The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 63 มือดาบขี้หลี

    เครดิตภาพจาก  https://wallpaperaccess.com


    …………………….

               

           ภายในร้านอาหารกึ่งผับ มีผู้ใช้บริการบางตาจนแทบนับคนได้ เนื่องจากยามนี้ล่วงเข้าสู่ตี 1 อันเป็นเวลาที่ใกล้ปิด 

          


           กลางร้านมีโต๊ะขนาดสี่คนตั้งอยู่ สมาชิกที่ประจำคือหนุ่มผมทองเหมยลี่และมาวิน บนโต๊ะอุดมไปด้วยอาหารที่ดูน่ากิน อาทิเช่น ปลาทอดหลากสี ข้าวผัดทรงเครื่อง กุ้งต้มหอยทะเล ผัดฉู่ฉี่เสือลาย            

          


           มาวินโซ้ยอาหารแบบไม่เกรงใจใคร คล้ายว่าอดอยากมาล้านปี ส่วนเหมยลี่ แม้จะวางฟอร์ม ไม่ตะกละตะกลาม แต่ก็กินได้รวดเร็วกว่าที่เคย บ่งบอกว่าน่าจะหิวโซพอสมควร 

              


           หนุ่มหล่อผมทองนั่งมองสองวัยรุ่นกินอาหารด้วยอาการสงบ แต่ดวงตาคมซึ้งแอบเหล่ไปทางเหมยลี่อย่างมีนัยยะ เมื่อภารกิจทำท้องให้อิ่มสิ้นสุดลง มาวินก็เอนตัวพิงเก้าอี้พร้อมตะโกนดัง 


    “ อะฮ้า...... อิ่มจังตังค์อยู่ครบ ขอบใจมาก พี่ชาย ที่เป็นเจ้าภาพในมื้อนี้ ” 


    “ เหอๆ ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ” หนุ่มหล่อผมทองหัวเราะแห้งๆ ในใจนึกสาปแช่งเด็กหนุ่มที่อาจทำให้ถังแตก เพราะมาวินกินเก่งกว่าที่คิดเอาไว้


    “ ว่าแต่ที่นายพูดเมื่อครู่หมายความว่ายังไง ” เหมยลี่เริ่มเข้าประเด็นด้วยการเอ่ยถาม แต่หนุ่มหล่อผมทองไม่ตอบ เขาหันมามองเด็กสาวร่างสูงพร้อมเก๊กหน้าให้ดูหล่อเหลาที่สุด ปิดท้ายด้วยการจีบ 


    “ อ้อ..... ที่พูดเมื่อครู่นี้หมายความว่า.....พี่รักเธอสุดหัวใจ เพราะน้องนั้นงดงามดั่งเทพธิดา หยาดฟ้ามาดินรวมกันถึงสามโลกยังต้องอายเมื่อมาประชันกับแม่นาง ” 

            


            หลังสิ้นคำหวาน เหมยลี่ยังคงนั่งนิ่ง สีหน้าไร้อารมณ์ดุจเดิม ส่วนมาวิน เขาถึงกับลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น พร้อมหัวเราะจนสุดเสียง 


    " ก๊าก.......นายบ้ารึเปล่าฟะ เจ้าพี่ชายหน้าหล่อ ฮ่า ฮ่า ฮ่า....."

            


            อากัปกิริยาเช่นนี้ ทำให้หนุ่มหล่อผมทองเริ่มโกรธ เขาจึงหันไปตวาด


    “ หัวเราะทำไม เจ้าน้องชายหัวเขียว ” 


    “ ฮะๆ..... กะๆ... ฮะๆ.... หัวเราะนายไง ฮะๆ..... จะป้อใคร หัดดูซะมั่ง คนที่นายจีบ มันใช่ผู้หญิงธรรมดาที่ไหนเล่า เจ้าพี่ชายจอมทึ่ม ฮะๆ...... ” มาวินขบขันอย่างสนุกสนาน 


    “ เอ๊ะ หมายความว่าไง หรือฝีมือของชั้นจะตกลง ” หนุ่มผมทองเริ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้า เขาหมดความมั่นใจไปพอสมควร ด้วยคิดว่ายุทธ์ศาสตร์จีบสาวน่าจะดร็อปลง 

             


            ระหว่างที่หนุ่มผมทองกำลังท้อแท้อยู่นั้นเอง มาวินก็ลุกขึ้นมาตบไหล่พร้อมปลอบประโลม


    “ พี่ชายไม่ต้องท้อไปหรอก ฝีมือการจีบสาวของนายไม่ได้แย่ลง แต่เหมยลี่ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา วิธีทั่วไปเลยใช้ไม่ได้ผล ” 


    “ อ้าว.....แล้วมันต้องใช้วิธีไหนล่ะ ” ใบหน้าของหนุ่มผมทองดูเอ๋อเหรอ เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันได้คำตอบ เหมยลี่ก็ตัดบท


    “ ตกลง นายจะบอกชั้นได้รึยัง ที่พูดว่า….ไม่ต้องไปหาคนมาเพิ่มแล้ว หมายความว่ายังไง ” 

             


            สองชายดูอึ้งกับคำพูดที่ตรงแหน็วราวไม้บรรทัดของเหมยลี่ พอปรับอารมณ์ได้ หนุ่มผมทองก็ตอบกลับด้วยท่าทางที่ดูภาคภูมิ


    “ ก็หมายความว่า…..พวกเธอได้เจอสมาชิกซึ่งมีคุณสมบัติที่ต้องการแล้วไง ” 


    “ หา......คนไหน ชี้ให้ดูหน่อยดิ ” มาวินล่อกแล่กขึ้นมาทันที เขาโวยวายเสียงดัง 


    “ ถ้านายไม่แสดงให้ดู ก็ยังไม่เชื่อหรอก ” เหมยลี่รู้ทันทีว่าหนุ่มหล่อผมทองกำลังคุยโวว่าตนเก่งพอจะเป็นสมาชิกคนที่สามจึงตอบกลับเรียบๆ โดยไม่สนท่าทางลุกลี้ลุกลนของมาวิน


    “ ฮะๆ กะไว้แล้วว่าเธอไม่เชื่อ งั้นเห็นทีต้องโชว์ฟอร์ม ไปหลังร้านกัน ชั้นจะสาธิตให้ดู ” หนุ่มผมทองหัวเราะเบาๆ พร้อมลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ผายมือเชื้อเชิญ 

              


            ทั้งหนุ่มผมทองและเหมยลี่เดินไปที่หลังร้าน โดยทิ้งให้มาวินยืนเอ๋ออยู่เดียวดายไม่นาน เด็กหนุ่มก็วิ่งตาม พร้อมตะโกนดัง 


    “ ตกลง พวกนายจะบอกชั้นได้รึยังว่า….ใครคือสมาชิกคนที่สาม ” 


    ……………………

             

            ทั้งสามเดินมาถึงลานโล่งหลังร้าน สถานที่แห่งนี้กว้างขวางพอสมควร ตรงกลางมีต้นไม้ใหญ่ขนาดสองคนโอบที่สูงราวห้าเมตรมันแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปโดยรอบ ทำให้บริเวณนั้นดูมืดครึ้ม 


    “ แล้วนายพาพวกเรามาที่ลานกว้างหลังร้านทำไมจะแอบมาเล่าเรื่องผีใต้ต้นไม้ใหญ่กันรึไง ” มาวินถามโง่ๆ เหมยลี่จึงหันกลับไปจ้องหน้าตาเขม็ง ส่วนหนุ่มหล่อผมทองเริ่มอมยิ้มน้อยๆด้วยอาการขบขำ


    “ ชะ อุ้ย ก็ชั้นไม่รู้จริงๆนี่หว่า ตกลงพวกนายมาทำอะไรกัน ” มาวินทำท่าเอียงอาย ก่อนตอบกลับไปเบาๆ แน่นอนว่าเด็กหนุ่มไม่อยากเกรียนไปมากกว่านี้เพราะกลัวจะโดนมะเหงกลูกใหญ่จากเหมยลี่ 


    “ ฮะๆ เดี๋ยวนายก็รู้เองว่าพวกเรามาทำอะไร ” หนุ่มหล่อผมทองหัวเราะเล็กน้อย เขาเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ขนาดสองคนโอบ 


    “ เอ๋.....นายคิดจะทำอะ….” มาวินเตรียมโวยตามประสาลิงที่อยู่ไม่สุข ไม่ทันจบประโยค เหมยลี่ก็ตรงเข้ามาปิดปาก พร้อมยื่นหน้ามาข่มขู่


    “ หุบปากซะ ไม่งั้นชั้นจะตื้บนายให้จมธรณี ” 

              


            คำขู่นั้นได้ผล เด็กหนุ่มหัวเขียวพยักหน้ารับคำเร็วปรื้อ จากนั้นเขาก็แปรสภาพจากลิงป่าซุกซนกลายมาเป็นลิงบ้านที่สงบเสงี่ยมเจียมตัว

              


            เหมยลี่หันไปมองหนุ่มผมทอง ก็พบว่าเขายืนอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ ท่าทางสงบ 

           


             เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หนุ่มผมทองก็แกะห่อผ้าขาวที่หุ้มวัตถุด้ามยาว  สิ่งที่อยู่ภายในคือดาบโค้งที่สร้างขึ้นมาอย่างประณีต แม้ว่ามันยังซ่อนตัวตนอยู่ในฝัก แต่ก็ไม่สามารถบดบังความน่ากลัวที่แผ่ซ่านออกมาได้


    “ อ้าว ตกลงไม่ใช่ไม้พลอง แต่เป็นดาบหรอกหรือ ” มาวินอุทานดังด้วยความตกใจ แต่เหมยลี่ไม่ได้ห้ามปรามเพราะเธอก็ตกตะลึงเช่นกัน

             


             ดูเหมือนหนุ่มผมทองจะสังเกตเห็นท่าทีของสองวัยรุ่น จึงยกดาบโค้งยาวสองศอกขึ้นมา พร้อมอธิบายด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม


    “ คงงงกันล่ะสิสิ่งที่ถืออยู่คือดาบคาตานะ เป็นอาวุธที่มาจากแดนตะวันออก เลยมีรูปทรงที่ผิดแปลกไปหน่อย อีกเดี๋ยว พวกนายจะได้เห็นความร้ายกาจของมัน ” 

             


            เมื่อหนุ่มหล่อพูดจบ เขาก็หันหน้าไปที่ต้นไม้ใหญ่วินาทีต่อมา ความขี้เล่นแบบเพลย์บอยก็มลายหายไป เหลือแต่ท่าทางจริงจังดวงตาสีฟ้าที่เปล่งประกายสดใสกลับกลายเป็นดุดัน 

           


            หนุ่มผมทองย่อตัวลงต่ำ จากนั้นก็เอาดาบคาตานะมาเหน็บที่ซอกเอวข้างซ้าย เขาเอียงกายเล็กน้อย พร้อมยื่นเท้าขวาไปข้างหน้า มือขวาแตะด้ามดาบ จากนั้นก็หยุดเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน ราวกับกลายสภาพเป็นรูปปั้นหินที่แกร่งเกร็ง 

             


            ณ.ตอนนี้ สองวัยรุ่นรู้แล้วว่าหนุ่มผมทองคิดจะทำอะไร แต่ในใจกลับนึกสงสัย…….ดาบเล่มนี้จะมีพลังทำลายรุนแรงถึงขนาดตัดต้นไม้ใหญ่ขนาดสองคนโอบได้เลยหรือ  

              


            เวลาแห่งความอึดอัดผ่านไปนานเกือบสิบวินาที แต่มาวินกลับรู้สึกว่ายาวนานนับปีเพราะรับรู้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากหนุ่มผมทอง ส่วนเหมยลี่คาดว่าน่าจะสัมผัสได้เช่นกัน สังเกตจากสีหน้าที่เคร่งเครียดของเธอ 

               


             เมื่อกาลเวลาผ่านไปถึงวินาทีที่ 15 หนุ่มผมทองก็ตะโกนออกมาอย่างดุดัน 


    “ ดาบผ่าหินผา ” 

              


            สิ้นเสียงตะโกน มือขวาของชายหนุ่มก็ชักดาบคาตานะออกจากฝักอย่างรวดเร็วชนิดที่มองแทบไม่ทันเขาตวัดคมดาบใส่ลำต้นแกร่ง อาวุธร้ายแผ่รังสีทำลายล้างออกมาจนวัยรุ่นทั้งสองรับรู้อย่างชัดเจน 

               


             หนุ่มผมทองค้างในท่าตวัดดาบอยู่ครู่หนึ่ง ก็กลับมายืนตรงเขาเก็บคาตานะเข้าฝักและเดินกลับมาหาสองวัยรุ่น พร้อมรอยยิ้ม 


    “ ว่าไง ผ่านมั้ย ” หนุ่มหล่อผมทองเอ่ยถาม

              


            มาวินยืนเอ๋ออยู่พักหนึ่ง ต่อมาก็คลายความตกใจ พร้อมตอบกลับไปด้วยท่าทางที่ดูกวนๆ 


    “ ฮะๆ พี่ชายนี่ทำตกอกตกใจหมดเลย ทีแรกนึกว่าจะตัดต้นไม้นั้นให้ขาดในทีเดียว ถ้าทำได้จริงๆ นายคงไม่ใช่คนแล้ว แต่เห็นแก่ที่เลี้ยงข้าวพวกเราและท่าทางที่แสดงออกมาก็สวยจนน่าสะพรึงกลัว ชั้นให้ผ่าน ว่าไง ยัยโย่ง เธอให้ผ่านมั้ย ” มาวินพูดจบ ก็หันมาถามเด็กสาวร่างสูง         

          


            ระหว่างที่สองหนุ่มรอคำตอบ ต้นไม้ใหญ่ขนาดสองคนโอบก็ค่อยๆขาดสะบั้นแล้วโค่นลงบนพื้นอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ 


    “ โครม...... ” 


    “ จ๊าก.....ตัดได้จริงด้วย นายไม่ใช่คนแล้วล่ะมั้ง ” มาวินตกใจจนกระโดดตัวลอย ส่วนหนุ่มผมทองได้แต่หัวเราะร่วน พร้อมกล่าวถ่อมตัว


    “ ฮะๆ ก็แค่ดาบดีเท่านั้นเอง ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอก ” 


    “ ฮะๆ แค่ดาบดีจริงเหรอ ” มาวินหัวเราะแห้งๆเขาเหลือบมองหนุ่มผมทองด้วยอาการระแวง คล้ายคู่สนทนาเป็นสัตว์ประหลาดก็ไม่ปาน แต่เหมยลี่ไม่ใส่ใจ เธอกล่าวด้วยเสียงที่ชัดเจน


    “ ยินดีต้อนรับเข้ากลุ่มว่าแต่นายชื่ออะไร ” 

              


            หนุ่มผมทองไม่ตอบทันที เขายืนเท้าสะเอวด้วยท่าทางที่คิดว่าเท่ที่สุด ก่อนเอามือเสยผมที่ยาวสลวย จากนั้นก็เก๊กหน้าหล่อ แล้วตอบเด็กสาวร่างสูงในเชิงหลี


    “ พี่ชื่อ….โจนาธาน จอห์นสันที่หนึ่ง หรือเรียกสั้นๆว่า….โจจี้ เธอชื่ออะไรหรือจ๊ะ น้องสาว ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน