# เมฆา สืบสู้ผี
*ซีรีส์: สมุดบันทึกมรณะ*
*ตอนที่ 2: หน้าที่สองที่ไม่มีใครเขียน*
คืนเดียวกัน บ้านเดี่ยวสองชั้นย่านเอกมัย
พล นักเขียนนิยายสยองขวัญวัย 45 ปี อดีตคู่แข่งตัวฉกาจของธนา นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานส่วนตัว ชั้นสองของบ้านที่ปิดทึบด้วยม่านหนา แสงจากจอส่องใบหน้าเขาซีดเซียว
บนโต๊ะข้างคีย์บอร์ด มีสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มใหม่วางเด่น โน้ตสั้นๆ ที่แนบมาเขาทิ้งไปแล้ว
พลเปิดหน้าที่หนึ่งของสมุดด้วยความอยากรู้
ตัวหนังสือลายมือสวยแต่แปลกตา (ไม่ใช่ลายมือเขา) เขียนไว้ว่า
“ถึงพล
ขอบคุณที่รับสมุดเล่มนี้ไว้
ตอนนี้เื่ราวของนายเริ่มต้นแล้ว”
พลขมวดคิ้ว หัวเราะเบาๆ “แฟนคลับโรคจิตอีกแล้ว”
เขาเปิดหน้าถัดไป
หน้าเพจที่สองเขียนด้วยลายมือเดียวกัน แต่เนื้อหาเปลี่ยนเป็การบรรยายชีวิตเขาในวันนี้แบบละเอียดยิบ
ั้แ่ตอนเช้าที่เขาตื่นมา ดื่มกาแฟยี่ห้อเดิม กินข้าวไข่เจียวที่แม่บ้านทำ
จนถึงตอนบ่ายที่เขานั่งทะเลาะกับบรรณาธิการทางโทรศัพท์
พลตัวแข็ง เพราะทุกอย่างตรงเป๊ะ แม้แต่ประโยคที่เขาพูดด่าบรรณาธิการ
เขาเปิดหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว
หน้าเพจที่สามเริ่มเขียนถึง “คืนนี้”
บรรยายว่าเขาจะรู้สึกหนาวั้แ่ปลายนิ้ว
จะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังขึ้นเรื่อยๆ
แล้วจะมี “บางอย่าง” ที่เขาไม่เคยบอกใคร เริ่มกระซิบข้างหูเขา
พลปิดสมุดลงแรง หัวใจเต้นตุบๆ
เขาลุกไปเปิดไฟใหญ่ทุกดวงในห้อง
แต่ความหนาวเริ่มต้นจริงๆ จากปลายนิ้วชี้ข้างขวา
นิ้วที่เขาใช้เปิดสมุด
เช้าวันถัดมา สถานีตำรวจกองปราบ
ริต้าได้รับแจ้งศพนักเขียนชื่อดังรายที่สองในรอบสามวัน
เธอ นิชา และเมฆา เดินเข้าบ้านพลพร้อมกัน
ศพพลนั่งพิงเก้าอี้ทำงาน คอหักบิดไปด้านหลัง ตาเบิกกว้าง ปากอ้ากว้างค้าง
ท่าทางเดียวกับธนาเป๊ะ
บนโต๊ะมีสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มเดียวกับที่ธนาเคยมี
เปิดค้างไว้หน้าสุดท้าย
ตัวหนังสือลายมือที่ไม่ใช่ของพลเขียนบรรยายการตายของเขาอย่างละเอียด
รวมถึงวินาทีสุดท้ายที่เขาพยายามกรีดร้องแต่ไม่มีเสียง
นิชาใส่ถุงมือ ตรวจสมุดอย่างระวัง
“หมึกเดียวกัน กระดาษเดียวกัน ลายมือเดียวกัน แต่ไม่ใช่ลายมือของเหยื่อทั้งสองคน”
ริต้าถาม “แล้วใครเขียน?”
เมฆายืนห่างจากสมุดสามเมตร แต่รู้สึกถึงพลังงานเย็นเยียบแผ่ออกมา
“ไม่มีใครเขียนด้วยมือจริงๆ” เขาพูดเบาๆ “สมุดเล่มนี้ดูดความกลัวลึกๆ ของคนที่เปิดอ่าน แล้วแปรเปลี่ยนเป็ตัวหนังสือ ทำให้ความกลัวนั้นเป็จริง”
นิชาหัวเราะแห้ง “ฟังดูเหมือน mass hysteria ที่ถูกกระตุ้นด้วย suggestion แต่… มันเร็วและรุนแรงเกินไป”
ริต้าสั่งทีมนิติฯ ถ่ายรูปและเก็บสมุดใส่ถุงหลักฐานสองชั้น
“เราต้องหาต้นตอสมุดเล่มนี้ ใครเป็คนส่งให้ธนาก่อน”
บ่ายวันนั้น ห้องแล็บนิติวิทยาศาสตร์
นิชาวิเคราะห์สมุดสองเล่มที่ได้จากสองศพ
เธอใช้เครื่องสแกนรังสี UV และกล้องจุลทรรศน์
ผลออกมาเร็วมาก
“กระดาษเป็ชนิดพิเศษ ผลิตสมัย ร.ศ. 120-130 ปีเท่านั้น มีเส้นใยฝ้ายผสมเยื่อไม้เฉพาะที่โรงงานเก่าในอยุธยาเคยทำ หาซื้อไม่ได้มานานแล้ว”
เธอพลิกดูปกใน
มีตราประทับจางๆ ที่มุมล่างซ้าย
“ตราของ ‘ร้านหนังสือเก่าพิมพ์ดี’ ย่านบางลำพู ร้านนี้ปิดตัวไปั้แ่ปี 2510”
เมฆาที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ พูดขึ้น
“ร้านนั้นเคยเป็ของนักเขียนอาถรรพ์ชื่อ ‘หลวงปกรณ์’ เขาใช้วิธีเขียนนิยายด้วยหมึกผสมเืตัวเองและสารเคมีบางอย่าง ทำให้คนอ่านเกิดอาการหลอนหนักจนตายมาแล้วหลายคน”
นิชาหันมามอง “ตำนาน?”
เมฆาส่ายหัว “ไม่ใช่ตำนานทั้งหมด มีบันทึกคดีเก่าที่ตำรวจเคยสอบสวน แต่ปิดเพราะขาดหลักฐาน”
ริต้าพูดขึ้น “งั้นเราไปที่ร้านเก่านั้นกัน อาจมีสมุดเหลืออยู่”
ค่ำวันนั้น ย่านบางลำพู ตรอกแคบๆ ที่เคยเป็ที่ตั้งร้านหนังสือเก่า
อาคารไม้สองชั้นเก่าผุพัง ป้ายไม้ลอกจนอ่านไม่ออก ประตูปิดทึบด้วยกุญแจสนิมเกรา
เมฆาใช้กุญแจผีไขเปิดในห้านาที
ภายในร้านมืดสนิท กลิ่นกระดาษเก่าและความชื้นคละคลุ้ง
ชั้นหนังสือไม้ผุเรียงกันเต็มผนัง เล่มเก่าๆ ฝุ่นจับหนา
ริต้าส่องไฟฉายไปรอบๆ
นิชาเดินไปที่เคาน์เตอร์เก่า พลิกดูสมุดบัญชีฝุ่นจับ
แล้วเธอก็พบมัน
กล่องไม้เก่าที่ซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์
ภายในมีสมุดบันทึกปกหนังสีดำเหมือนกันอีกห้าเล่ม
ใหม่เอี่ยมราวกับเพิ่งผลิต
นิชาหยิบขึ้นมาหนึ่งเล่มอย่างระวัง
เปิดหน้าที่หนึ่ง
ตัวหนังสือลายมือเดิมเขียนไว้ว่า
“ถึงผู้ที่พบสมุดเล่มนี้
เื่ราวของคุณเริ่มต้นแล้ว”
นิชาปิดสมุดทันที มือสั่น
เธอหันไปบอกเมฆาและริต้า
“มันรู้ว่าเราจะมา”
เมฆาเดินมาหยุดหน้าสมุดที่นิชาถือ
เขารู้สึกถึงความหนาวที่แผ่ออกมาแรงกว่าทุกครั้ง
แล้วเสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นในหัวเขาโดยตรง
เสียงผู้ชายแก่ๆ แหบพร่า แต่ชัดเจน
“ในที่สุด… ก็มีคนมาเปิดอีกแล้ว”
เมฆาหันไปมองรอบห้อง
ที่มุมมืดสุดร้าน มีเงาผู้ชายสูงวัยในชุดโบราณยืนนิ่ง
ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่น แต่ตาคมกริบ
เขายิ้มบางๆ
“ยินดีต้อนรับ… สู่นักเขียนคนต่อไป”
กล้องตัดไปที่โต๊ะทำงานของเมฆา คืนเดียวกัน
บนโต๊ะ มีสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มหนึ่งวางเด่น
เขาไม่รู้ว่าได้มันมาจากไหน
มีแต่โน้ตสั้นๆ แนบมา
“ขอบคุณที่ช่วยสืบเื่นี้ – จากแฟนนิยายตัวจริง”
เมฆามองสมุดนิ่งๆ
แล้วค่อยๆ ยื่นมือไปเปิดหน้าที่หนึ่ง
จบตอนที่ 2
*โปรดติดตามตอนต่อไป*