ตอนที่ 5 ไม่ชอบ
สามวันผ่านไป
“ไหนมึงบอกว่าว่าเจ็บแผลเดินไม่ได้แล้ว ไหงมึงลากกูมากินข้าวเที่ยวที่โรงอาหารวิศวะอีกล่ะ” เสียงบ่นของต้นหอมดังขึ้นหลังจากที่โดนยัยเพื่อนรักตัวดีอย่างมัดหมี่ลากมาทานข้าวที่คณะวิศวะทั้งที่แผลของเ้าตัวยังไม่หายดี
“แผลก็เจ็บ แต่การได้เห็นหน้าพี่องศามันก็ช่วยเยียวยาได้”
“มึงบ้ารึเปล่า”
ต้นหอมที่ได้ฟังเหตุผลของยัยเพื่อนตัวดี เธอก็เริ่มพูดดุแกมบ่นมัดหมี่ยาวเหยียด จนมัดหมี่เองก็ต้องร้องห้ามไว้ก่อน
“แง หยุดบ่นเราเถอะนะหอม เราสำนึกผิดแล้ว”
“ขอโทษครับพี่เพิ่งเลิกเรียน” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยพูดขึ้นจากทางด้านหลัง เ้าของเสียงนั้นคือพี่แทนแฟนของต้นหอม
“ไม่เป็ไรค่ะพี่แทน หอมก็เพิ่งมาเหมือนกัน” จากที่ต้นหอมกำลังแรปบ่นไฟลุกแต่เมื่อเห็นแฟนหนุ่มอย่างพี่แทน ต้นหอมก็พูดหวานทันที
สองคู่รักทักทายกันเหมือนทุกครั้งด้วยการลูบหัว พร้อมคำหวานที่มัดหมี่ฟังแล้วรู้สึกเจ็บไปทั้งหัวใจจึงทำให้ไม่มีคู่อย่างมัดหมี่รีบเบี่ยงหน้าหนีโดยทันที
“ว่าแต่ข้างหลังนั่นใครเหรอคะ”
“อ๋อ นี่เพื่อนพี่ครับ ชื่อภูผา” หลังจากที่พี่แทนพูดแนะนำ มัดหมี่หันไปมองคนที่มาใหม่ ไม่รู้ว่าเป็ความบังเอิญหรือโชคชะตาเพราะเขาคนนั้นคือคนที่ช่วยเธอไว้เมื่อวันก่อน
“อ่าว...คุณ”
“สวัสดีครับ” คนตัวสูงพูดพร้อมรอยยิ้มสดใส รอยยิ้มของเขามันน่ารักอย่าบอกใคร มันเป็รอยยิ้มที่สดใสจนมัดหมี่ไม่อาจหยุดสายตาได้ไปชั่วขณะ
พี่ภูผาเป็ผู้ชายผิวขาวละเอียดราวกับว่าไม่รู้จักแดดประเทศไทย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาอีกทั้งยังแต่งตัวสุภาพเรียบร้อยราวกับว่าเป็คุณหนูผู้ดีมาแต่กำเนิด
พี่ภูผาเป็เ้าของรอยยิ้มที่สดใสสุด ๆ เมื่อมองพี่เขามันให้ความรู้สึกว่ายิ้มหนึ่งทีราวกับโลกจะละลาย เป็ผู้ชายที่เหมาะกับรอยยิ้มที่สุด พี่ภูผาดูเป็ผู้ชายที่น่ารักดูอ่อนโยน สะอาด ไม่คิดว่าพี่เขาจะมาเรียนวิศวะ บุคลิกแบบนี้ต้องเรียนหมอสิถึงจะถูก
“คนนี้ชื่อต้นหอมเป็แฟนกู ส่วนคนนั้นน้องมัดหมี่เพื่อนต้นหอม” พี่แทนพูดแนะนำพวกเราสองคนให้พี่เขารู้จัก
“สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเพื่อนหนูไว้นะคะ”
“เอ่อ...ขอบคุณที่ช่วยหนูไว้นะคะ” มัดหมี่รีบพูดขอบคุณเช่นกัน
“ไม่เป็ไรครับ”
“มึงไปรู้จักสองคนนี้ั้แ่เมื่อไหร่?”
หลังจากนั้นต้นหอมก็อธิบายที่ไปที่มาของเื่ราวทั้งหมด ก่อนทุกคนจะหัวเราะให้กับความซุ่มซ่ามของมัดหมี่ที่ทำตัวเองาเ็ ซ้ำยังร้องไห้เป็เด็กน้อยขี้แงอีกด้วย บริเวณโต๊ะของพวกเราจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
“พี่ภูผาก็อย่าหัวเราะจนน้ำตาไหลแบบนั้นสิคะ” คนตัวเล็กโวย
“พี่ขอโทษครับ พี่ไม่นึกว่าน้องมัดหมี่จะเจ็บตัวเพราะเื่นั้น”
มัดหมี่ยู่ปากหลังจากโดนคนตัวสูงล้อเลียน เธอทำหน้างอนก่อนจะหันหน้าไปมองทางอื่น แต่จังหวะนั้นราวกับโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้เธอบังเอิญสบตากับผู้ชายคนหนึ่งเข้า
“พี่องศา...”
เธอบังเอิญหันไปสบตากับพี่องศาที่นั่งโต๊ะอยู่ไม่ไกลมาก ถึงแม้จะอยู่ไกลเธอก็สามารถจำใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาได้ดี
มัดหมี่ยิ้มกว้างให้กับคนที่นั่งอยู่ไกลและเหมือนองศาเองก็จะเห็นเธอด้วยเช่นกัน เขาจึงรีบหลบสายตาโดยทันที
เ็าจังเลย
แต่ฉันไม่ท้อหรอก เพราะนี่มันคือบททดสอบความอดทนของฉัน ว่าจะทนความเ็าของเขาได้เท่าไหร่ ดังนั้นฉันควรรุกเขามากกว่านี้ถ้าอยากได้พี่เขามาเป็แฟน ฉันศึกษาตำรารักมาหลายเล่ม ทฤษฎีการจีบผู้ชายมีในหัวหมดแล้ว
แต่ว่าก็ว่าเถอะ แค่ให้พี่เขาคุยกับฉันสักคำก่อนเถอะก่อนที่ฉันคิดจะจีบพี่เขา เมื่อนึกถึงความเป็จริง มัดหมี่จึงถอนหายใจออกมา
ทางด้านองศาที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่หลังจากที่เขาเผลอสบตากับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับเขา ทันทีที่เขาเห็นก็รีบเบี่ยงหน้าหนีทันที
“มึงเป็เชี่ยไรไอ้องศา ทำหน้าเบื่อโลกอะไรขนาดนั้น” น้ำไนล์ร้องทัก
“ข้าวไม่อร่อยเหรอวะ แต่มึงแดกร้านนี้ทุกวันเลยนะ”
“เปล่า ไม่มีไร” เสียงทุ้มต่ำพูดตอบก่อนที่เขาจะทานข้าวต่อ
เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่มีใครก็ไม่รู้มานั่งจ้องหน้าเขา อีกทั้งยังส่งยิ้มแปลก ๆ ไม่ว่าเขาจะหันหน้าไปทางอื่นหรือหลบสายตาแต่เมื่อหันกลับมาที่เดิม เธอคนนั้นก็ยังจ้องมองเขาอยู่ มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนอยากรีบลุกหนี
ผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวชะมัด
องศาทำได้เพียงรีบทานข้าวให้เสร็จโดยไว เพื่อที่เขาจะได้ออกไปจากตรงนี้เสียที
หลายวันต่อมา มัดหมี่ก็ยังคงมาทานข้าวที่ตึกวิศวะอยู่เป็ประจำทุกวัน แม้เธอจะมีเรียน่เช้าแค่หนึ่งวิชา เธอก็ยอมอดทนรอจนถึงเที่ยงเพื่อที่จะได้นั่งรอเจอพี่องศาที่เธอชอบ
ฉันทำแบบนี้มันเหมือนพวกสตอล์กเกอร์ไหมนะ มัดหมี่ถามกับตัวเองในใจหลังจากที่เธอเห็นสายตาอันเ็าของพี่องศา ที่จ้องมองเธออย่างไม่พอใจและมันเป็สายตาดูดุและน่ากลัว
อยากทำให้เขาประทับใจแต่ที่ไหนได้ เขาดันไม่ชอบยิ่งกว่าเดิมอีก สาวน้อยก่นด่าตนเองในใจหลังรับรู้ถึงเหตุผลของสายตาอันเ็าของพี่องศา
“น้องมัดเป็อะไรหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหนไหมครับ สีหน้าดูไม่ดีเลย” เสียงทุ้มหวานเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความเป็ห่วง
“มัดไม่เป็ไรค่ะ แค่รู้สึกแย่นิดหน่อย”
“หืม เื่อะไรครับ ปรึกษาพี่ได้นะ” ภูผาพูดบอกด้วยความจริงใจ
“ก็แค่ มัดไปทำให้คนคนหนึ่งเขาไม่พอใจน่ะค่ะ เขาจ้องมัดด้วยสายตาแบบนี้” เธอแสดงสีหน้าและแววตาที่พี่องศาส่งมาให้เธอเพื่อให้พี่ภูผาช่วยให้คำตอบที่คาใจเธออยู่
“มันหมายความว่าเขาไม่ชอบมัดใช่ไหมคะ”
“อืม ถ้าทำหน้าดุแบบนี้ เขาคงไม่พอใจอะไรหรือเปล่าครับ”
“ก็คงใช่แหละมั้งคะ” มัดหมี่คอตกก่อนถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิด
ฉันดันใช้วิธีตามติดเขาราวกับสตอล์กเกอร์แบบนี้ ก็ไม่แปลกหรอกที่พี่เขาจะแสดงท่าทางไม่ชอบแบบนั้น ทฤษฎีในตำรารักที่ฉันอ่านมาก็ใช่ว่าจะได้ผลทุกเื่เสมอไป ก็นี่มันโลกแห่งความจริง ไม่ใช่นิยายสักหน่อย
“เฮ้อ”
“ถ้าน้องมัดทำให้ใครสักคนไม่พอใจ ก็ต้องไปขอโทษเขาสิครับ เขาจะได้ไม่ทำหน้าดุใส่น้องมัดอีก”
“คนคนนั้นเขาไม่ยอมคุยกับมัดหรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ ทั้งที่น้องมัดน่ารักออกจะตายไป” ภูผาพูดจบก่อนจะเผลอใช้มือหนาวางลงบนหัวของคนตัวเล็กก่อนที่ลูบเบา ๆ เพื่อเป็การปลอบใจ เขามักจะทำแบบนี้กับน้องสาวของตนเองทุกครั้ง จนติดเป็นิสัย
“อะแฮ่ม หยุดหวานกันก่อนเถอะค่ะ” เสียงแทรกจากต้นหอมทำให้ภูผาชักมือกลับก่อนจะยิ้มกริ่มให้คนมาใหม่
“แล้วมึงเป็ไรอีมัด ทำหน้าหมาหงอยทำไม” ต้นหอมเอ่ยถามเพื่อนสาวที่ทำหน้าหงอยจนแปลกตา
“ก็...มีเื่นิดหน่อย เราไปทำให้พี่เขาโกรธแล้วน่ะสิ”
“เฮ้อ มึงนี่นะ”
มัดหมี่ทำหน้าหงอยรู้สึกผิดกับการกระทำของตนเอง จนเธอไม่กล้าสบตาของอีกฝ่าย
“ทำผิดก็ต้องขอโทษสิ”
“เราก็อยากทำอยู่หรอก แต่พี่เขาคงไม่ชอบหน้าเราไปแล้ว”
“ค่อยหาจังหวะดี ๆ ไปขอโทษพี่เขาสิ”
“อื้อ”
“วันศุกร์ทุกคนพอจะว่างไหมคะ พอดีเป็วันเกิดพี่แทน หอมเลยจะจัดเลี้ยงปาร์ตี้ให้พี่แทนค่ะ”
“พี่ภูผาสะดวกไปไหมคะ”
“แน่นอนครับ พี่ต้องไปอยู่แล้ว วันเกิดเพื่อนรักของพี่ทั้งทีนี่นา”
“มึงล่ะอีมัด ไปไหม”
“อื้ม เอาสิ เราไม่ติดอะไรอยู่แล้ว”
“โอเคค่ะ หอมจะได้จองโต๊ะ”
“น้องหอมน่ารักจังเลยนะครับ ไม่แปลกเลยที่ไอ้แทนเพื่อนพี่มันหลงขนาดนี้” ภูผาพูดแซว
“ไอ้ภูผา หยุดพูดเลยนะมึง”
“หืม พี่ภูผาคะ พี่แทนพูดเื่หอมให้พี่ฟังด้วยเหรอคะ”
“ใช่ครับ บอกว่าน้องหอมน่ารักอย่างนั้นน่ารักอย่างนี้”
“ไอ้ภูผา!!”
สองหนุ่มคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานแต่คนที่สนุกคงจะเป็พี่ภูผามากกว่า ส่วนพี่แทนบ่นด่าเสียมากกว่า ส่วนต้นหอมทำหน้าแดงเพราะเขินหลังจากรู้ว่าพี่แทนแอบชมตัวเองให้เพื่อนฟัง ส่วนมัดหมี่นั่งเงียบเป็เพียงผู้ฟังที่ดี