อีกฟากนึงก่อนหน้านั้นเล็กน้อย หลินตงรีบวิ่งหน้าตั้งมาถึงยังสำนักจิตวิญญาณแล้ว เขาตอนนี้ผ่านม่านพลังพร้อมกับกระโดดกำแพงกลับเข้ามาภายในสำนักอย่างคล่องแคล่ว เขามีแผนการณ์ที่ถูกวางเอาไว้แล้ว ถ้ามันเกิดระเบิดขึ้นเมื่อไหร่ทุกสรรพสิ่งจะต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่และเมื่อถึงเวลานั้นตัวของเขาก็จะทำอะไรได้ง่ายๆ
เมื่อคิดจบเขาก็รีบวิ่งไปยังบริเวณนึงของสำนักอย่างรวดเร็ว
และในตอนนั้นเองเสียงระเบิดกัปนาทที่สะท้านไปทั่วพื้นพิภพก็ดังสนั่นขึ้นอย่างรุนแรง
"บรึมมมมมมมมมมมม"
เทือกเขาหลังสำนักระเบิดขึ้นพร้อมกับมีแสงสว่างวาปสีขาวโพลนปรากฏออกมา หมู่เมฆบนฟากฟ้าถึงกับแหวกออกจนโล่งแจ้ง ฝุ่นควันมหาศาลเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วท้องฟ้าราวกับว่าจะเป็นวันสิ้นโลก
รอบๆบริเวณเทือกเขาหรือแม้แต่สำนักจิตวิญญาณสั่นไหวราวกับกำลังจะเจอเรื่องร้ายแรง พื้นดินที่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต้องทำให้อาคารหรือบ้านเรือนต้องพังทลายลง
ศิษย์สำนักทุกคนหรือแม้แต่ผู้อาวุโสถึงกับตกตะลึง พวกเขาถึงกับต้องเอามือปิดหูของตนเพราะว่ามันเป็นเสียงที่ดังอย่างมากและเมื่อพวกเขาเห็นถึงฝุ่นควันมหาศาลที่ก่อตัวกันราวกับเห็ดชนิดนึงก็ทำได้เพียงตกใจกับภาพตรงหน้า
เทือกเขาหลังสำนักจากที่มีอาณาเขตป่าทึบมากมายนับหลายร้อยกิโลเมตรแต่ทว่าในตอนนี้มันกลับหายไปหมดแล้ว เทือกเขาเกือบกว่าครึ่งสูญหายราวกับถูกพลังมหาศาลทำลาย มันกลายเป็นลานกว้างที่โล่งเตียนพร้อมกับหลุมลึกขนาดใหญ่ที่ราวกับว่าจะมีความลึกที่ไร้สิ้นสุด
"หะ.หะ.เห้ย!! เทือกเขาสำนักเรา..?!"
เมื่อเสียงของศิษย์คนนึงดังขึ้น ทุกคนก็พลันได้สติพร้อมกับมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนัก ในตอนนี้พวกเขาตกใจซะจนแทบจะตายแล้ว แรงระเบิดมหาศาลที่ทำให้เทือกเขาเกินกว่าครึ่งของสำนักต้องสูญหายนี้มันคืออะไรกัน
"หรือว่าสำนักเราถูกโจมตี รีบไปดูเร็ว..!!"
