เจาะเวลาหาขงเบ้ง 寻孔明

    ตอนที่ 145 เปิดโปง

    “ ..เหตุใดท่าน ? …”ดำรงค์ถูกสตรีทั่วหล้าเอารัดเอาเปรียบอย่างสม่ำเสมอ และบัดนี้ผู้สร้างตราบาปให้กับเขา กลับเป็นถึงองค์หญิงจากทุ่งหญ้าผู้สูงศักดิ์ !!! **************** จากลมหายใจที่แผ่วเบาถึงปานนั้น ..จึงมิคิดว่าชายคนรักจะรู้สึกตัวไวขนาดนี้ !….องค์หญิงเจาจฺวินตกพระทัยพอสมควร  องค์หญิงรีบหยิบหนวดปลอม ซึ่งถูกถอดออกขณะทำการผายปอดมาติดไว้ริมฝีปากตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ? ..และแสร้งเปลี่ยนเรื่องในทันที เจาจฺวินยังคงมั่นใจ..แม้ตอนนี้หนวดปลอมจะถูกเปิดโปงไปบ้างแล้ว แต่สิ่งปลอมแปลงอีกชิ้นยังทำงานอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ? เพราะสำหรับจอมยุทธแล้ว ..เพียงแค่คุณสวมหมวกหรือมัดผมเอาไว้ ย่อมปกปิดเพศสภาพของคุณไว้ได้อย่างแนบเนียน และตบตาทุกผู้คนได้อย่างสบายๆ  แต่เธอคิดผิดถนัด...นั่นก็เพราะวิธีนี้ ย่อมใช้ไม่ได้ผลกับคนไทยหัวใจดำรงค์ !! ดำรงค์ติดละครหลังข่าวมาตั้งแต่เด็กๆ .. เขาคือผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างแท้จริง !!!'เจ้าฮะ' ..นางเองสาวแสนสวย แต่ตบตาพระเอกตลอดทั้งเรื่องด้วยหนวดปลอมกากๆนั่น ..แต่ในวันนี้ที่ดำรงค์พลาดไปบ้างก็เพราะ องค์หญิงผู้นี้ปกปิดไว้ถึง 2 ชั้น มันคือกับดักอันแนบเนียน ที่ซ่อนไว้ในกับดักพื้นๆ !!!ดังนั้นแค่หมวกใบเดียวย่อมไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะจดจำสตรีงดงามผู้นี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ..เฮอะ !! “องค์หญิงเจาจฺวิน ท่านมาทำอะไรที่นี่ ?”ดำรงค์พอจะเรียบเรียงเหตุการณ์ได้บ้าง แต่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากปากของหล่อนมากกว่า.. -เขารู้ ?-หน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความมั่นใจ ..หรืออีกฝ่ายกำลังโยนหินถามทาง ? ดัดเสียงให้ทุ่มลงไปอีก..“เจ้าโง่ประสาทกลับ ..สมองเจ้าคงถูกโจมตีจนฟั่นเฟือนเสียแล้วล่ะ ..ลูกศิษย์ของข้า” ฮึๆ..มันตลกจริงๆ โดนจับคาเขาอย่างนี้..ยังไม่รู้ตัวอีก ? “ก็จริงอยู่ที่ท่านเป็นครูฝึกของข้า ..แต่ท่านก็เป็นองค์หญิงด้วย ..ทำไมเราไม่เริ่มคุยกันแบบปกติ ? ……โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านแอบจุมพิตข้า !!! " -เขารู้จริงๆหรือ ?-“ข้าเพียงใช้วิชาถอดหนวด เพื่อจะได้ผายปอดให้เจ้าได้ถนัด ก็เพียงเท่านั้น ..มิได้เจตนาล่วงเกินอันใดเลย..”…….“แต่ท่านก็ได้กระทำมันไปแล้ว …ท่านจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร ? ..ข้ามิใช่พวกชอบเพศเดียวกัน เว้นเสียแต่ท่านเป็นสตรี”ดำรงค์เริ่มเล่นตามน้ำ ..และดูเหมือนมันจะได้ผล  “เจ้า .. เฮ่อะ ..แต่ข้ามิใช่สตรี ..สุดแล้วแต่เจ้าเถิด..” …อะไรก็ได้ใช่ไหม ?ดำรงค์ย่อมมีวิธีพิสูจน์เรื่องนี้อยู่บ้าง !!! อย่างรวดเร็ว !  จ้วบ ~~    ดำรงค์จับประคองหน้าน้อยๆ แล้วจุมพิตที่ปากเล็กๆ ทั้งๆที่มีหนวดกระจุ๋มกระจิ๋มนั่น !!!   อืมมม…ความเชี่ยวชาญของเขาย่อมมิใช่ธรรมดาเป็นอันขาด ..และดูเหมือนองค์หญิงเจาจฺวินเองก็เคลิบเคลิ้มไปมิใช่น้อย.. แต่ .. ฮี้ๆๆๆ..เจ้าขาว ? ม้าเพลย์บอยอย่างมันย่อมไม่มีปัญหา หากดำรงค์จะทำเรื่องเจ้าชู้ประตูดินไปบ้าง ..แต่กับชายฉกรรจ์เช่นเดียวกันแบบนี้ ..เจ้าขาวถึงกับจิกหมอนไม่ลงเลยทีเดียว โดยเฉพาะหนวดที่อยู่บนริมฝีปากของทั้งคู่ขณะกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดนั่น !! ม้าดำตัวนี้ถึงกับขนพองสยองเกล้าอย่างที่สุด..บรื้อ ~~~ 'ดำ' หยุดมือ และกลับมาสอบถามอีกครั้ง..“ท่านยังยืนกรานว่าเป็นบุรุษ อยู่อีกหรือไม่  ?” องค์หญิงเจาจฺวิน ส่ายหน้าอย่างโง่งม ..บัดนี้เธอถูกดำรงค์ปราบพยศอย่างราบคาบทั้งร่างกายและจิตใจเสียแล้ว~~ ...................................................... ----------------เมืองเกียดเซก---------------- แม้กองทัพคุณธรรมจะกลับมาพร้อมชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ..พวกเขาช่วยเหลือผู้คนจนปลอดภัยจำนวนหลายหมื่น  แต่การผู้เสียสละชีพกว่าพันคน ย่อมทำให้ทั้งเมืองตกอยู่ในความเศร้าโศก มากกว่าความยินดีในความสำเร็จของดินแดนคนหนุ่มเหล่านี้ยังไม่เคยผ่านการแต่งงานด้วยซ้ำ ..พวกเขาจากไปเร็วเกินไป และทิ้งให้พ่อแม่ผู้ชราต้องเผชิญโลกที่โหดร้ายนี้ ..แต่ที่นี่กลับแตกต่างออกไป ทั้งบำเหน็จและบำนาญ สำหรับทายาท และบิดามารดาของผู้พลีชีพ ไปจนตลอดชีวิต !!!แม้สิ่งนี้ไม่อาจทดแทนความสูญเสียของผู้เป็นที่รัก ที่เป็นเสาหลักของครอบครัวก็ตามที ..แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยเหลือให้ผู้รับผลกระทบเหล่านี้ ได้มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่พึงมีได้.. งานศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย..แม้ร่างถูกกลบฝังไปแล้ว แต่พวกเขาจะยังอยู่ในใจของทุกคนตลอดไป… ………………………………………….. เมืองเล็กๆแห่งนี้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แม้จะต่างบ้านต่างเมืองกันมา แต่พวกเขาล้วนอยู่ร่วมกันด้วยความรักความเมตตาเป็นอันมากทุกคนล้วนประพฤติปฏิบัติตามศีล 5 อันเป็นเครื่องบ่งชี้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งที่สามารถจำแนกความเป็นมนุษย์และสัตว์เดียรัจฉานได้อย่างชัดเจนข้อที่ 1 ตั้งใจงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ข้อที่ 2 ตั้งใจงดเว้นจากการลักขโมยข้อที่ 3 ตั้งใจงดเว้นจากการประพฤติผิดในกามข้อที่ 4 ตั้งใจงดเว้นจากการพูดเท็จ พูดคำหยาบ คำส่อเสียด เพ้อเจ้อข้อที่ 5 ตั้งใจงดเว้นจากดื่มสุรา  อันเป็นข้อสำคัญ ! เมื่อมนุษย์มีสติสัมปชัญญะที่จะควบคุมการกระทำของตัวเอง ย่อมไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น และหากขาดสติลงไป ย่อมสามารถกระทำความชั่วโดยง่าย รวมไปถึงการประพฤติผิดในศีลข้ออื่นๆอีกด้วย.. ชาวเมืองลำหยงต้องการปลูกบ้านริมแม่น้ำอันที่จริงโดยผังของเมืองเกียดเซก ย่อมไม่อนุญาตในเรื่องนี้ได้ ..นั่นก็เพราะความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยนั่นเองเพราะที่ตั้งริมทะเลของเมืองนี้ มักถูกน้ำท่วมได้ง่าย  ทั้งๆที่พวกเขามีกระทั่งเขื่อนศิลา และแม้จะมีระบบชลประทานที่ดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถควบคุมธรรมชาติได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนถึงขนาดนั้น... อันที่จริงโดยหลักวิศวกรรมสมัยใหม่ก็พอจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างสบายๆ แต่ค่าใช้จ่ายด้านวัสดุและแรงงานย่อมไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ..จะมีก็แต่ภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยนั่นแหละ บ้านทรงไทย ปกป้องอากาศร้อนและน้ำท่วมได้ !!บ้านทรงไทยมีใต้ถุนบ้านที่ยกสูง ซึ่งป้องกันอุทกภัยและสัตว์ร้ายที่มาในช่วงหน้าฝน  
    error loadedเรือนไทย ในเกียดเซก
    วิศวกร(ตกงาน) เช่นดำรงค์ วาดแบบบ้านทรงไทยจากความจำสมัยเรียนหนังสือ ..แม้จะไม่ได้ครบทั้งร้อยเปอร์เซ็น แต่เมื่อปลูกบ้านจนแล้วเสร็จกลับน่าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว..................................................  -----------เมืองฮูโต๋----------- ชัยชนะของโจโฉ และพันธมิตรได้สร้างชื่อเสียง และบารมีแก่มหาอุปราชผู้นี้เป็นอันมาก ฝ่ายตวนอุย-งอสิบ เมื่อรู้ว่าโจโฉกลับมาที่เมือง ก็นำศีรษะของศัตรูคู่หนึ่งมามอบให้เป็นศีรษะของ ลิฉุย - กุยกี โจโฉเห็นดังนั้นก็ยินดี จึงเข้าไปกราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ พร้อมศีรษะทั้ง 3 คือ [ศีรษะลิฉุย] [ศีรษะกุยกี] [ศีรษะเอียมเซียง]แผ่นดินเราครั้งนี้จะอยู่เย็นเป็นสุข  เพราะมิได้มีเสี้ยนหนามอีกแล้ว  ทรงจำเรื่องที่ตกระกำลำบากที่ ‘เตียงอัน’ ได้เป็นอย่างดี !! จึงพระราชทานยศให้ 'ตวนอุย' เป็นทองเค้าเจียงกุ๋น ให้ ‘งอสิบ’ เป็นเตียนโลเจียงกุ๋น หรือนายทหารกำจัดโจร ส่วนเจ้าเมืองดำรงค์อวยยศเป็นเจ้าเมืองชั้นตรี และเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ..โจโฉจึงทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ต่อ.. เตียวสิ้วคบคิดกันกับเล่าเปียวยกมาตีเมืองเซียงหยง แลเมืองกังเหลง ข้าพเจ้าจะถวายบังคมลาไปกำจัดเตียวสิ้ว ให้ซุนฮกอยู่รักษาเมืองฮูโต๋ ด้วยผลงานเป็นที่น่าพอพระทัยระดับนี้ พระเจ้าเหี้ยนเต้ไม่เพียงทรงอนุญาตเท่านั้น ..ถึงกับออกไปส่งมหาอุปราชผู้นี้ถึงประตูเมืองเลยทีเดียว !!!