The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 87 ไอ้โง่ดักดาน

    เครดิตภาพจาก  https://www.wallpapertip.com

    “ สวัสดี วัยรุ่น พวกนายจะออกเดินทางแล้วเหรอ ” ศาสตราจารย์วัยครึ่งศตวรรษร้องถามหนุ่มสาวด้วยใบหน้ายิ้มละไม 


    “ แม่นแล้ว ชั้นและพวกจะออกเดินทางในวันนี้ มีอะไรจะสั่งเสียหรือเปล่า ตาแก่ ” มาวินแหลมหน้าขึ้นไปถามเกรียนๆ แต่ทันทีที่กล่าวจบ ศาสตราจารย์อ็อคซี่ก็เริ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้าดูท่าทางเขาจะไม่พอใจอย่างแรงที่มีคนเรียกว่า….ตาแก่ 

            


           เด็กหนุ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของศาสตราจารย์เฒ่าแต่เขาไม่สำนึกเลยซักนิด มิหนำซ้ำยังคิดแหย่ต่อ เพื่อความสนุก
    จังหวะที่จะเปิดปาก ก็ถูกบีบข้อมือเต็มแรงจนทำให้รู้สึกเจ็บ


    “ โอ๊ย ใครฟะเจ็บนะ ”

            


             เด็กหนุ่มหัวเขียวรีบหันไปด่า
     แต่ไม่ทันอ้าปาก ใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เพราะบุคคลที่กำลังกำข้อมือก็คือ….เหมยลี่ 

                


             มาวินหรือลิงหัวเขียวประจำคณะ สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างฉับพลัน เนื่องจากเกรงมือที่หนักหน่วงของเหมยลี่ ทำให้โจจี้เข้ามาแก้สถานการณ์ โดยการตอบศาสตราจารย์เฒ่าอย่างนอบน้อม 


    “ ใช่แล้วครับ พวกผมจะกลับในวันนี้ ท่านศาสตราจารย์มีอะไรจะชี้แนะรึเปล่าครับ ” 

               


            สีหน้าของศาสตราจารย์เฒ่าดูดีขึ้นทันตา แต่ยังกระแอมดังๆอยู่หลายที คล้ายพยายามขับไล่อารมณ์ร้ายที่คั่งค้างอยู่ภายในไม่นาน ก็กล่าวเป็นงานเป็นการ 


    “ ที่มาในวันนี้ นอกจากจะมาร่ำลา ยังนำสรุปผลพัฒนาการของเจ้าหนูหัวเขียวมาให้ดู ” ศาสตราจารย์เฒ่ากล่าวจบ เขาก็หยิบกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมขนาดครึ่งฝ่ามือขึ้นมา


    “ กล่องพลาสติกเล็กๆไร้ราคานี่น่ะเหรอ สรุปผลพัฒนาการของชั้น ” มาวินแทรกขึ้นมากลางปล้องอย่างไร้มารยาท แต่ก็ทำได้แค่นั้น เพราะถูกสายตาดุๆของเหมยลี่ข่มเอาไว้ 


    “ ใช่แล้ว เจ้าหนู นี่แหละสรุปผลพัฒนาการของนาย ทีนี้เอานาฬิกาวิญญาณมาให้ชั้นสิ ” ศาสตราจารย์เฒ่าตอบกลับ พร้อมยื่นมือมาทางมาวิน 

                


           ทีแรก มาวินทำท่าจะกวนประสาทตามสันดานลิง แต่เกรงหมัดหนักๆของเหมยลี่ที่ยืนคุมเชิงอยู่เลยถอดนาฬิกาวิญญาณให้ศาสตราจารย์เฒ่า กระนั้นก็ยังแอบยักคิ้วหลิ่วตาให้เป็นเชิงล้อเลียน

                


           ศาสตราจารย์เฒ่ารับนาฬิกาข้อมือมา โดยไม่สนอาการหยอกเย้าของลิงน้อย จากนั้นก็แกะกล่องพลาสติกออก ข้างในมีชิบที่ใหญ่ประมาณนิ้วมือบรรจุอยู่ 

              


            ศาสตราจารย์เฒ่านำชิบนั้นเสียบเข้าไปที่ช่องใส่ซึ่งอยู่ด้านหลังของนาฬิกาวิญญาณจากนั้นก็กดปุ่มสีเขียวบนตัวเรือน เพื่อรีบูทระบบ


    “ ตู้ด….. ” เสียงสัญญาณเตือนดังออกมาจากนาฬิกา กระแสนั้นกังวานจนทำให้มาวินผวา เพราะนึกว่ามันจะระเบิด 


    “ เหวอ แล้วมันจะระเบิดมั้ยเนี่ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวอุทานดัง แต่เขาก็กลับมาเงียบอีกครั้ง เมื่อเหมยลี่เริ่มตีหน้ายักษ์ พร้อมยื่นคำขาด 