สิิ้นคำพูดของชายคนนึงแต่ละคนก็รีบพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่เกิดความโกลาหลขึ้นถึงขีดสุด ต้องบอกก่อนว่าทั่วทั้งอาณาเขตนับพันกิโลเมตรอบๆตอนนี้เห็นถึงหมู่เมฆที่เป็นรูปทรงเห็ดสีขาวโพลนได้จากที่ไกลๆ เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวถึงกับดังก้องไปทั่วหลายพันกิโลเมตรจนทำให้ผู้คนต้องหันมามองอย่างตกใจในจุดๆเดียวกัน
หลินตงที่กำลังวิ่งอยู่ก็ถึงกับต้องหันหลังมามองผลงานของตนเอง เขาแหงนหน้ามองไปยังท้องฟ้้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันที่มหาศาลด้วยท่าทางทีีแปลกประหลาด นี้คืออานุภาพของลูกแก้วทลายมิติระดับต่ำสุดยังงั้นเหรอเนี่ย รุนแรงอย่างที่ท่านอาจารย์บอกไว้จริงๆ อานุภาพของมันอาจจะรุนแรงเทียบเท่าการโจมตีระดับจิตแห่งดาราเลยมั้งนั่น
"ฮ่าฮ่า อะไรจะขนาดนี้ เทือกเขาที่ใหญ่โตหลายร้อยกิโลเมตรหายวับไปในพริบตา ถ้าเป็นอย่างนี้ไอ้แก่โหวฉางก็คงจะไม่ต้องพูดถึง ส่วนไอ้ร่างเงาสี่แขนนั้นจากที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังของมันในตอนนี้น้อยยิ่งกว่าไอ้เจ้าสำนักนั้นซะอีก ชีวิตของมันคงจะดับสูญไปพร้อมๆกันแล้วอย่างแน่นอน!!"
ชายหนุ่มหัวเราะร่าออกมาอย่างสะใจพร้อมกับวิ่งออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างกายของเขายังมีมังกรเพลิงสีชาดปกคลุมไว้อยู่ มังกรอมตะเร้นกายยังถูกเปิดใช้งานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อให้เขาจะวิ่งผ่านฝูงศิษย์นับร้อยก็ไม่มีผู้ใดที่จะตรวจพบได้
เมื่อเสียงระเบิดแห่งการทำลายล้างดังขึ้น ความสนใจของทุกสิ่งก็จะต้องถูกหันเหไปยังทิศทางนั้นและในตอนนี้มันก็จะเปิดโอกาสเพียงหนึ่งเดียวให้เขา ก่อนที่เขาจะไปเขาจะต้องปล้นหอเม็ดยาของพวกมันมาให้หมด ในเมื่อตั้งตนเป็นศัตรูกันแล้วหลินตงก็จะไม่ปราณีเช่นเดียวกัน
ชั่วครู่นึงหลินตงก็มาถึงยังอาณาเขตทิศใต้ของสำนัก เบื้องหน้าของเขาคือหอตำหนักเม็็ดยาชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ตรงหน้าประตูของหอเม็็ดยาตอนนี้มีผู้อาวุโสระดับจิตแห่งนภากำลังแหงนหน้ามองไปยังทิศทางระเบิดอย่างอึ้งๆ
เขาคือผู้อาวุโสผู้คุ้มกันหอเม็ดยานั้นเอง ในตอนนี้เขากำลังตกตะลึงถึงการระเบิดโดยที่ไม่ได้เห็นเลยว่ามีร่างเงาของหลินตงพุ่งผ่านเขาเข้าไปยังหอเม็ดยานั้นแล้ว
โดยปกตินั้นที่หอเม็็ดยาก็เป็นเฉกเช่นเดียวกันกับหลังสำนักนั้นก็คือมันจะมีม่านพลังที่แข็งแกร่งคอยปกคลุมเอาไว้ มันสามารถป้องกันและแจ้งเตือนการเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมาได้แต่สำหรับหลินตงแล้วมันก็อย่างเช่นเดิม ตราบใดที่เขายังใช้วิชามังกรเซียน มังกรอมตะเร้นกายอยู่ก็ไม่มีสิ่งที่ใดที่จะตรวจจับเขาได้พบ
และเมื่อชายหนุ่มเร้นลอดเข้ามายังหอเม็ดยาแล้วก็ถึงกับตกใจกับภาพตรงหน้า เบื้องหน้าของเขาคือตู้ชั้นวางนับสิบที่มีสมุนไพรหรือขวดยานับร้อยตั้งเรียงรายอย่างสวยงาม มันถูกวางไว้อย่างดีพร้อมกับมีม่านพลังที่ปกคลุมไว้อีกชั้นนึง พวกมันแต่ละต้นเปล่งประกายส่องสว่างออกมาอย่างงดงามพร้อมกับมีกลิ่นที่หอมฟุ้งกระจายไปทั่ว
"โหว สมุนไพรระดับหนึ่ง สมุนไพรระดับสอง สมุนไพรระดับสาม มีถึงสมุนไพรระดับห้า?"
"หะ.หะ.เห้ย เม็ดยาระดับหก ยาอัสนีบาตฟ้าคำราม..!!"
หลินตงถึงกับดวงตาลุกวาวพร้อมกับอุทานมันออกมา นี่คือเม็ดยาที่เมื่อกินมันเข้าไปแล้วจะกระตุ้นร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันธาตุสายฟ้าอย่างถึงที่สุด เม็ดยาล้ำค่านี้คือสิ่งที่ทุกคนนั้นต้องการเพราะว่าเมื่อมีมันแล้วก็จะสามารถไปยังเทือกเขาอัสนีโหมกระหน่ำได้ง่ายๆ มันสามารถต้านทานอัสนีที่ฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้าได้อย่างง่ายดายจนแทบจะไม่เป็นอะไร
เขาไม่รอช้ารีบโกยทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาภายในแหวนมิติ ร่างกายของเขาเสมือนกับเป็นภูติผีที่ทะลุผ่านม่านพลังทุกสิ่ง ความคิดของหลินตงมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นซึ่งนั้นก็ถือจะเอามันไปทั้งหมดและจะไม่ให้เหลืออะไรอยู่เลย
เวลานี้ถ้าทุกคนมาเห็นสถานการณ์ตรงหน้าละก็พวกเขาก็จะต้องมึนงงอย่างแน่นอนที่อยู่ดีๆสมุนไพรหรือขวดของเม็ดยาก็หายวับไปกลางห้วงอากาศทั้งๆที่ยังมีม่านพลังป้องกันเอาไว้อยู่
พริบตาเดียวหลินตงก็ใช้เวลาไม่นานในการโกยพวกมันเข้าแหวนมิติทั้งหมด เขารีบจ้ำอ้าวออกมาพร้อมกับสถานะที่ร่ำรวยเทียบเคียงกับสำนักนึง ในตอนนี้ชายหนุ่มไม่ได้ขาดแคลนเม็ดยาในการฝึกฝนพลังยุทธอีก
ร่างเงาของหลินตงวิ่งผ่านหน้าผู้อาวุโสเม็ดยาด้วยท่าทางที่เยาะเย้ยอยู่นิดๆ มัวแต่มองไปยังทางโน่นจนไม่ได้สังเกตเห็นถึงภายในหอเม็ดยาเลย สมควรแล้ว
ขณะนั้นหลินตงก็มาถึงยังหน้าประตูของสำนักที่เขาเคยเดินผ่านมันเข้ามา เขาค่อยๆหันไปมองเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับพูดขึ้นอย่างสะใจ
"ไปก่อนละว้อย!! ไว้เจอกันใหม่เมื่อจักรวาลต้องการ ฮ่าฮ่าฮ่า"
ชายหนุ่มพูดจบก็พุ่งทะยานหายวับออกนอกสำนักไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับหายวับเข้าภายในป่าลึก
ทุกคนที่อยู่รอบๆอาณาเขตหรือภายในสำนักก็ไม่ได้รับรู้เลยว่าสำนักจิตวิญญาณของพวกเขาจบสิ้นลงแล้ว เจ้าสำนักโหวฉางคงไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไงกับพวกผู้อาวุโสอีกหลายคนที่ตกตายลง ส่วนหอเม็ดยาที่ได้ขึ้นชื่อว่าร่ำรวยและมีอิทธิพลมากที่สุดภายในสำนักก็กลับกลายเป็นความว่างเปล่าไปเรียบร้อย
การลงมือในครานี้กลับทำให้สำนักจิตวิญญาณต้องจบสิ้นลงและแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดได้รับรู้ว่านี้คือฝีมือของใคร มันคือเรื่องปริศนาที่จะต้องถูกพูดถึงไปอีกนานนับร้อยๆปีเลยทีเดียว