"เห้ยยืนทำไรตรงนี้วะ"
"ขนาดยืนเเอบมึงยังเห็นอีกนะไอ้ตาสัปรด"
"นี่มึงมาส่งไอ้คีย์หรา"
"มึงดีกับปุณณ์เเล้วเหรอ"
"เออ ทำไมอย่าบอกนะมึงกับไอ้อินก็ร่วมด้วย"
"เออ กูรำคาญมึงเเมร่งงี่เง่าวางฟรอมน่ารำคาญไมยอมยิ้มดึงหน้าบอกตรงพวกกูเครียด"
"ดูกูออกขนาดนั้นเลย"
"ใช่ อย่าลืมพวกกูเพื่อนมึง"
"กูซึ้งเลยเพื่อน เเต่มึงกำลังเบี่ยงประเด็นกูเมื่อกี้กูถามมึงว่างัยไอ้ธาร"ธารนิ่งๆสายตาลดต่ำลง
"กูเป็นพวกปลาทองความจำสั้นเว้ย"
"อะงั้นกูถามใหม่นี่มึงมาส่งไอ้คีย์เหรอ"
"ก็เมื่อวานมันไม่ได้เอารถกลับงัย"
"เดี๋ยวๆรู้เเบบนี้เมื่อคืนมึงไปส่งมันเหรอ"ทินถามจี้
"อะไรมึงจะสอบกูเหรอเรียนเเพทย์ จบตำรวจหรือไง"ธารพยายามเเถ
"มึงเล่ามาเลย อย่าบอกนะมึงจีบไอ้คีย์"
"เปล่าเว้ย"
"เเล้วอะไรอย่างงัยเนี่ยกูงง อธิบายมาครับไอ้ธาร"
"ก็กูจะช่วยมึงงัยเลยไปสัญญากับมัน"
"สัญญาอะไรของมึง"
"ก็ถ้าสำเร็จจะยอมเป็นเเฟนกับมัน..."
"นี่มึงจะเป็นเเฟนกับไอ้คีย์ มันไม่ใช่ทางมึงนี่หว่า"
"ฟังกูให้จบก่อนมะ"
"เออเอาให้จบเอาเเบบชัดๆนะเว้ย"
"ก็เเค่เป็นเเฟนกันวันเดียว"
"หะ วันเดียวนี่พวกมึงคิดอะไรกันอยู่เนี่ย หรืออยากลอง"
"ก็คงงั้นมั้ง"
"ปกติคนชั่วไม่ต้องทำตามสัญญาก็ได้นี่หว่า"
"เเต่ไม่ใช่กับกูงัย"
"เออ กูลืมไปกูกับไอ้อินมันพวกวายร้ายเเต่มึงหนะพวกเทพ เเต่กูดูหน้ามึงเเล้วมีไรใช่มะ"
"เปล๊า"ธารเอ่ยมองไปทางอื่น
"ถามผู้รู้อย่างกูได้นะ"
"รู้ไร"
"มึงกับมันต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาเเน่เลย"
"อุ๊มึงนี่เผือก ไปๆเริ่มอยากเเดกกาเเฟเเล้ว"ธารชิ้งหนีเดินเข้าร้าน
"เอ้าไอ้นี่หนีกูเเบบนี้ก็ได้เหรอวะพฤติกรรมน่าสงสัยนะมึงหนะทินเอ่ยยิ้มเดินตามเข้าร้าน
วันนี้ทั้งวันทุกคนอยู่ด้วยกันที่ร้านกาเเฟอินจะมาเป็นคนสุดท้ายเเต่ก็ดูมีความสุขทุกคนเเฮปปี้เเม่ปุณณ์มองไปรอบๆเเล้วยิ้มออกมาจากที่เคยอยู่กันเเค่เเม่ลูกตอนนี้เหมือนมีสมาชิกเพิ่มมาใหม่ทำให้ดูเป็นตรอบครัวใหญ่ลูกมีความสุขเเม่ก็สุขด้วยลูกมีความทุกข์เเม่จะทุกข์มากยิ่งกว่าทุกคนเข้ามาเติมเต็มสร้างเสียงหัวเราะให้ปุณณ์เเละเเม่ได้ยิ้มมีความสุขไปด้วยกันทุกๆวันทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่ง...
4วันต่อมา
วันพฤหัสฯ
ที่มหาลัย
ทินนั่งอยู่ที่โรงอาหารทุกคนไปซื้อข้าวกันเขาได้รับโทรศัพท์จากพ่อ
"หวัดดีครับพ่อ"
"งัยตาทินสบายดีมั้ยลูก เรียนเป็นงัยบ้าง"
"ค่องข้างนักนิดนึงครับ ผมสบายดี"
"ดูเเลตัวเองด้วยลูกพรุ่งนี้พ่อจะกลับเเล้วคงอยู่กับลูกยาวๆประมาณ2เดือนได้"
"หะ พ่อ"ทินตกใจเพราะนั่นเเปรว่าเขาจะไม่ได้หยอกล้อกอดคอจะจูบหรือจะหอมต่อหน้าพ่อได้เลย
"เป็นไรหรือเปล่าเสียงหลงเลยนะ"
"เปล่าครับ"
"เเค่นี้หละพ่อโทรมาบอกข่าวดีเฉยๆเห็นเเกชอบบ่น มีเวลาตั้ง2เดือนจะได้ใช้ร่วมกันให้คุ้มพรุ่งนี้มารับพ่อที่สุวรรณภูมิตอน9โมงครึ่งด้วยนะ"
"ครับ"ทินเอ่ยก่อนจะวางสายสีหน้เขาตรึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดทุกคนเดินกลับมาที่โต๊ะ
"ได้เเล้วครับพี่ทิน"
"อืมขอบใจ"
"เป็นไรมึงหน้าตาเหมือนตูดหมา"ธารเอ่ย
"เออกูเห็นมึงคุยโทรศัพท์พอวางสายหน้ามึงก็เป็นเเบบเนี่ย"อินเอ่ยมองเพื่อน
"มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ทิน"
"พ่อกูบินกลับมาพรุ่งนี้"
"นั่นควรดีใจไม่ใช่เหรอครับทำไมทำหน้าเเบบนั้นครับพี่ทิน"คีย์เอ่ยเพราะสังเกตุใบหน้าเขาดูไม่ดีใจเลย
"ครั้งนี้อยู่ยาวตั้ง2เดือนมึงก็รู้ใช่มะปุณณ์ว่ามันจะอึดอัดมากเพราะเราจะไม่ตัวติดกัน"
"2เดือนเองนี่ครับไม่เป็นไรหรอก"
"รอกูหาจังหวะเหมาะๆกูจะบอกพ่อเอง"
"ครับผมเข้าใจ"
"เออจะพูดอะไรต้องค่อยๆตะล่อมๆพูดนะเว้ยเพราะเเกเป็นลูกชายคนเดียวเดี๋ยวจะบานปลาย"ธารเอ่ย
"เเต่ดูๆพ่อกูก็ดูจะเอ็นดูมันอยู่นะ"
"ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันที่ไหนลองรู้สถานะไม่เเน่อาจจะไม่โอเคก็ได้นะเว้ย"อินเอ่ย
"ผมก็คิดเหมือนกับพี่อิน พี่ธารนะครับ"ปุณณ์เอ่ยเข้าใจเขาโชคดที่มีเเม่เข้าใจเเต่คนเป็นพ่อยิ่งมีลูกชายคนเดียวยิ่งจะคาดความหวังเป็นธรรมดา
"ตอนนี้ขอกูคิดวิธีก่อนนะพรุ่งนี้อาจต้องไปรับพ่อที่สนามบิน"
"กินข้าวเถอะครับคิ้วม้วนเเล้วเนี่ย"ปุณณ์เอ่ยจับคิ้วทิน
"เดี๋ยวๆอย่ามาหวานเเถวนี้เกรงใจพวกกูด้วย"ธารเอ่ยเเซว
"กูเครียดมึงยังมีอารมณ์มาเเซวกูอีก"
"ก็เครียด ค่อยๆคิดเว้ย ไอ้ธารส่วนมึงอะเลิกเเซวๆม่ได้ดูเลยเพื่อนอยูอารมณ์ไหน"
"เอ้าโดนด่าเลย กูกินข้าวดีกว่าไม่ปากเสียเเล้ว