64 2-2
ตอนที่113 เล่ห์มารยาเสน่ห์
“ท่านจะพาข้าไปไหน?”
เซียถงฉงนงุนงวยใจต่อพฤติกรรมแปลกๆของอีกฝ่าย คำพูดออกจากปากสักคำยังไม่มี เอาแต่ลากตัวนางออกไปไหนต่อไหนทั้งหมดเพื่ออะไรกัน? คงมิใช่ว่าจะลักพาตัวนางไปทั้งแบบนั้นเพราะเห็นว่าสวยกระมัง?
ชายคนนั้นมิได้สนใจฟังเซียถงเลยแม้สักนิดและยังคงเดินหน้าลากนางต่อไปในป่าสน จนท้ายที่สุดเซียถงเริ่มทนไม่ไหวสะบัดมือปัดออกในทันใดนี่คิดว่าช่วยชีวิตกันแล้วจะทำอะไรตามใจกับตัวนางก็ได้รึไงกัน? ถึงกระนั้นนางก็ได้แต่ข่มกั้นความหงุดหงิดใจกล้ำกลืนลงในท้องหยุดนิ่งจ้องหน้าอีกฝ่ายที่หันมองอยู่สักครู่หนึ่ง
ชายคนนั้นเหลือบแลหันกลับมาสบสายตากับเซียถงยกนิ้วชี้ไปที่ลำธารสายน้อยใสสะอาดเบื้องหน้า กล่าวปนน้ำเสียงสั่งการขึ้นว่า
“ล้างหน้าซะ”
เซียถงยังคงยืนมองอีกฝ่ายอยู่ตรงข้ามปราศจากปฏิกิริยาเคลื่อนไหวใดๆ สำหรับน้ำเสียงที่เปล่งดังออกมาของอีกฝ่ายมันสร้างความไม่พอใจแก่นางมิใช่น้อย อนึ่ง ตัวนางไม่ใช่ลูกน้องใต้บัญชาของชายคนนี้ดังนั้นแล้ว เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดจากับนางโดยใช้น้ำเสียงแบบนี้เช่นกัน
“ที่เจ้าไม่กล้าหน้าล้างหรือเป็นเพราะไม่กล้าเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงอันแสนน่ารังเกียจของตัวเองกระมัง?”
เห็นว่าเซียถงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวชายหนุ่มลึกลับสวมหน้ากากคนนั้นก็เชิดสายตาขึ้นสูงเอ่ยถามหยั่งเชิงด้วยท่าที่สุดหยิ่งผยอง
ตัวเซียถงเองนั้นไม่เคยสนใจในรูปลักษณ์หน้าตาของตนเองอยู่แล้วมันไม่สำคัญเลยว่า ตัวนางจะน่าเกลียดอัปลักษณ์หรืองดงาม เพราะท้ายที่สุดนี้ความแข็งแกร่งเท่านั้นคือราชา ส่วนความอ่อนแอคืออาชารับใช้นายซึ่งรูปลักษณ์หน้าตาก็มิใช่สัญญาลักษณ์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งเลย
และแน่นอนว่าตัวนางในขณะนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับอาชาต่อหน้าชายลึกลับสวมหน้ากากผู้นี้ นางอ่อนแอกว่าอย่างเห็นได้ชัดและสิ่งที่ทำให้ตัวเซียถงรู้สึกหงุดหงิดที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องนี้ยิ่งอีกฝ่ายพูดจาถากถางได้อย่างใจอิสระ ทั้งหมดเป็นเพราะความอ่อนแอของนางและนี่เป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดใจที่สุด
คิดได้เช่นนั้น นางชำเลืองหางตาปราดใส่ชายคนนั้นไปทีหนึ่งจำใจเดินไปที่ริมฝั่งลำธารชักสีหน้าเกรี้ยวโกรธใช้สองมือกวักน้ำล้างคราบเลือดบนใบหน้าจนสะอาดเกลี้ยงเกลาจากนั้นค่อยหันไปมองชายคนดังกล่าวอีกครั้ง ปั้นหน้ายั่วยุปั่นประสาทเล็กน้อย
ทันทีที่ชายคนนั้นเคลื่อนสายตาหยุดนิ่งบนใบหน้าของหญิงสาวที่หันหน้ามาหาตนพลันรู้สึกดั่งว่า ผืนพิภพแห่งนี้สว่างสดใสขึ้นในทันใดความงดงามทั้งหลายแลทั่วสารทิศเกรงว่าคงถูกรวบรวมเก็บไว้บนใบหน้าของนางจนหมดสิ้นแล้ว!และบนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีสตรีงามนางใดสามารถเทียบเคียงรัศมีความสวยของหญิงสาวนางนี้ได้อีกต่อไป!
ทุกระเบียบนิ้วบนใบหน้าล้วนถูกจัดวางและสรรค์สร้างจากสรวงสวรรค์ได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบอย่าว่าแต่พิภพมนุษย์เลยต่อให้เป็นพิภพบนฟากฟ้ายังมีเทพธิดาองค์ใดครอบครองความงดงามเช่นนี้ได้อีก?
คล้อยหลังพบเจอกับภาพฉากที่ไม่คาดฝันอยู่สักครู่เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย บังเกิดความสงสัยหนึ่งขึ้นในใจ ได้ความว่าสาวน้อยขี้เหร่นางนั้นคือหญิงสาวเบื้องหน้าของเขาจริงๆ ใช่หรือไม่? เพราะก่อนหน้านี้เขาบังเอิญผ่านมาเห็นคมกระบี่เล่มยาวในมือของเย่หลีเทียนกำลังเข้าเผด็จศึกใส่เซียถงเพราะครั้งล่าสุดที่เขาไปจับสัตว์อสูรปราณวิญญาณร่วมกับนางอีกฝ่ายก็เคยทุ่มสุดตัวช่วยเหลือตนเองครั้งหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นในคราวนี้เขาจึงไม่ลังเลที่จะโดดเข้าไปช่วยเหลือ
แต่ใครจะไปคิดไปฝันกันว่าคนที่เข้าช่วยเหลือกลับเป็นสตรีรูปงามถล่มเมืองแต่ในด้านอุปลักษณ์นิสัยและสายตาอันแสนเย็นชาคู่นั้น ไม่ว่าจะมองยังไงก็คล้ายกับสาวน้อยขี้แหร่นางนั้นมากจริงๆทันทีทันใด หลายหลากข้อสงสัยต่างๆ นานาพลันผุดขึ้นในหัวของชายคนนั้นโดยกะทันหัน
ผ่านไปสักครู่ใหญ่พึงได้สติกลับคืนเขามองไปทางเซียถงแน่วแน่ เอ่ยถามน้ำเสียงเบาว่า
“เจ้าชื่ออะไร?”
“เทพธิดาเก้าสวรรค์!”
เซียถงเลิกคิ้วเชิงปั่นประสาทตอบกลับไปแต่ด้วยใบหน้าโฉมงามปานนี้ กลับมิใช่เรื่องเกินจริงเช่นกันที่จะอวดอ้างบอกว่าตนเองคือเทพธิดาเก้าสวรรค์ที่จุติลงมายังผืนพิภพ
ได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มหนึ่งก็ผุดปรากฏขึ้นในดวงตาของชายคนนั้น พริบตาต่อมาเงาร่างของชายคนนั้นสั่วไสวกลายเป็นเงาสายหนึ่ง พุ่งโฉบเข้ามาหยุดต่อหน้าเซียถงกุมข้อมือขวาของนางเอาไว้แน่น ใช้มืออีกข้างแตะสัมผัสพวงแก้มสีขาวผ่องดุจหิมะนุ่มกล่าวพรรณนาเนื้อหาช่างไร้จุดหมายขึ้นว่า
“เช่นนั้นแล้วยามที่เทพธิดาพบเจอกับมนุษย์ทั้งทีมนุษย์ผู้โลภมากเฉกเช่นข้าคนนี้ไม่ควรปล่อยละหลุดมือ จับเจ้าทำเป็นภรรยาเคียงกายของข้าเลยดีหรือไม่?”
เซียถงที่ได้ฟังแบบนั้นก็เดือดจัดเอียงศีรษะผละใบหน้าออกจากมืออีกฝ่ายยกเข่ากระทุ้งใส่กล่องดวงใจของอีกฝ่ายสุดแรงเกิดโดยไม่มีลังเลใดๆกระบวนท่านี้มักจะใช้ได้ผลดีอยู่เสมอไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีระดับพลังลมปราณสูงส่งเพียงมดแต่หากถูกโจมตีเข้าจุดตายของบุรุษเพศ เกรงว่าต้องเสียท่าแต่พ่ายไปเสียทุกรายกระทั่งตอนลงมือใส่เย่หลีเทียน ยังสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้พักหนึ่งและตัวเซียถงเองก็มีความสุขอย่างมากกับทุกครั้งที่ได้หยิบใช้มัน
แต่ชายผู้นี้กลับคาดเดาการเคลื่อนไหวของเซียถงได้หมดแล้วเพียงเรียบเรียงเปลี่ยนท่าเพื่อเบี่ยงทิศทาง ก็สามารถเลี่ยงหลบได้อย่างง่ายดายนักทั้งนี้ยังเผยรอยยิ้มกระหยิ่มใจผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาเล็กน้อยเพราะท่าโจมตีนี้คือเอกลักษณ์โดดเด่นของสาวน้อยขี้เหร่คนนั้น!ปรากฏว่าเป็นนางจริงๆ! ในขณะเดียวกัน มือข้างที่เข้าสัมผัสพวงแก้มของเซียถงก่อนหน้ายามนี้รีบชักเก็บกลับมาโดยไว ตีระยะห่างจากตัวนางออกไป
ยิ่งเห็นแบบนี้เซียถงยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่านนัก ไฟโทสะถูกจุดขึ้นภายในจิตใจนางกระชับจับมีดสั้นในมือชูขึ้นสูง ดิ่งสะท้านแทงลงใส่ชายคนนั้นโดยตรง
“ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้เจ้าก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี”
เผยรอยยิ้มทรงสง่าขึ้นบนริมฝีปากของชายคนนั้นใช้มือขวาหยุดมีดสั้นสังหารคามืออีกฝ่ายเอาไว้ได้โดยง่ายจับกุมไว้แน่นหนาไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยออกใดๆ
เฝ้ามองโฉมงามผู้ทรงเสน่ห์อยู่ต่อหน้าแม้เขายังมีข้อสงสัยติดตราตรึงใจอยู่บ้าง แต่ตราบใดที่เป็นนางไม่ว่าจะสวยหรือน่าเกลียด หญิงสาวนางนี้ก็ยังคงน่าสนใจในสายตาของเขาอยู่ดี
เซียถงกัดฟันแน่นพยายามออกแรงดึงมือชักเก็บกลับมา แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนกลับไม่เป็นผลสายตาคู่สวยเคลื่อนเข้าจับจ้องอีกฝ่าย ปั้นหน้าไม่ค่อยพอใจนักก่นเสียงดุร้ายคำรามขึ้นว่า
“ปล่อย!!”
ชายคนนั้นลอบยิ้มไม่คลายอ่อนภายใต้หน้ากากส่ายศีรษะกล่าวว่า
“หากปล่อยไปเกรงว่าเจ้าจะใช้มีดสั้นเล่มนี้แทงใส่ข้าอีก เช่นนั้นแล้วคงปล่อยไม่ได้”
เสมือนกับว่าดวงตาคู่คมภายใต้หน้ากากกำลังยิ้มแย้มเปี่ยมความสุขโค้งคว่ำลงเป็นทรงจันทร์เสี้ยวเผยแสดงออกมาชัดเจน
เซียถงหัวเสียไม่น้อยที่เขามีสายตาเช่นนี้กับตนเองจะเห็นได้ทันทีว่า อีกฝ่ายกำลังจงใจหยอกล้อปั่นประสาทนางเล่นชัดๆแต่ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นมาเช่นนี้ นางเองก็ขอใช้เล่ห์มารยาเสน่ห์ตอบโต้กลับไป!ชั่วขณะเดียวกัน ใบหน้าที่บูดบึ้งก็กลับกลายมาเป็นความหวานซึ้งรอยยิ้มแสนละมุนละไมส่งมอบแก่อีกฝ่ายผ่านใบหน้าสวย
“คุณชายท่านนี้...ได้โปรดปล่อยมือเถิดข้าสัญญาจะเก็บมีดสั้นลงทันที”
รอยยิ้มน่าหลงใหลใคร่ลุ่มหลงเบ่งบานสวยสดความงดงามถล่มเมืองปานนี้กระทั่งทั่วแผ่นฟ้านภาลัยยังถูกบดบังจนมิด!
ชายผู้นั้นตกสู่ภวังค์ห้วงเสน่ห์หาไปชั่วขณะดวงตาเปล่งประกายแวววาวในทันใด ทอแสงเจิดจรัสจ้าเกินปกปิดได้
“ข้าสัญญาจะไม่แทงท่านแน่นอน”
พอเห็นท่าทีคล้อยตามของอีกฝ่ายพร้อมปราการป้องกันที่อ่อนลงชั่วขณะมุมปากเซียถงพลันเชิดสูงลอบยิ้มบางเล็กน้อย ความงดงามภายใต้แสงจันทร์เจ้าสว่างไสวเฉกเช่นยามนี้ไม่ว่าชายใดล้วนต้องจิตใจสับสนกันทั้งสิ้น!