ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 132 ซูฉางเซิงจุติ พลังระดับมหาจักรพรรดิรึ สังหารหกจักรพรรดิได้ในพริบตาเดียว

            “จริงรึ”

            ในขณะนั้นเองธิดามังกรก็เงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมาบนใบหน้าของนางปรากฏรอยคราบน้ำตา นางกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า

            ไม่ว่าจะเป็นซูฉางเซิงหรือตำหนักเทพสมุทร ต่างก็มีความสำคัญต่อธิดามังกรอย่างยิ่ง

            เพียงแต่ในสถานการณ์เช่นนี้ธิดามังกรเลือกซูฉางเซิง และละทิ้งตำหนักเทพสมุทร

            ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าตำหนักเทพสมุทรจะไม่สำคัญต่อความรู้สึกของธิดามังกร

            เพียงแต่เทียบกับซูฉางเซิงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

            “วางใจเถิด ยัยเด็กโง่สามีของเจ้าผู้นี้จะไม่ทำเรื่องที่ไม่มีความมั่นใจหรอก!”

            ซูฉางเซิงยิ้มอย่างเอ็นดูจากนั้นยกมือขึ้นลบรอยคราบน้ำตาบนใบหน้าของธิดามังกร

            “เอาล่ะเจ้าคอยข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะจัดการให้เสร็จโดยเร็ว!” ซูฉางเซิงสั่ง

            “เดี๋ยวก่อนข้าจะไปกับท่านด้วย!” ธิดามังกรคว้าชายแขนเสื้อของซูฉางเซิงไว้แน่นดวงตาของนางแน่วแน่

            แม้จะต้องตายนางก็จะตายเคียงข้างซูฉางเซิง

            “ตกลง!”

            เมื่อเห็นดังนั้น ซูฉางเซิงก็พูดไม่ออกเขาสามารถรับรู้ถึงความคิดของธิดามังกร ในขณะที่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย

            ยัยเด็กโง่ผู้นี้สุดท้ายก็จริงใจกับเขาแล้ว หัวใจดวงน้อยๆ ได้มอบให้เขาอย่างหมดใจ

            “ท่านเซียนนักบุญหญิงข้าจะไม่ไปส่งพวกท่านแล้ว ข้าต้องรีบไปตำหนักเทพสมุทร!”

            ซูฉางเซิงหันไปมองเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนอีกครั้งพลางกล่าว

            “...ในเมื่อฝ่าบาททรงยืนกรานเช่นนั้นเต๋าเสวียนก็ทำได้เพียงอวยพรให้ฝ่าบาททรงได้รับชัยชนะกลับมา!”

            เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนมองซูฉางเซิงอย่างลึกซึ้ง

            แม้ในใจจะไม่ค่อยเชื่อว่าซูฉางเซิงจะทำได้แต่ก็รู้ว่าห้ามเขาไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจนใจ

            “หากฝ่าบาททรงกลับมาได้อย่างปลอดภัยเรื่องที่ท่านได้พูดไว้ก่อนหน้านี้...เรื่องนั้นก็อาจจะพิจารณาได้!”

            จากนั้น เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง

            เพียงแต่ก็ดูเหมือนจะลังเล และน้ำเสียงก็เบาลงเล็กน้อยราวกับเขินอาย

            ท่าทางที่ไม่สงบและไม่เร่งรีบก่อนหน้านี้หายไปโดยสิ้นเชิง

            ท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ของหญิงสาวนั้นทำให้เหล่าจอมยุทธ์แห่งวิหารสวรรค์ตกตะลึง

            นี่คือ เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนที่พวกเขาคุ้นเคยที่วางแผนทุกอย่างได้อย่างแม่นยำและลึกลับหรือ

            “ตกลง!”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูฉางเซิงก็ตบมือพลางหัวเราะจากนั้นเขาก็ไม่ลังเล นำธิดามังกรจากไป ก้าวเท้าเดียวก็ไปยังขอบฟ้าแล้วหายไปจากตระกูลซู

            “เฮ้อ!”

            เมื่อเห็นฉากนี้ เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนก็ถอนหายใจเบาๆ

            “ไปกันเถิด พวกเราก็ไปยังถ้ำปีศาจและจัดการกับอันตรายที่แฝงตัวอยู่ข้างใน!”

            นางหันไปมองยังพื้นที่แห่งหนึ่งในทวีปเจินเซิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            “ขอรับ!”

            เหล่าจอมยุทธ์ระดับกึ่งจักรพรรดิกล่าวด้วยความเคารพ

            ในกลุ่มนั้นไม่เพียงแต่มีจอมยุทธ์จากวิหารสวรรค์เท่านั้นยังมีจอมยุทธ์จากสำนักศึกษาหุนคุนที่ล้วนเป็นผู้ช่วยเหลือให้กับเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียน

            ในไม่ช้า เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนก็นำทุกคนออกจากตระกูลซูและลงไปยังสถานที่ที่ถ้ำปีศาจตั้งอยู่

            “มหาจักรพรรดิสามคนงั้นรึ!”

            อีกด้านหนึ่งบนเกาะศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของตระกูลซูกู้ชิงเกอก็ได้รับคำบอกกล่าวจากซูฉางเซิงเช่นกันบนใบหน้าของนางปรากฏความประหลาดใจเล็กน้อย

            เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าสตรีเป็นกังวล ซูฉางเซิงจึงบอกเพียงกู้ชิงเกอและคนอื่นๆ เพียงไม่กี่คน

            “อืมด้วยความแข็งแกร่งของฉางเซิงตอนนี้ การจัดการคงจะไม่ยาก!” กู้ชิงเกอกล่าวกับตัวเอง

            ในไม่กี่วันที่ผ่านมานางได้บำเพ็ญเพียรคู่กับซูฉางเซิง และผ่านการพูดคุยกันอย่างลึกซึ้งและใกล้ชิดหลายครั้ง

            นางพอจะทราบถึงพลังของซูฉางเซิงได้แล้ว

            ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นเป็นพลังระดับจักรพรรดิสวรรค์ไม่ด้อยไปกว่าช่วงเวลาที่นางแข็งแกร่งที่สุดในชาติก่อนแม้แต่น้อย

            ด้วยพลังเช่นนี้การจัดการกับมหาจักรพรรดิทั้งสามคนนั้นง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

            ช่องว่างระหว่างจักรพรรดิสวรรค์กับมหาจักรพรรดินั้นเหมือนกับช่องว่างระหว่างมหาจักรพรรดิกับจักรพรรดิ ที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก

            หากต้องการก็สามารถสังหารได้ในกระบวนท่าเดียว

            จักรพรรดิสวรรค์ในด้านพลังและวิถีเต๋า หากกล่าวอย่างเคร่งครัดแล้วก็ไม่ด้อยไปกว่าสิ่งมีชีวิตในเส้นทางเซียนอมตะมากนัก

            หากได้เข้าไปยังยุทธภพเซียนอมตะ หรือสภาพแวดล้อมของยุทธภพอนุญาตพวกเขาก็สามารถบรรลุเซียนอมตะได้ในทันที และยังมีพลังที่น่าทึ่ง

            ทว่าสิ่งมีชีวิตในระดับนี้มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่อยากเดินไปบนเส้นทางมนุษย์สู่เซียนอมตะ หรือเส้นทางเซียนอมตะแห่งสงคราม

            หากสำเร็จพลังก็จะไม่ได้ด้อยไปกว่าเซียนอมตะแท้จริงเลย และยังสามารถไล่ตามระดับที่สูงกว่ากลายเป็นราชันเซียนอมตะได้อย่างง่ายดาย

            ชาติก่อนของกู้ชิงเกอก็เดินอยู่บนเส้นทางนี้ห่างจากความสำเร็จไม่ไกลนักเพียงแต่โชคไม่ดีที่นางได้ดับสูญไปในการต่อสู้ครั้งนั้น

            “ฮึชาตินี้ข้าจะต้องสำเร็จให้จงได้!”

            กู้ชิงเกอแค่นเสียงเย็นจากนั้นก็หลับตา และกลับเข้าสู่การบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง

            นางไม่ได้ลืมที่จะบำเพ็ญเพียรนอกเหนือจากการบำเพ็ญเพียรคู่กับซูฉางเซิงเพื่อหวังจะตั้งครรภ์

            หรือจะกล่าวได้ว่านางพยายามและขยันขันแข็งมาโดยตลอด

            ....

            ตูม!

            ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสมุทรหลานอวิ๋นตำหนักเทพสมุทร พลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้ที่สิ้นสุดได้เบ่งบานราวกับจักรพรรดิโบราณได้ฟื้นคืนชีพ

            พลังแห่งจักรพรรดิอันกว้างใหญ่ไพศาลแผ่ซ่านไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสมุทร สั่นสะเทือนไปทั่วทุกหนแห่งวิถีแห่งสวรรค์และปฐพีต่างโหยหวน โซ่ตรวนแห่งระเบียบล่มสลายยอมจำนนต่อพลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้ที่สิ้นสุด

            “ทำลาย!”

            เอ๋าหลินคำรามก้องภายใต้การควบคุมของเขา หม้อหลอมมังกรทองคำดำได้ระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาภายในนั้นมังกรในตำนานสีดำตัวหนึ่งได้ปรากฏขึ้นมาดวงตาของมันเย็นชาและสมจริงอย่างยิ่ง

            ตูม!

            ในพริบตาต่อมา มังกรดำในตำนานก็พุ่งออกไปเบียดบังพื้นที่ในทะเล ทุกเกล็ดของมันสมจริงอย่างยิ่ง มีลายเทพสีทองแผ่ซ่านไปด้วยพลังแห่งจักรพรรดิที่น่าสะพรึงกลัว

            พลังอำนาจของสายเลือดสูงสุดนั้นทำให้สิ่งมีชีวิตในทะเลนับไม่ถ้วนต่างหวาดกลัวอย่างยิ่ง

            แม้แต่จอมยุทธ์ระดับกึ่งจักรพรรดิก็ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านมีความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

            เผ่ามังกรไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มสัตว์ปีกหรือสัตว์ทะเลก็เป็นหนึ่งในสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุด

            พลังอำนาจของสายเลือดที่แฝงอยู่สามารถกดขี่สิ่งมีชีวิตในระดับต่ำกว่าได้ทั้งหมด

            “โฮก!”

            เสียงคำรามของมังกรดังสนั่นก้องฟ้า มังกรดำในตำนานพุ่งลงมาพร้อมกับหม้อเทพ กระแทกเข้าใส่ค่ายกลโดยตรงพร้อมกับการปะทะอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

            ภายใต้สายตาหวาดกลัวของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนในตำหนักเทพสมุทร ค่ายกลจักรพรรดิที่คงกระพันถูกเจาะทะลุเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่รูนค่ายกลมากมายถูกทำลาย

            ค่ายกลถูกทำลายแล้ว!

            “อั่ก!”

            เมื่อถูกโจมตีโดยตรง จักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรก็เหมือนถูกฟ้าผ่านางกระอักโลหิตคำโต ร่างกายของนางแตกสลาย เกือบจะระเบิดออกแล้ว

            อย่างไรเสียนางก็ไม่ใช่จักรพรรดิที่แท้จริงเป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับกึ่งจักรพรรดิขั้นสูงที่สามารถต่อสู้กับจักรพรรดิได้โดยอาศัยอำนาจของเทพสมุทรเท่านั้น

            ภายใต้การโจมตีด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้ที่สิ้นสุดหากไม่มีค่ายกลจักรพรรดิและอำนาจของเทพสมุทรช่วยแบ่งเบาพลังนางคงจะถูกสังหารไปแล้วด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

            แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่อาจทานทนต่อไปได้แล้ว

            “ตูม!”

            เมื่อค่ายกลแตกสลาย มังกรดำในตำนานที่เหลืออยู่ก็พุ่งลงมาพลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้ที่สิ้นสุดแผ่ซ่านทำให้สิ่งมีชีวิตในตำหนักเทพสมุทรหวาดกลัวอย่างยิ่ง

            แม้แต่เหล่าจอมยุทธ์มากมายรวมถึงมหาเทพและกึ่งจักรพรรดิ ต่างก็สั่นสะท้าน ไม่อาจต้านทานได้

            เพราะนี่คือพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงเทียบเท่ากับการโจมตีของจักรพรรดิ ไม่ใช่สิ่งที่กึ่งจักรพรรดิจะสามารถต่อต้านได้

            “จบสิ้นแล้ว!”

            สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนต่างหวาดกลัวเหล่าเงือกงามมากมาย พวกนางเป็นเทพธิดาของตำหนักเทพสมุทร ได้รับความรักใคร่ บัดนี้ก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            ยังมีผู้คนจากเผ่ามังกรเงินจำนวนไม่มากนัก ทว่าก็แข็งแกร่งมาก ทำได้เพียงกัดฟันและพยายามที่จะต้านทานอย่างสุดกำลัง

            “ต้านทานไม่ได้แล้ว!”

            จักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรหลับตาลงอย่างขมขื่นในใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง

            นางรู้ดีว่าตำหนักเทพสมุทรจบสิ้นแล้ว

            “โฮก!”

            ในขณะนั้นเองจากส่วนลึกของตำหนักเทพสมุทร เสียงคำรามของมังกรที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังก้องกังวานไปทั่วทะเลพลังปราณอันมหาศาลพวยพุ่งออกมา รัศมีอันเป็นนิรันดร์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

            จากนั้นกรงเล็บมังกรสีขาวขนาดใหญ่ก็ยื่นออกมาห่อหุ้มไปด้วยแสงแห่งความโกลาหล ตบเข้าใส่มังกรดำในตำนาน

            ด้วยเสียงตูม มังกรดำในตำนานกลับถูกทุบแตกกระจุยกรงเล็บตบลงบนหม้อเทพอย่างดุดันและแข็งกร้าว สกัดกั้นหม้อหลอมมังกรทองคำดำเอาไว้

            แต่กรงเล็บของมันก็ถูกทำลายด้วยพลังจักรพรรดิเลือดเนื้อมากมายกระจัดกระจาย

            พลังศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงอยู่ข้างในกลับไม่ได้สร้างความเสียหาย แต่กลายเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์มากมายตรึงตำหนักเทพสมุทรเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ตหนกเซียนอมตะอันกว้างใหญ่แห่งนี้ถูกทำลาย

            “สกัดกั้นไว้ได้แล้วรึ”

            อีกด้านหนึ่งสีหน้าของเอ๋าหลินเปลี่ยนไปในทันที เขาตกใจอย่างมากควรทราบว่านี่คือการโจมตีของจักรพรรดิ

            แม้ว่าจะลดทอนพลังไปแล้ว ทว่าก็ไม่ใช่สิ่งที่จักรพรรดิทั่วไปจะสามารถต่อต้านได้โดยตรง

            หรือว่านี่จะเป็นจักรพรรดิที่ไร้ผู้ใดเทียบทานกันเล่า

            “ฮึเจ้าแก่ผู้นั้นคือบรรพชนมังกร!”

            “นางยังไม่ตายจริงๆ ด้วยยังคงมีชีวิตอยู่!”

            สองจักรพรรดิแห่งทะเลอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความแค้น

            เห็นได้ชัดว่าเคยได้รับความสูญเสียอย่างมากจากบรรพชนมังกรผู้นี้

            “บรรพชนมังกรรึ หนึ่งในผู้ก่อตั้งตำหนักเทพสมุทรงั้นรึ” เมื่อได้ยินเช่นนี้ เอ๋าหลินก็ตกใจ

            ผู้ก่อตั้งตำหนักเทพสมุทรทั้งสองเทพสมุทรและบรรพชนมังกร ล้วนเป็นจักรพรรดิที่ไร้ผู้ใดเทียบทาน

            “วางใจเถิด เจ้าแก่นั่นใกล้ตายแล้วบัดนี้ก็ยังสกัดกั้นการโจมตีของจักรพรรดิได้โดยตรงก็เหมือนคนกึ่งตายกึ่งเป็นเท่านั้น!”

            “ฮึบัดนี้ต่อให้ข้าคนเดียวก็สามารถสังหารนางได้!” สองจักรพรรดิแห่งทะเลกล่าวขึ้น

            “เป็นเช่นนั้นเอง!”

            เมื่อได้ยินดังนั้น เอ๋าหลินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในไม่ช้าก็กลับมามั่นใจอีกครั้ง

            ควรทราบว่าพวกเขาอยู่ที่นี่มีจักรพรรดิถึงห้าคนและยังมีเขาที่เป็นจักรพรรดิที่ถือครองอาวุธจักรพรรดิอีกด้วย

            ไม่ต้องพูดถึงบรรพชนมังกรที่ใกล้ตายแม้ว่าเทพสมุทรและบรรพชนมังกรในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดมาปรากฏตัวพร้อมกันก็ไม่อาจต้านทานพวกเขาได้

            “หึพวกเจ้าสองคนไร้ประโยชน์ถึงเพียงนั้นยังกล้าปรากฏตัวอีกรึ หรือจะลืมไปแล้วว่าเกือบถูกข้าสังหารไปในตอนนั้น”

            เสียงเย็นชาที่ยังเยาว์วัยดังขึ้น

            ในไม่ช้าภายใต้สายตาของผู้คน หญิงสาวที่มีผมสีเงินยาว มีเขางามคู่หนึ่งและมีรูปร่างเล็กราวกับเด็กหญิงก็ปรากฏตัวขึ้น

            นางมีใบหน้าที่ยังเยาว์และงดงาม ราวกับตุ๊กตาเคลือบที่สมบูรณ์แบบที่สุดรอบกายห่อหุ้มไปด้วยรัศมีเทพคงกระพัน แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้

            “ฮึ ตาแก่ เจ้าไม่ต้องแสร้งปลอมเป็นผีสางอีกแล้วคิดจริงๆ หรือว่าตัวเองยังอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด”

            “น่าขันแม้ว่าเจ้าจะอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วอย่างไร พวกเราทั้งหกรวมพลังกันอีกทั้งยังมีอาวุธจักรพรรดิ ต่อให้จักรพรรดิมาด้วยตนเองพวกเราก็กล้าสังหารจักรพรรดิ!”

            สองจักรพรรดิแห่งทะเลหัวเราะเยาะไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด

            “นั่นนางจริงๆ ด้วย!”

            ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้นจักรพรรดิตำหนักมังกรแห่งทิศบูรพาก็ยืนยันเช่นกันจักรพรรดิเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกสองคนจ้องมองมา พร้อมกับปล่อยพลังปราณอันมหาศาล

            น่าสะพรึงกลัวทำให้เหล่าจอมยุทธ์ต่างหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

            แม้แต่บรรพชนมังกรก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่น่ากลัวใบหน้าสวยของนางตึงเครียดอย่างยิ่ง จริงจังขึ้นมาไม่น้อย

            สภาพของนางแย่เกินไป

            การโจมตีเมื่อครู่ได้ฝืนใช้พลังจนหมดสิ้นอีกทั้งยังได้รับผลกระทบย้อนกลับจนบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ดูเหมือนแข็งแกร่ง ทว่าในความเป็นจริงไม่สามารถต่อสู้กับจักรพรรดิทั่วไปได้แล้ว

            “ไม่ต้องพูดมากสังหารนาง แล้วทำลายตำหนักเทพสมุทร!” เอ๋าหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

            ตูม!

