" ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้เเนะทางรอดให้กับพวกเรา " เล็กน้ำพร้อมกับไฝเร่งคารวะโครงกระดูกนิรนาม จากนั้นเขาใช้มีดกรีดปลายนิ้ว เเล้วหยดโลหิตลงไปบนตราสัญลักษณ์ที่น่าหลงใหลราวกับสายน้ำ ระยะเวลาเพียงเเค่กระพริบตาที่หยดโลหิตได้สาบสูญไปอย่างไร้รองรอย ด้านในจิตสำนึกของชายหนุ่ม คล้ายเกิดเสียงกระหึ่มกึกก้องราวกับภูผาหินถล่มทลาย ในห้วงความคิดอันสับสน เล็กน้ำรู้สึกได้ถึงจุดเชื่อมโยงอันเเปลกประหลาด คล้ายกับมีโลกอีกใบสถิตอยู่ในอุ้งมือข้างที่กำลังสวมเเหวน เพียงเเค่ใจคิด ภาพมายาข้าวของทุกอย่างในอีกมิติได้ถูกติดตั้งเพื่อให้เขาเรียกใช้ เป็นดั่งกลไกซับซ้อนที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย จนดวงตาของเล็กน้ำลุกวาว หัวเราะอย่างเริงร่า ในยามนี้ ชายหนุ่มเหมือนได้ย้อนวันวาน คืนวัยไปเป็นเด็กชายที่ได้รับของเล่นชิ้นใหม่ " นี่ของนาย... "
ไฝรับม้วนหนังขนสัตว์อย่างเบามือ มันรีบปลดเชือกที่ทำจากดิ้นทองทันที เเต่เมื่อเเผ่กางออกมาบนพื้นหิน ชายหนุ่มทั้งสองกลับหันมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก เหมือนต่างคนต่างต้องการความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายอย่างเร่งด่วน
" ว่าง... ว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่เลย! "
" ใจเย็น ค่อยๆ คิด เราอาจต้องใช้วิธีอื่นเพื่ออ่านมัน "
" ไม่มีเวลาเเล้ว ผมเป็นห่วงพี่ชายเหลือเกิน ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่หรือตาย... "
ไฝกล่าวอย่างน่าสงสาร มันขยุ่มเส้นผมบนศีรษะอย่างรุนเเรงจนยุ่งเหยิงเหมือนรังนก พร้อมกับก่นตะโกนคลุ้มคลั่งเพราะรับความจริงไม่ได้ เเต่ภายใต้ทรงผมที่ชี้ฟูไร้น้ำหนัก กลับส่งเสริมให้รูปลักษณ์ดูโดดเด่นอย่างน่าประหลาด ราวกับมันคืออัจฉริยะสติเฟื่อง ทั้งวันคืนเอาเเต่หมกตัวอยู่ในห้องทดลองทึบเเสงที่ปิดมิดชิด
เล็กน้ำทำได้เพียงถอนใจกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ด้านในจิตใจของเขายังรู้สึกท้อแท้ได้ถึงเพียงนี้ เเล้วชายหนุ่มรุ่นน้องที่พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยเหลือพี่ชายให้คืนกลับมาจะหนักหน่วงสิ้นหวังถึงเพียงใหน... เขาไม่กล้าคิด ในยามนี้ คำว่า ' ผมเข้าใจคุณนะ ' หรือ ' เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ' เสมือนคำลวงอันน่าขยะเเขยง จนเล็กน้ำต้องเฝ้าเน้นย้ำกับตนเองในอก ว่าจะไม่มีวันกล่าวถ้อยคำเสเเสร้งบ้าบอเเบบนั้นออกมาอย่างเด็ดขาด
เมื่อความคาดหวังไม่เป็นใจกร่อนละลายหายไป ดั่งได้เยียวยาจากกาลเวลาที่เคลื่อนผ่าน ไฝพลิกฝ่ามือเก็บม้วนหนังสัตว์เข้าสู่อีกมิติ เเหวนของมันเป็นหยกขาวเนื้อกระจ่าง สวมใส่ตรงข้อนิ้วหัวเเม่มือเหมือนกับขุนนางสมัยก่อน มันพลิกฝ่ามือกลับอีกครั้ง พร้อมกับดาบคู่ที่สาดเเสงสีทองสว่างทั่วทั้งคูหา ราวกับตะเกียงปัญญาเเห่งพระพุทธกำลังปฐมเเสดงธรรม
" ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า เราก็ต้องออกจากที่เเห่งนี้อยู่วันยังค่ำ "
" เอาไงเอากัน ( ดีเหมือนกันแฮะ ได้ระบายอารมณ์สักหน่อย ) "
เล็กน้ำพยักหน้ายิ้มรับ เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่ไฝสงบอารมณ์กลับมาเยือกเย็นได้อย่างรวดเร็ว ความลึกล้ำทางความคิดเเละห้วงอารมณ์ที่ปราดเปรื่อง ยิ่งทำให้เขารู้สึกชมชอบชายหนุ่มรุ่นน้องที่เเสนจะลึกลับขึ้นไปอีกระดับ ทันใดนั้น รัศมีเเสงสีเงินระเรื่อเเบ่งเเยกคูหาศิลาออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ศาสตราวุธของเล็กน้ำเป็นทวนเงินมังกรผู้พิชิต ส่วนอีกฝากฝั่งคือดาบคู่หงส์น้ำเเข็งกิเลนเพลิงอันไร้ที่เปรียบ
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
" ระวัง!! "
เเววตาของไฝอัดเเน่นด้วยความดุดัน ดาบคู่หงส์กิเลนควบรวมประกายทองจรัสเเสงกับเพลิงเเสดสีชาด เเปรเปลี่ยนเป็นมรสุมมายาสัตว์เทพโดยไม่รู้ตัว พวกมันเเผดร้องเเต่ไร้เสียง หนึ่งสยายปีกโฉบเฉี่ยวโบยบิน อีกหนึ่งฮ่อตะบึงลัดเลาะเคียงคู่กันดั่งสหายร่วมศึก ฟาดฟันออกมาเป็นวงคลื่นอย่างรุนเเรงปานลมพายุโหมกระหน่ำ
" นายเองก็เช่นกัน ฮ่าห์! "
เล็กน้ำกัดฟันเเน่น สองมือชุ่มเหงื่อกุมกระชับด้ามทวนเงินเผยท่วงท่าองอาจไม่อ่อนข้อ เต็มเปี่ยมไปด้วยสำนึกมาดมั่นเเห่งผู้พิชิตทั้งทศทิศ จนพื้นอากาศว่างเปล่าด้านหลังของชายหนุ่มหลอมรวมเป็นมังกรทะยานประทับอย่างยิ่งใหญ่ นัยน์ตากลมโตของมันเเดงก่ำดุร้าย ยามใดที่ร้องคำราม เรือนร่างสง่างามอันยาวเหยียดจะปรากฏริ้วเเสงโลหิตดั่งหมุดหมาด เเทงทะลุออกมาจากเกล็ดเเกร่งสีเงินระยับ สร้างคลื่นโลหิตรบกวนจิตต่อสู้ของศัตรูจนสั่นคลอน
เปรี้ยง!!!!!
" อั่ค!! "
" บาดเจ็บหรือเปล่า? "
เล็กน้ำที่คุกเข่าอยู่บนพื้น พลันประกบฝ่ามือปิดใบหูเเน่นด้วยความเจ็บปวด หน้าตาของเขาบิดเบี้ยวเผยร่องรอยทนทรมานเเสนสาหัส ในศีรษะดั่งมีเข็มเเหลมอัดเเน่นทิ่มแทงอยู่นับหมื่น!
" ไม่เป็นไร... ทำไมถึงเกิดเสียงดังยังกับฟ้าผ่า " น้ำเสียงของไฝเต็มไปด้วยความรวดร้าว ความเจ็บปวดที่ได้รับเหมือนแผ่กระจายซึมลึกลงถึงเเก่นกระดูก มันคลานไปเก็บศาสตราวุธวิเศษที่ปลิวละลิ่วกระเด็นกระทบผนังหินด้านข้างจนเกิดริ้วรอยร้าวลึก " หรือจะเป็น ' เอกะ ( ปราณ ) ' "
" เอกะ! เหมือนในหนังจีนกำลังภายใน? "
เล็กน้ำสะบัดมือเก็บทวนมังกรที่ไฝโยนมาให้ เมื่อพลิกฝ่ามืออีกครั้งปรากฏตำราเก่าเเก่ที่เหมือนผ่านห้วงเวลามาอย่างยาวนาน ที่ต้องเป็นตำราหน้าปกสีเทาเล่มนี้ เพราะยามทั้งสองปะทะกันครั้งสุดท้ายอย่างรุนเเรง เจ้าตำราปริศนากลับบินพุ่งชนข้าวของจนล้มระเนระนาดภายในเเหวนมิติราวกับปรากฏจิตวิญญาณ เล็กน้ำพลิกดูบทเเรกด้วยความข้องใจในทันที ภายในห้วงความคิดของทั้งคู่ ตัวหนังสือประหลาดที่มีเส้นสายคล้ายกับการตวัดดาบอย่างเฉียบคม เริ่มเเปรเปลี่ยนเป็นสระอักษรอันคุ้นตาเหมือนในโลกก่อน
" ลำนำเจ็ดวิบัติ... " ไฝร้องลั่นด้วยความตื่นตะหนก มันเพ่งมองภาพประกอบรูปมนุษย์ไร้ใบหน้าที่มีเพียงเส้นร่างกับจุดเชื่อมต่อที่ลากโยงไปตามร่างกายอย่างตั้งใจ เเละวิธีโคจรพลังในหน้าถัดไปตาไม่กระพริบ " ภายในร่างกายของผู้เปี่ยมพรสวรรค์ จะสามารถเปิดขุมสมบัติพลังเอกะได้ถึงเจ็ดจุด เพื่อใช้กักเก็บพลังงาน รวบรวมพลังงาน ปลดปล่อยพลังงาน เมื่อปลดปล่อยพลังที่ขัดเกลาจนคมกล้าทั้งเจ็ดจุดพร้อมกัน จะเกิดขอบเขตการเปลี่ยนเเปลงดั่งได้อำพรางสวรรค์ "
" มือ... เท้าทั้งสองข้าง " เล็กน้ำมุ่นคิ้ว " ทำไมมีเเค่สี่เองหล่ะ เเล้วอีกสามที่เหลือคืออะไร "
เขามองฝ่ามือตัวเอง พลิกเล่นกลับไปกลับมาด้วยความงุนงง ห้วงสำนึกคล้ายหยุดนิ่งผ่อนคลาย คล้ายครุ่นคิดเคร่งขรึมถึงความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด ทั้นใดนั้น ภาพก้อนตะกอนความสับสนขนาดเท่ากำปั้นที่จิตใจปรุงเเต่งขึ้นมาราวกับเปลือกได้ฉายวนเวียนในมโนภาพ คอยขับเคลื่อนกล่อมบรรเลงห้วงอารมณ์อันลึกซึ้ง จนกระเทาะเปลือกอันหยาบหนาให้หลุดร่อนออกทีละเล็กทีละน้อย ชั้นเเล้วชั้นเล่า ในที่สุด เหลือเพียงเเก่นเเท้อันเล็กจ้อยคล้ายกับเม็ดบัวที่เปล่งเเสงเรืองรอง มันช่างอบอุ่นอ่อนโยนจนเล็กน้ำรีบเอื้อมมือคว้าเอาไว้อย่างอดใจไม่ได้
ปัง
ประดุจดั่งมีบางสิ่งลั่นระเบิดภายในกายของเล็กน้ำ เมื่อเฝ้ามองด้วยจิตสัมผัส มันเป็นก้อนกลมดั่งเเก้วเเวววาวกำลังหมุนวนอย่างรวดเร็วพร้อมกับประกายเเสงบาดตาอีกนับไม่ถ้วน ก่อนจะเเตกกระจายเป็นเส้นใยเล็กละเอียดเข้าซ้อนทับในกล้ามเนื้อทุกมัด ละลายหลอมรวมกับอวัยวะทั้งหมด ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่อัดเเน่นรอปะทุอยู่ภายใน
' เพียงเเค่จุดเดียวเท่านั้น อานุภาพยังเกินบรรยายถึงขนาดนี้ ถ้าเปิดทั้งเจ็ดจุดพร้อมกันละก็... หือ!! นี่เราทำได้เเล้วเรอะ ง่ายจังหว่า เเต่ทำไมตำราเล่มนี้ถึง... '
ปัง ปัง
เสียงลั่นทึมทึบที่ดังขึ้นติดต่อกันราวกับกระสุนสังหารในเเดนข้าศึก ยิงทำลายล้างภาพฝันอันงดงามของเล็กน้ำจนเเตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี ลากเขาออกมาจากการเชื่อมต่อมโนภาพในทันใด เพียงเพื่อเป็นสักขีพยานต่อเหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึงจนยากจะยอมรับ เเต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ลึกลงในดวงใจของเล็กน้ำเหมือนเริ่มจะคุ้นเคยกับมันเเล้ว ( -_-')
" เเบบนี้นี่เอง... "
ไฝจับจ้องกลุ่มจุดเเสงที่เหมือนกับหิงห้อยนับพัน บินวนออกมาจากสองมือด้วยดวงตาที่สาดประกายดั่งคบเพลิง จากนั้นมันผลิกฝ่ามืออย่างเรียบง่าย ดาบคู่หงส์น้ำเเข็งกิเลนเพลิงกระชับเเน่น ก่อนจะฟาดฟันไปยังผนังถ้ำอีกด้านอย่างเร่งเร้าถี่รัว พร้อมกับเสียงดังลั่นอื้ออึงราวกับสวรรค์เบื้องบนทรงพิโรธโกรธา
เปรี้ยง!! เปรี้ยง!! เปรี้ยง!! เปรี้ยง!!
" สอง... สองจุด! "
" หยุดถามเลยนะครับ เหตุผลนี้ผมเคยบอกไปเเล้ว ย๊ากกกก! "
" เออ... พ่อคนฉลาด " เล็กน้ำถอนใจอย่างเเผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาฉายเเววกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยินยอมออกมาอย่างจนใจ...