King of world ราชันแห่งพิภพ

    เก็บงำจนวินาทีสุดท้าย

            ​

            ไม่ใช่แค่วาสที่ตกใจ ไคเซอร์ก็อยู่ในอาการคาดไม่ถึงเช่นกัน

            “เจ้านั่น...เก็บงำฝีมือมิดชิดจริงๆ”ไคเซอร์ส่ายหน้าเบาๆ แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจนัก

            สาเหตุที่เขายกเมืองอาสลันให้อาเธอร์ก็เพราะความสามารถของชายคนนี้

            ความสามารถในการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม!

            ด้านฝีมือการต่อสู้ก็ไม่แพ้กัน!

            วาสหลั่งเหงื่อเย็น เขาตื่นออกมาจากโลกแห่งความฝัน

            “หลงระเริงอีกแล้ว...”เมื่อผ่านการกลายพันธุ์ทำให้วาสเหมือนได้เกิดใหม่ ค่าสถานะที่มหาศาลทำให้เขาคิดว่าสามารถคว้าทุกสิ่งในโลกมาไว้ในมือได้ง่ายๆ

            อำนาจเป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะมันสามารถเปลี่ยนคนได้!

            และส่วนใหญ่ล้วนเปลี่ยนไปทางด้านที่เลวร้าย!

            เมื่อมนุษย์อยู่ในภาวะที่มีอำนาจเหนือกว่าผู้อื่น ในสายตาของเขาก็จะลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่อยู่ต่ำกว่าโดยไม่รู้ตัว ยิ่งลุ่มหลงอยู่ในอำนาจมากเท่าไหร่ ตัวตนก็ยิ่งบิดเบี้ยวไปมากเท่านั้น

            ยามมีอำนาจอย่าเหลิง ยามมีสุขอย่าหลงระเริง!

            วาสเคยอ่านประโยคนี้เมื่อยามเด็ก และมันแล่นผ่านความคิดเขาอีกครั้ง!

            “หุหุ! ท่าทางคุณตกใจมากนะครับเนี่ย”อาเธอร์กล่าวอย่างอารมณ์ดีเหมือนไม่ได้ประลองกันอยู่

            “ไม่ต้องพูดมาก มาสู้กัน!”วาสพุ่งถลาไปด้วยความเร็วมหาศาล พื้นดินยุบตัวเป็นรอยเท้า เขาไม่ออมมืออีกต่อไป

            “ถ้าต้องการอย่างนั้น...ก็ได้ครับ”แววตาอาเธอร์ส่องประกาย กางนิ้วทั้ง5ออกและสะบัดไป ริ้วแสงสีขาว5สายพุ่งเข้าหาวาส

            วาสเอนหลังสุดตัว แผ่นหลังขนานกับพื้นหลบได้หวุดหวิด

            “ปฏิกิริยาดีจังนะครับ”เสียงดังขึ้นมาในระยะประชิด เผลอแว่บเดียวอาเธอร์ก็มาโผล่หน้าเขาแล้ว

            เร็ว!

            สกิลสุดยอดสัญชาตญาณทำงานก่อนที่อาเธอร์จะเอ่ยปากพูดเสียด้วยซ้ำ วาสดีดตัวขึ้นจากพื้นหลบจากริ้วแสงที่ตวัดเข้ามา

            ริ้วแสงสีขาวฟาดลงบนพื้นเกิดรอยลึกเนียนกริบคล้ายถูกฟันด้วยดาบ อีกทั้งยังมีไอร้อนลอยขึ้นมาบ่งบอกว่าริ้วแสงนั้นอุณหภูมิสูงแค่ไหน

            วาสถลึงตา จิตวิญญาณที่กระหายการต่อสู้ของเขาถูกปลุกแล้ว

            สกิลความพิโรธของพสุธา

            “หลบ!”ไคเซอร์ตะโกนก้อง ศาสตราล่องหนกระแทกเข้าใส่ฝูงชนอย่างรุนแรง หลายคนพ่นเลือดคำโตออกมา การกระทำของไคเซอร์ดูรุนแรง แต่เชื่อเถอะ ถ้าเทียบกับสกิลของวาสมันไม่ต่างจากการสะกิดเบาๆ

            ตึง!

            วาสกระทืบเท้าลงผืนดิน รอยปริแตกขยายเป็นวงกว้าง แล้วระเบิดออก!

            ตูมมมมมม!

            อาเธอร์หน้าเปลี่ยนสีเป็นครั้งแรก ใบหน้าของเขาปราศจากรอยยิ้มอีกต่อไปแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง หัวหน้ากิลด์เทพตกสวรรค์งอตัว

            ดวงแสงสีขาวผุดขึ้นกลางอากาศ พุ่งฝ่าอากาศเข้าไปหาอาเธอร์รวมตัวกันกลายเป็นฟองอากาศกลมสีขาว ปกป้องอาเธอร์ไว้!

            แรงอัดมหาศาลปะทุจากผิวโลก กระแทกเข้าที่ฟองอากาศสีขาวด้วยความรุนแรงทำให้มีดวงแสงสีขาวจำนวนมากกระจายออก แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ก้อนหินน้อยใหญ่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าดุจดังกระสุนปืนใหญ่กระแทกเข้ากับฟองอากาศสีขาวถี่รัว!

            ปังๆๆๆๆๆ

            ดวงแสงสีขาวกระจายออกไม่หยุด ฟองอากาศสีขาวจางลงเรื่อยๆ จนใกล้เคียงกับคำว่าโปร่งใส ทำให้เห็นอาเธอร์ที่อยู่ภายใน

            “เหอะ!”วาสแค่นเสียงเย็นชา การโจมตีของเขายังไม่จบ

            สกิลมิติเชื่อมต่อ!

            วังวนสีฟ้าขนาดเท่ากับทะเลสาบ กลืนก้อนหินที่ลอยขึ้นฟ้าเข้าไปทั้งหมด และปล่อยออกมาจากวังวนสีฟ้าอีกนับสิบที่ผุดขึ้นล้อมรอบฟองอากาศสีขาวทุกทิศทาง!

            สกิลความพิโรธของพสุธากับสกิลมิติเชื่อมต่อ คือคอมโบสกิลที่น่าสะพรึงกลัวของวาส!

            ปังๆๆๆๆ เพล้ง!

            ท้ายที่สุด ฟองอากาศที่ปกป้องอาเธอร์ก็แตกออก ก้อนหินจำนวนมากกระแทกเข้าใส่อาเธอร์ไม่หยุด

            เลือดจำนวนมากสาดกระเด็น ใบหน้าอาเธอร์เผยความดุร้าย ร่างเรืองแสงสีขาวหายไปจากตำแหน่งเดิม

            ปัง! อั๊ก!

            วาสหน้าสะบัด สำลักน้ำลาย หมัดของอาเธอร์กระแทกเข้าที่แก้มซ้ายวาสอย่างแม่นยำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อคล้ายตกใจบางอย่าง

            ความรู้สึกเหมือนย้อนไปตอนที่เขาพึ่งมายังโลกใบนี้!

            หลบไม่ได้!

            ถึงสกิลสุดยอดสัญชาตญาณจะทำงาน แต่ความเร็วของเขาไม่มากพอที่จะหลบได้!

            ปัจจุบันความเร็วสูงสุดของวาสสามารถย่นระยะ500 เมตรได้ด้วยก้าวเดียว แต่ก็ไม่อาจตามความเร็วอาเธอร์ได้ทัน!

            ‘ความเร็วแสง!’มันเป็นเพียงความคาดเดาของวาส ถึงจะดูเกินจริง แต่วาสเชื่อว่าถ้าสกิลนี้ของอาเธอร์เลื่อนถึงเลเวล 10 ความเร็วของมันจะต้องเร็วพอๆกับความเร็วแสงอย่างแน่นอน+

            และอีกสาเหตุที่เขาคาดเดาเช่นนี้เพราะสกิลอาเธอร์ส่วนใหญ่คล้ายเกี่ยวกับแสง!

            อาเธอร์ฉีกยิ้มเหี้ยม ไม่เหลือเค้าเดิมของสุภาพชนอีก สองแขนกางออกแล้วตวัดไขว้กัน ริ้วแสงสีขาวฟาดออกจากปลายนิ้ว ริ้วแสงสีขาวทั้งสิบพุ่งเข้าใส่วาสอย่างครบถ้วน

            ฉัวะ!

            ริ้วแสงเข้าปะทะเกราะระดับ 8 อย่างจัง แต่ทำได้เพียงเกิดรอยขีดจางๆเท่านั้น!

            อาเธอร์ตะลึง ก่อนที่สายตาจะปรากฏความโลภขึ้นมา

            อุปกรณ์ระดับสูง!

            ‘ไม่ใช่ แค่ระดับ6แน่ๆ ระดับ7?ระดับ8?หรือจะระดับ9!!!’อาเธอร์แทบอยากจะเปลี่ยนเงื่อนไขการเดิมพันเสียตอนนี้

            อุปกรณ์ระดับสูงเทียบกับหนังสือเก่าๆที่ไม่รู้ว่าทำอะไรได้ คุณค่ามันต่างกันลิบลับ!

            “ผมคงต้องเล็งแต่ศีรษะคุณเท่านั้นสินะ”ศีรษะวาสเป็นส่วนเดียวที่ไม่มีเกราะป้องกัน วาสสบถเบาๆ พ่นคำด่าใส่ตัวเองที่ไม่ใส่เกราะศีรษะตั้งแต่แรก

            “ถ้าทำได้ก็ลองดู!”

            สกิลกระชากมิติ!

            วาสโผล่ที่หน้าอาเธอร์ในพริบตา หวดหมัดเข้าที่หน้าอาเธอร์เอาคืนก่อนหน้านี้

            สกิลกระชากมิติคือการวาร์ประยะสั้น มันเร็วกว่าความเร็วแสง!

            “ถึงผมจะตามความเร็วสกิลนี้คุณไม่ได้ แต่คุณก็ไม่มีทางสัมผัสผมได้แน่นอน”ประโยคนี้เป็นอาเธอร์ ร่างของเขาเรืองแสงสีขาวหายวับไปกับตา

            สกิลกระชากมิติ!

            สกิลกระชากมิติ!

            สกิลกระชากมิติ!

            สกิลกระชากมิติ!

            .

            .

            .

            วาสใช้สกิลกระชากมิติอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่สกิลกระชากมิตินั้นเป็นแบบล็อคเป้า ถึงวาสจะตามความเร็วอาเธอร์ไม่ทันแต่เข้าใช้ประโยชน์จากสัมผัสของสกิลสุดยอดสัญชาตญาณในการค้นหาอาเธอร์!

            สกิลสุดยอดสัญชาตญาณระดับสูง ไม่ใช่แค่สัญชาตญาณในการระวังภัยอีกต่อไป แต่สามารถใช้รับรู้ได้อีกด้วย!

            เงาสีขาววิ่งไปทั่วด้วยความเร็วสูง พร้อมๆกับร่างกายวาสที่หายวูบวาบในทุกๆเสี้ยววินาทีคอยไล่ตามเงาแสงนั้น

            ทั้งคู่เล่นไล่จับเป็นเวลานาน ฟังดูเหมือนทั้งคู่สูสีกันแต่ไม่ใช่ เป็นอาเธอร์ที่กำลังได้เปรียบ

            อาเธอร์อาศัยที่เหนือกว่าอาศัยจังหวะที่วาสเผยช่องโหว่สวนกลับไปทุกครั้ง

            ใบหน้าวาสเกิดรอยแผลขึ้นจำนวนมากทั้งรอยช้ำจากหมัดและบาดแผลจากริ้วแสง ที่หนักสุดคือใบหูข้างหนึ่งของเขาเกือบฉีกขาดจากริ้วแสงสีขาว!

            วาสพยายามที่จะหยิบหมวกเกราะขึ้นมาใส่ แต่อาเธอร์ก็ขัดขวางทุกครั้งด้วยการโจมตีที่ถึงตาย!

            มีครั้งหนึ่งที่ริ้วแสงของอาเธอร์ได้พุ่งเข้ามาเป็นเส้นตรงและเกือบทำร้ายดวงตาของวาส โชคยังดีที่สกิลอสูรอมตะทำงาน ริ้วแสงนั้นหายไปในอากาศอย่างน่าอัศจรรย์ ช่วยวาสได้ทันเวลาพอดี โอกาสที่จะเกิดได้มันแค่ 1 ใน 100 เท่านั้น!

            น่าเสียดายที่อีก2สกิลที่เขาพึ่งได้รับมายังใช้งานไม่ได้

            สกิลสันดานดิบอสูรสงคราม จะมีโอกาสทำงานเมื่อชีวิตวาสตกอยู่ในวิกฤตเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันห่างไกลจากคำนั้นอยู่โข

            ส่วนสกิลอสูรอำมหิต เงื่อนไขของมันคือต้องใช้จิตสังหาร ซึ่งวาสยังไม่สามารถควบคุมจิตสังหารได้ดั่งใจนึก ไม่ว่าเขาจะเรียกใช้สกิลนี้มากมายเท่าไหร่มันก็ไม่ได้ผล

            “พอกันที!”วาสเดือดดาล เขาทนถูกเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวจนเหลืออดแล้ว!

            สกิลคืนสภาพ!

            ตุ่มสองตุ่มนูนขึ้นบริเวรเหนือขมับ ดวงตาวาสเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับอสูร!

            ค่าสถานะวาสเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากที่มีอยู่!

            “ตาย!”วาสตวาดลั่น ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นทำให้วาสจับตำแหน่งอาเธอร์ วาสเอื้อมแขนไปให้ไกลที่สุดและเหวี่ยงแขนอย่างบ้าคลั่ง

            และในที่สุดปลายนิ้วของวาสก็เกี่ยวได้บริเวณเอวของอาเธอร์!

            ฟุ่บ! อ๊ากกกกก!

            ก้อนเนื้อชิ้นหนึ่งหลุดติดปลายนิ้ววาส ทำให้อาเธอร์แผดเสียงร้องลั่น!

            อสูรสงครามเด่นเรื่องพละกำลัง ถึงจะตามไม่ทัน แต่ทุกการโจมตีของวาสสร้างความเสียหายได้มหาศาล

            “แม่ง!”อาเธอร์คำรามออกมา คราวนี้เขาโกรธขึ้นจริงๆ เขาเตรียมใจจะตัดสินเป็นตายกับวาสซึ่งวาสก็รออยู่แล้วเหมือนกัน

            แต่ก่อนที่อาเธอร์จะสติหลุด จิตสำนึกของเขาก็สั่งการมาก่อนว่าควรพอแค่นี้!

            เขาไม่ใช่คนที่จะยอมเผยไพ่ตายตัวเองง่ายๆ!

            หัวหน้ากิลด์เทพตกสวรรค์สูดลมหายใจลึก และฉีกยิ้มอารมณ์ดีออกมา แม้มันจะดูฝืนๆก็ตาม

            “คุณนี่เก่งจริงๆ ผมยอมแพ้ครับ”วาสช็อก เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะและถูกกระชากลงม้าเล่นม้าหมุนในฉับพลัน!

            อารมณ์ของอาเธอร์อย่างกับถูกสับสวิตซ์ มันเร็วจนวาสตามไม่ทัน!

            “นาย...!”วาสตั้งใจจะพูดบางอย่าง แต่อาเธอร์เพียงโยนเมล็ดสกิลอสูรให้และหันหลังเดินจากไป

            “ตอนนี้ผมบาดเจ็บหนัก ขอตัวไปทำแผลก่อนนะครับ”มือข้างหนึ่งกุมแผลที่เอว อีกมือกุมใบหน้าไว้พยายามปกปิดใบหน้าที่ทวีความบิดเบี้ยวโดยไม่ให้ใครเห็น

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน