ตามพล็อตเดิมของละครสั้นแนวตั้งเื่นั้น หลังจากที่แม่นางดอกบัวขาวมาท้าทายถึงในจวนเสนาบดี ยัยนางร้ายหน้าโง่ก็ดันหวาดกลัวว่าอวี่เจ๋อจะทอดทิ้งตนเองไป ถึงขั้นยอมลดศักดิ์ศรีของบุตรสาวขุนนางใหญ่ คุกเข่าก้มหัวขอโทษเหลียนฮวา ยอมกล้ำกลืนน้ำตาตกลงยอมรับนางในฐานะภรรยาเท่าเทียม
ความใจกว้างอันแสนโง่งมนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น พวกเขายิ่งได้คืบจะเอาศอก เดินทางเข้าวังหลวงเพื่อกราบทูลขอโองการสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ หวังจะเหยียบย่ำบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้ายให้จมลงสู่ก้นโคลนตมต่อหน้าธารกำนัลในราชสำนัก
ในตอนที่นั่งดูละครสั้นเื่นี้นางยังนึกขำในใจ สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าที่เป็เพียงบุตรสาวสามัญชน จะทูลขอโองการสมรสจากโอรส์ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว คุณชายอวี่เจ๋อเป็ถึงบุตรสายตรงของจวนแม่ทัพใหญ่ ดำรงตำแหน่งใหญ่เป็ถึงรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายผู้คุมกำลังพลกองหน้า
แท้จริงแล้ว... เื้ัความอุกอาจครั้งนี้เป็เพราะแม่ทัพใหญ่ผู้เป็บิดาของอวี่เจ๋อใกล้ลาโลกเต็มที
‘เสวียเฉิง’ นั้นเป็พ่อม่ายหลังจากที่เขามีบุตรั้แ่อายุเพียงสิบห้าปี บุตรชายของเขาอายุได้ยี่สิบปี ซึ่งอายุมากกว่าิอวี้เพียงสองปีเท่านั้น นั่นหมายความว่าในยามนี้แม่ทัพใหญ่เพิ่งจะมีอายุได้เพียงสามสิบห้าปีกว่า
ตัวเขารูปร่างสูงโปร่งกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของชายชาติทหาร แววตาดุดันคมคาย นับว่ายังหนุ่มแน่น มิได้แก่เฒ่าเลยแม้แต่น้อย หากมิใช่เพราะเขาถูกพิษร้ายแรงในระหว่างไปออกรบทำศึก บุรุษหุ่นล่ำบึ้กผู้นี้คงจะมีชีวิตอยู่เคียงคู่บัลลังก์ัได้อีกนานโข
ด้วยความที่แม่ทัพใหญ่สร้างคุณงามความดีให้แก่แผ่นดินจนวาระสุดท้าย เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังจะสิ้นลมจึงยอมใช้ป้ายอาญาสิทธิ์และตำแหน่งทั้งหมดที่เพียรสะสมมา ทูลขอสมรสพระราชทานให้บุตรชายสมปรารถนาตามที่เ้าตัวมาร้องขอ โดยไม่รู้ความจริงเลยว่าเหลียนฮวาผู้นั้นแสร้งทำเป็ใสซื่อ ซ้ำยังไม่รู้อีกด้วยว่าบุตรชายของตนได้ทำร้ายทำลายน้ำใจตระกูลกู้ไปมากน้อยเพียงใด
เสวียเฉิงเพียง้าจะทำหน้าที่บิดาเป็ครั้งสุดท้าย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้อยู่ทำหน้าที่นั้นเลย ตัวเขาใช้ชีวิตตรากตรำอยู่แต่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บ เมื่อได้รับปูนบำเหน็จรางวัลใด ก็ส่งกลับมาให้บุตรชายและแม่นมที่จวนแม่ทัพไม่เคยขาด ทั้งยังฝากวานจวนเสนาบดีให้คอยช่วยดูแลอบรมสั่งสอนบุตรชายของเขาด้วยความเกรงใจ
บุรุษเช่นนี้นี่สิดีนัก เหมาะควรแก่การเป็สามี ตอนที่นางกับเพื่อน ๆ ก้มหน้าดูมือถืออยู่ในห้องพักแพทย์ ทั้งหมอและพยาบาลต่างพากันมาล้อมวงดูไปด่าไป ไม่รู้ว่ายัยนางร้ายที่กลายมาเป็นางเอกในพล็อตเดิมจะดันอุ้มท้องหนีพระเอกธงแดงพรรค์นั้นไปเพื่ออะไร!
หึ... แน่ล่ะว่าคุณหมอกู้ิอวี้คนนี้จะต้องสานฝันให้กลุ่มเพื่อนร่วมอาชีพ และนางจำเป็ต้องเร่งมือ แม่ทัพใหญ่เสวียเฉิงตอนนี้อาการพิษเรื้อรังกำเริบหนักจนร่างกายแทบจะแบกรับไว้ไม่ไหว เขากำลังจะตายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
พูดถึงยัยนางร้ายคนก่อนช่างไร้สติปัญญา ต่อให้รู้เื่พิษคุกคามก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ในใจเอาแต่โกรธแค้นที่แม่ทัพหนุ่มใหญ่ผู้นั้นยอมใช้ความดีความชอบ กราบทูลขอสมรสพระราชทานให้แก่ชู้รักของบุตรชาย
ิอวี้กระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่สวยทอประกายเ้าเล่ห์ดุจนางปีศาจจิ้งจอก
สมรสพระราชทานอะไรกัน ตบแต่งภรรยาเท่าเทียมรึ ฝันไปเถิด! ถ้าหากว่าเว่ยเสวียเฉิงไม่ตาย เขาจะทูลขอฝ่าาให้เ้าง่าย ๆ ไหมเล่า อวี่เจ๋อ...
ดีละ! ข้าจะรีบไปรักษาชีวิตบิดาของไอ้พระเอกหน้าโง่นั่น ค่อยขยับฐานะก้าวขึ้นไปเป็ฮูหยินตราตั้ง จากนั้นข้าจะกลายเป็แม่เลี้ยงที่คอยแกว่งเท้าดูไอ้ลูกทรพีและหญิงชู้ มาคุกเข่าโขกศีรษะคำนับข้าทุกเช้าเย็น!
แค่คิดก็สะใจจะแย่แล้ว เื่อะไรนางจะไปทนทุกข์อุ้มท้องหนีพระเอกธงแดงพรรค์นั้นกัน มิสู้เอาบิดาของเขามาทำสามีเสียยังจะดีกว่าเป็ไหน ๆ
“เหมี่ยวเหมี่ยว ลูกรัก เ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”
เสียงที่ดังขึ้นแ่เบาดึงสติของคุณหมอสาวให้หลุดออกจากห้วงความคิดอันแสบสัน
ผู้เป็บิดาทอดสายตามองแก้วตาดวงใจด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นบุตรสาวหยุดร้องไห้แล้วก้มหน้าก้มตาเงียบงันไปตลอดทาง ระหว่างที่รถม้ากำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่เขตพระราชฐานวังหลวง
หลังจากรถม้าเทียบจอดสนิท ทั้งสองก็ก้าวเดินเคียงกันไปตามระเบียงคดอันทอดยาวของพระราชวัง ที่โอบล้อมด้วยกำแพงวังสีชาด หลังคากระเบื้องเคลือบสีทองอร่ามสะท้อนรับแสงตะวันอย่างโอ่อ่าตระการตา
โดยปกติแล้วิอวี้มักจะอารมณ์ดีเสมอยามได้มาเยี่ยมชมอุทยานหลวง อันจัดแต่งด้วยศิลาแปลกตาและมวลบุปผาพันธุ์หายาก ขับเน้นความยิ่งใหญ่สมฐานะใจกลางแห่งอำนาจอันสูงสุดแห่งแผ่นดิน
“ลูกเพียงแค่คิดว่า... ฟ้าหลังฝนมักงดงามเสมอเ้าค่ะท่านพ่อ”
ิอวี้หันไปส่งยิ้มหวานจนตาหยีให้บิดาคลายกังวล ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะกวาดมองไปรอบ ๆ สถาปัตยกรรมโบราณอันวิจิตรตระการตา จนเผลอคิดอุทานในใจ
โอ้โห... งดงามเกินไปแล้ว วัน ๆ ข้าจมปลักอยู่แต่ในโรงพยาบาลเอกชนกับคนไข้ พึ่งเคยได้มาเห็นพระราชวังหลวงของจริงแบบข้ามศตวรรษก็วันนี้แหละ
บิดาลอบปรายสายตามองด้วยท่าทางแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นบุตรสาวดูตื่นตาตื่นใจเกินกว่าเหตุ ทั้งที่นางเคยเดินทางเข้าวังมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ยังไม่ทันที่จะก้าวเดินไปถึงตำหนักขององค์ฮองเฮา เสียงร้องอุทานด้วยความตื่นตระหนกใของเหล่านางกำนัลกลุ่มหนึ่งเรียกสองพ่อลูกให้หันมองขวับ
“ว้าย! ท่านแม่ทัพ เป็อะไรไปเ้าคะ!”
“เรียกหมอเร็วเข้า!”
ภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นบริเวณระเบียงไม้ที่เป็ทางโถงเดินยาว ทำเอาฝีเท้าของคุณหนูใหญ่และเสนาบดีฝ่ายซ้ายต้องชะงักลง
สายตาทั้งสองคู่มองเห็นร่างสูงโปร่งกำยำในชุดขุนนางฝ่ายบู๊สีเข้ม กำลังทรุดกายลงฮวบ เขาพิงเสาระเบียงคดวังหลวงอย่างหมดเรี่ยวแรง มือหนาข้างหนึ่งกุมหน้าอกซ้ายเอาไว้แน่น
ใบหน้าคมคายดุดัน ยามนี้ซีดเผือดสลับเขียวคล้ำด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส ก่อนที่เขาจะกระอักลิ่มเืสีดำคล้ำน่ากลัว โชยกลิ่นพิษขมปร่าออกมาคำโตจนเปรอะเปื้อนพื้นหินอ่อน พวกนางกำนัลยิ่งส่งเสียงกรีดร้องวุ่นวาย
นั่นมัน... เว่ยเสวียเฉิง!
ิอวี้กระจ่างแจ้งในใจดียิ่งกว่าผู้ใด ว่าบุรุษหุ่นล่ำบึ้กที่กำลังจะสิ้นลมตรงหน้าคือใคร ก็เพราะนางเพิ่งจะนั่งดูละครสั้นเื่นี้มาหมาด ๆ อย่างไรเล่า