เมื่อเสร็จธุระจากร้านเครื่องประดับหญิงสาวเดินออกมายืนอยู่หน้าร้านพลางมองไปรอบ ๆ อย่างดื่มด่ำในบรรยากาศที่ตนไม่เคยพบพานมาก่อน 'หากไม่ได้เข้ามาััด้วยตัวเองคงยากจะเชื่อในเื่พวกนี้'
"เสี่ยวเถาเ้าหิวแล้วหรือยัง"
"โครกกกกกกก"
"แหะ ๆ"
เสี่ยวเถาหัวเราะเบา ๆ โดยปกติยามเมื่ออยู่จวนหรือออกไปไหนหญิงสาวมักจะเตรียมอาหารรองท้องไว้ก่อนเสมอ นางถูกสอนมาั้แ่เด็กให้รอเ้านายทานก่อนถึงจะทานได้ แต่เมื่อได้อยู่กับจิ่งอัน หญิงสาวกลับถูกตามใจจนเสียนิสัย ทุกครั้งที่คุณหนูของนางได้กินนางก็จะได้กินไปพร้อม ๆ กัน มีเพียงบางครั้งที่คุณหนูทำธุระมิได้ทานอาหารนางจึงจะเตรียมอาหารว่างรอคุณหนูเสมอ
"งั้นเราไปโรงน้ำชากันเถอะ"
ขณะที่จิ่งอันกำลังเดินทางไปยังโรงน้ำชานั้นกลับมีเสียกเรียกคุ้นหูดังมาจากด้านข้าง
"อันอัน"
เมื่อหญิงสาวหันไปมองจึงพบว่าเป็อีสือเพื่อนใหม่ที่ตนพบในงานเลี้ยงชมบุปผานั่นเอง
"อาสือ เ้ามาได้อย่างไร"
"ข้ามารับของให้ท่านพ่อ นี่เ้ากำลังจะไปไหนกัน"
"ข้ากำลังจะไปหาไรกินที่โรงน้ำชาด้านหน้า เ้าจะไปด้วยกันหรือไม่"
"ดีเลย ข้ากำลังหิวพอดี"
ร้านน้ำชามีคนพลุกพล่านไม่น้อย เสี่ยวเอ้อออกมาต้องรับหญิงสาวทั้งสอง
"คุณหนูทั้งสองจะรับอะไรดีขอรับ"
"ขอที่เงียบ ๆ ติดหน้าต่างชั้นสองให้เราได้หรือไม่"
"มีที่ว่างอยู่พอดี เชิญขอรับ"
เสี่ยวเอ้อพาหญิงสาวทั้งสองไปยังที่นั่งข้างหน้าต่างของชั้นสอง ที่นั่นเงียบสงบมองเห็นบรรยากาศในร้านและถนนด้านนอกได้อย่างถ้วนทั่ว
"เ้าเลือกที่นั่งได้ดี ข้าชอบ"
อีสือเอ่ยกับจิ่งอันก่อนจะหันไปหาเสี่ยวเอ้อที่ยืนรอทั้งสองสั่งอาหาร
"เอาเต้าหู้ผัด เกี๊ยวน้ำ หมั่นโถ แล้วเนื้อผัดเผ็ดอีกจาน กับชาด้วยนะ"
"ขอรับ"
เสี่ยวเอ็อรับคำก่อนจะเดินจากไปอีสือหันไปหาจิ่งอันทันที
"วันนั้นข้าตามหาเ้าในงานไม่เจอ มารู้อีกทีตอนที่ผู้คนต่างลือกันว่าเ้าได้รับราชโองการหมั้นหมายกับอ๋องสี่ เกิดอะไรขึ้น เล่ามา ๆ"
อีสือถามขึ้นในทันทีเมื่อเห็นว่าปลอดคน เพราะนอกจากพวกนางทั้งสองแล้วมีเพียงคนติดตามทั้งสองของพวกนางซึ่งไว้ใจได้เพียงเท่านั้น จิ่งอันเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้กับอีสือ หญิงสาวหัวเราะจนน้ำตาไหล
"ช่างสมกับที่เป็เพื่อนข้าเสียจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ "
อีสือถูกอกถูกใจกับเื่ที่หญิงสาวเล่ายิ่งนัก ก่อนจะกดเสียงให้ต่ำลงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"เ้าต้องระวังเซียวจิ่วและอ๋องหุ้ยให้ดี คนหนึ่งเสแสร้งอ่อนแอแต่ร้ายลึกส่วนอีกคนเ้าก็คงเห็นอยู่แล้ว"
"ขอบใจที่เ้าเป็ห่วง ข้าจะระวังตัว ว่าแต่เ้าเถอะ มาทำธุระอะไรให้แม่ทัพอีหรือ"
"อ้อ ข้ามารับมีดสั้นในโรงตีดาบให้ท่านพ่อน่ะ"
อีสือหยิบมีดสั้นขึ้นมาให้จิ่งอันเชยชม หญิงสาวพิจารณามีดสั้นนั้นก่อนจะหันไปหาอีสือที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนั้น
"อาสือ หากข้าอยากให้เ้าสอนข้าใช้มีดสั้นป้องกันตัวบ้างจะได้หรือไม่"
"ห๊ะ เ้าจะเอาจริงเหรอ"
อีสือเอ่ยขึ้นด้วยความใ เพราะธรรมดาแล้วคุณหนูส่วนใหญ่ล้วนมิชอบเื่เหล้านี้เท่าใดนัก จิ่งอันพยักหน้า 'การคบอ๋องสี่อาจมีอันตรายที่เราไม่อาจรู้ได้ หากมีวิชาป้องกันตัวไว้คงจะเป็สิ่งดีที่สุด'
"แต่เ้าช่วยปิดเื่นี้เป็ความลับด้วยได้หรือไม่"
"ย่อมได้อย่างแน่นอน เช่นนั้นข้าจะส่งเทียบเชิญเ้ามาที่จวนข้านะ เพื่อมิให้เป็ที่สงสัย"
"ขอบใจเ้ามาก ไว้ข้าจะทำขนมอร่อย ๆ เป็การตอบแทนเ้านะ"
"เ้าพูดเช่นนี้แล้วข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ ฮ่า ๆ ๆ "
จิ่งอันและอีสือทานพูดคุยกันและอาหารเรียบร้อยแล้วจึงเตรียมตัวเพื่อแยกย้ายกันกลับจวน ระหว่างที่กำลังลงบันไดเพื่อจะออกจากร้านจิ่งอันกลับหยุดอยู่ตรงหัวบันไดนั้นมิได้เดินตามอีสือลงไปจนหญิงสาวที่เดินลงไปก่อนหันมาเอ่ยถามขึ้น
"เ้าหยุดทำไมกันอันอัน"
จิ่งอันส่งสายตามไปทางปลายกระโปรงที่ถูกเหยียบไว้โดยเซียวจิ่ว สตรีในอาภรณ์ฟ้ายืนกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่หลังจิ่งอัน อีสือกำลังจะอ้าปากด่าแต่กลับถูกจิ่งอันแอบยกมือปรามไว้เสียก่อน
"เ้ามีธุระอันใดกับข้าหรือคุณหนูเซียว"
"เปล๊า!!! ข้าเพียงอยากจะมาดูหน้าว่าที่พระชายาอ๋องสี่ ที่ตอนนี้กลายเป็อ๋องตาบอดที่ผู้คนต่างเคยเรียกว่าอ๋องปีศาจก็เท่านั้น"
เซียวจิ่วพูดด้วยเสียงอันดังเพื่อให้คนทั้งร้านหันมามองจิ่งอันโดยหวังอยากให้นางเกิดความรู้สึกอับอาย จิ่งอันรู้ดีว่านี่คือแผนของเซียวจิ่วจึงยิ้มอย่างอ่อนโยนแก่หญิงสาวตรงหน้านั้น
"เื่นี้ข้าได้บอกคุณหนูเซียวแล้วมิใช่หรือว่า แม้ท่านอ๋องจะตาบอดแต่จิตใจของท่านอ๋องนั้นกลับมิได้มืดบอดเหมือนผู้ที่กล่าวหาพระองค์ ในอดีตที่อ๋องสี่ยังมิได้ตาบอดนั้นข้าพอจะทราบมาบ้างว่ามีสตรีที่หมายปองอ๋องสี่มากมาย หนึ่งในนั้นรวมคุณหนูเซียวด้วยมิใช่หรือ แต่เพราะเหตุใดกันพออ๋องสี่เป็เช่นทุกวันนี้แล้วคุณหนูเซียวกลับเที่ยวตอกย้ำอ๋องสี่เื่ที่เขาตาบอดกัน หรือเพียงเพราะเขามองมิเห็นท่านจึงรังเกียจและกล่าวหาอ๋องสี่เช่นนี้ หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัว"
จิ่งอันหันหลังให้เซียวจิ่วทันทีดั่งมิพอใจในตัวนาง เมื่อเห็นว่าทุกคนมองเห็นนางหันหลังให้หญิงสาวแล้ว จิ่งอันจึงแอบกระตุกชายกระโปรงที่เซียวจิ่วเหยียบไว้ หญิงสาวที่มิทันระวังตัวจึงล้มหงายหลังในทันที
"ฮ่าาาา ๆ ๆ "
ผู้คนในร้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างหัวเราะขบขันกับการล้มหงายหลังของเซียวจิ่ว
"เ้า เ้าแกล้งข้า"
เซียวจิ่งพูดขึ้นพร้อมลุกขึ้นมาชี้หน้าจิ่งอัน สตรีในอาภรณ์สีม่วงหันกลับมามองเซียวจิ่วด้วยความสงสัย
"ทุกคนเป็พยานได้ว่าข้าหันหลังเดินจากท่านไปแล้วก่อนที่ท่านจะล้ม การที่คุณหนูเซียวล้มแล้วมากล่าวหาข้าเช่นนี้นั้นข้าคิดว่าไม่ถูกต้อง"
"ใช่ ๆ เห็นว่านางล้มเอง"
"ใช่ ๆ ข้าก็เห็นเหมือนกัน"
ทุกคนในร้านต่างเป็พยานให้จิ่งอัน เซียวจิ่วอายหน้าแดงจึงได้วิ่งหนีไปในทันที อีสือมองจิ่งอันก่อนจะหัวเราะชอบในและแอบยกนิ้วโป้งให้หญิงสาว