ท่านตาของเธอ, แม่ทัพ เผิงเฉียนหลง วัย 65 ปี เป็ชายที่มีร่างกายสูงใหญ่ แต่ยังคงสง่างามในทุกย่างก้าว แม้จะอยู่ในวัยชราแล้วก็ตาม เขาเป็บุคคลที่มีความน่าเกรงขาม ไม่ใช่เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเพราะประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เต็มไปด้วยชัยชนะในสนามรบ ถึงแม้จะเกษียณตัวเองออกจากตำแหน่งแม่ทัพแล้ว แต่เส้นทางชีวิตของเขาก็ยังคงมุ่งไปสู่ความเงียบสงบ โดยเลือกที่จะย้ายไปอาศัยอยู่ที่เชิงเขาอันเงียบสงบ
แม้ว่าเขาจะเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่านตาของเธอก็ยังคงมีทหารจำนวน 200-300 นาย คอยรับใช้และดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งมากเกินกว่าที่ทหารวัยเกษียณทั่วไปจะมีได้ บรรยากาศที่บ้านพักเชิงเขานั้นดูเหมือนเป็สถานที่ซ่องสุมกำลัง มากกว่าจะเป็ที่พักของชายชรา มันทำให้ผู้คนรู้สึกถึงพลังและอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่เื้ั แม้จะมีการปลดเกษียณไปแล้วก็ตาม
ในความทรงจำของเธอ หรือในนิยายที่เธอเคยอ่าน ชายชราผู้นี้ไม่ใช่แค่เพียงอดีตแม่ทัพใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม แต่ยังเป็ท่านตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและห่วงใยหลานสาวอย่างที่สุด ถึงแม้ว่าท่านตาจะเชิญชวนให้หลานสาวของเขามาอยู่ด้วยหลายครั้ง แต่เธอกลับเลือกที่จะปฏิเสธทุกครั้ง เหตุผลนั้นง่ายดายแต่ซับซ้อน เธอเลือกที่จะอยู่กับพ่อของเธอในบ้านที่เธออาศัยอยู่กับแม่ เป็สถานที่ที่เธอเติบโตมาและมีความทรงจำมากมาย
สำหรับเธอแล้ว นางเอกของนิยายเื่นี้ช่างอ่อนแอจนไม่รู้จะสงสารหรือหัวเราะดี ถูกตบตีั้แ่ต้นเื่จนจบเื่อย่างน่าสมเพช ราวกับเธอเกิดมาเพื่อเป็ถุงทรายให้คนอื่นฟาดอย่างไรอย่างนั้น ความโลกสวยเกินเหตุก็ยิ่งทำให้เธอน่าเวทนาเข้าไปใหญ่ นางเอกผู้นี้มองโลกเป็สีชมพูสดใส ในขณะที่โลกจริงนั้นเต็มไปด้วยสีเทาหม่น การที่เธอเชื่อมั่นในความดีงามและคาดหวังว่าสิ่งรอบตัวจะเป็ไปตามที่ใจคิด มันเป็ดั่งคำสาปที่ทำให้เธอต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้าย
เธอเองเมื่อมีโอกาสได้มา "สิงร่าง" และรับบทเป็นางเอกในนิยายเื่นี้ก็ไม่คิดจะยอมให้เื่ซ้ำรอยเดิมเกิดขึ้น ไม่มีทางที่เธอจะยอมเอาใบหน้าสวย ๆ ของตัวเองไปเป็เป้าหมายรองรับฝ่ามือใคร นั่นมันไม่ใช่เธอ! หากเธอต้องสู้กับชะตากรรม เธอก็จะสู้ในแบบของตัวเอง
นั่นคือเหตุผลที่เธอตัดสินใจมาหลบอยู่ที่นี่ ยอมถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันถัดไป นี่ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็การคิดวางแผนรอบคอบเพื่อให้ตัวเองชนะในวันพรุ่งนี้ เธอรู้ดีว่าการยืนหยัดในเวลาที่ไม่พร้อมนั้นมีแต่จะนำพาความพ่ายแพ้ ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะถอยเพื่อที่จะกลับมาอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม
เธอจะไม่ยอมเป็นางเอกที่ถูกตบตีและถูกกดขี่อีกต่อไป นี่คือเื่ราวของเธอ และเธอจะเป็ผู้กำหนดเส้นทางของตัวเอง
ท่านตาของเธอ หรือแม่ทัพ เผิงเฉียนหลง ในบทนิยายนี้ถือเป็ตัวละครลับที่มีความลึกลับและน่าสงสัย แม้จะเป็บุคคลสำคัญในเื่ แต่ประวัติส่วนตัวของเขากลับมีอยู่น้อยมาก ข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับแม่ทัพผู้นี้เป็เพียงเื่ราวพื้นฐานที่คนทั่วไปพอจะรู้กันบ้าง เช่น เขาเคยเป็แม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ มีบทบาทสำคัญในาหรือการต่อสู้ในอดีต แต่รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวหรือเหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิตของเขานั้นกลับถูกปิดบังเอาไว้
การปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร "เธอ" กับท่านตานั้นนับว่าน้อยมาก แทบจะไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย แม้ว่าจะเป็ครอบครัวเดียวกัน แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะห่างเหิน อาจเป็เพราะเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองไม่ได้ใกล้ชิดกัน การพบกันของพวกเขามักเกิดขึ้นนานๆ ครั้งเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็เป็โอกาสที่แม่ของเธอพาไปเยี่ยมเยียนท่านตา การเยี่ยมเยือนเหล่านี้แม้จะเป็การพบกันระหว่างญาติ แต่กลับไม่มีความอบอุ่นหรือการสื่อสารที่ลึกซึ้ง
ฉินเหม่ยหลาน นอนหลับอย่างเต็มตื่นในจวนแห่งนี้เป็ครั้งแรก ความรู้สึกปลอดภัยและสงบสุขแผ่ซ่านในหัวใจของเธอ ราวกับว่าไม่มีภัยร้ายใดจะมารบกวนได้อีกต่อไป เมื่อแสงแรกของวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา อากาศยามเช้าก็เต็มไปด้วยความแจ่มใส่ ความสดชื่นของวันใหม่สะท้อนอยู่ในสีหน้าของเหล่าคนรับใช้ พวกเขาทุกคนต่างมีรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจ รอยยิ้มที่ไม่ได้ถูกแต่งแต้มด้วยความเสแสร้งหรือความหวาดกลัวใด ๆ แต่เป็รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ เผยให้เห็นถึงความสุขที่แท้จริงที่พวกเขาได้รับจากการรับใช้ในจวนนี้
สำหรับฉินเหม่ยหลาน การได้เห็นภาพนี้ในยามเช้า ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและสบายใจมากยิ่งขึ้น มันเป็เช้าวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ที่สดใส เธอััได้ถึงความเป็หนึ่งเดียวกับสถานที่นี้ ความสุขและความสบายใจที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในสถานที่อื่นๆ
ขณะที่ฉินเหม่ยหลานเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันเงียบสงบของจวน เสียงของชายชราก็ดังขึ้นมาเบา ๆ ท่านตาผู้นี้ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ซึ่งแม้แต่ในตอนนี้ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่เมื่อเขากล่าวออกมาว่า “ถ้าเป็ไปได้ ตาอยากให้หลานใช้ชีวิตอยู่ที่จวนแห่งนี้ตลอดไป” คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและความปรารถนาดีที่จริงใจ
แม้ความลึกลับจะปกคลุมตัวตาของเธอด้วยเื่ราวและอดีตที่ไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่ความรักและความอบอุ่นที่เขามอบให้นั้นเป็ของจริง ไม่มีสิ่งใดที่แฝงเร้นอยู่ในนั้น นี่คือความรักของผู้ใหญ่ที่้าเห็นหลานมีความสุขและปลอดภัย รอยยิ้มที่เขามอบให้เป็สัญญาณของความห่วงใยและการปกป้อง ไม่ใช่เพียงเพราะความสัมพันธ์ทางสายเื แต่เป็เพราะความผูกพันทางใจที่แม้แต่เธอเองก็รู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง
"ท่านตา... ท่านเป็ใครกันแน่? ท่านคงไม่ใช่อดีตทหารแก่ธรรมดาใช่ไหม?" สาวน้อยเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและ้าคำตอบที่แท้จริง การที่เธอได้อยู่ในจวนแห่งนี้ทำให้เธอเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ ผู้คนภายในจวนมีบางสิ่งที่แตกต่างจากที่เธอคุ้นเคย ทหารที่ประจำการอยู่ที่นี่ดูมีบุคลิกแข็งแกร่ง และทรงพลัง แม้แต่ทหารของบิดาเธอก็ไม่อาจเทียบได้ พวกเขาอาจดูเหมือนชาวบ้านธรรมดา แต่ความจริงแล้วกลับเป็ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ระดับสูง
ชายชราที่อยู่ตรงหน้าเธอเพียงแค่ยิ้มอ่อนโยน เป็รอยยิ้มที่แฝงด้วยความรักและห่วงใย สำหรับเขาแล้ว หลานสาวตัวน้อยคนนี้ไม่ต่างจากทายาทเพียงคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะปิดบังความจริงต่อเธอ
"ผลงานในอดีตของตานั้นยิ่งใหญ่เกินไป เกินกว่าที่จะให้ตาปลดเกษียณตัวเองได้อย่างคนทั่วไป" ชายชราเริ่มพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงจัง "ปัจจุบัน ตาทำหน้าที่เป็หัวหน้าครูฝึกของเหล่าองครักษ์เงา องครักษ์ที่ได้รับมอบหมายให้คอยปกป้องและรับใช้ราชวงศ์ พวกเขาไม่ใช่ทหารธรรมดา แต่คือผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวด และภารกิจของพวกเขาไม่ใช่เื่ที่ใครจะล่วงรู้ได้ง่ายๆ"
ชายชรายิ้มให้กับหลานสาวของเขาอีกครั้ง "ในจวนนี้ พวกเขาอาจดูเหมือนคนธรรมดา แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความสามารถพิเศษที่ถูกซ่อนเร้นไว้ สถานที่นี้ไม่ใช่จวนธรรมดา แต่มันคือที่ซ่อนของพลังและความลับที่ยิ่งใหญ่ และหลานก็เป็ส่วนหนึ่งของสิ่งนี้เช่นกัน"
ฉินเหม่ยหลานฟังคำพูดของท่านตาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตื่นเต้นและสับสน แต่ก็เข้าใจได้ว่า ชายชราผู้นี้ไม่ใช่เพียงแค่ทหารแก่ธรรมดา แต่เป็บุคคลสำคัญที่มีภารกิจลับในการปกป้องราชวงศ์ นั่นทำให้เธอรู้สึกถึงความสำคัญและความลึกซึ้งของทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเธอมากยิ่งขึ้น
เหล่าตัวตนที่ขึ้นชื่อว่า "องครักษ์เงา" นั้นถือว่าเป็กลุ่มบุคคลที่ลี้ลับที่สุดภายในวังหลวง หน้าที่หลักของพวกเขาคือการคุ้มกันความปลอดภัยของราชวงศ์ ซึ่งเป็ภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างเงียบเชียบและมีประสิทธิภาพสูงสุด พวกเขาอาจแฝงตัวอยู่ท่ามกลางทหารธรรมดา ปะปนอยู่ในกลุ่มคนทั่วไปโดยไม่ให้ใครล่วงรู้ ไม่ว่าจะเป็ญาติสนิทหรือมิตรสหาย ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าบุคคลที่อยู่ข้างกายนั้นอาจเป็องครักษ์เงาที่ได้รับมอบหมายให้คุ้มกันราชวงศ์อยู่ในขณะนั้น
ความลับนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างแ่า เพื่อให้พวกเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ถูกเปิดเผยหรือถูกคาดเดา ซึ่งทำให้ความปลอดภัยของราชวงศ์ได้รับการคุ้มครองในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็่เวลาใดหรือสถานที่ใดในวังหลวง
และชายผู้ที่ฝึกสอนเหล่าองครักษ์เงา ผู้พิทักษ์ที่เก่งกาจและลี้ลับเหล่านี้ ก็คือท่านตาของนางเอง ชายชราผู้นี้ที่ดูเหมือนจะเป็เพียงอดีตทหารแก่ธรรมดา แต่แท้จริงแล้ว เขาคือบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความมั่นคงของราชวงศ์ ด้วยความสามารถและประสบการณ์อันยาวนานของเขา เขาได้ถ่ายทอดวิชาความรู้และการต่อสู้ให้กับเหล่าองครักษ์เงา เพื่อให้พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น
นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าท่านตาผู้นี้ ผู้ที่ดูสงบเสงี่ยมและเงียบขรึม จะเป็บุคคลที่มีความสำคัญและมีพลังอำนาจเช่นนี้ แต่เมื่อได้รู้ความจริง นางก็เริ่มเข้าใจถึงความลึกซึ้งและความซับซ้อนของโลกที่เธออาศัยอยู่
และผู้ที่แต่งตั้งท่านตาของนางให้มารับหน้าที่สำคัญนี้ ก็คือฮ่องเต้เอง การแต่งตั้งนี้เป็เื่ที่ดำเนินการอย่างลับๆ ไม่มีการประกาศหรือบอกกล่าวต่อใครทั้งสิ้น แม้แต่ในวังหลวงเองก็ตาม
ฮ่องเต้ทรงรู้ดีว่าภัยคุกคามต่อราชวงศ์อาจมาในหลายรูปแบบ และเพื่อให้การปกป้องนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด พระองค์จึงได้มอบหมายหน้าที่ลับนี้ให้กับท่านตาของนาง ผู้ซึ่งมีความสามารถและความเชี่ยวชาญที่ไม่ธรรมดา ท่านตาของนางไม่ได้เป็เพียงแค่อดีตทหาร แต่เป็ยอดฝีมือที่ฮ่องเต้ไว้วางใจให้คอยฝึกสอนและนำเหล่าองครักษ์เงา องครักษ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็เกราะกำบังที่มองไม่เห็นของราชวงศ์
การแต่งตั้งอย่างลับๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของหน้าที่ที่ท่านตาของนางได้รับ พระองค์้าให้การปกป้องราชวงศ์เป็ไปอย่างแเีและไม่มีใครล่วงรู้ ซึ่งท่านตาก็ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์แบบ ปกป้องทั้งราชวงศ์และความลับของตัวเองไปพร้อมกัน
สำหรับฉินเหม่ยหลาน เมื่อได้รู้ความจริงนี้ เธอจึงเข้าใจว่าท่านตาของเธอไม่ใช่แค่บุคคลธรรมดา แต่เป็ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบและความมั่นคงของแผ่นดิน เป็ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน นั่นก็คือฮ่องเต้เอง