จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 183 รายการซุปตาร์จำแลง 1 Re

            “เรื่องรายละเอียด  อย่างที่เคยคุยกันไว้  หลังจากนี้ทางรายการของเราจะส่งเธอไปที่กองถ่ายซีรีส์กำลังภายใน  หน้าที่ของเธอตอนแรกว่าจะให้อยู่ฝ่ายฉาก  ทำฉาก  ยกของ  แต่ดูจากผิวของเธอ  ทางเราเลยคิดว่าจะให้ทำงานที่ไม่หนักมาก  เพราะกลัวเธอจะทำไม่ไหว” PD รายการกล่าว


            “งานใช้แรงก็ได้ครับ  แต่เดิมผมก็รับจ้างทำงานที่ต้องใช้แรงอยู่แล้ว  อีกอย่างให้ผู้ชายมาทำงานอย่างเสิร์ฟน้ำหรืองานเบา ๆ  มันน่าสงสัยกว่านะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ดี  ดี  ดี แล้วนายอยากใช้ชื่ออะไรล่ะ  จะปลอมตัวก็ต้องมีชื่อนะ” ผู้กำกับกล่าว


            “จางเหลาหู่  ดีไหมครับ  คนแซ่จางมีเยอะแยะ” ไป่ฉีเสนอชื่อที่คิดไว้ออกไป (ป้าจาง : เหมือนมีใครเรียก)


            “อืม…..คิดได้ดี  ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนนะ  ถึงจะบอกว่าปลอมตัว  แต่เธอก็ต้องแสดงให้เหมือนกับคนเป็นพนักงานฝึกหัดจริง ๆ  พวกดาราที่นายต้องเจอมีตัวปัญหาอยู่ 2-3 คนในกองถ่าย  สิ่งที่นายต้องทำคือต้องอดทนอดกลั้น  หากความแตก  ค่าจ้างก็จะลดลงไปด้วย  อย่างเช่นอยู่ได้ 3 วันแล้วความแตก  เงินค่าจ้างก็จะลดลงไปเหลือแค่ 4 ใน 7 ส่วน  แน่นอนว่าถ้าถูกทางนั้นไล่ออกก็ใช้เงื่อนไขเดียวกันด้วย  คนที่รู้ว่าเธอคือดารามีเพียงแค่ PD ของกองถ่ายเท่านั้น  นอกนั้นไม่มีแม้แต่คนเดียว  ส่วนเรื่องการถ่ายทำของรายการนายไม่ต้องเป็นห่วง  เราจะส่งทีมงานไปติดตั้งกล้องจำนวนมากในสถานที่ถ่ายทำก่อนที่ทีมงานซีรีส์จะไปถึง  เราจะมีไมค์เล็กไว้ให้นายติดตัวด้วย  ถ้านายอยากพูดว่านายคิดอะไรกับเหตุการณ์ที่เจอ  ก็สามารถหาที่ลับตาคนแล้วระบายออกมาได้จะดีมาก” ผู้กำกับกล่าว


            “แต่ว่าถ้าหากความแตกเพราะพวกคุณล่ะครับ” ไป่ฉีถาม


            “เธอก็จะได้รับเงินค่าจ้างเต็มจำนวน” ผู้กำกับตอบ


            “ครับ  ผมถือว่านี่เป็นเงื่อนไขที่ยอมรับกันทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมลุกขึ้น  การคุยกันเมื่อครู่เขาได้อัดคลิปไว้เรียบร้อยแล้ว  ฝั่ง PD รายการกับผู้กำกับก็ลุกขึ้นเช่นกัน


            “ทำให้ดีที่สุดล่ะ” PD รายการกล่าว


            “ไม่ต้องห่วงครับ” ไป่ฉีกล่าวจบ  ก็มีทีมงานมานำทางเขาไปทันที


            “แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างคะ” เมิ่งชิงชิงหันมาถาม


            “ถือว่าพักผ่อนก็แล้วกันครับ” ผู้กำกับหัวเราะร่วน  เมิ่งชิงชิงได้แต่จำใจกลับบ้านไปอย่างช่วยไม่ได้


            ทีมงานขับรถพาไป่ฉีไปส่งยังโรงแรมที่กองถ่ายซีรีส์พักอยู่  ระหว่างนั้นทางทีมงานได้ให้อุปกรณ์ปลอมตัวอย่างหนวดปลอมหรือไม่ก็แว่นตา  แต่ไป่ฉีบอกว่าเขาจัดการเรื่องนี้ได้  เขานำกล่องใบหนึ่งออกมา  เอาผ้าคลุมหัวตลอดจนใบหน้าแล้วทำอะไรสักอย่าง  ซึ่งทางทีมงานคาดว่าไป่ฉีคงจะแต่งหน้าเพื่อเพิ่มอายุแน่ ๆ  พอไป่ฉีดึงผ้าออก  ทีมงานถึงกับตกตะลึง  ใบหน้าของไป่ฉีเปลี่ยนจากหนุ่มหล่อกลายเป็นคนหน้าจืดไม่มีเหลือเค้าความเป็นคนมีเสน่ห์เหลือเลยแม้แต่น้อย


            ‘เฮ้ย  นี่แต่งหน้ายังไงถึงได้เป็นแบบนั้นกันฟะ  ถ้าไม่เห็นว่าเขาทำอะไรเมื่อกี้  ฉันคงคิดว่ามีการเปลี่ยนตัวกันแน่ ๆ’ ทีมงานคิด


            เมื่อไป่ฉีมาถึงที่โรงแรม   เขาลงมาจากรถ  พร้อมกับทีมงานรายการรีบขับรถออกไปทันทีเพื่อไม่ให้มีใครสังเกตเห็น  ไป่ฉีจึงใช้สมาร์ทโฟนที่ทีมงานให้มาโทรหาคนที่จะมาเป็นหัวหน้างานของเขานับจากนี้ 1 อาทิตย์


            [เว่ย  นั่นใครครับ] เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นที่ปลายสาย


            “ผมชื่อจางเหลาหู่  เป็นพนักงานฝึกหัดที่จะมาเริ่มการฝึกงานตั้งแต่วันนี้ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [อ้อ  มาแล้วเหรอ  นายขึ้นมาชั้น 20  ห้อง 2010  บอกชื่อนายกับพนักงานของโรงแรม  เดี๋ยวเขาจะพานายขึ้นมา] เสียงปลายสายกล่าว


            ไป่ฉีวางสายและเดินไปหาพนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์เช็กอินของโรงแรม  ก่อนจะมีพนักงานมายกประเป๋าเดินเข้ามานำกระเป๋าของไป่ฉีไปถือ และพาเขาไปที่ลิฟต์


            เมื่อมาถึงชั้นที่ 20 พนักงานก็นำไป่ฉีมาที่หน้าห้อง 2010  ซึ่งไป่ฉีนั้นให้ทิปไป 1,000 หยวน (เสี่ยไปไหนฟะ)  ทำให้พนักงานเบิกตากว้างมองหน้าไป่ฉีสลับกับธนบัตร 1,000 หยวนในมือ


            “ให้ผมเหรอครับ” พนักงานถาม


            “ครับ  ขอบคุณที่อำนวยความสะดวกให้นะครับ” ไป่ฉีตอบ


            “ขอบพระคุณมากครับ  ผมชื่อหลี่อี้  มีอะไรสามารถเรียกใช้ได้ตลอดนะครับ” พนักงานกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพก่อนจะจากไป


            ‘หน้าตาแบบนั้น  แต่งตัวแบบนั้น  ก็เป็นคนมีเงินได้เหรอ  คนเราดูแค่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ  แต่เดี๋ยวนะ  ชั้นนี้กองถ่ายซีรีส์จองไว้ทั้งชั้น  ก็แสดงว่าคนคนนั้นอาจจะเป็นคนทำงานเบื้องหลังที่มีชื่อเสียงน่ะสิ  บ้าเอ๊ย  ลืมขอลายเซ็นซะได้  ไม่เป็นไร  ครั้งหน้าต้องไม่ลืมหยิบกระดาษกับปากกามาด้วย’ พนักงานคิดได้ระหว่างลงลิฟต์มา


            ด้านไป่ฉี  เขาเคาะประตูสามครั้ง  ไม่นานก็มีคนมาเปิด  เป็นชายวัยสามสิบกว่ามีหนวดเคราประปราย  ในความคิดของไป่ฉี  ดูยังไงคนคนนี้ก็เป็นพวกชอบอะไรง่าย ๆ และไม่ค่อยดูแลตัวเอง  ส่วนหน้าตาค่อนข้างธรรมดา  แต่ก็ยังดีกว่าหน้าที่ไป่ฉีใช้อยู่ตอนนี้ (ไป่ฉีใช้โอสถแปลงโฉมในครั้งนี้)


            “สวัสดีครับ  ผมจางเหลาหู่ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “อ้อ  ที่โทรมาเมื่อกี้นี้สินะ  มา ๆ เข้ามาเลย” ชายคนนั้นมองไป่ฉีตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะโอบรอบคอไป่ฉีแล้วพาเข้ามาภายในห้อง


            เมื่อเข้ามาในห้อง  ไป่ฉีทำหน้ายู่เพราะได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ลอยมาเข้าจมูก  ใช่แล้ว  มันคือกลิ่นเท้า  ถุงเท้า และรองเท้านั่นเอง


            “โอ้  ดูเหมือนเด็กใหม่จะไม่ชินกลิ่นนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นขณะกำลังนั่งดื่มเบียร์กระป๋องอยู่


            “ไงเด็กใหม่  กลิ่นนี่เดี๋ยวอยู่ ๆ ไปก็ชินเอง  มาแนะนำตัวกันหน่อย” ชายอีกคนหนึ่งกล่าว


            “ผมชื่อจางเหลาหู่ครับ  เพิ่งจบมาหมาด ๆ  ขอฝากตัวด้วยครับ  มีอะไรแนะนำสั่งสอนผมด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “โอ้  แซ่เดียวกับพวกเราเลย  พวกเรา 3 คนในห้องนี้ก็แซ่จาง  บังเอิญจริง ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า  งั้นขอแนะนำตัวเลยนะ  ฉันเป็นหัวหน้างานของนาย  ชื่อ จางหมิง  ส่วนอีก 2 คนชื่อจางต๋า กับจางหยวน” จางหมิงกล่าว


            “งั้นเรามารับน้องใหม่กันหน่อยก็แล้วกัน  ฉันเห็นนายตอนเข้ามาหน้ายู่เพราะกลิ่นใช่ไหม  ที่จริงพวกเราล้างเท้ากันแล้ว  แต่ว่ารองเท้ากับถุงเท้ามันหมักมาทั้งวัน  กลิ่นมันก็เลยแรงน่ะ  ดังนั้น  การรับน้องของพวกเราก็คือ  นายต้องซักถุงเท้าที่กองอยู่ริมห้องให้พวกเรา” จางหยวนกล่าว


            “ได้ครับ” ไป่ฉีรักษารอยยิ้มไว้


            ‘ทำไงได้มันเป็นธรรมเนียมของเขานี่นะ  แต่คิดว่าข้าจะยอมอยู่ในที่ที่มีกลิ่นชวนอ้วกเยี่ยงนี้รึ  ไม่มีทาง’ ไป่ฉีคิด


            “ดีมาก  เอาของฉันไปซักด้วยนะ” จางต๋ากล่าว


            “เดี๋ยวเถอะพวกนาย  ให้มันพอดี ๆ หน่อย  แค่เพราะพวกนายขี้เกียจซักก็เลยโยนงานให้เด็กใหม่งั้นเหรอ  เหลาหู่นายไม่ต้องเอาของฉันไปซักหรอก  แค่ของ 2 คนนี้นายจะได้นอนรึเปล่าเถอะคืนนี้” จางหมิงกล่าว


            “ไม่เป็นไรครับ  เดี๋ยวผมซักให้  รองเท้าพวกนั้นผมก็จะซักให้ด้วยครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “จะดีเหรอ” จางหมิงถาม


            “ดีสิครับ  ซักเสร็จเอาไดร์เป่าเดี๋ยวก็แห้งครับ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับหยิบเอาถุงเท้าทั้งหมดใส่ตะกร้าของทางโรงแรม  รวมถึงหิ้วเอารองเท้าไปด้วยและเดินเข้าห้องน้ำไป  ท่ามกลางสายตาของสหายจางทั้ง 3 คน


            “เอาจริงดิ” จางต๋าจ้องไปที่ประตูห้องน้ำ


            “หวังว่าคงไม่ตายห่าคาห้องน้ำนะ” จางหยวนกล่าว  เขารู้ฤทธิ์กลิ่นถุงเท้าของตัวเองดี


            “พวกนายแกล้งแรงเกินไปแล้วรู้ไหม  อย่าลืมช่วยสอนงานเขาดี ๆ ด้วยล่ะ” จางหมิงกล่าว


            “ได้ครับพี่หมิง” จางหยวนกล่าว


            ภายในห้องน้ำไป่ฉีตรวจสอบว่ามีผู้ฝึกยุทธ์แถวนี้รึเปล่า  เมื่อเขาพบว่าไม่มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่แถวนี้  เขาจึงใช้พลังปราณทำความสะอาดสิ่งสกปรกทั้งหมด  รวมถึงกลิ่นในห้องน้ำและในห้องไปด้วย


            ขณะที่จางหมิง  จางต๋าและจางหยวนกำลังคุยกัน  โดยไม่ทันได้สังเกตว่ากลิ่นภายในห้องนั้นได้หายไปแล้ว  ประตูห้องน้ำก็เปิดออก  ทำให้ทั้ง 3 มองไปยังประตูห้องน้ำพร้อมกัน  สิ่งที่พวกเขาเห็นคือไป่ฉีหอบตะกร้าที่เต็มไปด้วยถุงเท้าออกมาจากห้องน้ำ  แต่สิ่งที่พวกเขาพบก็คือ  กลิ่นไม่มีเหลือแม้แต่น้อย


            “นี่เขาทำได้ยังไงน่ะ” จางต๋ากล่าว


            “นั่นสิ ขนาดฉันซักแทบตายยังมีกลิ่น  นี่ไม่เหลือให้ได้กลิ่นเลย” จางหยวนกล่าว  พร้อมกับทำใจกล้าลองดมดู  แต่สิ่งที่ได้ก็คือ  ไม่เหลือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์แม้แต่น้อย


            “จิ๊ ๆ ๆ ก็เพราะปกติพวกแกซักไม่สะอาดไง” จางหมิงกล่าว


            “เรียบร้อยแล้วครับ  ผมขออาบน้ำก่อนนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ตามสบายเลย” จางหมิงกล่าว


            ไป่ฉีหยิบเอาผ้าเช็ดตัวออกมาจากกระเป๋า  พร้อมกับเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยน และเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำทันที  ขณะที่จางต๋ากับจางหยวนรีบสำรวจดูถุงเท้ากับรองเท้าอย่างตั้งใจ


            “น้องมันซักให้ยังจะเรื่องมากอีก  กลิ่นก็ไม่มีแล้ว  พอ ๆ เดี๋ยวเย็นนี้ต้องพาน้องใหม่ไปแนะนำกับทุกคนอีก” จางหมิงกล่าว


            “ก็ได้ ๆ” จางต๋ายกมือยอมแพ้


            ไม่นานไป่ฉีก็เดินออกมาจากห้องน้ำ  เขาใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ (เห็นเสื้อโหล  ไม่ได้ใช้แบรนด์เทียนซาน) ออกมา  แน่นอนว่าเขาเลือกเสื้อตัวหลวมกับกางเกงที่หลวมนิดหน่อย  แต่กล้ามเนื้อของเขาถึงจะใส่เสื้อตัวใหญ่หน่อยมันก็ยังโผล่มาให้เห็นอยู่บ้าง


            “โว้ว  เหลาหู่  นายซ่อนรูปนะเนี่ย” จางหยวนชี้ไปยังน้องใหม่ที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ


            “ผมหน้าตาไม่ดี  ก็ต้องสร้างจุดดีกลบจุดด้อยบ้างสิครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “เชื่อพี่นะไอ้น้อง  เก็บเงินทำศัลยกรรม  รับรองว่านายเดินบนสายนายแบบได้แน่ ๆ” จางต๋ากล่าว


            “พอเลย  เหลาหู่  เรามาคุยกันหน่อย  เรื่องรายละเอียดงานน่ะ” จางหมิงเข้าเรื่องทันที


            “ได้ครับ  หัวหน้าจางว่ามาได้เลยครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ไม่ต้องเรียกหัวหน้าหรอก  เรียกฉันว่าพี่หมิงละกัน  จะอธิบายนะ  งานหลัก ๆ ของพวกเราคือฝ่ายฉาก และงานใช้แรงงาน  เห็นนายไม่ผอมแห้งก็โล่งใจ  นับว่าบริษัทหาคนได้เหมาะกับงาน  พวกอาวุธหรืออุปกรณ์หากเสียหาย  ให้จางต๋าเป็นคนซ่อม  หากฉากที่ถ่ายในสตูดิโอหรือนอกสถานที่เสียหาย  จางหยวนช่วยนายได้  ส่วนนายมีงานหลัก ๆ ก็คือยกของแบกของ  บางทีอาจจะต้องไปช่วยแผนกอื่นด้วย  อย่างช่วยยกพวกอุปกรณ์ไฟฟ้า  ถ้ามีปัญหาอะไรให้รีบแจ้งฉันก่อนเป็นอันดับแรก  เข้าใจไหม” จางหมิงอธิบายขอบเขตงานที่ไป่ฉีต้องรับผิดชอบ


            “ได้ครับพี่หมิง” ไป่ฉีกล่าว


            จากนั้นสหายจางทั้ง 3 คนต่างก็เล่าประสบการณ์ในกองถ่ายให้ฟัง  สนุกบ้าง  เครียดบ้าง  เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และวิธีแก้ปัญหาให้กับน้องใหม่ของพวกเขา  โดยหารู้ไม่ว่าน้องใหม่ที่พวกเขาคิดว่าเป็นพวกจบใหม่  กลับเป็นพวกเจนจัดด้านการใช้ชีวิตมาหลายหมื่นปีแล้ว

    __________________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน