สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 183 กวาดล้างดาบโลหิต

        ดวงตาดั่งสายฟ้าของเขามองไปรอบๆ แล้วพบว่าทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหลือกำลังรวมตัวกันใหม่ภายใต้การบัญชาของ 'งูหลามตาเดียว' ซุนเฟยขยับปลายดาบเบาๆ ผมสีดำขยับลู่ไปตามแรงลมซุนเฟยตะโกนถามกึกก้องด้วยเจตนาฆ่า “ในตอนที่พวกเจ้าล่าชาวเมืองแซมบอร์ดไปขายเป็นทาสเคยนึกบ้างไหมว่าจะมีวันนี้? ฮึ ข้าจะทำให้เดรัจฉานที่สูญเสียความเป็นคนอย่างพวกเจ้าได้รับรู้ถึงรสชาติของการเป็นเหยื่อใต้คมดาบของคนอื่น!”

        “ถุย! กะอีแค่ฆ่าแล้วก็ล่าพวกสวะชั้นต่ำอย่างเมืองแซมบอร์ด มันจะอะไรกันนักหนา?” แม้ชายหัวล้านตาเดียวจะตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของซุนเฟย แต่ตอนนี้ ความเชื่อมั่นของเขาได้ฟื้นคืนกลับมาแล้วเขาแสยะยิ้มพลางพูดอย่างกวนโมโหว่า “มีพวกสวะเมืองแซมบอร์ดนับพันคนที่ต้องตายภายใต้คมขวานของบิดาอีกห้าร้อยคนที่เหลือก็ถูกขายไปเป็นทาสตามที่ต่างๆ นี่ยังไม่รวมกับหญิงสาวชาวเมืองแซมบอร์ดที่ถูกบิดาย่ำยีจนเบื่อแล้วขายไปเป็นโสเภณีชั้นต่ำในค่ายทหารอีกนะนังหมูตัวเมียพวกนั้นมีนับไม่ถ้วนเลยล่ะ ฮ่าๆๆ บิดาพูดชัดขนาดนี้แล้ว ราชาอาณาจักรบริวารระดับหกเช่นเจ้าจะมีปัญญาอะไรมาจัดการข้าได้?”

        “ดี! ดี! ดี!ดี! ดี!!!” คำว่า ‘ดี’ หลุดออกมาจากปากซุนเฟยถึงห้าครั้ง ซุนเฟยไม่เคยรู้สึกโมโหขนาดนี้มาก่อน เขาก้าวเข้าไปใกล้ๆ ทีละก้าว “ข้าจะมีปัญญาอะไรไปจัดการเจ้าได้อย่างงั้นหรือ?วันนี้ข้าจะไม่สังหารเจ้า จงเบิกตาสุนัขของเจ้าให้กว้าง แล้วมองด้วยตาของเจ้าเองภายในหนึ่งเดือนนี้ ข้าจะลบชื่อกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตให้หายไปจากเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก!”

        ได้ยินดังนั้นชายหัวล้านก็ชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นแล้วพูดขึ้นว่า “ลบชื่อกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตให้หายไปจากเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก? ฮ่าๆๆๆนี่เป็นเรื่องที่โคตรตลกที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมาเลย! เจ้าหนอนแมลงที่น่าสงสาร เจ้ารู้ไหมว่ามียอดฝีมือในกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเท่าไร?หรือเจ้าคิดว่าตัวเองไร้เทียมทาน อยู่ยงคงกระพันงั้นสิ? เอาแบบนี้ดีกว่าไหม ถ้าเจ้ายอมจ่ายเงินให้พวกข้าสามหมื่นเหรียญทอง ข้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนเจ้าก็จะกลับไปเป็นราชาปกครองอาณาจักรเล็กๆ ของเจ้าต่อไม่อย่างนั้น หากพวกข้าหนีรอดออกไปได้แม้แต่คนดียว ข่าวนี้จะแพร่ไปทั่วราชอาณาจักรและภายในหนึ่งเดือนนี้กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตของข้าก็จะยกกำลังพลไปถล่มเมืองแซมบอร์ดของเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง!”

        “ดี งั้นมาดูกันว่าระหว่างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตของเจ้ากับเมืองแซมบอร์ดของข้าอะไรมันจะย่อยยับก่อนกัน!”

        ซุนเฟยขี้เกียจพูดมาก เขาเปลี่ยนกลับเป็น 'โหมดคนเถื่อน' และใช้ทักษะ 'กระโดด' พุ่งไปหากองกำลังทหารรับจ้างอย่างรวดเร็วและปลดปล่อยพลังทั้งหมดของไอเทมระดับ 7 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' ฉับพลันตัวดาบก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมา ก่อนที่ซุนเฟยจะเหวี่ยงดาบออกไปดังวูบหัวจำนวนมากก็กระเด็นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมๆ กับน้ำพุโลหิตที่สาดกระจายไปทั่วบริเวณซุนเฟยตวัดดาบอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ดาบของซุนเฟยเหมือนเหล็กที่ถูกเผาจนร้อนฉ่าแล้วทาบลงไปบนชีสจนมันละลายไม่ว่าจะวาดดาบผ่านไปที่ใด เหล่าทหารรับจ้างดาบโลหิตที่อยู่ด้านหน้าก็ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่วินาทีเดียวไม่ช้าซุนเฟยก็เข้าใกล้ชายหัวล้านตาเดียว

        “ฮ่าๆๆๆ ราชาเมืองแซมบอร์ดเจ้าหลงกลข้าแล้ว!”

        ชายหัวล้านตาเดียวก็พลันแสยะยิ้มออกมาอย่างสมใจในขณะที่ถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จู่ๆ ด้านหลังของเขาก็ปรากฏทหารหน้าไม้นับสิบคนที่อยู่ในท่าพร้อมยิง

        ฟุ่บๆๆ!

        เสียงกลไกขยับยิงลูกดอกประหนึ่งเสียงหัวเราะของมัจจุราชลูกดอกหน้าไม้ทั้งยี่สิบดอกที่ยิงออกไปสามารถเจาะทะลวงต้นไม้ยักษ์เป็นรูได้ในพริบตา หน้าไม้ที่ทรงพลังทั้งสิบคันนี้ถือเป็นไพ่ตายของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่ยอมควักเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อมันมาหน้าไม้นี้เป็นอาวุธกึ่งเล่นแร่แปรธาตุได้ ตัวหน้าไม้จะลงวงเวทธาตุลมระดับต่ำและฝังก้อนหินเวทมนตร์ระดับต่ำไว้ด้วยและยังมีการแกะสลักเวทมนตร์รอบๆ ตัวหน้าไม้ ทำให้ความเร็วในการยิงลูกดอกและพลังโจมตีเพิ่มมากขึ้น

        ตอนที่ซุนเฟยพุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วนั้น ทหารหน้าไม้ทั้งสิบคนที่เตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วก็เหนี่ยวไกยิงทันทีลูกดอกหน้าไม้ทั้งยี่สิบดอกต่างเล็งไปที่จุดตายของซุนเฟยทุกตำแหน่ง...

        นี่คือกับดักที่ชายหัวล้านตาเดียวจัดเตรียมขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆ

        และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมชายหัวล้านตาเดียวถึงได้พูดจายั่วโมโหซุนเฟย

        จากการปะทะกันก่อนหน้านี้ทำให้ชายตาเดียวตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชาเมืองแซมบอร์ด ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้เสียอีกหากปะทะกันตรงๆ เกรงว่าทะเลสาบแห่งนี้อาจจะกลายเป็นที่ฝังศพของทหารรับจ้างดาบโลหิตแน่ๆ ในเมื่อเขามีไพ่ตายเป็นหน้าไม้กึ่งเล่นแร่แปรธาตุถึงสิบคัน ทำไมเขาจะไม่ดึงมันออกมาใช้กันเล่า ภายนอกเขาอาจจะดูหยาบกระด้างและโง่เง่า แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความปลิ้นปล้อนตลบตะแลงชายหัวล้านตาเดียวฉวยโอกาสที่ซุนเฟยกำลังพัวพันกับการสังหารลูกน้องและสหายของเขาปลีกตัวออกมาจัดเตรียมกับดักสังหารนี้

        และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะได้ดักจับเหยื่อเสียที

        ชายตาเดียวลอบแสยะยิ้มออกมาในความมืด

        เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังราวกับว่ากำลังมองเห็นร่างของซุนเฟยถูกลูกดอกหน้าไม้ทะลวงร่างจนพรุนและตายอย่างน่าอนาถถ้ากำจัดศัตรูกวนใจนี้ไปได้ ก็ยังพอเหลือเวลาไปจัดการพวกพ่อค้ากลุ่มโซรอส

        “ระวัง...”

        “อันตราย...”

        ผู้ดูแลเรดแนปป์และสาวชุดแดงต่างพากันร้องเตือนออกมาเสียงดังแต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าไป

        แต่...

        “คิดว่ากับดักกระจอกๆ นี่จะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ?”

        ซุนเฟยหัวเราะที่ลำคอเบาๆทันใดนั้นทุกคนก็เห็นร่างของซุนเฟยเรืองแสงขึ้นมา ส่วนที่เป็นจุดตายที่ลูกดอกเล็งยิงเข้ามาก็เกิดแสงสว่างหลากสีขึ้นไม่ว่าจะเป็นสีม่วง เขียวดำ แดง ฟ้า ต่างก็พาเปล่งประกายระยิบระยับ ซุนเฟยไม่คิดที่จะถอยหนีกลับกันเขายังเร่งฝีเท้าพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เขาไม่แม้แต่จะยกดาบขึ้นมากันลูกดอกสักนิดเขาวิ่งไปหาลูกดอกกระหายเลือดตรงๆ ราวกับว่าจะใช้เลือดเนื้อของตัวเองเข้าปะทะกับลูกดอกหน้าไม้ที่แสนอันตรายนี้

        ติ้งๆๆๆ!

        ท่ามกลางสายตาอันตื่นตะลึงของฝูงชนเสียงใสเล็กๆ ก็ลอยเข้ามาในหูของทุกคน และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในสายตาของทุกคนคือ ลูกดอกที่สามารถทะลวงก้อนหินเป็นรูได้กลับไม่สามารถทะลวงผ่านร่างของซุนเฟยได้ เสียงใสๆ ที่ฟังดูคล้ายไม้จิ้มฟันชนเข้ากับเหล็กกล้าดังขึ้นก่อนที่ลูกดอกจะกระเด็นร่วงลงบนพื้น

        ตอนนี้เอง แสงสว่างบนร่างของซุนเฟยก็ค่อยๆ ลดลง

        ปรากฏชุดเกราะรูปทรงแปลกๆ ดูลึกลับขึ้นมาบนร่างของเขา

        ทุกคนเห็นชิ้นส่วนของเกราะที่มีสีสันสดใสมากมายอยู่บนร่างของซุนเฟย ไม่ว่าจะเป็นที่นิ้วทั้งห้า ฝ่ามือ ข้อมือ หัว หน้าอก แผ่นหลัง เอว เป้า ต้นขา หัวเข่า ขาและฝ่าเท้ารูปแบบของชุดเกราะนี้ดูเรียบง่ายแต่หาได้ยากบนแผ่นดินอาเซรอท ชุดเกราะแต่ละชิ้นติดแน่นบนร่างของซุนเฟยแต่มันกลับดูไม่หนาและหนักเหมือนชุดอัศวินเกราะหนัก กลับกันมันยิ่งเสริมให้ซุนเฟยดูองอาจกล้าหาญมากขึ้น

        ชุดเกราะทุกชิ้นบนร่างของเขาดูสวยงามลึกลับ แต่ละชิ้นเชื่อมโยงกันแนบสนิท ทั้งยังปล่อยกลิ่นอายเวทมนตร์และแสงสว่างออกมาจางๆเห็นได้ชัดว่ามันคือชุดเกราะเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง บวกกับ 'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' และ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ในมือของเขา ยิ่งทำให้ซุนเฟยในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเทพสงครามผู้ไร้เทียมทาน

        ไม่มีใครรู้ว่าชุดเกราะนี้มาจากไหน

        แต่ที่ทุกคนรู้แน่ๆ ก็คือการปรากฏตัวของชุดเกราะเวทมนตร์นี้สามารถขวางการโจมตีของลูกดอกพวกนั้นได้ ตราบใดที่ยังมีชุดเกราะนี้อยู่ก็ไม่มีลูกดอกใดสามารถเจาะผ่านเข้าไปได้

        “เป็นไปได้อย่างไร...” ชายตาเดียวขมวดคิ้วร่างกายพลันรู้สึกเย็นเฉียบขึ้นมา

        ชิ้งๆๆๆ!

        ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีปฏิกิริยาตอบสนองประกายแสงดาบลอยผ่านวูบหนึ่ง ก่อนที่กลิ่นเลือดฉุนๆจะลอยออกมาพร้อมร่างของกลุ่มทหารหน้าไม้ที่ถูกฟันเป็นยี่สิบท่อนร่วงลงกับพื้น โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้ยิงหน้าไม้เป็นครั้งที่สอง

        วินาทีต่อมา คมดาบในมือของซุนเฟยก็แฉลบผ่านร่างของชายตาเดียว

        รยางค์ทั้งสี่พลันรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา ทันทีที่รยางค์ทั้งสี่ถูกตัดขาด ร่างของชายตาเดียวก็พลันเสียการทรงตัวจนล้มคว่ำลงกับพื้นเลือดทะลักออกมาจากสองมือและสองเท้าของเขา โดยไม่ทันได้ตั้งตัว แขนและขาของเขาก็ถูกซุนเฟยตัดทิ้งในชั่วพริบตา

        “ข้าเคยพูดว่าจะไว้ชีวิตเจ้าเพื่อให้เจ้าได้มองเห็นความพินาศของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตด้วยตาของตัวเอง!”

        น้ำเสียงเย็นชาของซุนเฟยราวกับเสียงร้องเรียกของมัจจุราชรอยแผลที่ข้อมือทำให้เขารู้สึกหนาวจับใจ สำหรับนักรบแล้ว การสูญเสียแขนขาไปมันเจ็บปวดยิ่งกว่าตายเสียอีกฆ่าเขาตายยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับต้องกลายเป็นคนพิการแบบนี้! ดวงตาของชายตาเดียวจ้องมาที่ร่างของซุนเฟยพลางเค้นเสียงออกมาอย่างอาฆาตแค้น“ราชาแซมบอร์ด เจ้ามันอำมหิต...” พูดถึงตรงนี้เขาก็ชิงจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย

        แต่...

        เพี้ยะ!

        ซุนเฟยตวัดเท้าเตะไปที่ขากรรไกรล่างของมันพลางแสยะยิ้มออกมา“ข้าต้องการให้เจ้าอยู่ เจ้าก็ต้องอยู่ อย่าได้ริที่จะตายก่อนที่ข้าต้องการ!”

        ซุนเฟยกระโดดขึ้นไปเหยียบบนก้อนหินพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขากำลังมองหาชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายตาเดียวก่อนหน้านี้ตั้งแต่ต้นจนจบเขายังไม่ได้ปะทะกับมันเลย ในบรรดายอดฝีมือของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตก็เหลือแค่มันคนเดียวและไม่รู้ว่ามันไปมุดหัวอยู่ไหนแล้ว ไม่แน่ว่า มันอาจจะเป็นภัยคุกคามพวกเขาทีหลังก็ได้

        ตอนนี้เอง ซุนเฟยก็ส่งสัญญาณให้เหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์ที่ซ่อนตัวอยู่โผล่ออกมาจัดการพวกที่เหลือ

        จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็รู้แล้วว่าราชาเมืองแซมบอร์ดไม่ได้มาแค่คนเดียวแต่ยังนำทหารของตัวเองมาโอบล้อมพวกเขาไว้นานแล้ว ที่แท้ราชาเมืองแซมบอร์ดก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้พวกเขาหนีรอดออกไปได้ตั้งแต่แรกด้วยการนำทัพของชายร่างสูงกว่าสองเมตรและมีรอยบากบนใบหน้า กับบุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลาเหล่าทหารรับจ้างดาบโลหิตก็ถูกเหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์รุกไล่สังหารอย่างเหี้ยมโหด แม้ว่าพวกทหารรับจ้างดาบโลหิตจะพยายามต่อต้านแต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการเอาไข่ไปกระทบกับหิน ไม่ช้า ทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหลืออยู่ไม่กี่สิบคนต่างพากันโยนอาวุธในมือทิ้งแล้วคุกเข่าอ้อนวอนส่วนพวกที่เหลือต่างถูกสังหารเรียบ!

        ในที่สุดซุนเฟยก็พบร่องรอยของผู้นำอีกคน

        “คิดจะหนี? เฮอะ! ช้าไป ไสหัวออกมา!”

        ซุนเฟยที่ยืนอยู่บนก้อนหินพลันชกหมัดออกไปกลางอากาศโจมตีไปที่ผืนน้ำบนทะเลสาบที่อยู่ห่างออกไป ด้วยพลังคนเถื่อนเลเวล 38 ทำให้น้ำในทะเลสาบกลายเป็นเสาน้ำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเผยให้เห็นเงาร่างที่ดูคล้ายปลากำลังแหวกว่ายหลบหนีอยู่ ทว่าเมื่อถูกหมัดของซุนเฟยชกไปที่ผืนน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ร่างของมันทำให้มันจำเป็นต้องกลับขึ้นมาบนฝั่ง

        ที่แท้ก็เป็นหนึ่งในผู้นำของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่หายไปนั่นเองชายหน้าเนื้อใจเสือที่เข่นฆ่าผู้คนนับไม่ถ้วน และยังเป็นหนึ่งในผู้นำการล่าและจับตัวชาวเมืองแซมบอร์ดไปขายเป็นทาส

        “ฝ่าบาท ได้โปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย...” ทันทีที่ขึ้นมาบนฝั่งได้ก็รีบคุกเข่าอ้อนวอนทันที

        ซุนเฟยกระโดดลงจากหินแล้วไปยืนอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น

        ทันใดนั้นเอง

        “ฮ่าๆๆๆ ตายไปเสียไอ้หน้าโง่!”

        ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนก็ระเบิดพลังออกมาสีหน้าของมันกลายเป็นเหี้ยมโหด มันเคลื่อนไหวด้วยท่าทางพิสดาร ทั้งนิ้วมือ กล้ามเนื้อส่วนเอวข้อศอก เข่า ข้อมือและฝ่าเท้าต่างเคลื่อนไหวด้วยท่าทีแปลกๆ เพียงชั่วพริบตา อาวุธลับทั้งหมดก็พุ่งไปที่จุดตายของซุนเฟยประหนึ่งห่าฝน...ความจริงแล้วคนผู้นี้คือยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธลับ เขาสามารถปล่อยอาวุธลับในร่างกายที่มีมากกว่าร้อยชนิดออกมาจากทั่วทั้งร่าง และอาวุธลับทั้งหมดก็เคลือบยาพิษและเวทมนตร์โจมตีร้ายแรงไปด้วย

        “เฮอะ! ไอ้พวกหนอนแมลงสวะคิดว่าจะสังหารข้าได้งั้นสิ?”

        ซุนเฟยหัวเราะออกมา เขาเตรียมการป้องกันไว้อยู่ก่อนแล้วซุนเฟยปักหลักยืนที่เดิม ดาบในมือสั่นไหวเบาๆ ก่อนที่จะตวัดดาบกันอาวุธลับทั้งหมดอย่างรวดเร็วราวกับกำลังรำดาบอยู่ก็ไม่ปานไม่ว่าจะเป็นอาวุธลับชนิดใดก็ไม่สามารถเล็ดรอดผ่านเข้ามาภายในรัศมีหนึ่งเมตรรอบตัวซุนเฟยได้

        นี่คือความน่ากลัวของทักษะ 'ควบคุมดาบ' ของคนเถื่อน หลังจากที่อัพขึ้นมาเป็นเลเวล8 ความเข้าใจด้านทักษะและการควบคุมดาบของซุนเฟยได้เหนือชั้นยิ่งกว่านักดาบคนไหนๆ ของแผ่นดินอาเซรอทแล้ว

        อาวุธลับกระเด็นหายไปดูท่าว่าจุดจบของชายวัยกลางคนจะมาถึงแล้ว

        ดาบของซุนเฟยตวัดดาบทำลายข้อมือและข้อเท้าของมันอย่างไร้ความปรานี เพื่อป้องกันไม่ให้มันปล่อยอาวุธลับออกมอีก แม้กระทั่งทำลายเส้นประสาททั้งร่างของมันสำหรับซุนเฟยใน 'โหมดมือสังหาร' แล้ว เรื่องพวกนี้ทำได้ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

        ตอนนี้ กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตสองร้อยกว่าคนและผู้นำของพวกมันต่างถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น

        เมื่อเห็นดังนั้นกองคาราวานพ่อค้ากลุ่มโซรอสก็พากันอ้าปากค้าง

        “ฝ่าบาท แล้วคนพวกนั้นจะจัดการอย่างไรดีขอรับ?” ตอร์เรสเดินเข้ามาถาม พลางชี้ไปที่ทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหลืออยู่ไม่กี่คน

        ------------