            เขาใช้พลังอาวุธจักรพรรดิอีกครั้ง หม้อหลอมมังกรทองคำดำได้เปล่งแสงจักรพรรดิที่น่าสะพรึงกลัวแสงศักดิ์สิทธิ์นับล้านพวยพุ่งออกมา พลังปราณสั่นสะเทือนสวรรค์และพิภพทั่วทั้งทะเลต่างสั่นคลอน

            ทั่วทั้งตำหนักเทพสมุทร เหล่าสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนต่างสั่นสะท้านเมื่อปราศจากค่ายกลจักรพรรดิปกป้องแล้วเมื่อเผชิญหน้ากับพลังศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิ ก็เหมือนกับมดปลวกเท่านั้น

            บรรพชนมังกรจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรและคนอื่นๆ ต่างมีสีหน้าซีดขาวสีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่นและสิ้นหวัง

            ด้วยสภาพของพวกนางเป็นไปไม่ได้ที่จะสกัดกั้นการโจมตีครั้งนี้ได้

            “โชคดีที่ชิงเอ๋อร์ยังไม่กลับมานี่ก็ถือว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายแล้ว!”

            บรรพชนมังกรคิดในใจด้วยความขมขื่น

            “เกิดกระไรขึ้นเหตุใดซูฉางเซิงยังไม่ปรากฏตัวอีก!”

            ในขณะเดียวกันเหนือตำหนักเทพสมุทร เจ้าแห่งความโกลาหลขมวดคิ้ว เขาอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

            หรือว่าซูฉางเซิงยังไม่รู้ว่าตำหนักเทพสมุทรตกอยู่ในอันตราย

            ทว่าก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นไปได้

            ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสมุทรหลานอวิ๋นอยู่ห่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนมากแต่สำหรับจักรพรรดิและมหาจักรพรรดิแล้วเพียงแค่ใช้ความคิดก็สามารถครอบคลุมได้ทั้งหมด

            อีกทั้งด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวของอาวุธจักรพรรดิ ซูฉางเซิงควรจะรับรู้และรีบมาแล้วได้แล้ว

            “เขามาแล้ว!”

            ในขณะนั้นเองจักรพรรดิแห่งยมโลกและไท่เหิงได้กล่าวขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับรอยยิ้ม

            ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนตุ้นหรือก็คือเจ้าแห่งความโกลาหลงุนงงแต่ในไม่ช้าเขาก็รับรู้ได้ถึงพลังปราณสองสายที่ปรากฏขึ้น

            เป็นที่ประจักษ์จุติลงมายังตำหนักเทพสมุทร

            ทำให้ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนตุ้นอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ

            แม้ว่าจะสามารถเทียบเคียงจักรพรรดิได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ทว่าเขาก็ไม่ใช่จักรพรรดิอยู่ดีเทียบกับบุคคลในระดับนั้นไม่ได้

            “เตรียมลงมือได้แล้ว!”

            “ผู้มีพรสวรรค์ระดับราชันเซียนอมตะหรืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งหมื่นยุคสมัยรึ ข้าชอบสังหารอัจฉริยะเช่นนี้ที่สุด!”

            จักรพรรดิทั้งสองกล่าวขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาจักรพรรดิแห่งยมโลก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

            เมื่อได้ยินเช่นนี้จักรพรรดิหลายคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึม พวกเขามองจ้อง พร้อมกับเตรียมที่จะลงมือ

            พวกเขามาจากสำนักที่แตกต่างกันมีทั้งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลหรือที่รู้จักในนามดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนตุ้น แดนยมโลก และราชสำนักจักรพรรดิฉางเซิง

            จักรพรรดิแห่งยมโลกผู้นั้นก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

            ตูม!

            เบื้องล่าง หม้อหลอมมังกรทองคำดำได้พุ่งลงมาแสงจักรพรรดิอันมหาศาลกลายเป็นเสาแสงที่น่าตื่นตะลึงพุ่งลงมา

            พลังศักดิ์สิทธิ์อันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ผู้ใดเทียบเคียง

            มันเหมือนกับต้องการที่จะทำลายและบดขยี้ทุกสิ่งในยุทธภพ

            เพียงแต่...

            ผลลัพธ์กลับเหนือความคาดหมาย

            ภายใต้สายตาที่สิ้นหวังและตกตะลึงของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนในตำหนักเทพสมุทร ก่อนที่เสาแสงจะพุ่งลงมาในความว่างเปล่า นิ้วหนึ่งก็ยื่นออกมา และขีดผ่านไปเบาๆ

            ในชั่วพริบตาพื้นที่ก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ห้วงเหวลึกอันไร้ขอบเขตปรากฏขึ้นราวกับสามารถกลืนกินทุกสิ่ง เชื่อมต่อกับยุทธภพที่ไม่รู้จัก

            เสาแสงถูกกลืนกินไปในทันทีโดยไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่น

            ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง

            “ผู้ใดกัน!”

            เอ๋าหลินตะโกนก้องเขาตกใจมาก

            นั่นคือการโจมตีของจักรพรรดิแม้แต่จักรพรรดิก็ทำได้เพียงหลีกเลี่ยงจักรพรรดิที่ไร้ผู้ใดเทียบทานยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

            ผู้ใดกันแน่ที่ลงมือ

            เหล่าจักรพรรดิต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมไม่กล้าประมาท ทุกคนระมัดระวังอย่างยิ่ง

            ในพริบตาต่อมาร่างสองร่างก็ปรากฏขึ้นมา หนึ่งสวมชุดขาว ห่อหุ้มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ดวงตาของเขาเหมือนกับวิถีแห่งเต๋า ลึกลับอย่างหาที่เปรียบมิได้

            ผู้หนึ่งมีรูปร่างเล็กสวมชุดเกราะเซียนอมตะสีเงินอมเขียว งดงามและน่าพิสมัย

            ก็คือซูฉางเซิงและธิดามังกร

            “ชิงเอ๋อร์รึ”

            เบื้องล่าง บรรพชนมังกรเบิกตากว้างอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา จักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรในใจก็ตึงเครียดขึ้นมาเช่นกัน

            ร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง

            เหตุใดธิดามังกรถึงกลับมาในเวลานี้

            “เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่”

            อีกด้านหนึ่ง เอ๋าหลินมีสีหน้าเคร่งขรึมลังเลใจเล็กน้อย

            เขาไม่เคยเห็นซูฉางเซิงมาก่อนก่อนหน้านี้ก็เพิ่งออกจากการด่านบำเพ็ญเพียรมาไม่นานไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของซูฉางเซิง

            “ฝ่าบาท เขาคือซูฉางเซิง!”

            “ซูฉางเซิงผู้ที่มีพลังระดับจักรพรรดิและสังหารมหาจักรพรรดิพญาปักษาสวรรค์ได้!”

            “เขาปรากฏตัวแล้ว!”

            แม้ว่าเอ๋าหลินจะไม่รู้จัก ทว่าจักรพรรดิคนอื่นๆ ต่างก็จำได้สีหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

            “กระไรนะสังหารมหาจักรพรรดิได้รึ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ เอ๋าหลินก็ตกใจเป็นอย่างมากหรือว่าผู้ที่มาคือมหาจักรพรรดิ

            “ไม่ต้องกลัวต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิก็เถิด พวกเรารวมพลังกันหกคนต่อให้เป็นผู้ใดพวกเราก็กล้าสังหาร!”

            “วันนี้พวกเราจะสังหารมหาจักรพรรดิให้ดู!”

            ในไม่ช้า เอ๋าหลินก็มีสีหน้าจริงจังกล่าวอย่างมั่นใจ

            จักรพรรดิหกคนพร้อมกับอาวุธจักรพรรดิ ต่อให้เป็นจักรพรรดิที่แท้จริง ก็จะทำกระไรพวกเขาได้

            อย่างไรก็กล้าสังหารให้ดู!

            “…”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้จักรพรรดิหลายคนต่างก็งงงัน อดไม่ได้ที่จะสบถออกมา

            ก่อนหน้านี้เป็นเพียงคำโอ้อวดเท่านั้นเจ้านี่จะไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม

            ด้วยอาวุธจักรพรรดิเพียงชิ้นเดียวก็คิดจะต่อต้านจักรพรรดิหรือ

            นั่นก็ไม่ต่างกระไรกับการไปตายชัดๆ !

            “ตูม!”

            ในขณะนั้นเอง ซูฉางเซิงก็เหลือบมองมาสีหน้าของเขาเรียบเฉย มือทั้งสองข้างขยับอย่างรวดเร็วปล่อยเคล็ดลับการต่อสู้ออกมาโดยตรง

            ในพริบตาต่อมาพลังปราณอันมหาศาลก็ระเบิดออกมา พลังที่เทียบเท่ากับจักรพรรดิอย่างแท้จริงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สั่นสะเทือนไปทั่วทุกห้วงเวลาในชั่วพริบตาก็แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล

            ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นับพันในขณะนี้ต่างก็สัมผัสได้ถึงพลังจักรพรรดิที่น่าสะพรึงกลัวนี้

            “แข็งแกร่งมาก!”

            ไท่เหิงและจักรพรรดิแห่งยมโลกต่างก็ตกใจด้วยพลังนี้ก็ไม่ด้อยไปกว่าพวกเขาแล้ว

            ซูฉางเซิงมีพลังที่เทียบเท่ากับจักรพรรดิจริงๆ

            “ไม่ดีแน่ เขาจะสังหารจักรพรรดิทั้งหก!”สีหน้าของประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนตุ้นอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไปพร้อมกับเตรียมที่จะลงมือ

            ตูม!

            แต่ยังไม่ทันได้ทำกระไร ซูฉางเซิงก็โจมตีออกมาเคล็ดลับการต่อสู้ได้แปรเปลี่ยนเป็นกฎหมายอันยิ่งใหญ่หลากหลายรูปแบบ

            แต่ละรูปแบบล้วนน่าสะพรึงกลัวสามารถสังหารเทพและปีศาจได้ ในขณะนี้ทั้งหมดได้แผ่คลุมจักรพรรดิทั้งหก ผนึกทุกสิ่งและกักขังเวลา

            “ไม่นะ!”

            จักรพรรดิทั้งหกคำรามด้วยความหวาดกลัวพวกเขาต่อต้านอย่างสุดกำลัง เอ๋าหลินยังได้ใช้อาวุธจักรพรรดิพลังอันรุ่งโรจน์ของจักรพรรดิได้เบ่งบาน

            แต่ในพริบตาต่อมากฎหมายอันยิ่งใหญ่หลายรูปแบบได้พุ่งลงมา สังหารพวกเขาจนหมดสิ้น ระเบิดออกในทันทีก่อนที่คลื่นพลังจะปะทุขึ้นมา ก็ถูกซูฉางเซิงกำจัดไปในความว่างเปล่า

            หากไม่ใช่เช่นนั้นเพียงแค่คลื่นพลังที่เหลืออยู่ก็จะสามารถทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสมุทรหลานอวิ๋น และทำลายล้างเวลาและพื้นที่นับล้านที่อยู่ตามทางทำลายดวงดาวไปทีละดวงได้

            การโจมตีของมหาจักรพรรดิสามารถทำลายล้างได้นับพันล้านปีแสง เป็นเรื่องที่ง่ายดาย

            “นี่ๆๆ ...เป็นไปได้อย่างไร”

            “จักรพรรดิทั้งหกถูกสังหารในการโจมตีเดียวหรือนี่มันมหาจักรพรรดิหรือนี่!”

            บรรพชนมังกรและจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรต่างเบิกตากว้างดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ พร้อมกับอุทานออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ

            เหลือเชื่อเกินไปแล้ว

    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน