที่ช่วยเหลือ​ตนจากด้านนอกก็ได้ จึงรีบปรับตัวเข้ากับสถานการณ์​ทันที

    "แค่นี้คงเชื่อกันแล้วสินะ"

    หมอตาทิพย์​ ที่ลอยตัวจ้องมองคนอื่นด้วยแววตาเย็นชา เมื่อตอนแรกทุกคนต่างไม่มีใครเชื่อว่าตนเองได้สิงร่างของชายคนนี้ไปเรียบร้อย​แล้ว

    แต่หลังจาก​แสดงอิทธิฤทธิ์​ออกมา ก็เริ่มมีคนเขื่อแล้วว่า อีกฝ่ายคือ หมอตาทิพย์จริงๆที่ใช้ร่างคนอื่นมาสิงสู่พบพวกตนเช่นนี้

    "แค่ลอยได้ บางทีเจ้าอาจจะใช้วิธีการเล่นกลหลอกลวง​ชาวบ้านอีกก็ได้"

    ชาวบ้าน ที่คิดว่าอาจมีการซ่อนสิ่งของที่ยากจะมองเห็น เพื่อเอาไว้โชว์​แสดงปาฏิหาริย์​หลอกลวงชาวบ้านกับพวกตนก็ได้

    "คิดว่าข้าเล่นกล ใช้เครื่องมือช่วยในการลอยตัวงั้นรึ เจ้าพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง​"

    หมอตาทิพย์​ ที่โกรธ​จัดขึ้นมา ตนเองลอยได้ยังบอกว่าเป็นการแสดงอีก แบบนี้หากไม่แสดงอิทธิฤทธิ์​ ปาฏิหาริย์​ ให้ยิ่งใหญ่​กว่านี้ คงไม่มีทางที่ชาวบ้านพวกนี้จะยอมเชื่อง่ายๆแน่

    ตุบ ตุบ ตุบ

    จู่ๆมีคนล้มลงไปกับพื้น โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ​ จนทำให้ชาวบ้านที่สนใจหมอตาทิพย์​ในร่างคนอื่น เริ่มหันมาสนใจคนที่ล้มลงไปทันที

    "เกิดอะไรขึ้นกัน"

    ชาวบ้านเริ่มหวาดระแวง​ ที่ไม่ทราบว่ามีคนล้มลงไปง่ายๆแบบนี้ได้ไงกัน ทั้งที่ในนี้มีคนอยู่กันจำนวนมาก แต่ไม่เห็นตัวคนร้ายที่เล่นงานเลย

    "หึหึ นี้คือพลังข้าอีกอย่าง ใครที่ไม่เชื่อข้า ลบหลู่​ข้า ไม่ยอมก้มหัวให้กับข้า มันผู้นั่นก็จะเป็นเช่นนี้"

    หมอตาทิพย์​ ไม่พลาดที่จะฉวยโอกาสที่ชาวบ้านสับสนกับคนล้มลงไปทีละคน สองคน แต่ไม่มีใครเห็นคนร้ายเลยสักคน

    "เจ้าทำไรกันแน่"

    ชายหนุ่ม ที่เป็นแกนนำเริ่มทนไม่ไหวจึงถามออกมา เมื่อตอนนี้ชาวบ้านล้มลงไปจำนวนมากเกือบครึ่งแล้ว จนทำให้ที่เหล่อเริ่มกระสับกระส่าย​กันอย่างมาก

    "พวกเจ้าอยากให้ข้าแสดงอิทธิฤทธิ์​ ข้าก็แสดงแล้วไง"

    หมอตาทิพย์​ สวนกลับออกมา เมื่่อตนเองไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย แค่แสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาก็เพียง​พอแล้ว

    "หนอย แน่จริงลองทำกับข้าด้วยซิ"

    ชายหนุ่ม ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นอิทธิฤทธิ์​ ปาฏิหาริย์​ อะไรทั้งนั้น แต่ต้องมีลูกเล่นอะไรซ่อนอยู่แน่ แต่ตนเองไม่สามารถ​ระบุได้ว่ามันคืออะไรกันแน่

    "ท่าทางเจ้าจะไม่เข้าใจถึงพลังอันยิ่งใหญ่​ของข้าสินะ"

    หมอตาทิพย์​ กล่าวย้ำเสียงแข็งออกมา เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับกับพลังที่ตนแสดงออกมา ก็ต้องให้อีกฝ่ายสยบด้วยพลัง

    "อย่าาาา"

    ชายหนุ่ม ที่รู้ว่าตนเองจะถูกเล่นงานเป็นรายต่อไปก็เริ่มทิ้งข้าวของวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

    เมื่อผู้นำจากไป คนที่เหลือก็เริ่มทยอยหนีตามกันไปอย่างเร่งรีบ ไม่มีใครยินดีจะรับเคราะห์​แทนแน่นอน

    "พวกนั้นหนีกันออกมาอย่างจ้าละหวั่น​เลย"

    ลู่หาน กับสาวใช้ที่มองดูผลลัพธ์​ที่ปรากฏ​ออกมาก็รู้สึกว่าแผนการสมบูรณ์​แบบเรียบร้อย

    ตอนนี้มีวิญญาณปรากฏ​ออกมาตนบริเวณ​ที่พวกลู่หานแอบอยู่

    "ทำได้ดีมาก เจ้าพ่อร่างทรง"

    ลู่หานที่คาดเดาไว้อยู่แล้วว่า ด้วยอำนาจ อิทธิฤทธิ์​ของหมอตาทิพย์​ คงไม่เพียงพอข่มขู่​คนเหล่านี้แน่ จึงต้องให้ เจ้าพ่อร่างทรงผสมโรงร่วมด้วย

    "หึ"

    เจ้าพ่อร่างทรง ที่ไม่ชอบใจเมื่อตนเองต้องถูกเด็กที่ฆ่าตัวเองตายมาใช้งานเช่นนี้ แล้วยิ่งไม่ชอบใจกับการที่เด็กน้อยอย่างลู่หาน สามารถ​ใช้ยันต์​ประเภท​ด้านมืดแบบเดียวกับตนได้อย่างชำนาญ หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

    เจ้าพ่อร่างทรงที่มีคำถามมากมายในใจ แต่ถึงถามออกไปอีกฝ่ายไม่มีทางยอมบอกแน่ จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ

    "เราเข้าไปกอบโกย​กันเหอะ"

    ลู่หาน ที่รอให้คนหนีออกจากบริเวณ​นี้ไปจนหมด จึงเริ่มเข้าไปที่พักหมอตาทิพย์​ เพื่อกอบโกย​ทันที

    "เจ้าพวกนั้น ทิ้งพวกพ้องเพื่อหนีเอาตัวรอดกันหมด"

    สาวใช้ที่มองดูคนที่สลบด้วยการโดนเล่นงานจาก เจ้าพ่อร่างทรง จึงรู้สึกเห็นใจ เมื่อเวลามาแก้แค้น​ หวังเอาสมบัติ​ สิ่งของจากหมอตาทิพย์​ต่างรวมตัวกันมา แต่เวลาเกิดปัญหากับวิ่งหนีเอาตัวรอดกันหมด ทิ้งไว้ให้พวกพ้องนอนสลบอยู่ตรงนี้ไม่ยอมแบกกลับไปด้วย

    ด้วยการที่ลู่หานใช้ทักษะ หุ่นเชิดวิญญาณ​ กับ หมอตาทิพย์​ และเจ้าพ่อร่างทรง จึงสามารถ​ทำให้เกิดอิทธิฤทธิ์​ ปาฏิหาริย์​ ขึ้นอย่างสมจริงกว่าแต่ก่อนที่ หมอตาทิพย์​ กับเจ้าพ่อร่างทรง เล่นละครหลอกลวงชาวบ้านเสียอีก

    ด้วยทักษะ หุ่นเชิดวิญญาณ​ ที่ลู่หานใช้ควบคุม หมอตาทิพย์​ จากระยะไกลให้ลอยตัวขึ้นได้ แล้วการที่วิญญาณ​หมอตาทิพย์​ ยังคงสถิตร่างของคนทั่วไป​จึงทำให้เมื่อลู่หานใช้ทักษะเพื่อบังคับให้วิญญาณ​หมอตาทิพย์​ลอยขึ้นได้ จึงมีผลต่อร่างที่สถิตอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน จึงดูเหมือนอิทธิฤทธิ์​ ปาฏิหาริย์​ขึ้นมา เนื่องจาก​ชาวบ้านอยากเห็นอิทธิฤทธิ์​จึงจัดการแสดงออกมาให้เห็น