    “ ถ้าขืนนายยังพูดจาเหลวไหลอีกที ชั้นจะกระชากลิ้นออกจากปาก ” 

                 


           ใบหน้าเรียวเล็กเจื่อนลงถนัดตา พร้อมกลายสภาพเป็นไอ้ใบ้โดยปริยาย ซึ่งถ้าพิจารณาจากพฤติกรรมของเด็กสาวร่างสูง  ก็มีแนวโน้มว่าคำขู่จะเป็นความจริง

                  


           หลังเสร็จสิ้นภารกิจกำราบลิงจอมซน ภาพโฮโลแกรมก็พุ่งออกมาจากหน้าปัดนาฬิกาภาพนั้นลอยอยู่กลางอากาศ มันเป็นตัวอักษรที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 


    ชื่อ  มาวิน   เทพอัศวิน

    ระดับ 9  อาชีพระดับที่ 1  ไร้อาชีพ

    พลังชีวิต 100   กำลัง 7   โชค 6

    พลังกาย 55   ความเร็ว 18   ปัญญา 7

    พลังเวท 0   ทนทาน 7   ทักษะ 12


    “ เย้ๆ นี่คือค่าพลังของชั้นใช่มั้ย สุดยอดจริงๆ เป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ” มาวินเฮดัง เขากระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจแต่อีกสามคนกลับมีทีท่าหดหู่


    “ อ้าว แล้วทำไมพวกนายไม่ดีใจไม่เห็นรึไงว่าค่าพลังของชั้น มันสุดยอดขนาดไหน ” มาวินไถ่ถามเสียงเศร้า โจจี้จึงรีบปรับสีหน้าเป็นเกรี้ยวกราด พร้อมตวาดด่า


    “ เจ้าบ้า จะดีใจได้ยังไง ไม่ได้สังเกตเลยเหรอ……ค่าพลังไม่ได้ขยับขึ้นมาซักเลเวลเดียวนายนี่มันโง่ดักดานจริงๆ ” 


    “ นายนั่นแหละบ้า เลเวลของชั้นอัพขึ้นมาตั้งเยอะ นายนี่เหมือนตาแก่ที่แสนเลอะเลือน ” มาวินเถียงคอเป็นเอ็น แต่พอสิ้นคำว่า…แก่ ศาสตราจารย์อ็อคซี่ก็กระแอมดังสามที เป็นเชิงตักเตือนว่าเด็กหนุ่มกำลังพูดคำต้องห้าม


    “ โอ๊ย ตูจะบ้าตาย อย่างกะคุยกับเด็กปัญญาอ่อนเลย ” โจจี้กุมขมับ ท่าทางเพลียๆ ถึงอย่างนั้น เขาก็หยุดการออกตัวแรงของมาวินไม่ได้


    “ นายนั่นแหละปัญญาอ่อนที่จำค่าพลังของชั้นผิด ถ้าไม่เชื่อ ลองไปถามเหมยลี่ดิ ” มาวินพูดจบ เขาก็พยักพเยิดไปทางเหมยลี่ เพื่อหาพวก ทว่าเด็กสาวร่างสูงกลับตอบเรียบๆว่า…. 


    “ จริงตามที่เขาว่านั่นแหละ ค่าพลังของนายไม่ขยับขึ้นมาเลยซักเลเวล ” 


    “ เห็นมั้ย พลังของชั้นเพิ่มขึ้นมาตั้งเยอะ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอพูดว่าไง ” มาวินเตรียมเฮที่หาพวกได้ แต่เขาก็สะดุดกับคำพูดของเด็กสาวจนต้องย้อนถาม

                


           เด็กสาวร่างสูงสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆอยู่หลายครั้ง เพื่อปรับอารมณ์ให้เย็นลงพอเข้าที่เข้าทาง เธอก็เริ่มกล่าวช้าๆชัดๆ หวังให้ทุกถ้อยกระบวนคำจารึกในสมองของอีกฝ่าย 


    “ พลังของนาย…..ไม่เพิ่มขึ้นมาเลย ” 

                


           มาวินถึงกับสตั้นไปหลายอึดใจ เพราะสิ่งที่ออกจากปากของเหมยลี่ค่อนข้างจะน่าเชื่อถือ เนื่องจากเด็กสาวนางนี้แทบไม่เคยพูดจาล้อเล่น แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ไม่ทำให้จอมดื้อยอมแพ้ง่ายๆ เขาหันไปถามศาสตราจาย์อ็อคซี่อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ


    “ ตกลงที่ทุกคนพูดมาเป็นความจริงรึเปล่าพลังของชั้นไม่เพิ่มขึ้นมาเลยเหรอ ” 

                


            ศาสตราจารย์เฒ่ายิ้มเศร้าๆ พร้อมตอบเบาๆ ท่าทางสังเวช 


    “ จริงอย่างที่ทั้งสองคนนั้นบอก ระดับพลังของนายไม่ได้พัฒนาขึ้นมาซักเลเวลเดียว ” 

                


            สิ้นคำของศาสตราจารย์อ็อคซี่ ทั้งสี่พากันเงียบกริบโดยไม่ได้นัดหมายโดยเฉพาะมาวิน เขาถึงกับทรุดกายลงไปนั่งคุกเข่าด้วยอาการท้อแท้


    “ ศาสตราจารย์ครับ มันผิดปกติมาก เพราะระดับเลเวลของเจ้าน้องชายหัวเขียวน่าจะอัพขึ้นมาอย่างน้อยซักสาม สี่เลเวลเป็นอย่างต่ำ แต่นี่ไม่ขยับเลย ผมว่าเครื่องตรวจต้องเสียแน่ๆ ” โจจี้หันมาร้องท้วง ส่วนเหมยลี่ให้ความสนใจอยู่ห่างๆ 

              


           ศาสตราจารย์เฒ่าไม่ตอบในทันที สีหน้าและแววตาดูนิ่งเฉยและเงียบขรึม แต่ถ้าสังเกตให้ดี ก็จะเห็นว่ามือทั้งสองข้างกำลังสั่นเล็กน้อย เป็นนัยว่าตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างแน่นอนว่าทุกสิ่งที่เกิด อยู่ในสายตาของโจจี้


    “ เอ่อ ตกลงว่ายังไงครับ ช่วยตอบคำถามของผมด้วย ” โจจี้ทวงถามต่อ น้ำเสียงคาดคั้นเล็กน้อย 


    “ เอ๊ะ อ่อ ก็เป็นไปได้ว่าเครื่องจะเสียนะ เอาเป็นว่า…..ทางเราไม่เก็บค่าใช้จ่ายในการลงดันเจี้ยนก็แล้วกัน ” ศาสตราจารย์เฒ่าสะดุ้ง เนื่องจากเขากำลังขบคิดบางอย่าง           

            


           โจจี้หรี่ตามอง ท่าทางระแวง
     หลังจากนั้น หนุ่มหล่อผมทองก็ปรับอารมณ์กลับมาเป็นปกติพร้อมตอบตกลงแต่โดยดี 


    “ รับทราบครับ ” 

               


            ทีมล่ามอนสเตอร์เตรียมออกจากตึกอัพเลเวล มีเพียงมาวินเท่านั้นที่ยังแข้งขาอ่อนจนยืนไม่ไหว ดวงตาปรือลอย พร้อมเพ้อละเมออยู่คนเดียว


    “ เหอๆ พลังของชั้นไม่ขยับขึ้นมาเลย ” 

              


            เหมยลี่ส่ายหัวเล็กน้อยเป็นเชิงเวทนา หลังจากนั้นเด็กสาวร่างสูงก็ก้าวเข้ามาหิ้วปีก แล้วพาเดินออกจากห้อง ส่วนทางด้านโจจี้เขาเป่าปากระบายลม ภายในนึกปลอบใจตัวเอง


    “ ถึงแม้พลังของน้องชายหัวเขียวจะยังต่ำต้อยแต่หมอนี่ก็มีฝีมือพอจะผ่านดันเจี้ยนระดับ 20 น่าจะเป็นประโยชน์ในภารกิจล่ามอนสเตอร์(มั้งนะ) ” 

               


            ขณะที่โจจี้กำลังจะเดินออกจากห้อง ศาสตราจารย์เฒ่าก็เรียกหนุ่มหล่อผมทอง


    “ โจจี้ นายพอมีเวลาจะคุยกับชั้นมั้ย ” 


    “ เรื่องอะไรหรือครับ ศาสตราจารย์ ” โจจี้หันกลับมามอง สีหน้าเหลอหลา  


    “ เอ่อ……เรื่องค่าพลังของเจ้าหนูหัวเขียวน่ะ ” ศาสตราจารย์เฒ่าอ้ำอึ้งนิดหนึ่ง ก่อนจะเปิดประเด็น


    “ ครับๆ ว่ามาได้เลยครับ ” โจจี้รับคำ เขาตั้งใจฟังอย่างเต็มที่  

                
            ศาสตราจารย์เฒ่าหันรีหันขวางอยู่หลายวาระ ก่อนจะบอกหนุ่มหล่อผมทองด้วยเสียงกระซิบคล้ายว่าสิ่งที่กำลังเล่านั้นเป็นความลับระดับพรีเมี่ยม ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่สมควรกล่าวแก่ผู้ใด

    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter