The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 103 เพื่อนกูรักมึงว่ะ


    เครดิตภาพจาก  https://wall.alphacoders.com

          มาวินเหม่อมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมัวสลัว เด็กหนุ่มหวาดระแวงอยู่ตลอดเพราะเขากลัวว่าผีงูยักษ์จะตามมาหลอกหลอน


    “ แล้วเราจะรอดมั้ยเนี่ย ดันเผลอพูดออกไปตั้งหลายคำ มิหนำซ้ำ ยังสะเหล่อไปเหยียบหัวงูยักษ์ตัวนั้นอีก เจ้าประคูณ ขออย่าได้มาหลอกหลอนลูกช้างเลย ข้าน้อยผิดไปแล้ว ” มาวินยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมบนบานศาลกล่าวอยู่หลายตลบ 


    “ เฮ้ น้องชายหัวเขียว นายยกมือไหว้ทำไมฟะ ฟ้าจวนจะมืดแล้ว มาออกกำลังกายก่อนมื้อค่ำกันดีกว่า ” โจจี้ทำคิ้วย่น เพราะเห็นเด็กหนุ่มทำท่าแปลกๆ


    “ เอ๊ะ ได้ อุ้บ…..ไม่ได้ วันนี้ห้ามพูด ” มาวินทำท่าจะตอบ แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตนยังต้องปิดทวารที่หนึ่งเขาก็ยกมือขึ้นปิดปาก


    “ ฮ่าๆ พระอาทิตย์ตกดินแบบนี้ถือว่าพ้นวันแล้วนายสามารถพูดได้ตามปกติ ” โจจี้หัวเราะ ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม 


    “ เอ๋......ยังตกลงมาไม่เต็มดวงเลย เหลือให้เห็นอีกตั้งเสี้ยว ” มาวินเถียง พร้อมชี้ให้โจจี้ดูพระอาทิตย์บนท้องฟ้า 


    “ เอาน่า หายไปเกินครึ่งดวงถือว่าตกแล้วเฟ้ย ” โจจี้เริ่มขึ้นเสียงนิดๆทว่าเด็กหนุ่มหัวเขียวยังไม่ปักใจเชื่อ เขาเพียงหรี่ตามองด้วยอาการระแวงและถามย้ำอีกครั้ง


    “ แน่ใจนะ ” 


    “ เออ แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีก จะฝึกดาบต่อมั้ย ” โจจี้เริ่มกระชากเสียง ภายในนึกเสียใจที่ดันเผลอไปหลอกคนบ้าบอแบบมาวิน 

                


         ทันทีที่มาวินได้ฟังคำตอบ ปฏิกิริยาแรกของเด็กหนุ่มก็คือ……การทำหน้าซึ้งแบบสุดฤทธิ์ โมเมนต์ต่อมาคือ……การทำตาโศกๆ คล้ายจะร่ำไห้แบบนางเอกหนังไทยในยามที่กำลังสมหวัง ปิดท้ายด้วยการตะโกนดังลั่นป่า 


    “ เย้….. สำเร็จแล้ว ไม่ต้องคอยหุบปากอีกแล้ว เทพวานรจุติอีกครั้ง ” 

             


           สิ้นเสียงตะโกน มาวินก็ตีลังกากลับหลังอีกหลายตลบจากนั้นก็หมุนตัวกลางอากาศแบบไม่ใช้มือ แล้วทิ้งตัวลงพื้นอย่างนิ่มนวล
     แน่นอนว่าการอาละวาดอย่างบ้าคลั่งย่อมประจักษ์ต่อสายตาของโจจี้มันสร้างความรำคาญแก่หนุ่มหล่ออย่างมากมายจนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ


    “ เฮ้อ……อย่างกะปล่อยลิงออกจากกรงเลย ”  


    ……………………

               

            โจจี้เริ่มฝึกการใช้ดาบขั้นพื้นฐานให้มาวิน คราวนี้เขาสามารถยืนตำแหน่ง ฟัน ปัด เสย แทง และป้องกันได้อย่างคล่องแคล่ว แน่นอนว่าหนุ่มผมทองได้สั่งให้เจ้าลิงจอมซนทบทวนกระบวนท่าอีกหลายสิบรอบพอเห็นว่าเด็กหนุ่มน่าจะไม่หลงลืม จึงหยุดการฝึกชั่วคราว 


    “ เอาล่ะ ดีมาก พักก่อน  นายก้าวหน้าเร็วกว่าที่ชั้นคิด ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ” 


    “ ฟู่….. เป็นไงเล่า แบบนี้เขาเรียกว่าสุดยอดอัจฉริยะ เอางี้มั้ย ชั้นขอพักเหนื่อยอีกซักสิบนาที จากนั้นเรามาดวลดาบกันอีกครั้ง คราวนี้จะแสดงให้นายเห็นเพลงดาบซึ่งร้ายกาจที่สุดในปฐพี ” มาวินเริ่มโม้คำโต


    “ ไม่ล่ะ ชั้นไม่กล้าดวลด้วยหรอก กลัวจะแพ้อัจฉริยะอย่างนาย เชิญฝึกท่าพื้นฐานต่อไปเถอะ ” โจจี้ส่ายหัวเป็นเชิงปฏิเสธ พร้อมแสร้งกลัวลนลาน 


    “ ฮ่าๆ นั่นปะไร ขนาดนายยังเกรงกลัว ก็บอกแล้วว่าอย่ามาแหยมกับอัจฉริยะ เอาล่ะหายเหนื่อยแล้ว ฝึกต่อดีกว่า ” พอเห็นโจจี้แกล้งหงอ มาวินก็ยืดอกด้วยความภาคภูมิพร้อมบิดตัวไปมา เพื่อขับไล่ความเมื่อยขบตามร่างกาย 


    “ เฮ้อ…..เชิญอัจฉริยะฝึกต่อได้ครับ ” โจจี้ถอนหายใจพร้อมหลีกทางให้มาวิน 


    “ ไม่มีปัญหา ไอ้พี่ชาย ” มาวินถึงขั้นตบไหล่โจจี้ราวกับว่าทั้งสองเป็นคนรุ่นเดียวกัน คิ้วของหนุ่มผมทองเลยขมวดเล็กน้อย เพราะนึกหมั่นไส้ อยากเตะเจ้าลิงจ๋อที่อยู่ตรงหน้าโทษฐานปีนเกลียว 

                


           มาวินหัวเราะเอิ๊กอ๊าก จากนั้นเขาก็ยกกิ่งไม้ยาวขึ้นมาและย่อตัวลงต่ำเพื่อตั้งกระบวนท่าต่อสู้


    “ เฮ้ เดี๋ยวก่อน ชั้นลืมอะไรไปบางอย่าง ” โจจี้ร้องทัก 


    “ อะไร ของกินรึ แฮ่…… ” มาวินรีบหันกลับมาถามน้ำลายเริ่มสอด้วยความหิวโหย 


    “ ไม่ใช่โว้ย นายต้องฝึกต่ออีกชั่วโมงถึงจะได้กินมื้อค่ำ เอ้า รับไป….ชั้นทำไอ้นี่ให้นาย ” โจจี้โวยดัง จากนั้นก็โยนบางสิ่งให้กับมาวิน 

              


           มาวินยกมือขึ้นรับวัตถุบางอย่าง เขาพบว่าเจ้าสิ่งนั้นคือ…...ดาบไม้ที่ยาวประมาณสองศอกเศษ มันถูกแกะสลักอย่างประณีตจนดูคล้ายดาบเหล็กเล่มหนึ่ง 


    “ ไอ้นี่คือ….” มาวินทำหน้าเอ๋อ โจจี้จึงยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนตอบกลับมาเบาๆ


    “ ฮะๆ มันคือดาบไม้ยังไงเล่า แจ๋วมั้ย ชั้นนั่งแกะสลักให้นายเมื่อกี้นี้เอง แต่กว่าจะได้ท่อนไม้ที่เหมาะมือ ต้องใช้เวลาหาถึงสามวัน ” 


    “ โคตรซึ้งเลยว่ะ นายมีน้ำใจจริงๆ โอ้…..มายเฟรนด์ ” มาวินเกิดความตื้นตันใจจนน้ำหูน้ำตาไหล เขาตรงรี่เข้ามากอดโจจี้ ทว่าหนุ่มผมทองกลับดันตัวถอยห่างพร้อมตะโกนดังจนสุดเสียง 


    “ ถอยไป อย่าเข้ามา ชั้นไม่ชอบให้ผู้ชายมากอด นี่คือนิยายแฟนตาซีนะเฟ้ย ไม่ใช่นิยายวาย ”   


    ……………………

               

           มื้อค่ำของวันนี้เป็นเนื้อตากแห้ง อันเป็นเสบียงที่โจจี้ซื้อมาก่อนเดินทาง แม้ว่าจะด้อยรสชาติกว่าอาหารที่ปรุงสดๆแต่ด้วยความหิวโหยและเหน็ดเหนื่อย ก็ทำให้วัยรุ่นทั้งสามรู้สึกอร่อย 

                


           พอมื้อค่ำที่แสนสุขจบลง ความเหน็บหนาวก็คืบคลานเข้ามา รอบด้านถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดยามราตรีทำให้มาวินต้องนั่งขดตัวอยู่หน้ากองไฟที่ลุกโชน 


    “ บรื้อ…… หนาวชะมัด นี่เราอยู่ที่ขั้วโลกเหนือกันรึไง อีกซักพัก คงได้เห็นไอ้ตีนโตโผล่ออกมา ” มาวินบ่นพึมพำไปตามประสาโจจี้จึงส่ายหัวไปมาด้วยความระอา พร้อมตอบกลับมาเบาๆ


    “ เฮ้อ….. ที่มันหนาวแบบนี้ เพราะพวกเราอยู่บนภูเขาสูง อุณหภูมิเลยลดต่ำกว่าปกติ แต่นายไม่ต้องกังวลไปหรอก ” โจจี้พูดจบ เขาก็หันไปค้นหาบางสิ่งในเป้หลัง


    “ เฮ้ นายหาอะไรอยู่น่ะ ” มาวินร้องถามด้วยความสงสัย แม้แต่เหมยลี่ที่นั่งอยู่ไม่ห่างก็แอบฉงนจนถึงขั้นเหล่มองโจจี้


    “ เอาน่า ชั้นกำลังหาบางสิ่งที่ทำให้พวกเราผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ ฮ่าๆ ” โจจี้ยังค้นหาต่อไปพร้อมหัวเราะแบบคนอารมณ์ดี 


    “ เหอ เหอ เหอ สงสัยหมอนี่คงจะหนาวจัดจนกลายเป็นบ้าไปแล้วมั้ง ” มาวินหันมาปรึกษาเหมยลี่ แน่นอนว่าเด็กสาวมาดเข้มไม่ได้ตอบกลับมาแต่ประการใด เธอเพียงมองโจจี้นิ่งๆด้วยอาการพินิจ 

                


           โจจี้ง่วนกับการค้นหาอยู่ครู่ใหญ่ เขาก็หยิบเสาเหล็กที่มีความยาวขนาดฝ่ามือขึ้นมาสี่ต้น ปากก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ 


    “ นี่ไง เจอแล้ว เสาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คืนนี้เราหลับสบายแน่ ” 

               


           มาวินมองโจจี้ พร้อมทำปากห้อย ตาค้าง อันเป็นอาการที่ไม่ใคร่จะเลื่อมใส ปากก็เอ่ยถามเป็นเชิงดูถูก


    “ นายหยิบเสาเหล็กเส็งเคร็งขึ้นมาสี่ต้นแล้วบอกพวกเราว่า…..คืนนี้จะหลับสบาย เมากาวรึเปล่าฟะ หรือนายผิดหวังในความรักมากเกินไปจนเพี้ยนไปซะแล้ว ” 


    “ ไอ้บ้า พูดจาเละเทะ เมากาวนี่แปลว่าอะไรฟะ ส่วนประเด็นที่สอง ชั้นเคยแต่หักอกเฟ้ย ไม่เคยโดนสาวหักอก แกไม่รู้จักเจ้าสิ่งนี้ ก็อย่าพูดมากดีกว่า ไอ้เด็กบ้านนอก ” โจจี้เถียงกลับ ท่าทางขุ่นเคืองผสมงุนงง 

                


           ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเปิดศึกน้ำลาย กรรมการกลางอย่างเหมยลี่ก็ตรงเข้ามาขวาง เพื่อตัดบท มิให้เรื่องไร้สาระนี้เกิดขึ้น 


    “ อย่าเพิ่งเถียงกันดีกว่า เจ้าลิงหัวเขียวคงไม่รู้จักสิ่งนี้ พอนายสาธิตวิธีใช้ให้ดูมันก็รู้เอง ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน