การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 80 เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง

    ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์
            ในขณะที่จักรพรรดิเสวี่ยซงกำลังตรวจเอกสารต่างๆอยู่ พลอยใสได้ปรากฏตัวขึ้นด้านข้างเขา  “นายท่าน”        จักรพรรดิเสวี่ยซงได้วางเอกสารลงพร้อมกับหันมากล่าวถามพลอยใส “เจ้าได้พูดคุยอะไรกับเขาบ้าง ?”        พลอยใสได้ส่ายหน้าของนางเล็กน้อยพร้อมกับยื่นแหวนมิติสองวงให้กับจักรพรรดิเสวี่ยซง “เขาได้ยกเลิกการใช้ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษ ทำให้ข้าถูกส่งกลับไปยังโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญก่อนที่จะได้พูดคุยกับเขา ส่วนแหวนมิติสองวงนี้เป็นของคนที่ข้าสังหารได้เจ้าค่ะ”        จักรพรรดิเสวี่ยซงได้หยิบแหวนมิติสองวงในมือของพลอยใสมาพินิจพิเคราะห์ตรวจดูสิ่งของอยู่ที่ภายในแหวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนทำให้เขาได้พบป้ายหยกที่สลักคำว่าผู้นำตระกูลจ้านเอาไว้ “อืม นี่คือป้ายหยกประจำตระกูลของเผ่าพันธุ์มังกร...”        เมื่อเห็นจักรพรรดิเสวี่ยซงตรวจดูแหวนมิติทั้งสองวงเสร็จเรียบร้อยพลอยใสได้กล่าวขึ้นว่า “ข้ายังได้มอบป้ายหยกประจำตัวของข้าให้กับเขาด้วยเจ้าค่ะนายท่าน”        “โอ้! เจ้าได้มอบป้ายหยกประจำตัวของเจ้าให้กับเขา! เจ้าทำได้ดีมากพลอยใส ข้าเชื่อว่าในอนาคตพวกเราจะต้องได้พบเจอกับชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดาผู้นี้อย่างแน่นอน” จักรพรรดิเสวี่ยซงกล่าวขณะไปยังท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป
    มิติแดนอสูร
            “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์20,000ตน กล่าวทักทายหวังเหว่ย        “ศึกในครั้งนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก  สำหรับแหวนมิติและสิ่งของมีค่าต่างๆที่พวกเจ้าเก็บรวบรวมมาได้ ให้พวกเจ้านำไปส่งมอบให้กับหน่วยกองคลัง เพื่อให้หน่วยงานกองคลังกำหนดค่าคะแนนผลงานสำหรับใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของเหล่านั้น”        “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์20,000ตน ได้นำสิ่งของที่เก็บรวบรวมมาได้ไปมอบให้กับหน่วยงานกองคลัง และได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองต่อในทันที        ส่วนหวังเหว่ยหลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เขาได้ไปหาฉิงเหม่ยภายในที่พักของนาง        “นายท่าน” ฉิงเหม่ยและวิหคน้อยรวมถึงบิดา มารดาของนางกล่าวทักทายหวังเหว่ย        หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับบิดา มารดาของฉิงเหม่ยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “เหตุใดพวกท่านจึงเรียกข้าว่านายท่าน”        เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองได้โค้งคำนับหวังเหว่ย จากนั้นบิดาของฉิงเหม่ยได้กล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือครอบครัวของพวกเราขอรับ พวกเราได้ทราบเรื่องราวของทั้งหมดจากบุตรสาวแล้ว หลังจากนี้พวกเราขอติดตามรับใช้ท่านผู้มีพระคุณเหมือนดั่งบุตรสาวขอรับ”        หวังเหว่ยได้เข้าไปพยุงทั้งสองพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ข้ารู้สึกยินดียิ่งนักที่พวกท่านต้องการทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้า”        “ท่านผู้มีพระคุณ หลังจากนี้พวกเราขอติดตามรับใช้ท่าน” หลังจากกล่าวจบบิดา มารดาของฉิงเหม่ยได้เริ่มการทำสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยด้วยตนเองในทันที ขณะที่เริ่มทำสัญญาได้มีพลังปราณอสูรสีขาวแผ่ออกมาจากภายในร่างกายของทั้งสองคน “ท่านผู้มีพระคุณต้องการทำสัญญาสัตว์อสูรกับพวกเราหรือไม่ ?”        หวังเหว่ยได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยขณะกล่าว “ข้าตกลง”        ตูม!        พลังปราณอสูรสีขาวที่อยู่รอบตัวบิดา มารดาของฉิงเหม่ยได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงหลายพันเมตร ทำให้เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์รวมถึงกลุ่มนักสู้หญิงงามสามารถมองเห็นลำแสงพลังปราณอสูรสีขาวสองสายที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน        “นายท่านคงทำสัญญากับบิดา มารดาของฉิงเหม่ยแล้ว !” พยัคฆ์ครามกล่าวออกมาเสียงดัง        “คงจะเป็นเช่นนั้น ในที่สุดครอบครัวของแม่นางฉิงเหม่ยก็ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขอีกครั้ง” พยัคฆ์ทมิฬกล่าวออกมาเสียงดังเช่นกัน ทำให้เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์รวมถึงกลุ่มนักสู้หญิงงามได้พากันหันไปมองทางอาคารที่พักของฉิงเหม่ยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม        เวลาผ่านไปครู่หนึ่งลำแสงสีขาวก็ได้จางหายไป        หวังเหว่ยได้ตรวจสอบบิดา มารดาของฉิงเหม่ยในทันทีหลังจากที่ทำสัญญาสัตว์อสูรกับทั้งสองคนเสร็จเรียบร้อย        ฉิงคุน สัตว์อสูรชั้นสูงจิ้งจอกขาวราตรี ระดับเลเวล65        ฉิงซวง สัตว์อสูรชั้นสูงจิ้งจอกขาวราตรี ระดับเลเวล60        “หลังจากนี้เป็นต้นไปข้าจะเรียกพวกท่านทั้งสองเหมือนดั่งเช่นคนอื่น ขอให้พวกท่านเข้าใจข้าในเรื่องนี้ด้วย” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง        “รับทราบขอรับนายท่าน” ฉิงคุนและฉิงซวงกล่าวกับหวังเหว่ย        “ฮ่าๆ ในวันนี้มีเรื่องที่น่ายินดีหลายอย่างนัก ฉิงคุน ฉิงซวง พวกเจ้าอยากจะพักอยู่กับฉิงเหม่ยหรือต้องการให้ข้าจัดที่พักส่วนตัวให้ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม        ฉิงคุนมองหวังเหว่ยด้วยสายที่ลึกซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้หันไปพูดคุยกับฉิงซวงเล็กน้อย และได้หันมากล่าวกับหวังเหว่ยว่า “ฉิงเหม่ยนางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงเวลาที่นางจะเริ่มคิดถึงเรื่องการสร้างครอบครัวของตนเองขอรับ พวกเราขอรบกวนนายท่านช่วยจัดที่พักอีกแห่งให้กับพวกเราขอรับ”        “ทะ ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนี้ !” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะหน้าแดงด้วยความเขินอาย        “ฮ่าๆ ฉิงเหม่ยในที่สุดข้าก็ได้เห็นใบหน้าที่มีความสุขอย่างแท้จริงของเจ้าเสียที” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม        “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะจ้องมองหวังเหว่ยด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง        ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน วิหคน้อยที่รู้สึกว่าตนเองถูกลืมไปแล้วได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใส “นายท่าน หนูอยากได้อุปกรณ์วิเศษเหมือนอย่างม่าม๊าฉิงเหม่ยบ้าง”        ฉิงคุนและฉิงซวงได้หันไปมองวิหคน้อยในอ้อมแขนของฉิงเหม่ยด้วยแววตาที่อ่อนโยน หวังเหว่ยที่ได้ดังนั้นเขาจึงได้กล่าวออกมาว่า “ฮ่าๆ เจ้าคงต้องรอจนกว่าข้าจะมีพลังปราณอสูรมากพอสำหรับหลอมสร้างอุปกรณ์วิเศษ”        “หนูเข้าใจแล้วนายท่าน ถ้านายท่านมีพลังมากพอแล้วนายท่านต้องสร้างให้หนูเป็นแรกนะ” วิหคน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน        “ฮ่าๆ ได้เลยข้าจะหลอมสร้างให้เจ้าเป็นคนแรก”        “เย้! ขอบคุณนายท่าน” วิหคน้อยกล่าวอย่างร่าเริง ฉิงเหม่ยที่เห็นดังนั้นนางจึงได้ยิ้มออกมาขณะใช้มือลูบหัวของวิหคน้อยอย่างอ่อนโยน        หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้กล่าวขึ้นว่า ฮ่าๆ ข้าไม่รบกวนเวลาแห่งความสุขของพวกเจ้าแล้ว ฉิงคุน ฉิงซวง ข้าจะให้เหล่าสัตว์อสูรมดงานพาพวกเจ้าไปยังที่พักแห่งใหม่ในวันพรุ่งนี้”        “ขอบคุณนายท่านขอรับ” ฉิงคุนกล่าว        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของฉิงคุน จากนั้นเขาได้ออกมาจากที่พักของฉิงเหม่ยและได้ไปยังอาคารของหน่วยงานกองคลัง        “นายท่าน” จิวซื่อกล่าวทักทายหวังเหว่ย        หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนางพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “จิวซื่อเจ้ามีหน้าที่ดูแลสมบัติมากมาย ข้าขอมอบแหวนมิติวงนี้ให้กับเจ้า แหวนมิติวงนี้มีความกว้าง100เมตร ยาว100เมตร รวมมีพื้นที่10,000ตารางเมตร ซึ่งสามารถใช้เก็บสิ่งของได้มากมาย ภายในแหวนมิติวงนี้มีสมบัติที่ข้าได้มาจากตระกูลที่ทำร้ายบิดา มารดาของฉิงเหม่ยอยู่ เจ้าช่วยจัดการกำหนดค่าคะแนนผลงานสำหรับใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของเหล่านี้ด้วย” หวังเหว่ยกล่าวขณะมอบแหวนมิติที่เขาได้หลอมสร้างขึ้นเป็นพิเศษให้กับจิวซื่อ        “รับทราบเจ้าค่ะนาย ขอบคุณนายท่านที่ไว้วางใจในตัวข้าเจ้าค่ะ” จิวซื่อกล่าวขณะรับแหวนมิติจากหวังเหว่ยมาสวมที่นิ้วของนาง หวังเหว่ยได้หยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนางด้วยรอยยิ้ม “ข้าย่อมไว้ใจเจ้าอยู่แล้วจิวซื่อ หลังจากนี้อีกไม่นานข้าคงจะเริ่มหลอมอุปกรณ์ระดับตำนานได้แล้ว ถึงเวลานั้นข้าจะสร้างอุปกรณ์ให้กับเจ้า”        “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” จิวซื่อกล่าวด้วยสีหน้าที่มีความสุขหลังจากได้รับคำชมจากหวังเหว่ย        “ฮ่าๆ เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาทำงานของเจ้าแล้ว หากเจ้ามีเรื่องอะไร ให้เจ้าบอกกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิตเช่นเดิม”        “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จิวซื่อกล่าว        หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ออกจากอาคารของหน่วยงานกองคลัง และได้ไปหาเหล่าสัตว์อสูรมดงานเพื่อบอกให้พวกเขาจัดเตรียมที่พักแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วให้กับฉิงคุน ฉิงซวงและให้พาทั้งสองคนไปยังที่พักแห่งใหม่ในวันพรุ่งนี้เช้า        จากนั้นหวังเหว่ยได้กลับไปยังที่พักของเขาเพื่อหลอมสร้างแหวนมิติวงใหม่ เวลาผ่านไปสิบชั่วโมง หวังเหว่ยได้หลอมสร้างแหวนมิติวงใหม่ที่มีความกว้าง200เมตร ยาว200เมตร รวมมีพื้นที่40,000ตารางเมตรเสร็จเรียบร้อย จากนั้นเขาได้นั่งสมาธิปรับสมดุลพลังปราณอสูรและได้นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
    ณ เกาะกลางน้ำของตระกูลจ้าน
            เหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านได้ย้อนกลับมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง หลังจากที่เห็นม่านพลังโปร่งใสหายไป แต่ในทันทีที่พวกเขาได้พบกับร่างที่ไร้วิญญาณของผู้นำตระกูลรวมไปถึงเหล่ายอดฝีมือที่อยู่ภายในคฤหาสน์ พวกเขาได้พากันไปที่สถานีวิหคโดยสารและได้หลบหนีออกไปจากเกาะลอยน้ำของตระกูลจ้านด้วยสัตว์อสูรวิหคสีขาว หลังจากนั้นไม่นานข่าวเรื่องตระกูลจ้านถูกทำลายจนพินาศสิ้นได้แพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรเทพมังกรอย่างรวดเร็ว สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้กับผู้คนภายในอาณาจักรเทพมังกรเป็นอย่างมาก
    มิติแดนอสูร
            เมื่อยามเช้ามาถึงหวังเหว่ยได้ตื่นขึ้นมานั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลพลังปราณอสูรตามปกติ จากนั้นเขาได้ไปหาฉิงเหม่ยภายในอาคารที่พักของนาง        “นายท่าน” ฉิงเหม่ยและวิหคน้อยกล่าวทักทายหวังเหว่ย        “ฉิงเหม่ย บิดามารดาของเจ้า ออกไปกับเหล่าสัตว์อสูรมดงานแล้วหรือ ?”        “เจ้าค่ะนายท่าน เหล่าสัตว์อสูรมดงานมาพาท่านพ่อ ท่านแม่ออกไปเมื่อสักครู่นี้เองเจ้าค่ะ”        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “ในตอนนี้คงถึงเวลาที่พวกเราจะเริ่มออกเดินทางกันอีกครั้งแล้ว พวกเจ้าทั้งสองพร้อมกันหรือยัง !”        “พวกเราพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยและวิหคน้อยกล่าวพร้อมกันด้วยความตื่นเต้น        “ฮ่าๆ เช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเลย วิหคน้อยเจ้าแปลงร่างได้เลย”        “รับทราบนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ วิหคน้อยได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลับไปเป็นวิหคสีทอง หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้ขึ้นไปอยู่บนหลังของนาง จากนั้นหวังเหว่ยได้นำฉิงเหม่ยและวิหคน้อยออกไปจากมิติแดนอสูรพร้อมตนเองในทันที        วูบ
    ณ คฤหาสน์ตระกูลจ้าน
            หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกลตรวจสอบบริเวณโดยรอบอยู่ครู่หนึ่งในทันทีที่ออกมาจากมิติแดนอสูร “หืม ไม่มีใครอยู่ภายในคฤหาสน์แห่งนี้เลย ?” หวังเหว่ยกล่าวเบาๆ จากนั้นเขาได้ลูบขนสีทองที่งดงามของวิหคน้อยอย่างเบามือพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “วิหคน้อยเจ้าใช้ทักษะบินข้ามมิติออกจากทะเลสาบมอร์แกน และกลับไปยังบริเวณป่าที่เขียวขจีได้เลย”        “รับทราบนายท่าน” วิหคน้อยได้เริ่มบินขึ้นสู่ท้องฟ้าและได้ใช้ทักษะบินผ่านมิติเพื่อย่นระยะทางในทันที        วูบบบบบบบ        เวลาผ่านไปสามสิบนาที
    ณ ป่าเขียวขจีภายในอาณาเขตของอาณาจักรเทพมังกร
            วาบ        “พวกเรากลับมาถึงยังจุดเดิมแล้วนายท่าน” วิหคน้อยในร่างวิหกสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใส ขณะบินอย่างช้าๆ เพื่อให้หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้ชื่นชมทัศนียภาพที่งดงามท่ามกลางป่าเขาที่เขียวขจี สีสันสดใสของดอกไม้ป่านานาพรรณ ต้นไม้ใหญ่ รวมไปถึงลำธารน้ำใสที่ไหลลงมาจากน้ำตกที่ดูสวยงาม        “เจ้าเริ่มบินออกสำรวจไปตามเส้นทางได้เลยวิหคน้อย” หวังเหว่ยกล่าวขณะใช้แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายบันทึกสถานที่เอาไว้        “รับทราบนายท่าน” วิหคน้อยในร่างวิหกสีทองกล่าวพร้อมกับเปลี่ยนเส้นทางและได้มุ่งตรงไปยังทิศทางนั้นด้วยความเร็วในระดับปกติของนาง

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน