ตอนที่ 87 ตัดสินใจสำรวจโลกใหม่
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ข้อความที่เฟิร์สพึ่งอ่านนั้นทำให้เขารู้สึกอึ้งและตะลึงไปอย่างไม่รู้ตัว
นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิร์สมีความรู้สึกแบบนี้ เขาไม่เคยหลุดมาดของความเยือกเย็นสงบนิ่งแบบนี้มาก่อน
นับตั้งแต่ที่เขาใช้ชีวิตมาหลายร้อยปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงด่าแบบนี้ นั่นจึงทำให้เขาแทบจะทำอะไรไม่ถูก
“ยัยผู้หญิงคนนี้ปากร้ายใช่เล่น ฉันนึกว่าเธอจะเป็นคนเรียบร้อย เจียมเนื้อเจียมตัวเสียอีก”
เฟิร์สวิเคราะห์ตามสภาพแวดล้อมของหญิงสาว
หลังจากที่เขาได้อ่านไดอารี่ หลายอย่างทำให้เขานึกว่าเธอไม่ใช่คนช่างพูด เก็บเนื้อเก็บตัว และถูกคนอื่นรังแกได้ง่าย จนทำให้ไอ้หนุ่มคนนั้นที่เธอหลงรักยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
แต่เมื่อได้อ่านข้อความล่าสุดที่เธอฝากถึงเขา มันไม่ใช่เลย
เธอมีนิสัยสู้คนและไม่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบได้ง่ายๆ
เฟิร์สลืมคิดไปว่าผู้หญิงคนนี้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียวมาหลายปี เธอคงจะผ่านเรื่องราวมาหลายอย่าง จนหล่อหลอมให้ผู้หญิงคนหนึ่งเด็ดเดี่ยวได้ขนาดนี้
“นี่ฉันเป็นอะไรไป ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะทำให้ฉันคนนี้เกิดอารมณ์ขุ่นเคืองได้ขนาดนี้”
เฟิร์สรู้สึกประหลาดใจกับตนเอง ก่อนที่เขาจะปรับอารมณ์ของเขาให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“การที่ฉันสลับร่างกับเธอคนนั้นที่นี่ มันจะต้องมีอะไรบ้างอย่างแน่นอน”
เด็กหนุ่มเดินไปที่หน้าต่างแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีม่วงซึ่งแตกต่างจากท้องฟ้าที่เป็นโลกของเขา
เมื่อวานนี้เฟิร์สได้ไปขลุกอยู่ในหอสมุดของหมู่บ้าน
โลกที่เขาอยู่ในตอนนี้ความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตไม่ต่างไปจากโลกของยุคกลาง แม้ที่นี่จะไม่มีเวทมนตร์แต่มันมีสิ่งที่เรียกว่าพลังสายเลือด
พลังสายเลือดนี้ได้มาจากบรรพบุรุษยุคบรรพกาลที่พวกเขาเรียกว่าสิ่งมีชีวิตหลากโลกา
เนื่องจากหมู่บ้านเควนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ความรู้ในหอสมุดจึงมีอยู่อย่างจำกัด
แต่มันก็ทำให้เฟิร์สพอจะรู้ได้ว่าแผ่นดินที่เขาอยู่นั้นเรียกว่ามหาทวีป ซึ่งเป็นแผ่นดินที่กว้างใหญ่และมีชนพื้นเมืองซึ่งเป็นสายเลือดของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
มหาทวีปนั้นเกิดสงครามอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งสงครามส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับทรัพยากรบ่มเพาะพลังสายเลือด
แม้ทุกสิ่งมีชีวิตจะมีสายเลือดของสิ่งมีชีวิตหลากโลกา แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นผู้บ่มเพาะ
ดังเช่นหญิงสาวคนนี้ที่มีนามว่า “อีวา”
เมื่อวันก่อนเฟิร์สได้ใช้ร่างนี้เดินไปที่ตลาดของหมู่บ้าน มีหลายคนรู้จักหญิงสาวคนนี้และมีคนทักทายเธอ นั่นจึงทำให้เฟิร์สรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าอีวา
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอของหญิงสาวคนนี้ดีนัก จนกระทั่งมาเห็นข้อความที่เธอฝากไว้
“เมื่อบางสิ่งทำให้ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ ฉันก็ขอศึกษาโลกแห่งนี้หน่อยก็แล้วกัน”
ไม่นานเฟิร์สก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้
เมื่อเขาไม่สามารถหาเหตุผลในการมาที่นี่ได้และไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ นอกจากจะหลับแล้วตื่นมาในร่างของเธอคนนี้ เช่นนั้นเขาก็ขอใช้ร่างนี้ศึกษาพลังของโลกนี้บ้างก็แล้วกัน
ครั้งหนึ่งเขาเคยผ่านโลกแห่งเวทมนตร์มาแล้ว จะผ่านอีกโลกหนึ่งจะเป็นไรไปเล่า
ไม่แน่ว่าซักวันเขาอาจจะพบกับอาจารย์คนนั้นของเขาอีกครั้งก็ได้
“หากฉันต้องใช้ร่างนี้ในการผจญภัยในโลกนี้ คงจะลำบากเป็นแน่”
เฟิร์สพบว่าร่างนี้แม้จะแข็งแรงกว่าผู้หญิงทั่วไป แต่มันก็จัดอยู่ในหมวดมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น
แม้แต่การวิ่งเพียงเล็กน้อยเขาก็ยังรู้สึกเหนื่อยหอบ
ช่างไม่สะดวกเอาซะเลย
“เอาเป็นว่าฉันจะฝึกร่างกายนี้ให้พร้อมเสียก่อน นี่ถือว่าเป็นผลประโยชน์ที่เธอได้รับจากฉันก็แล้วกัน”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฟิร์สก็ตัดสินใจฝึกฝนร่างกายนี้ตามแบบฉบับของเขา
ในเริ่มแรกเขาต้องหาชุดที่สวมแบบสะดวกสบายต่อการฝึกฝนเสียก่อน
เฟิร์สพบว่าในตู้เสื้อผ้าของอีวานั้นมีแต่ชุดกระโปรงของผู้หญิงทั้งนั้น เขาจึงไปค้นดูห้องเก็บของแล้วพบกับเสื้อผ้าเก่าๆ ที่เคยเป็นของพ่อของเธอ
เด็กหนุ่มไม่ลังเลที่จะหยิบมันมาสวมใส่ ทำให้สภาพของหญิงสาวในตอนนี้ได้กลายเป็นเหมือนเด็กหนุ่มผมยาวที่รวบผมอย่างทะมัดทะแมน
“เอาล่ะฉันพร้อมแล้ว เริ่มฝึกฝนร่างกายก่อนที่จะเข้าค่ายฝึกฝนกันเลย”
เฟิร์สตัดสินใจว่าจะทำให้พลังสายเลือดของหญิงสาวตื่นขึ้น
ในหมู่บ้านมีสถานที่หนึ่งที่เรียกว่าค่ายฝึกฝน มันเป็นสถานที่ฝึกฝนของผู้บ่มเพาะพลังสายเลือด
ซึ่งมีแต่ผู้ปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าฝึกฝนที่นั่นได้
เฟิร์สได้อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการปลุกพลังสายเลือดมาบ้างแล้ว แล้วเขาก็พอที่จะเข้าใจพิธีในการปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นมา
เหตุที่หญิงสาวพลังสายเลือดยังไม่ตื่นขึ้นเพราะเธอไม่มีผู้ชี้แนะและไม่ได้สนใจในพลังนี้ด้วย
ไม่ใช่ว่าผู้บ่มเพาะทุกคนจะรุ่งโรจน์ มีเพียงยอดพีระมิดเท่านั้นที่จะกลายเป็นผู้บ่มเพาะที่เก่งกาจ ชาวบ้านทั่วไปที่ปลุกพลังสายเลือดได้ พวกเขาก็แค่ใช้พลังได้อย่างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หลายคนพลังของพวกเขานั้นแทบจะไม่ต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไป
“ร่างกายของผู้หญิงคนนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรองรับพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะตื่นขึ้นมา หากฉันทำการปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นมา นั่นอาจเป็นการทำร้ายเธอก็ได้”
แม้จะเป็นการสลับร่าง แต่วิญญาณที่อยู่ในตอนนี้คือวิญญาณของเฟิร์ส
มันคือวิญญาณที่ยิ่งใหญ่มีพลังเทียบเท่ากับกึ่งเทพ อีกทั้งยังมีความสามารถในการรู้แจ้งของเฟิร์ส นั่นจึงทำให้การขุดค้นความสามารถในตัวเธอให้ตื่นขึ้นมานั้นมีโอกาสที่มากยิ่ง
กายหยาบนั้นมีความสำคัญต่อการฝึกฝนพลัง ดังนั้นเฟิร์สจึงเลือกที่จะฝึกร่างกายให้เธอก่อนเป็นอันดับแรก
เขาใช้ร่างของเธอวิ่งไปรอบๆ หมู่บ้าน ซึ่งไม่ได้เลือกเส้นทางที่เป็นป่าเขาอย่างที่เขาเคยทำ
นั่นเพราะที่นั่นอาจเป็นสถานที่อันตรายกับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ก็ได้
หมู่บ้านเควนเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ดังนั้นเฟิร์สจึงเลือกที่จะออกกำลังกายในหมู่บ้านแห่งนี้
เขาเลือกที่จะใช้การออกกำลังกายตามโลกในยุคปัจจุบันของเขา
โลกที่เขาอยู่ในตอนนี้มีการใส่ใจต่อสุขภาพมาก มันมีวิวัฒนาการในการออกกำลังกายอย่างหลากหลาย การเวท การคาดิโอ ทุกอย่างนั้นทำให้สัดส่วนและร่างกายของหญิงสาวนั้นแข็งแกร่งได้มากยิ่งขึ้น
แต่ทว่า
ท่าทางการออกกำลังของหญิงสาวนั้นเรียกสายตาของชาวบ้านจำนวนมาก
สายตาพวกนั้นมองเธออย่างแปลกประหลาด
“นั่น ... นั่นอีวากำลังทำอะไร?”
“ทำไมเธอทำท่าทางแบบนั้น เธอกำลังเต้นอยู่อย่างนั้นหรอ?”
ชาวบ้านมากมายต่างวิจารณ์การออกกำลังกายที่เฟิร์สกำลังทำ
ในตอนนี้เขากำลังทำโยคะเพื่อดัดร่างกายของหญิงสาว ท่วงท่าพวกนี้เป็นสิ่งที่คนยุคนี้ไม่เคยเห็น หลายคนที่เห็นการกระทำแปลกๆ ของหญิงสาวเริ่มเป็นกังวลใจ
“หรือเธออยู่คนเดียวนานจนเกินไป จนเป็นบ้าไปแล้ว ...”
เฟิร์สยังคงออกกำลังกายอย่างไม่สนใจสายตาของผู้คน ซึ่งเขาก็เป็นผู้ที่ไม่สนใจสายตาของผู้คนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
จนกระทั่งหมดช่วงกลางวันของวันนี้ เฟิร์สที่ออกกำลังกายในร่างของหญิงสาวรู้สึกเหนื่อยเมื่อยล้าเป็นอย่างมาก เขาจึงผลอยหลับไปในทันทีที่หัวถึงหมอน
ในเช้าของอีกวัน
กรี๊ดดดดดดดดด
หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่เมื่อยล้า ก่อนที่เธอจะเห็นสภาพของเธอในชุดของผู้ชาย มิหนำซ้ำในไดอารี่ของเธอยังมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า
‘ร่างกายของเธอมีอะไรให้น่าดู’
และเมื่อเธอได้เข้าไปในหมู่บ้านและได้ยินเรื่องราวของเมื่อวาน นั่นก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของเธอครุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง
เธอรีบกลับไปเขียนไดอารี่ของเธอเพื่อระบายความโกรธในใจนี้ทันที
‘ไอ้บ้าเธอทำอะไรกับร่างกายของฉัน นายมันโรคจิต ทั้งหมู่บ้านพวกเขาคิดว่าฉันเป็นบ้าไปหมดแล้ว!’
ขณะเดียวกันเฟิร์สที่กลับเข้าร่างของตัวเอง เขาก็พบกับสมุดไดอารี่บนหัวเตียง
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอีวาเป็นผู้ซื้อสมุดไดอารี่เล่มนี้มา
‘ขอโทษทีวันนี้ฉันใช้เงินของนายเยอะมาก’
เฟิร์สรู้สึกแปลกใจกับข้อความนี้ แต่เมื่อเขาลงไปข้างล่าง เขาก็พบว่าห้องครัวของเขานั้นเต็มไปด้วยเครื่องครัวมากมายและวัตถุดิบที่เยอะอย่างกับจะเปิดร้านขายอาหาร ไม่เท่านั้นเขายังรู้จากพ่อว่าตัวเองได้ซื้อที่ดินบริเวณรอบๆ นี้ไว้หมดแล้ว และกำลังจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสวนผัก
“มันจะมากไปแล้วนะ ยัยคนนี้ ทั้งที่ฉันไม่ได้แตะต้องเงินของเธอแม้แต่แดงเดียว”
เฟิร์สเองก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นบ้างแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกเสียดายในเงินที่เสียไปก็ตาม แต่นี่มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี
ฉันกลายเป็นแม่บ้านแม่เรือนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
นับตั้งแต่วินาทีนี้เองสงครามของพวกเขาทั้งสองก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว
“คอยดูเถอะว่าคืนนี้ฉันจะทำยังไงกับร่างของเธอบ้าง”
เฟิร์สตั้งใจไว้แล้วว่าจะฝึกฝนร่างกายของเธอจนทำให้เธอลุกจากเตียงไม่ขึ้นอีกเลย
ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าหญิงสาวนั้นจะทำในสิ่งที่เหนือยิ่งกว่า